- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 42 - สถานการณ์อะไรเนี่ย! เอฟเฟกต์เยอะจัด เซลล์สมองประมวลผลไม่ทันแล้ว
บทที่ 42 - สถานการณ์อะไรเนี่ย! เอฟเฟกต์เยอะจัด เซลล์สมองประมวลผลไม่ทันแล้ว
บทที่ 42 - สถานการณ์อะไรเนี่ย! เอฟเฟกต์เยอะจัด เซลล์สมองประมวลผลไม่ทันแล้ว
บทที่ 42 - สถานการณ์อะไรเนี่ย! เอฟเฟกต์เยอะจัด เซลล์สมองประมวลผลไม่ทันแล้ว
บนโลกอินเทอร์เน็ต ผู้คนที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดต่างก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในลานสอบ พวกเขาพากันพิมพ์ข้อความพูดคุยหยอกล้อกันอย่างออกรสบนช่องแชต
"สายเสียงระดับ SSS ก็คือการเป่าขลุ่ยแค่นี้เองน่ะเหรอ?"
"เสียงขลุ่ยนี่เพราะดีนะเนี่ย ไอ้หนุ่มคนนี้มีแววจะเดบิวต์เป็นศิลปินได้เลยนะ เดี๋ยวให้ค่ายเพลงวงการบันเทิงของฉันรับไปดูแลเอง ไม่รู้เหมือนกันว่านอกจากเป่าขลุ่ยแล้ว จะเป่าปี่เป็นด้วยหรือเปล่า"
"ฉันเป็น! เมื่อก่อนฉันก็เคยมีความฝันนะ...... แต่น่าเสียดายที่หลังจากนั้น..... ฉันก็ต้องขายความฝันของฉันไป... ขายไปได้แค่สามตำลึงสาม.."
"แล้วไงต่อล่ะ ก็แลกกับข้าวสามมื้อประทังชีวิตไปวันๆ ใช่ป่ะ??"
"เลิกพล่ามเรื่องไร้สาระกันได้แล้ว พวกนายดูสถานการณ์ที่ลานสอบสิ หน้าตาแต่ละคนแสดงอารมณ์เวอร์วังอลังการยิ่งกว่าเล่นละครซะอีก ไอ้หนุ่มแสงสีดำคนนั้นน่ะ อ้าปากกว้างซะจนยัดแตงโมเข้าไปได้ทั้งลูกแล้วมั้ง"
"ใครจะไปรู้ล่ะ รอดูผลจากเครื่องวัดกับคะแนนจากผู้คุมสอบเอาแล้วกัน"
.....
ณ ลานสอบพลังพิเศษสายพิเศษแห่งเมืองเหวินโจว
บรรดาผู้เข้าสอบที่ทดสอบเสร็จแล้ว และกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ตรงที่นั่งของตัวเอง ต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจกันถ้วนหน้า!
พวกเขาเพิ่งจะค้นพบว่า ถึงแม้ตัวเองจะนั่งห่างจากจุดศูนย์กลางของลานสอบไปเป็นร้อยกว่าเมตร!
แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากเสียงขลุ่ยไปด้วย!
เมื่อท่วงทำนองอันแสนวิเศษลอยมาปะทะเข้ากับร่างกาย ผู้เข้าสอบบางคนที่ก่อนหน้านี้มีอาการอ่อนล้าหมดเรี่ยวหมดแรงจากการฝืนใช้พลังพิเศษมากเกินไป ก็กลับมาหายใจได้เป็นปกติ ไม่หอบแฮ่กๆ อีกต่อไป ร่างกายฟื้นฟูกำลังวังชาได้อย่างชัดเจน
เด็กหนุ่มร่างกายขยายส่วน, เด็กหนุ่มใช้ความรักปั่นไฟ, เด็กหนุ่มเรียกนาฬิกา และหนุ่มสาววัยรุ่นคนอื่นๆ ที่ทดสอบเสร็จไปก่อนหน้านี้
ต่างก็สัมผัสได้ว่าพลังพิเศษที่ถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยงในร่างกาย กำลังฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ทำเอาพวกเขาเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ท่ามกลางท่วงทำนองเพลง
ผู้ใช้พลังพิเศษบางคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการทดสอบพลังพิเศษหรือต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ต่างดาว ก็เริ่มรู้สึกว่าบาดแผลบนร่างกายกำลังค่อยๆ สมานตัวเข้าหากัน
เด็กหนุ่มแสงสีดำที่เข้ารับการทดสอบไปก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าพละกำลังในร่างกายเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
เขาลุกขึ้นยืนและลองเดินดูสองสามก้าว ก็พบว่าตัวเบาหวิวเหมือนขนนก แถมยังเดินได้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
"นี่มันเอฟเฟกต์บ้าอะไรวะเนี่ย!"
