- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 40 - ต่างคนต่างมีเอกลักษณ์ หลินอู่ผู้ใช้สองสายออกโรง
บทที่ 40 - ต่างคนต่างมีเอกลักษณ์ หลินอู่ผู้ใช้สองสายออกโรง
บทที่ 40 - ต่างคนต่างมีเอกลักษณ์ หลินอู่ผู้ใช้สองสายออกโรง
บทที่ 40 - ต่างคนต่างมีเอกลักษณ์ หลินอู่ผู้ใช้สองสายออกโรง
"หมายเลข 10086488 พลังพิเศษระดับ B อ่อนแรง ระดับเหล็กดำขั้นกลาง 130 คะแนน สามารถลดทอนพลังของคนระดับเดียวกันได้ประมาณ 30%"
"หมายเลข 10086438 พลังพิเศษระดับ B ปากกาเย้ยหยัน ระดับเหล็กดำขั้นสูง 150 คะแนน เก่งนักก็เขียนเองสิ โยนปากกาใส่แล้วควบคุมให้อีกฝ่ายเขียนหนังสือได้ ก็เจ๋งดีนะ..."
"หมายเลข 10086588 พลังพิเศษระดับ C ร่างกายขยายส่วน ระดับเหล็กดำขั้นกลาง 110 คะแนน ใช้ได้เลย พละกำลังเพิ่มขึ้นเยอะมาก"
"หมายเลข 10086644 พลังพิเศษระดับ E เร่งขนดก ระดับเหล็กดำขั้นต้น 50 คะแนน อนาคตไปเปิดคลินิกปลูกผมก็คงไม่เลว....."
……
และเมื่อเวลาล่วงเลยไป การทดสอบในสนามของสายอื่นๆ ก็ดุเดือดเผ็ดมันไม่แพ้กัน
ทางฝั่งสายรักษาส่วนใหญ่จะเป็นสาวสวยน่ารัก พวกเธอสลับสับเปลี่ยนกันปล่อยพลังรักษาใส่ผู้คุมสอบ
ผู้คุมสอบทำหน้าฟินสุดๆ ยืนรับพลังรักษาจากสารพัดรูปแบบ แถมยังคอยโจมตีสัตว์อสูรและเผ่าพันธุ์ต่างดาวในกรงให้บาดเจ็บ เพื่อให้ผู้เข้าสอบได้รักษาพวกมันอีกด้วย
ทางหนึ่งก็ได้เสพความสุขสบาย
ส่วนอีกทางก็โดนทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะได้รับการรักษา
วนเวียนไปมาแบบนี้ หมาเห็นยังต้องร้องไห้สงสารเลย
สถานการณ์ทางฝั่งสายควบคุมก็ไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่ผู้คุมสอบฝั่งนั้น จะต้องประเมินระดับความรุนแรงของการควบคุม รวมถึงรูปแบบและผลลัพธ์ของพลังพิเศษ
เผ่าพันธุ์ต่างดาวในกรงก็ยังคงน่าสงสารเหมือนเดิม ประเดี๋ยวก็โดนมัด ประเดี๋ยวก็โดนรัด ประเดี๋ยวก็มึนงง ประเดี๋ยวก็โดนใบ้... โดนจับเล่นซะเสียทรงไปหมด
ส่วนสายธาตุ, สายเสริมกำลัง, และสายพลังจิตนั้น เรียบง่ายและป่าเถื่อนกว่าเยอะ
แค่ทดสอบค่าพลังรบผ่านเครื่องวัด
จากนั้นก็ปลดปล่อยพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดใส่ผู้คุมสอบ
ในขณะเดียวกัน สนามสอบทั้งสามนี้ ก็เป็นจุดที่มีอัตราการล้มตายของเผ่าพันธุ์ต่างดาวหรือสัตว์อสูรสูงที่สุดด้วย
ในฐานะผู้ใช้พลังพิเศษสายต่อสู้ การต้องปะทะกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักจะต้องยืนหยัดอยู่แถวหน้าเสมอ
เมื่อเปรียบเทียบกับสายอื่นๆ แล้ว พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้แบบตาต่อตากับเผ่าพันธุ์ต่างดาวในกรง เพื่อปลุกเร้าความกล้าหาญและสัญชาตญาณความดิบเถื่อนในตัวออกมา
ถ้าหากความกล้าแค่นี้ยังไม่มี ก็จงกลับไปเป็นผู้ใช้พลังพิเศษธรรมดาๆ คอยทำงานด้านการเกษตรและผลิตเสบียงอยู่แนวหลังซะเถอะ
เมื่อก่อนสายพลังจิตไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายต่อสู้แนวหน้า เพราะในช่วงแรกๆ พลังของสายนี้ยังถือว่าค่อนข้างอ่อนแอ
แต่เมื่อ 8 ปีก่อน ราชันจิตวิญญาณ เฉินซีเนี่ยน ได้ค้นพบวิธีใหม่ในการประยุกต์ใช้พลังสายพลังจิต ซึ่งช่วยเพิ่มพลังโจมตีได้อย่างมหาศาล ทำให้สายพลังจิตถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในสายต่อสู้อย่างเป็นทางการ
ผู้ใช้พลังสายพลังจิตต่างก็รู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดเฉินซีเนี่ยน!
