เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 253 แข่งกันว่าใครจะเล่นตุกติกเก่งกว่า

ตอนที่ 253 แข่งกันว่าใครจะเล่นตุกติกเก่งกว่า

ตอนที่ 253 แข่งกันว่าใครจะเล่นตุกติกเก่งกว่า


ซูทงมีประสบการณ์โชกโชนในการร่วมงานเลี้ยงเริงรมย์ เขารู้วิธีที่จะเอาเปรียบกินเต้าหู้สตรีโดยไม่ทำให้พวกนางรู้สึกว่าเขาหยาบคายล่วงเกินจนเกินไปนัก สาเหตุที่เขาเสนอเช่นนี้ ก็ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่เพียงแต่จะสามารถบรรลุคำขอของอู๋เสิ่งอวี๋ในการทดสอบฝีมือทำนายดวงชะตาของเสิ่นซีได้ ทั้งยังช่วยให้เขาฉวยโอกาสหาเศษหาเลยได้อีกด้วย การละเล่นซ่อนตะขอที่เขาเสนอขึ้นมานี้ ง่ายกว่าการเล่นเซ่อฟู่เป็นไหน ๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าพวกหญิงสาวจะสามารถซ่อนของพลิกแพลงได้พิสดารสักเพียงใด

(เชิงอรรถผู้แปล: กินเต้าหู้ (吃豆腐) สำนวนหมายถึงการลวนลาม แทะโลม หรือเอาเปรียบเชิงชู้สาว)

อวิ๋นหลิ่วมีสีหน้าลำบากใจอยู่บ้าง "คุณชายซู ข้อเสนอเรื่องซ่อนตะขอนั้นเป็นเรื่องดี ทว่าของรางวัลเดิมพันนี้... เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมนักกระมัง อย่างไรเสียพวกข้าน้อยก็เป็นสตรีนะเจ้าคะ"

สาเหตุหลักที่ซูทงเสนอวิธีการเล่นเช่นนี้ ก็เป็นเพราะอวิ๋นหลิ่ว

อวิ๋นหลิ่วผู้มีความงามโดดเด่นเหนือหมู่มวลบุปผาผู้นี้ ยามอยู่ในเจี้ยวฟางซือถือว่าเป็นคนที่น้ำมันและเกลือไม่อาจซึมผ่าน ต่อให้เป็นคนอย่างเกาฉงหรือเหลยอู่ ก็ยังไม่อาจหาเศษหาเลยจากนางได้เลย ยามนี้เขาจึงอยากจะใช้ประโยชน์จากการละเล่นซ่อนตะขอนี้อย่างเต็มที่ เพื่อฉวยโอกาสลิ้มรสความหอมหวานดูสักครา

(เชิงอรรถผู้แปล: น้ำมันและเกลือไม่อาจซึมผ่าน (油盐不进) สำนวนเปรียบเปรยถึงคนที่ดื้อดึง โน้มน้าวไม่ได้ ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม หรือไม่หลงกลง่าย ๆ)

ทว่าบรรดาบัณฑิตที่อยู่ในงานต่างก็พากันสนับสนุนข้อเสนอของซูทงอย่างกระตือรือร้น เรื่องมันเห็น ๆ กันอยู่ ต่อให้ต้องยอมยกสอง "ยอดคณิกาอันดับหนึ่ง" อย่างซีเอ๋อร์และอวิ๋นหลิ่วให้แก่ซูทงและเจิ้งเชียน แต่พวกเขาก็ยังสามารถทายตำแหน่งซ่อนของของแม่นางคนอื่น ๆ เพื่อคว้าหญิงงามมาโอบกอดไว้ในอ้อมอกได้ เรื่องดีงามถึงเพียงนี้ มีหรือจะไม่ทำเล่า?

ซูทงหัวเราะ "แม่นางอวิ๋นหลิ่ว เจ้าดูสิ ทุกคนกำลังคึกคักสนุกสนานกันถึงเพียงนี้ เจ้าคงไม่อยากจะหักหน้าพวกเราหรอกกระมัง?"