"โคตรเจ๋งเลย ฉันไม่ปวดเอว ไม่ปวดขาแล้ว รู้สึกเหมือนจัดได้อีกยก!"
………
ผ่านไปประมาณ 2 นาทีครึ่ง เฉินซีอินก็หยุดเป่าขลุ่ย
เขาค้นพบว่าการเปิดใช้งานสองทักษะพร้อมๆ กัน
ด้วยปริมาณพลังพิเศษในร่างกายที่มีอยู่ตอนนี้ มันเริ่มจะฟื้นฟูตามไม่ทันอัตราการใช้พลังงานซะแล้ว
กะคร่าวๆ ว่าน่าจะทนใช้ต่อเนื่องได้แค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
แต่ถ้าเลือกใช้แค่ทักษะเดียว ก็ยังพอจะฝืนประคองการใช้งานไปได้เรื่อยๆ
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเอาไปเทียบกับคนอื่นๆ ที่แค่ปล่อยทักษะพลังพิเศษไปไม่กี่ครั้งก็หมดแรงข้าวต้มแล้ว ความอึดของเขาก็ถือว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
จากนั้นเขาก็ลดขลุ่ยในมือลง มองไปที่ผู้คุมสอบที่มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า: "เรียบร้อยแล้วครับ!"
พลางแอบคิดในใจ
ว่ากันว่าสิบปีลับกระบี่ได้หนึ่งเล่ม
ห้าปีของฉันก็ถือว่าลับได้ครึ่งเล่มล่ะวะ!
อย่าได้กังวลว่าหนทางข้างหน้าจะไร้สหายรู้ใจ ทั่วทั้งต้าเซี่ยจะไม่มีใครไม่รู้จักนายอีกต่อไป
ในตอนนั้นเอง ผู้คุมสอบก็พูดกับเฉินซีอินด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเคารพว่า: "รับทราบครับ คุณชายรองเฉิน!"
"???"
เฉินซีอินถูกเรียกด้วยสรรพนามว่า 'คุณชายรองเฉิน' อย่างกะทันหัน ทำเอาเขาถึงกับงุนงงไปเลย
สถานการณ์อะไรเนี่ย ทำไมข่าวไวจังวะ!?
เขารู้ได้ยังไงว่าฉันคือคุณชายรองตระกูลเฉิน?
ความแตกแล้วเหรอเนี่ย หรือว่าทางบ้านเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว?
ไม่น่าจะใช่นะ!
ก็ตอนเข้าสนามสอบ อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดโดนยึดไปหมดแล้วนี่นา?!
จากนั้น เฉินซีอินก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อดูว่าผู้เข้าสอบคนอื่นๆ รู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?
ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นไปมอง เขาก็ไปสบตาเข้ากับรอยยิ้มละมุนของจ้าวหานอวิ๋นบนอัฒจันทร์ และยังสังเกตเห็นสายตาประหลาดใจจากบรรดาคนใหญ่คนโตที่นั่งอยู่รายล้อมเขาด้วย เฉินซีอินก็บรรลุธรรมในทันที
อ้อ!
ที่แท้ก็ลุงนี่เอง ลุงจ้าว!
มาเงียบๆ แต่ฟาดเรียบไปนั่งตำแหน่งประธานซะงั้น แถมยังเป็นคนปล่อยข่าวเปิดโปงฐานะของฉันอีกใช่ไหมล่ะ
แต่พอคิดไปคิดมา เฉินซีอินก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะยังไงเขาก็กะจะเปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว เขาหันไปมองผู้คุมสอบ แล้วพยักหน้าเบาๆ "ประกาศคะแนนได้เลยครับ"
"เอ่อ..."