พวกระดับสูงมักจะรักเขา แต่พวกระดับล่างๆ มักจะเกลียดเขา และก็มีบางคนที่ทั้งรักทั้งเกลียดผสมกันไป
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เฉินซีเนี่ยนใช้ความสามารถของตัวเองเพียงคนเดียว ยกระดับสายพลังจิตขึ้นไปสู่อีกขั้น
ในเวลาเดียวกัน หน้าจอช่องแชตบนเครือข่ายถ่ายทอดสดก็ไหลกันเป็นน้ำ
"ดูสิ! อีเชียนเสวี่ยแห่งเมืองจินยังเป็นสายซัพอยู่ไหมเนี่ย แค่ปล่อยแสงสีดำวาบเดียว สัตว์อสูรก็ตายคาที่เลย นี่มันซัพสายพิษชัดๆ!"
"จินเทียนหลงแห่งเมืองหลวงปีศาจนี่กล้ามเนื้อแข็งปั๋งจนสัตว์อสูรฟันเลื่อยยังกัดไม่เข้าเลยเว้ย แถมยังจับปากมันฉีกออกเป็นสองซีกอีกต่างหาก กายาวัชระอมตะนี่มันโคตรจะโหดเหี้ยมเลย!"
"ไป๋ชิงจือแห่งเมืองหาง พลังผนึกก็สุดยอดเหมือนกัน แช่แข็งอินทรีมฤตยูให้อยู่กับที่ ขยับไม่ได้เลยสักนิด!"
"เซี่ยชิงอวี่แห่งเมืองหลวงมังกร พลังพิเศษนี่แม่งโคตรโกงเลย เสกวิญญาณระเบิดลูกเบ้อเร่อออกมา บึ้มซะผู้คุมสอบหน้าดำปิ๊ดปี๋ ส่วนแมงมุมสี่ขานั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ศพหายวับไปเลย!"
"เจียงฮ่วนแห่งเมืองสายหมอก กับเต้าปู้อวี่แห่งเมืองโบราณ ก็เก่งไม่แพ้กัน เจียงฮ่วนแค่ปรายตามอง มนุษย์ตั๊กแตนก็ฆ่าตัวตายไปเลย"
"ส่วนดาบของเต้าปู้อวี่ก็โคตรไว ฟันมารจิ๋วขาดสองท่อนในดาบเดียว กายาใจดาบสังหารนี่แผ่รังสีอำมหิตทะลุจอมาเลย!"
"เทพธิดาจางจื่อหานของฉันออกโรงแล้ว หุ่นแบบนี้ ขาเรียวยาวแบบนี้ อยากจะเลียจอเลยว่ะ!"
"แม่เจ้า กายากระบี่บรรพกาลนี่มันโคตรจะคล่องแคล่วเลย ตัดฉับเดียวหัวขาดกระเด็น ไอ้พวกก็อบลินน่าขยะแขยงพวกนี้มันสมควรตายให้หมด เทพธิดาของฉันเก่งที่สุด รักเลยอ่า!!"
"ทุกคนรีบมาดูนี่เร็ว หลินอู่จากฐานทัพทหารเมืองเหวินโจวออกมาแล้ว แถมไอ้สายเสียงที่ชื่อเฉินซีอินนั่นก็กำลังจะได้คิวออกโรงเหมือนกัน!"