อวิ๋นหลิ่วรู้สึกลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง นี่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่อวี้เหนียงให้นางออกมาทำหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลเจี้ยวฟางซือ ซึ่งมีความหมายแฝงถึงการทดสอบนางอยู่ด้วย อันที่จริงการเป็นสตรีในเจี้ยวฟางซือ ย่อมต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งสร้างความลำบากใจจากแขกเหรื่อมากมาย การยอมโอนอ่อนผ่อนตามบ้างเป็นครั้งคราวก็พอทำได้ ทว่าข้อเสนอของซูทงในยามนี้ทำให้นางรู้สึกว่ามันออกจะเกินเลยไปสักหน่อย ภายในใจจึงมิอาจยอมรับได้

แต่ในเวลานี้ซีเอ๋อร์กลับเดินอมยิ้มเข้ามาหา นางกระซิบกระซาบที่ข้างหูอวิ๋นหลิ่วสองสามประโยค ก่อนจะเงยหน้าขึ้นหัวเราะ "ข้อเสนอของคุณชายซูประเสริฐยิ่งนัก พี่สาวอย่าได้ปฏิเสธเลยเจ้าค่ะ อวี้เหนียงเองก็เคยกำชับไว้ ว่าพวกเราออกมาแล้วอย่าได้ล่วงเกินคุณชายซู... พี่สาวเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ?"

อวิ๋นหลิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงค่อยพยักหน้ารับ

เสิ่นซีคิดในใจ 'ซีเอ๋อร์ผู้นี้เอายาเสน่ห์อะไรมากรอกหูอวิ๋นหลิ่วกัน หรือว่านางมีเคล็ดลับวิชาไร้พ่ายอันใด ถึงได้มั่นอกมั่นใจไม่เกรงกลัวสิ่งใดเช่นนี้?'

ซีเอ๋อร์หันกลับไปมองซูทงพลางเอ่ย "ที่นี่เป็นนอกเมือง ทั้งยังอยู่กลางแม่น้ำ หากคิดจะไปหาตะขอไม้มาเล่นก็คงไม่ทันการแล้ว ไม่ทราบว่าจะให้ซ่อนสิ่งใดแทนหรือเจ้าคะ?"

ซูทงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ "เช่นนั้นก็ใช้เหรียญทองแดงก็แล้วกัน เรียบง่ายและใช้งานได้จริง ขนาดก็ไม่ใหญ่ ไม่ว่าจะซ่อนไว้ในมือหรือในเสื้อผ้า ก็ดูไม่ออกชัดเจนนัก ดีหรือไม่?"

ซีเอ๋อร์พอได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกกระหยิ่มใจ นางพยักหน้ารับ "เอาตามที่คุณชายซูว่าก็แล้วกันเจ้าค่ะ ประเดี๋ยว... ท่านต้องยอมออมมือให้ข้าน้อยบ้างนะเจ้าคะ"

ซูทงหัวเราะ "นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว"

บนตัวซูทงไม่ได้พกเหรียญทองแดงติดมาด้วย จึงทำได้เพียงบอกให้ผู้ที่ร่วมทางมาหยิบออกมาสองสามเหรียญ แล้วแจกจ่ายให้แก่หญิงสาวทั้งเจ็ดคนในงาน แม้กระทั่งในมือของอวิ๋นหลิ่วก็ยังมีอยู่หนึ่งเหรียญ

เสิ่นซีดูออกว่าอวิ๋นหลิ่วยังคงมีความลังเลใจอยู่นิด ๆ เห็นได้ชัดว่านางไม่อาจยอมรับข้อเสนอที่ต้องไปนั่งบนตักบุรุษเพื่อรินสุราให้ได้ ทว่าดูเหมือนคำพูดที่ซีเอ๋อร์กระซิบข้างหูนางเมื่อครู่ จะส่งอิทธิพลต่อนางเป็นอย่างมาก

ซีเอ๋อร์เอ่ยขึ้น "การซ่อนของนี้ อย่างไรก็ต้องเข้าไปซ่อนในห้องนอนด้านในนะเจ้าคะ มิเช่นนั้นหากให้พวกข้าน้อยมาซ่อนบนตัวต่อหน้าผู้คนมากมาย... ก็คงขวยเขินแย่"