ในเวลานี้ ผู้คุมสอบกลับมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปวดหัวตึ้บเลยทีเดียว
จะให้ประเมินคะแนนยังไงล่ะฟะเนี่ย!
พลังของคุณชายรองนี่มันเป็นบัฟเสริมพลังที่โคตรจะแหวกแนวเลยนะ!
เล่นเอาเขาไปไม่เป็นเลยทีเดียว!
เพราะแม้แต่ตัวเขาเอง ก็ยังสัมผัสได้ว่าเสียงขลุ่ยนี้ช่วยเพิ่มพลังให้เขาได้ประมาณ 1% ด้วยซ้ำ
แต่ประเด็นก็คือ เขาเป็นถึงผู้ใช้พลังระดับสี่ ขั้นทองระดับสูงเชียวนะ!
ส่วนข้อมูลการบัฟพลังของระดับเหล็กดำ, ทองแดง, เงิน เขาจะไปกะเกณฑ์ประเมินออกมาเป็นตัวเลขได้ยังไงล่ะ!
จากนั้น ผู้คุมสอบก็หันไปมองดูที่หน้าจอของเครื่องวัด
หน้าจอแสดงผลการประเมินสถานการณ์ภายในกรงขัง
【ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมารจิ๋วระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์ลดลง 20%, ผิวหนังเปราะบางขึ้น ทำให้ได้รับความเสียหายเพิ่มเติม 20%】
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้คุมสอบก็ยิ่งรู้สึกสับสนว้าวุ่นใจหนักเข้าไปอีก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ตัวเขาสัมผัสได้ชัดเจนเลยนะว่าพละกำลังเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ทำไมไอ้มารจิ๋วมันถึงได้ขยับตัวช้าลงล่ะ
ในชั่วพริบตานั้น เซลล์สมองของเขาประมวลผลตามไม่ทัน CPU แทบจะโอเวอร์โหลดระเบิดตูมอยู่แล้ว
เขายืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก ทำอะไรไม่ถูกอยู่นานสองนาน ไม่สามารถประกาศผลการทดสอบออกมาได้
………
ในขณะเดียวกัน
ผู้ชมบนโลกอินเทอร์เน็ตที่กำลังติดตามดูการถ่ายทอดสด ก็เริ่มอยู่ไม่สุขเหมือนมดบนกระทะร้อน เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปนานแล้วแต่ก็ยังไม่มีการประกาศผล พวกเขาก็เริ่มคอมเมนต์ถกเถียงกันอีกครั้ง และแน่นอนว่าต้องมีพวกนักเลงคีย์บอร์ดที่ชอบหาเรื่องโผล่มาผสมโรงด้วย
"เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย ก็แค่ฟังดนตรีจังหวะสั้นๆ ไม่ใช่เหรอไง มันจะประเมินคะแนนยากตรงไหนวะ?"
"นั่นน่ะสิ ถ้าให้ฉันเป็นคนให้คะแนนนะ ฉันให้ 2 คะแนน โทษฐานที่เป่าได้เพราะดี"
"2 คะแนน? แกคิดน้อยไปป่ะ ไม่เห็นข้อมูลที่โชว์เหรอว่าหมอนั่นอยู่ระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์น่ะ? ฉันให้ 106 คะแนนเว้ย!"
"ฉันได้ยินผู้คุมสอบเรียกเขาว่าคุณชายรองเฉิน ในเมืองเหวินโจวมีตระกูลเศรษฐีแซ่เฉินที่โด่งดังบ้างไหมวะ?"
"ไม่รู้ว่ะ ไม่เคยได้ยินชื่อเลย ฉันรู้จักแต่ตระกูลระดับท็อปของต้าเซี่ยที่ชื่อว่าตระกูลเฉินเท่านั้นแหละ!"
"เป็นไปได้ไหมว่าไอ้หนุ่มที่ชื่อเฉินซีอินคนนี้ จะเป็นคุณชายรองแห่งตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ระดับท็อป?"
"ตลกป่ะเนี่ย? เพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว เมืองเหวินโจวกับตระกูลเฉินในเมืองหลวงมังกรน่ะ มันอยู่ห่างกันคนละโยชน์เลยนะเว้ย จะมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง!"
"แหม ฉันก็แค่เดาเล่นๆ ดูเท่านั้นแหละ ไม่งั้นหมอนั่นจะไปถึงระดับเหล็กดำขั้นสมบูรณ์ได้ยังไงล่ะ คนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้หรอกนะ!"
"หน้าตาแบบนี้ หุ่นแบบนี้ เผลอๆ อาจจะโดนเศรษฐีนีที่ไหนเลี้ยงต้อยไว้ก็ได้!"
"อย่ามาว่าร้ายพี่ชายของฉันนะ พวกแกมันคนเลว!"
"ฮึ่ม รอให้พี่ชายเดบิวต์เมื่อไหร่ ฉันจะเปย์ให้ยับเลย พวกคุณลุงนิสัยไม่ดี พี่ซีอินของฉันทั้งหล่อทั้งเป่าขลุ่ยเก่ง ฉันไม่อนุญาตให้พวกคุณมาใส่ร้ายเขานะ!"
"ซวยล่ะสิ หมอนี่มีติ่งหูเบาโผล่มาซะแล้วไวปานกามนิต……"
……
ในเวลาเดียวกัน
กลุ่มคนของจ้าวหานอวิ๋นที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงจนเก็บอาการไม่อยู่
พวกเขาสัมผัสได้ว่าเสียงขลุ่ยของเฉินซีอิน ส่งผลกระทบต่อร่างกายของพวกเขาจริงๆ
ยิ่งระดับพลังต่ำเท่าไหร่ ผลกระทบที่ได้รับก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ร้อยเอกผู้ใช้พลังระดับ 4 ขั้นทองคนหนึ่ง เอ่ยขึ้นว่า: "ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม ฉันรู้สึกว่าพลังของฉันเพิ่มขึ้นมาประมาณ 1% เลยนะ"
สิบโทผู้ใช้พลังระดับ 3 ขั้นเงินที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมาว่า: "ส่วนฉันรู้สึกว่าพลังเพิ่มขึ้นมาตั้ง 5% แหนะ"
จางทงไห่, ซ่างกวนหยวนหลง, ฉินไป๋ และคนอื่นๆ ต่างก็หันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง
จางทงไห่กระแอมไอเบาๆ ทำลายความเงียบ "ไม่นึกเลยว่า เสียงขลุ่ยของคุณชายรอง จะทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงการยกระดับพลังได้ด้วย ถึงแม้ว่ามันจะเบาบางจนแทบจะคำนวณออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกนั้นมันก็เป็นของจริงแน่ๆ"
ซ่างกวนหยวนหลงและฉินไป๋ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
จากนั้นพวกเขาก็หันไปถามจ้าวหานอวิ๋นว่า: "ท่านนายพลจ้าว นี่คือพลังพิเศษของคุณชายรองเหรอครับ? ด้วยรัศมีการทำงานขนาดนี้ พลังบัฟขนาดนี้ ถ้าหากเขาสามารถรักษาประสิทธิภาพแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ จนถึงระดับสูงล่ะก็ เขาจะสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามได้ทั้งกระดานเลยนะครับ!"
จ้าวหานอวิ๋นปรายตามองพวกเขา ก่อนจะตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า: "ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ทงไห่, หยวนหลง พวกนายไปจัดการส่งทหารลงไปที่สนามสอบสักสองสามคน เพื่อทำการทดสอบให้ละเอียดกว่านี้หน่อยสิ"
ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนจะรีบตอบรับทันที
"รับทราบครับ!"
จากนั้น จางทงไห่ก็สั่งการผ่านเครื่องมือสื่อสารทันที
ซ่างกวนหยวนหลงก็หันไปสั่งการฉินไป๋ที่อยู่ข้างๆ สองสามประโยค
ไม่ถึง 1 นาทีต่อมา
นายทหารสามนายต่างระดับชั้นยศ ก็วิ่งเหยาะๆ มาหยุดอยู่ด้านหลังกลุ่มคนบนอัฒจันทร์ พวกเขาทำวันทยาหัตถ์ให้ผู้บังคับบัญชา ก่อนจะกระโดดข้ามขอบอัฒจันทร์ลงไป
"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!"
นายทหารทั้งสามคนกระโดดลงจากอัฒจันทร์อย่างพร้อมเพรียงกัน แล้ววิ่งตรงดิ่งไปยังลานสอบ....
(จบแล้ว)