"มาแล้วๆ ขอฉันดูหน่อยสิว่า ผู้ใช้สองสายมันจะเทพขนาดไหน แล้วก็ผู้ใช้สายเสียงระดับ SSS คนแรก มันจะมีความพิเศษอะไรซ่อนอยู่!?"
"คาร์นิวัลของฉัน จรวดวิญญาณลำโตของฉัน พร้อมเปย์แล้ว รอดูผลงานของพวกเด็กๆ อยู่นะ"
"ข้างบนนี่เสี่ยมาเองเลยแฮะ ฝากเอ็นดูหลานชายระดับ B ของผมด้วยนะครับ~"
......
เมืองเหวินโจว โซนสอบสายเสริมกำลัง ผู้เข้าสอบต่างพากันชะเง้อคอมอง
"เขาคือหลินอู่ใช่ไหม ผู้ใช้พลังสายธาตุเสริมกำลังน่ะ!"
"ใช่แล้วๆ เขาเป็นราชันนักบู๊ของโรงเรียนมัธยมหนึ่งเราเลยนะ ตอนที่ยังไม่ปลุกพลังก็เก่งอยู่แล้ว ไม่นึกเลยว่าพอปลุกพลังแล้วจะน่ากลัวขนาดนี้!"
"พี่หลินอู่ล่ำบึกจังเลย อยากเป็นแฟนเขาจังเลยอะ...."
"ไสหัวไปเลย ยัยหน้าปลวก อย่ามาทำตัวน่าเกลียดแถวนี้สิยะ!"
....
หลินอู่เมินเฉยต่อเสียงนินทาและสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่เขา เขากำหมัดแน่น ก้าวเดินตรงไปยังลานสอบ ในหัวมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น
"การทดสอบครั้งนี้ ฉันต้องทุ่มสุดตัว นี่มันเกี่ยวพันกับอนาคตของฉัน และการที่จะได้เป็นตัวแบกให้ซีอินในอนาคตด้วย!"
เมื่อเดินมาถึงกลางลานสอบ เขาก็โค้งคำนับให้ผู้คุมสอบ ก่อนจะยืดตัวตรง แล้วพูดว่า: "คุณครูครับ ผมพร้อมแล้วครับ!"
ผู้คุมสอบปรายตามองข้อมูลในมือ แล้วหันไปมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ!
ไม่นึกเลยว่า นอกจากคุณชายรองแล้ว เมืองเหวินโจวยังมีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่อีกเม็ด
ขอเพียงแค่ได้รับการขัดเกลาและเจียระไนอย่างถูกวิธี ไม่ด่วนจากไปเสียก่อน อนาคตจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานอย่างแน่นอน
ในวินาทีนั้น ผู้คุมสอบก็เริ่มคาดหวังผลงานของเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้นมาตงิดๆ เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า:
"ดี งั้นเริ่มกันเลย เริ่มจากการทดสอบค่าพลังรบก่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอู่ก็พยักหน้ารับ หันไปมองเครื่องวัดค่าพลังรบที่อยู่ข้างๆ แล้วเริ่มเดินพลังพิเศษ
"เปรี๊ยะๆ!"
กระแสไฟฟ้าค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือ ราวกับอสรพิษที่เลื้อยพันรอบแขนของหลินอู่ ภายใต้การกระตุ้นของกระแสไฟฟ้า ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกนิด ใบหน้าแดงระเรื่อ เส้นเลือดที่คอปูดโปนให้เห็นลางๆ
เขาตวาดลั่น
"ฝ่ามืออสนีบาต!"
เมื่อหลินอู่ทุ่มพลังจนหมดก๊อก
ร่างกายของเขาก็พุ่งทะยานเข้าหาเครื่องวัดค่าพลังรบอย่างรวดเร็ว สายฟ้าที่พันรอบแขนส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ วินาทีต่อมา ฝ่ามือสายฟ้าก็ซัดกระหน่ำลงมา พลังโจมตีที่เกิดจากการผสานกันระหว่างพลังธาตุสายฟ้าและพละกำลังทางกายภาพ พุ่งเข้าปะทะกับจุดศูนย์กลางของเครื่องวัดอย่างจัง!
——ตู้ม!