ซูทงคิดในใจ 'หากข้าให้พวกนางซ่อนของอยู่ข้างนอกนี้ อย่างมากพวกนางก็คงซ่อนไว้ในมือหรือไม่ก็ในแขนเสื้อ คงไม่มีอันใดน่าสนุก แต่หากปล่อยให้พวกนางเข้าไปซ่อนด้านใน ดีไม่ดีพวกนางอาจจะกลัวแพ้ จนเอาไปซ่อนไว้ในจุดที่ 'พิเศษ' สักหน่อย เช่นนั้นถึงจะน่าสนุก'

คิดได้ดังนั้น ซูทงก็พยักหน้ารับ "เช่นนั้นก็ขอเชิญแม่นางทุกท่านเข้าไปเตรียมตัวในห้องโดยสารด้านในเถิด"

ซีเอ๋อร์ยิ้มบาง ๆ เดินเข้ามาประคองอวิ๋นหลิ่วให้เดินเข้าไปด้านใน ในเวลานี้ ซูทงกลับพยายามขยิบตาส่งสัญญาณให้เสิ่นซีอย่างเอาเป็นเอาตาย ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งนัก ประเดี๋ยวหากเจ้ารู้ว่าซ่อนไว้ที่ใดก็อย่าเพิ่งพูดออกมา ให้บอกข้าก่อน ปล่อยให้ข้าเป็นคนทาย

ส่วนอู๋เสิ่งอวี๋ ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกเกร็งประหม่าเพราะถูกซีเอ๋อร์ "หยอกเย้าแทะโลม" ทว่ายามนี้พอซีเอ๋อร์เดินจากไป สีหน้าของเขาก็พลันกลับมาเป็นปกติในทันที ประกายตามีความมั่นใจเปี่ยมล้น

เสิ่นซีคิดในใจ 'เจ้านี่มีความอยากเอาชนะสูงยิ่งนัก ประเดี๋ยวก็ปล่อยให้เขาเป็นคนทายไปเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ล่วงเกินใครทั้งสองฝ่าย'

ผ่านไปไม่นาน หญิงสาวทั้งเจ็ดคนก็เดินเรียงแถวทยอยออกมาจากด้านใน สองมือของพวกนางล้วนกำไว้แน่น บ่งบอกความหมายว่านอกจากจะซ่อนไว้บนตัวแล้ว ก็อาจจะซ่อนไว้ในมือได้เช่นกัน รอจนพวกนางยืนเรียงแถวกันเรียบร้อย สีหน้าของอวิ๋นหลิ่วดูไม่เป็นธรรมชาติมากที่สุด กลับกันซีเอ๋อร์กลับยืนอมยิ้มกระหยิ่มใจอยู่ตรงนั้น

เสิ่นซีจำได้จากการเล่นเซ่อฟู่กับซีเอ๋อร์เมื่อคราวก่อน ครั้งแรกนางซ่อนเส้นผมไว้หนึ่งเส้น ครั้งที่สองกลับเล่นลูกไม้ไม่ยอมซ่อนสิ่งใดเลย นี่แสดงให้เห็นว่านางเป็นสตรีที่มีเล่ห์เหลี่ยมและชอบเล่นลูกไม้ฉลาดแกมโกง

เจิ้งเชียนเห็นบรรดาหญิงสาวยืนประจำที่เรียบร้อย ก็เอ่ยด้วยความลำบากใจว่า "พี่ซู ท่านดูสิ ฝ่ายเรามีคนเยอะกว่า ส่วนพวกนางมีคนน้อยกว่า เช่นนี้... ย่อมแบ่งกันไม่พอสิ"

ซูทงหัวเราะ "ใช้วิธีเรียกชื่อทายเอาก็พอ ใครอยากให้แม่นางคนไหนมารินสุราให้ ก็ทายตำแหน่งที่ซ่อนเหรียญทองแดงของแม่นางคนนั้นไปเลยตรง ๆ"

ซีเอ๋อร์กลับเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "บนตัวพวกข้าน้อยที่เป็นสตรี เดิมทีก็มีที่ให้ซ่อนของไม่มากอยู่แล้ว หากให้คุณชายหลาย ๆ ท่านมาทายซ้ำกันหลายรอบ พวกข้าน้อยย่อมต้องแพ้เป็นแน่ เพราะฉะนั้น ในแต่ละรอบ คุณชายแต่ละท่านจะทายได้แค่คนละหนึ่งครั้งเท่านั้น หากทายไม่ถูก พวกข้าน้อยก็จะกลับเข้าไปเปลี่ยนที่ซ่อนใหม่ แล้วค่อยมาเริ่มกันอีกรอบเจ้าค่ะ"

ซูทงพยักหน้ารับ "แม่นางซีเอ๋อร์กล่าวได้มีเหตุผล ผู้ใดจะเริ่มทายก่อนเล่า?"

พอถามว่าผู้ใดจะเริ่มก่อน สายตาของทุกคนก็ล้วนพุ่งตรงไปที่เสิ่นซีโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะต่อให้เป็นคนที่ไม่เคยไปเจี้ยวฟางซือเมื่อคราวก่อน แต่ภายหลังก็ย่อมได้ยินเรื่องราว "อภินิหาร" ของเสิ่นซีกันมาบ้าง ขนาดเล่นเซ่อฟู่ยังทายถูกทุกครั้งอย่างแม่นยำ ยามนี้เป็นเพียงแค่การซ่อนของ เช่นนั้นมิใช่ว่าจะง่ายดายยิ่งกว่าหรอกหรือ?

แต่เสิ่นซีในเวลานี้กลับทำตัวราวกับไม่รู้ว่าการละเล่นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เขายังคงนั่งจิบชาชมทิวทัศน์นอกหน้าต่างเรือด้วยท่าทีสบายใจเฉิบ นาน ๆ ครั้งก็ทำทีเป็นครุ่นคิด ดูราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับตนเองเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเสิ่นซีไม่ยอมลงมือ บรรดาบัณฑิตคนอื่น ๆ ก็อดรนทนไม่ไหวเริ่มเปิดฉากทายกัน พวกเขายึดถือหลักการที่ว่า ห้าม "ยื่นมือเข้าไปยุ่ง" กับฝั่งของซีเอ๋อร์และอวิ๋นหลิ่วเป็นอันขาด ต้องเหลือไว้ให้คนที่นั่งโต๊ะหลักเป็นคนทาย พวกเขาเพียงแค่เลือกทายหญิงสาวที่ตนเองหมายปองจากบรรดาห้าคนที่เหลือก็พอแล้ว

ในบรรดาหญิงสาวที่อยู่ในงาน มิใช่ทุกคนจะชอบเล่นลูกไม้ฉลาดแกมโกงเหมือนอย่างซีเอ๋อร์ และหญิงสาวคนอื่น ๆ ก็ย่อมไม่มีรูปโฉมงดงามโดดเด่นเทียบเท่าซีเอ๋อร์และอวิ๋นหลิ่ว ในการละเล่นครั้งนี้พวกนางจึงตกอยู่ในสถานะที่ต้องเป็นฝ่ายรับอย่างสิ้นเชิง ตำแหน่งที่พวกนางซ่อนเหรียญทองแดงเอาไว้นั้น ล้วนเป็นจุดที่ตื้นเขินและเห็นได้ชัดเจน บางคนถึงกับกำไว้ในมือเลยด้วยซ้ำ

ผ่านไปหนึ่งรอบ มีเพียงไม่กี่คนที่นั่งโต๊ะหลักเท่านั้นที่ยังไม่ได้ทาย ในบรรดาหญิงสาวห้าคนที่ไม่รวมซีเอ๋อร์และอวิ๋นหลิ่ว มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้เดินไปรินสุรา หญิงสาวนางนี้แบมือทั้งสองข้างออกแล้ว ทั้งจุดที่ซ่อนง่าย ๆ อย่างในสาบเสื้อ แขนเสื้อ เอว หรือชายเสื้อด้านหลัง ล้วนถูกคนทายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงจุดเดียวที่เห็นชัดเจนที่สุดคือรองเท้าปัก ขอเพียงมีใครทายขึ้นมา ก็ย่อมต้องถูกอย่างแน่นอน

ซูทงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยว่า "ข้าน้อยขอแสดงความโง่เขลาดูสักครา" เขาเดินก้าวไปข้างหน้า ทว่าไม่ได้เลือกฉวยโอกาสที่ได้มาอย่างง่ายดายนั้น แต่กลับเดินวนดูรอบ ๆ ตัวยอดคณิกาอันดับหนึ่งอย่างอวิ๋นหลิ่วแทน... ตามความคิดของเขา อวิ๋นหลิ่วย่อมไม่มีทางเอาเหรียญทองแดงไปซ่อนไว้ในจุดง่าย ๆ อย่างแน่นอน เขามองไปที่เส้นผมของอวิ๋นหลิ่วพลางคาดเดา "หรือว่า แม่นางอวิ๋นหลิ่วจะซ่อนมันไว้ในมวยผม?"

อวิ๋นหลิ่วส่ายหน้าปฏิเสธเบา ๆ

ซูทงถอนหายใจยาว ก่อนจะระบายยิ้มละอายใจ "ข้าน้อยไม่ถนัดเรื่องการละเล่นซ่อนตะขอเอาเสียเลย พี่เจิ้งเชียน ท่านลองดูเถิด"

เป้าหมายของเจิ้งเชียนก็คืออวิ๋นหลิ่วเช่นเดียวกัน เพราะเขาอยากจะช่วยเป็นพ่อสื่อแม่ชักให้แก่ซูทง ท้ายที่สุดเขาก็เลือกทายมือซ้ายของอวิ๋นหลิ่ว ทว่าเมื่ออวิ๋นหลิ่วแบมือซ้ายออก ภายในมือก็ยังคงว่างเปล่า

"ดูท่าคงมีเพียงน้องเสิ่นเท่านั้นที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนใจให้พวกเราสองคนได้..."

ซูทงนึกขึ้นมาได้ทันทีว่ายังมีเสิ่นซีเป็นผู้ช่วยอยู่อีกคน ทว่าพอหันขวับกลับมา ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าด้านข้างยังมีอู๋เสิ่งอวี๋อยู่อีกคน "คุณชายอู๋ ท่านเองก็ลองทายดูสิ"

แต่อู๋เสิ่งอวี๋กลับผายมือเชิญเสิ่นซี เป็นเชิงบอกให้เสิ่นซีเป็นคนลงมือ

เสิ่นซีไม่ได้เอ่ยคำใด เขาเพียงจ้องมองสีหน้าของซีเอ๋อร์และอวิ๋นหลิ่วเขม็ง ซีเอ๋อร์ถลึงตากลับอย่างไม่เกรงใจ ทว่าพออวิ๋นหลิ่วสบตาเข้ากับเขา นางก็รีบหลบสายตาหนีในทันที

จากจุดนี้ เสิ่นซีสามารถคาดเดาได้ว่า ภายในใจของอวิ๋นหลิ่วกำลังรู้สึกผิด นั่นก็หมายความว่า สิ่งที่ซีเอ๋อร์กระซิบข้างหูอวิ๋นหลิ่วเมื่อครู่ คงจะเป็น "ลูกไม้แพรวพราว" บางอย่างเพื่อตบตาคนเป็นแน่

ว่ากันตามตรงแล้ว จุดที่สตรีสามารถซ่อนของได้บนเรือนร่างนั้นมีอยู่ไม่น้อยเลย และบางจุดก็เป็นสถานที่ต้องห้ามที่ไม่เปิดโอกาสให้บุรุษแปลกหน้าไป "ค้นหา" ได้อย่างเด็ดขาด แต่เสิ่นซีก็เชื่อมั่นว่าด้วยนิสัยเคร่งขรึมสงวนท่าทีของอวิ๋นหลิ่ว นางย่อมไม่มีทางเอาของไปซ่อนไว้ในจุดที่ล่อแหลมและเป็นส่วนตัวจนเกินไปอย่างแน่นอน

เสิ่นซีเอ่ยขึ้น "ให้คุณชายอู๋เริ่มก่อนเถิด"

ซีเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าตาเหยียดหยาม สะบัดหน้าหนีไปอีกทางพลางบ่นพึมพำอุบอิบ "ข้าว่าแล้วเชียวว่าเป็นพวกคนขี้ขลาดตาขาว"

อู๋เสิ่งอวี๋ปั้นหน้าขรึมจริงจัง "ข้าน้อยทายไม่ออก ขอเชิญคุณชายเสิ่นลองดูเถิด"

ความตรงไปตรงมาของอู๋เสิ่งอวี๋ กลับเป็นสิ่งที่เสิ่นซีคาดไม่ถึง จากจุดนี้แสดงให้เห็นว่า ต่อให้อู๋เสิ่งอวี๋จะมีความอยากเอาชนะสูงสักเพียงใด แต่เขาก็ไม่ได้จงใจอวดเก่งไปเสียทุกเรื่อง นับว่าเป็นคนที่สามารถรักษาสติสัมปชัญญะไว้ได้ตลอดเวลา

มีความกล้าหาญ มีวิสัยทัศน์ และสามารถรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติอันพึงมีในการทำการใหญ่ เดิมทีสิ่งเหล่านี้ย่อมต้องการประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทว่ายามนี้กลับปรากฏอยู่บนตัวของเด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี เสิ่นซีลอบทอดถอนใจในใจ

เสิ่นซีเดินก้าวไปข้างหน้าเลียนแบบบัณฑิตคนอื่น ๆ ทว่าเป้าหมายของเขาหาใช่อวิ๋นหลิ่วไม่ เสิ่นซีจ้องมองไปที่เส้นผมของซีเอ๋อร์พลางเอ่ย "ข้าขอทายว่า แม่นางซีเอ๋อร์น่าจะซ่อนมันไว้ตรงนี้"

บนใบหน้าของซีเอ๋อร์พลันปรากฏรอยยิ้มกระหยิ่มใจในทันที "เจ้าทายผิดแล้ว"

เสิ่นซียื่นมือออกไปหมายจะ "หยิบ" เหรียญทองแดงที่อยู่บนศีรษะของซีเอ๋อร์ ซีเอ๋อร์ประหลาดใจเล็กน้อย นางกำลังจะเบี่ยงตัวหลบ ทว่ากลับเห็นเสิ่นซียื่นมือไปเฉียดข้างหูของนาง พอเขาชักมือกลับมา ระหว่างนิ้วทั้งสองก็มีเหรียญทองแดงเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเหรียญเสียแล้ว

ซีเอ๋อร์มั่นใจว่าตนเองเป็นคนสายตาเฉียบแหลม ไม่มีทางมองพลาดอย่างแน่นอน ตอนที่เสิ่นซียื่นมือมา ในมือของเขาไม่มีเหรียญทองแดงอยู่อย่างชัดเจน ทว่าพอชักมือกลับมากลับมีเหรียญทองแดงติดมือมาด้วยเสียอย่างนั้น แม้แต่ตัวนางเองก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาหลายส่วน มือของนางเผลอเอื้อมไปคลำที่เอวตามสัญชาตญาณ และการคลำหาในครั้งนี้เองที่ทำให้นางความแตก

เสิ่นซีหัวเราะเบา ๆ "หรือว่าแม่นางซีเอ๋อร์จะยังซ่อนไว้อีกเหรียญหนึ่งที่เอวหรือ?"

ซีเอ๋อร์พลันมีท่าทีตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที น้ำเสียงของนางตะกุกตะกัก "เจ้า... เจ้าพูดจาเหลวไหล เหรียญในมือเจ้านั่น ไม่ใช่เหรียญทองแดงของข้าเสียหน่อย"

พูดจบนางก็หยิบเหรียญทองแดงที่ซ่อนไว้ตรงเอวออกมา "ของข้าซ่อนไว้ตรงนี้ต่างหาก"