"ติ๊ดๆๆๆ!"
ตัวเลขบนเครื่องวัดค่าพลังรบพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ทั่วทั้งลานสอบตกอยู่ในความเงียบกริบ สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ตัวเลขที่กำลังวิ่งไม่หยุด
"2888 ค่าพลังรบ!!"
ในที่สุด ตัวเลขก็หยุดนิ่ง ค้างเติ่งอยู่ที่ตัวเลขที่ทำเอาทุกคนต้องอ้าปากค้าง
ผู้คุมสอบเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ผู้คนในลานสอบและผู้ชมบนเครือข่ายถ่ายทอดสดต่างก็ฮือฮากันยกใหญ่
"อัจฉริยะ! นี่มันยอดอัจฉริยะชัดๆ!"
"พระเจ้าช่วย! ตาฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหมเนี่ย!"
"นี่รุ่นเดียวกับพวกเราจริงๆ เหรอเนี่ย ทำไมฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เศษสวะเลยวะ!"
"ยอดฝีมือสองสาย น่าสะพรึงกลัวจริงๆ ตอนที่ฉันอยู่เหล็กดำขั้นสูง ฉันยังทำดาเมจได้แค่ 688 ค่าพลังรบเองนะ!"
"เชี่ย นี่แหละคือพลังของการผสานธาตุและเสริมกำลังระดับ SSS ซ้อนทับกัน ไอ้กากระดับทองแดงขั้นต้นอย่างฉัน จะเอาชีวิตรอดไปสู้หน้าเขาได้ยังไงเนี่ย?"
"ก็ถือว่าโอเคอยู่นะ ไม่เสียหน้าหรอก เสียดายที่ฉันยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์"
หลินอู่มองดูตัวเลขบนเครื่องวัด ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ แต่ในใจก็แอบเสียดายที่ตัวเองยังไปไม่ถึงระดับขั้นสมบูรณ์
แต่เขาก็รู้ดีว่า ถ้าไม่มีคุณชายหน้าโง่ที่จู่ๆ ก็โผล่มามอบทรัพยากรและเคล็ดวิชาให้
เขาก็คงไม่มีทางมาถึงจุดนี้ได้แน่ๆ
เพราะฉะนั้น ขอขอบคุณคุณชายหน้าโง่นะคร้าบ!
วันหน้าถ้ามีโอกาส ฉันจะต้องตอบแทนบุญคุณนายอย่างสาสมเลย!
ในตอนนั้นเอง ผู้คุมสอบก็เดินเข้ามาตบไหล่หลินอู่ด้วยความตื่นเต้น
"เยี่ยมมาก หลินอู่ ผลงานของนายยอดเยี่ยมมาก ขั้นตอนต่อไป ข้ามไปสู้กับสัตว์อสูรได้เลย ส่วนการทดสอบตรงนี้ ถือว่าผ่านฉลุย ได้คะแนนเต็มไปเลย!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอู่ก็หันไปมองหมูป่าเขี้ยวเหล็กระดับเหล็กดำขั้นสูงที่ถูกขังอยู่ในกรง พยักหน้ารับ แล้วตอบว่า: "รับทราบครับ คุณครู!"
วินาทีต่อมา
พลังวิญญาณในร่างกายของเขาก็เริ่มสูบฉีดอีกครั้ง ประกายสายฟ้าแลบปลาบพุ่งขึ้นมาพันรอบแขนในพริบตา ที่เท้าก็มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก เขาพุ่งเข้าใส่หมูป่าเขี้ยวเหล็กทันที
"มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ ที่รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องสู้ แต่ดันรอให้ศัตรูเข้ามาประชิดตัวก่อนค่อยปล่อยสกิล!"
และในวินาทีนั้น หมูป่าเขี้ยวเหล็กในกรง ก็ยังคงส่งเสียงร้องอู๊ดๆ อยู่กับที่
โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าชะตากรรมของตัวเองต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
——ตู้ม!
เมื่อมันรู้สึกตัว ภาพตรงหน้าก็มืดสนิทไปเสียแล้ว พร้อมกับกลิ่นเนื้อย่างเกรียมๆ ลอยมาเตะจมูก
"190 คะแนน"
ผู้คุมสอบประกาศคะแนนรวมในที่สุด
(จบแล้ว)