แต่เสิ่นซีรู้ดีว่า บนตัวของซีเอ๋อร์ไม่ได้มีเหรียญทองแดงซ่อนอยู่แค่นี้อย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเซ่อฟู่หรือการละเล่นซ่อนตะขอ ล้วนมีตอนจบที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ หากทุกคนทายไม่ถูก ก็จำเป็นต้องเฉลยคำตอบในตอนท้าย ดังนั้นซีเอ๋อร์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนำของไปซ่อนไว้บนตัว แต่ทว่านอกเสียจากจะซ่อนไว้ในมือหรือในแขนเสื้อซึ่งเป็นจุดที่เห็นได้ง่ายแล้ว หากนำไปซ่อนไว้จุดอื่น คนอื่นย่อมไม่มีทางใช้มือไปพิสูจน์ค้นหาได้ ทำได้เพียงให้นางเป็นคนตอบว่าใช่หรือไม่ใช่เท่านั้น คนอื่นก็ไม่กลัวนางจะเล่นตุกติกลักไก่ เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องมีการเฉลยคำตอบอยู่ดี

แต่ของที่ซ่อนนั้นมันคือเหรียญทองแดง ซึ่งเป็นของที่หาได้เกลื่อนกลาดตามท้องถนน บนตัวซีเอ๋อร์ก็อาจจะมีพกติดตัวอยู่แล้ว นางสามารถหยิบออกมาสักหลาย ๆ เหรียญ นำไปซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ บนร่างกาย ขอเพียงตอนที่คนอื่นทาย นางก็ยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าไม่ใช่ รอจนกระทั่งตอนจบ ค่อยหยิบเหรียญทองแดงออกมาจากจุดที่คนอื่นยังไม่ได้ทายก็เป็นอันจบเรื่อง

ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่า เสิ่นซีจะพลิกสถานการณ์จากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก พอเปิดฉากมาก็ดันไป "หา" เหรียญทองแดงเจอบนเส้นผมของนางเสียอย่างนั้น แต่เส้นผมนั้นเป็นจุดที่เห็นได้ชัดเจน ต่อให้ซีเอ๋อร์จะโง่เง่าเพียงใดก็ไม่มีทางเอาเหรียญทองแดงไปซ่อนไว้บนผมอย่างแน่นอน ภายในใจนางรู้สึกอึดอัดคับข้องใจยิ่งนัก ข้าอุตส่าห์เล่นลูกไม้เพื่อหวังจะเอาชนะให้จงได้ แต่เจ้ากลับมาเล่นตุกติกฉลาดแกมโกงใส่ข้าอย่างนั้นหรือ?

เสิ่นซีแย้มยิ้ม "เหรียญทองแดงเหรียญนี้ของข้าน้อย ก็หาพบจากบนตัวของแม่นางซีเอ๋อร์เช่นกัน หรือว่าบนตัวแม่นางจะยังซ่อนเหรียญทองแดงไว้อีกมากมายหลายเหรียญ? ช่างแปลกประหลาดเสียนี่กระไร"

สีหน้าของซีเอ๋อร์แดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ

แม้ว่าเสิ่นซีจะใช้เหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งมาใส่ร้ายนาง แต่คำพูดของเสิ่นซีนั้นกลับเป็นความจริงทุกประการ นางซ่อนเหรียญทองแดงไว้บนตัวมากมายหลายเหรียญเพื่อเตรียมเล่นตุกติกลักไก่จริง ๆ

คนที่ตั้งใจจะเล่นตุกติกลักไก่ผู้อื่น แต่กลับถูกผู้อื่นเล่นตุกติกใส่เสียเอง เช่นนี้นางจะยอมรับความพ่ายแพ้ได้อย่างไร?

ซูทงรีบเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย "เรื่องนี้ช่างแปลกประหลาดพิลึกนัก เมื่อครู่นี้พวกเราก็เห็นอยู่ว่าตอนที่น้องเสิ่นยื่นมือออกไป ในมือเขาไม่มีเหรียญทองแดงอยู่จริง ๆ หรือว่าแม่นางซีเอ๋อร์จะจำผิดไปเองกันแน่?"

"พวกท่าน... พวกท่านปรักปรำข้า" ซีเอ๋อร์กำหมัดทั้งสองข้างแน่น ท่าทางดูเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาทุบตีคนอยู่รอมร่อ

จบบทที่ ตอนที่ 253 แข่งกันว่าใครจะเล่นตุกติกเก่งกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว