เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 215 ยังมีอีกคน

ตอนที่ 215 ยังมีอีกคน

ตอนที่ 215 ยังมีอีกคน


คำกล่าวแสดงความยินดีประโยคนี้ ทำให้เสิ่นซีประหลาดใจเล็กน้อย เขากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความฉงนว่า "คุณชายอู๋ จู่ๆ ท่านก็มากล่าวแสดงความยินดีโดยไร้ต้นสายปลายเหตุ ทว่าข้ากลับไม่รู้เลยว่าเรื่องน่ายินดีที่ว่านี้มาจากที่ใดกัน?"

บนใบหน้าของอู๋เสิ่งอวี๋ปรากฏรอยยิ้มที่มีความหมายแฝง พลางส่ายหน้าเบาๆ "เรื่องพรรค์นี้ ย่อมต้องให้คุณชายเสิ่นไปพิสูจน์ด้วยตาตนเองถึงจะดีที่สุด ผู้น้อยรั้งอยู่ในเมืองมาหลายวันแล้ว เมื่อประกาศผลสอบฉบับยาวเสร็จสิ้นก็ต้องรีบเดินทางกลับอำเภอชิงหลิว มิอาจร่วมสนทนากับคุณชายเสิ่นได้อีก ขอลาล่ะขอรับ"

แม้ว่าอู๋เสิ่งอวี๋จะกล่าววาจาไม่ค่อยกระจ่างชัดนัก ทว่าความหมายก็เป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้ว เห็นได้ชัดว่าอันดับในการสอบระดับเมืองของเสิ่นซีในครั้งนี้คงจะอยู่ลำดับต้นๆ เป็นแน่

เสิ่นซีพกพาความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย เดินทางไปยังหน้าประตูที่ว่าการเมืองพร้อมกับซูทง ยามนี้ผู้เข้าสอบที่อยู่ด้านนอกที่ว่าการเมือง ทันทีที่เห็นเสิ่นซีต่างก็ชี้ไม้ชี้มือซุบซิบนินทา รอจนกระทั่งเสิ่นซีเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงได้ประจักษ์ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น

บนกระดาษประกาศผลสอบรายชื่อถูกจัดเรียงเป็นสองวงกลม วงในยี่สิบคน วงนอกสามสิบคน ทว่าตรงตำแหน่งบนสุดของวงใน กลับมีนามของผู้หนึ่งถูกยกขึ้นมาเขียนไว้เหนือรายชื่ออื่นๆ เล็กน้อย ซึ่งนั่นก็คือนามอันยิ่งใหญ่ของเขา 'เสิ่นซี' นั่นเอง

ความหมายของสิ่งนี้ก็คือ ในการสอบระดับเมืองครั้งนี้ เสิ่นซีผู้นี้คือผู้ที่คว้าตำแหน่งอั้นโส่วมาครองได้สำเร็จ

เมื่อเสิ่นซีเห็นภาพตรงหน้า เขากลับมิได้รู้สึกปีติยินดีอันใด ในทางกลับกัน บนใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มขื่นขมเล็กน้อย

นกที่โผล่หัวออกมาย่อมถูกยิงตก แท้ๆ...

(เชิงอรรถผู้แปล: นกที่โผล่หัวออกมาย่อมถูกยิงตก (枪打出头鸟) สำนวนเปรียบเปรยถึงผู้ที่ทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาย่อมตกเป็นเป้าโจมตีหรือถูกหมั่นไส้ได้ง่าย)

เสิ่นซีกวาดสายตามองลงไปด้านล่าง อันดับสองก็คืออู๋เสิ่งอวี๋ที่เพิ่งกล่าวคำว่า 'ขอแสดงความยินดี' กับเขาเมื่อครู่นี้ ส่วนอันดับสามกลับเป็นซูทงที่เดินทางมาดูประกาศผลสอบฉบับยาวพร้อมกับเขานั่นเอง

เมื่อซูทงเห็นชื่อของตนถูกจัดให้อยู่รั้งท้ายเสิ่นซีและอู๋เสิ่งอวี๋ ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าเบาๆ ทว่าเขากลับมีท่าทีราวกับล่วงรู้ผลลัพธ์นี้มาตั้งนานแล้ว เขาเพียงทอดถอนใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแย้มประสานมือคารวะเสิ่นซี "น้องเสิ่นคว้าตำแหน่งอั้นโส่วมาครอง ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีเสียจริง มิน่าเล่าคุณชายอู๋ถึงได้กล่าวคำแสดงความยินดีด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน เช่นนั้น"

ยามที่มีการประกาศผลสอบรอบแรกของการสอบระดับเมือง ซูทงยังเคยแสดงท่าทีดูแคลนอู๋เสิ่งอวี๋อยู่เลย ทว่าท้ายที่สุดอู๋เสิ่งอวี๋กลับคว้าอันดับสองของการสอบระดับเมืองไปครองได้อย่างสง่างาม อันดับยังคงอยู่เหนือตัวเต็งอย่างเขาเสียอีก ดังนั้นน้ำเสียงของซูทงจึงฟังดูทะแม่งๆ พิกล

เสิ่นซีไม่ได้ใส่ใจ คารวะตอบกลับไปว่า "ยินดีด้วยเช่นกันขอรับ ยินดีด้วยเช่นกัน"

อย่างไรเสียก็ถือเป็นผู้เข้าสอบรุ่นเดียวกัน ทั้งชื่อยังถูกประกาศอยู่บนป้ายเดียวกัน ภายภาคหน้าย่อมหลีกเลี่ยงการคบหาสมาคมกันไม่พ้น

หลังจากดูประกาศผลสอบฉบับยาวเสร็จแล้ว ซูทงมีท่าทีผิดหวังหดหู่ ส่วนเสิ่นซีก็ไม่อาจเบิกบานใจได้ลง

ที่ซูทงหดหู่ เป็นเพราะอันดับของเขารั้งท้ายเสิ่นซีและอู๋เสิ่งอวี๋ ทำให้รู้สึกเสียหน้า อย่างไรเสียเสิ่นซีและอู๋เสิ่งอวี๋ก็เป็นผู้เข้าสอบที่อายุน้อยที่สุดในรุ่นนี้ เขาอุตส่าห์เป็นถึงชายหนุ่มวัยยี่สิบปี นึกไม่ถึงว่าจะสอบสู้เด็กน้อยเมื่อวานซืนสองคนไม่ได้ เรื่องนี้ย่อมทำให้เขารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก

ส่วนเสิ่นซีกลับค้นพบว่า หลังจากที่เขาถูกประกาศให้เป็นอั้นโส่ว สายตาแปลกประหลาดที่ผู้อื่นมองมานั้น หาใช่ความเลื่อมใสศรัทธาหรือความอิจฉาริษยาไม่ แต่กลับเป็นความแคลงใจ

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือหนาหู ว่าสาเหตุที่เสิ่นซีสามารถสอบผ่านการสอบระดับเมืองได้ เป็นเพราะฮุ่ยเหนียงยัดเงินใต้โต๊ะให้ทางการ มายามนี้เสิ่นซียังได้เป็นถึงอั้นโส่วอีก เท่ากับเป็นการถูกผลักให้ไปยืนอยู่กลางพายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนนอกยังไม่รู้ว่าจะปั้นน้ำเป็นตัวแต่งเรื่องไร้สาระแบบใดออกมาอีก

"น้องเสิ่น มิสู้ให้พี่เป็นเจ้ามือ ตอนเที่ยงพวกเราไปกินเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันที่ร้านสุราดีหรือไม่?" หลังจากหดหู่ไปชั่วครู่ ซูทงก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างของตน โดยเอ่ยปากชักชวนเสิ่นซี

ทว่าเสิ่นซียังคงจดจำได้ว่า บัณฑิตที่อยู่ร่วมในโรงเตี๊ยมและหอสุราเมื่อครู่ เคยชวนซูทงไปร่ำสุราด้วยกัน หากเขาตามไปด้วย คนเหล่านั้นย่อมไม่ต้อนรับอย่างแน่นอน การไปร่วมวงด้วยจึงมีแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเสียเปล่าๆ

เสิ่นซีประสานมือคารวะขอตัว "ผู้น้อยยังต้องรีบนำข่าวดีนี้ไปแจ้งให้ครอบครัวทราบ คงมิอาจอยู่เป็นเพื่อนได้ พี่ซู ไว้มีโอกาสพวกเราค่อยมารวมตัวกันใหม่นะขอรับ"

ซูทงพยักหน้า "ได้เลย"

ทั้งสองบอกลากันอย่างเป็นทางการ เสิ่นซีก็รีบสาวเท้าเดินทางกลับบ้าน

ก่อนหน้านี้ที่ซูทงเอ่ยเตือนให้เขาระวังตัว เขายังไม่ได้ใส่ใจนัก ทว่ายามนี้เขาได้เป็นถึงอั้นโส่วแล้ว ย่อมไม่อาจไม่ระแวดระวังให้มากขึ้น บรรดาผู้เข้าสอบที่เดือดดาลเพราะสอบไม่ติดการสอบระดับเมืองเหล่านั้น แม้จะไม่มีความกล้าพอที่จะไปฟ้องร้องถึงเมืองเอกของมณฑล แต่การมาดักรอระบายโทสะใส่เขานั้น ย่อมมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว

เสิ่นซีไม่ได้เดินมาตามถนนสายหลัก แต่เลือกที่จะลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยและใช้เส้นทางสายรองตลอดสาย ระหว่างทางยังคอยสังเกตว่ามีผู้ใดสะกดรอยตามมาหรือไม่

เสิ่นซีพอจะมีหัวคิดเรื่องการหลบหลีกการสะกดรอยอยู่บ้าง หลังจากแอบซ่อนตัวอยู่หลายครา และจนกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามมาแล้ว เขาถึงได้เดินทางมาถึงประตูหลังของร้านขายยาด้วยความ หวาดหวั่นขวัญผวา ก่อนจะยื่นมือออกไปเคาะประตู

"เปิดประตูที" เสิ่นซีตะโกนเรียก

"พี่เสิ่นซีกลับมาแล้ว" เสียงของลู่ซีเอ๋อร์ดังแว่วมาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่นานนัก หนิงเอ๋อร์ก็เดินมาเปิดประตูให้

เสิ่นซีวิ่งเหยาะๆ มาตลอดทางจนหอบแฮกๆ พอเข้าประตูมาได้ก็รีบหาม้านั่งตัวเล็กนั่งพักเสียก่อน

ในตอนนั้นเอง โจวซื่อก็อุ้มท้องโย้เดินออกมาโดยมีฮุ่ยเหนียงคอยพยุง "ไอ้เด็กทึ่ม เหตุใดประตูหน้าไม่เข้าดันมาเข้าประตูหลัง แล้วทำไมสภาพถึงเป็นเยี่ยงนี้เล่า..."

เสิ่นซีไอแห้งๆ สองสามที ก่อนจะตอบด้วยความจนใจอยู่บ้าง "ข้ากลัวว่าจะมีคนสะกดรอยตามมา แล้วทำร้ายข้าน่ะสิขอรับ"

ฮุ่ยเหนียงถลึงตาใส่เสิ่นซีพลางกล่าวว่า "พวกเราล้วนรอคอยผลสอบระดับเมืองของเจ้าอยู่ แต่เจ้ากลับทำตัวชิลๆ เล่นซ่อนแอบเสียอย่างนั้น สรุปแล้วผลการสอบเป็นเช่นไรเล่า?"

เสิ่นซีตีหน้าอมทุกข์พลางตอบ "อั้นโส่วขอรับ"

"อั้นโส่ว? นั่นมันอันดับหนึ่งไม่ใช่หรือ?" ฮุ่ยเหนียงทวนคำอย่างใช้ความคิด ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา "เสี่ยวหลาง น้าหูฝาดไปหรือไม่? เจ้ากำลังบอกว่าตัวเองสอบได้อั้นโส่วกระนั้นหรือ?"

เสิ่นซีพยักหน้า

ฮุ่ยเหนียงและโจวซื่อต่างรู้สึกประหลาดใจระคนยินดี โจวซื่อดีใจจนเกินเหตุ ส่งผลให้เกิดเคราะห์กรรมตามมาทันตาเห็น จู่ๆ นางก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอีกครั้ง ฮุ่ยเหนียงรีบประคองนางให้นั่งลง ก่อนจะโบกมือไล่หนิงเอ๋อร์ "ยังไม่รีบเข้าไปตามน้องอวิ้นเอ๋อร์ออกมาอีกหรือ?"

เมื่อเซี่ยอวิ้นเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นจึงรีบออกมา หลังจากไต่ถามจนรู้เรื่องราว นางก็รู้สึกยินดีไปกับเสิ่นซีด้วย ทว่าหลังจากตรวจชีพจรให้โจวซื่อแล้ว บนใบหน้ากลับปรากฏรอยวิตกกังวล "ดูจากอาการแล้ว... น่าจะใกล้คลอดแล้วล่ะเจ้าค่ะ"

ฮุ่ยเหนียงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "ไม่ถูกกระมัง น้ำคร่ำยังไม่เดินเลยนี่นา"

เซี่ยอวิ้นเอ๋อร์มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ นางกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง "เวลาน่าจะใกล้เคียงแล้วล่ะเจ้าค่ะ รีบประคองพี่สาวเข้าไปด้านในเถิด แล้วให้หนิงเอ๋อร์กับคนอื่นๆ ไปต้มน้ำร้อนเตรียมไว้"

คราวนี้ฮุ่ยเหนียงถึงกับทำตัวไม่ถูก เดิมทีนางรีบเดินทางกลับมาจากหอการค้าของสมาคมการค้าก็เพื่อมาไต่ถามผลสอบของเสิ่นซี นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะประจวบเหมาะเช่นนี้ ทางด้านเสิ่นซีเพิ่งจะสอบได้อั้นโส่วหมาดๆ โจวซื่อดีใจเสียจนทำให้กำหนดคลอดเลื่อนเข้ามาเร็วกว่าเดิมเสียหลายวัน

โจวซื่อกำลังจะคลอดบุตร ร้านค้าย่อมไม่อาจเปิดทำการค้าขายได้อีก ฮุ่ยเหนียงจึงรีบให้เสิ่นซีเขียนป้ายประกาศ "ทางจวนนายท่านมีเรื่องมงคล" ให้ซิ่วเอ๋อร์นำออกไปติดไว้ด้านหน้า จากนั้นก็สั่งการให้คนจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำคลอดให้โจวซื่อ ทั้งอ่างน้ำ น้ำร้อน ผ้าเช็ดตัว และกรรไกร ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นทั้งสิ้น

แม้เซี่ยอวิ้นเอ๋อร์จะเป็นหมอ แต่นางก็ไม่เคยมีประสบการณ์ทำคลอดมาก่อน ยามนี้นางจึงให้ได้เพียงคำปรึกษาเชิงวิชาการเท่านั้น หาได้รู้ลึกถึงรายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติจริงไม่ อย่างไรก็ต้องไปเชิญหมอตำแยมาอยู่ดี

ลานด้านหลังร้านขายยาเต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล คนต้มน้ำก็ต้มไป คนปิดร้านก็ปิดไป บรรดาสาวใช้ไม่รู้ว่าหมอตำแยพักอยู่ที่ใด ฮุ่ยเหนียงจึงต้องไปเชิญด้วยตนเอง ส่วนทางด้านเสิ่นหมิงจวิน ก็ต้องส่งคนไปแจ้งข่าวเช่นกัน

เซี่ยอวิ้นเอ๋อร์รั้งอยู่ข้างเตียง คอยสังเกตอาการของโจวซื่ออยู่ตลอดเวลา สาวใช้หลายคนวิ่งวุ่นขึ้นลง นำเสื้อผ้าเก่าที่ขาดวิ่นมาตัดเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดพล่าน เพื่อเตรียมไว้ใช้งานในอีกไม่ช้า

สำหรับผ้าอ้อมเด็ก โจวซื่อได้เตรียมไว้ล่วงหน้านานแล้ว เพียงแต่ต้องหาคนไปเอาที่บ้านตระกูลเสิ่น

เสิ่นซีคิดจะเข้าไปช่วยในห้อง แต่กลับถูกเซี่ยอวิ้นเอ๋อร์ไล่ออกมา นางถลึงตาใส่เขาพลางกล่าวว่า "ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เด็กจะเข้ามาได้"

เมื่อเป็นเช่นนี้ เสิ่นซีจึงทำได้เพียงนั่งเรียงแถวอยู่บนม้านั่งยาวในลานบ้านร่วมกับสองเด็กหญิง มองดูทุกคนในบ้านวุ่นวายกันหัวปั่น พลางถอนหายใจยาว "ท่านแม่นะท่านแม่"

...

การคลอดบุตรของโจวซื่อในครั้งนี้ค่อนข้างผิดแปลกไปจากปกติ เพียงเริ่มปวดท้องก็รุนแรงสาหัส เสียงร้องที่ดังออกมาจากในห้อง ราวกับเสียงหมูถูกเชือดก็ไม่ปาน

ไม่นานนัก ฮุ่ยเหนียงก็เชิญหมอตำแยมาถึง ทั้งสองพากันเดินเข้าไปในห้อง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของโจวซื่อที่ดังมาจากด้านใน มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลย

เนื่องจากครั้งนี้โจวซื่อไม่ได้คลอดบุตรบนชั้นสอง แต่ใช้ห้องของบรรดาสาวใช้ที่ลานด้านหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากลานบ้านเพียงแค่ประตูบานเดียว เสียงร้องจึงดังกึกก้องจนน่ากลัว แม้แต่ลู่ซีเอ๋อร์และหลินไต้ก็ยังทนไม่ไหว ต้องยกมือขึ้นอุดหูด้วยใบหน้าหวาดผวา สำหรับพวกนางแล้ว เสียงร้องนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว ราวกับว่าภายในห้องกำลังเกิดเรื่องราวสยดสยองขวัญสั่นประสาทก็ไม่ปาน

ขณะที่น้ำร้อนต้มเสร็จพอดี เสิ่นหมิงจวินที่ได้รับแจ้งข่าวก็รีบรุดกลับมา ทว่าพอเขากำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ลานบ้าน ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าในลานนี้มีแต่สตรี จึงชักเท้ากลับด้วยความเกรงใจ ยิ่งเสียงร้องของโจวซื่อดังโหยหวนมากเท่าใด เขาก็ยิ่งเป็นกังวลมากเท่านั้น แต่ต่อให้กังวลเพียงใด เขาก็ทำได้เพียงรอคอยข่าวอยู่ด้านนอกประตูหลังเท่านั้น

"ท่านพ่อ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ยังจะมามัวถือสาธรรมเนียมอันใดอีก? เข้ามารอในลานบ้านเถิดขอรับ ขืนท่านเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูหลังแบบนี้ จะดูเป็นผู้เป็นคนได้อย่างไร?" เสิ่นซีเดินไปดึงแขนเสิ่นหมิงจวิน

ใบหน้าของเสิ่นหมิงจวินเต็มไปด้วยความลังเล ทว่าเมื่อเห็นฮุ่ยเหนียงเดินออกมาจากในห้อง แล้วพยักหน้าให้เขา เขาถึงได้ยกมือเกาหัว แล้วเดินเข้ามาในลานหลังบ้านด้วยท่าทีเคอะเขิน

ฮุ่ยเหนียงเดินตรงเข้ามาหาเสิ่นหมิงจวินด้วยความวิตกกังวลเต็มหัวใจ "หมอตำแยบอกว่า อาการของพี่สาวคราวนี้ค่อนข้างผิดปกติ เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะคลอดลำบาก ขอให้คนในครอบครัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้าด้วยนะเจ้าคะ"

พอเสิ่นหมิงจวินได้ยินดังนั้น จิตใจก็ว้าวุ่นสับสน "นี่ก็ไม่ใช่ท้องแรกของเหอเอ๋อร์เสียหน่อย ไฉนถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?"

ด้วยความตื่นตระหนก เสิ่นหมิงจวินถึงกับเผลอหลุดปากเรียกกุยหมิงของโจวซื่อออกมา

(เชิงอรรถผู้แปล: กุยหมิง (闺名) ชื่อเดิมของสตรีสมัยยังไม่ออกเรือน)

โดยทั่วไปแล้ว การคลอดบุตรของสตรีมักจะยากลำบากที่สุดในครรภ์แรก และมีโอกาสเกิดภาวะคลอดลำบากได้ง่าย ทว่าเมื่อคลอดครรภ์แรกผ่านพ้นไปแล้ว การคลอดในครรภ์ต่อๆ มามักจะราบรื่น การที่ท้องที่สองยังเกิดภาวะคลอดลำบากเช่นเดียวกับโจวซื่อนั้น พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก คงอธิบายได้เพียงว่า เป็นเพราะหลายปีมานี้โจวซื่อเว้นช่วงการมีบุตรนานเกินไป ระยะห่างระหว่างครรภ์แรกกับครรภ์ที่สองจึงยาวนานมาก

ฮุ่ยเหนียงส่ายหน้า นางยังต้องกลับไปดูแลสถานการณ์ด้านในต่อ จึงไม่อาจรั้งอยู่ได้นาน

เมื่อฮุ่ยเหนียงหมุนตัวกลับเข้าห้องไป เสิ่นซีเดิมทีคิดจะให้ท่านพ่อนั่งรอ ทว่าเมื่อเห็นท่าทีทำตัวไม่ถูกของเสิ่นหมิงจวิน เขาก็รู้ทันทีว่าในเวลาเช่นนี้ เสิ่นหมิงจวินคงไม่อาจนั่งติดที่ได้เป็นแน่

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของโจวซื่อดังมาจากด้านใน หลินไต้เองก็ใจคอไม่ดี นางดึงแขนเสิ่นซีพลางเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น "ท่านแม่... ท่านแม่จะเป็นอะไรไหม?"

เสิ่นซีส่ายหน้า พลางส่งยิ้มปลอบโยนให้หลินไต้

อันที่จริง ภายในใจของเสิ่นซีเองก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย แต่ตามหลักเหตุผลแล้ว ด้านในมีทั้งหมอตำแย และยังมี 'แพทย์หญิงเทวดา' ผู้มีฝีมือมือทิพย์คืนวสันต์อย่างเซี่ยอวิ้นเอ๋อร์อยู่ด้วย ไม่น่าจะมีปัญหาอันใดใหญ่โตร้ายแรง

เวลาล่วงเลยไปหนึ่งชั่วยามเต็ม โจวซื่อกรีดร้องจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่ด้านในก็ยังคงไร้ซึ่งวี่แววข่าวคราวใดๆ

เสิ่นหมิงจวินใบหน้าซีดเผือดราวกับคนจะร้องไห้ สิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุดก็คือ จู่ๆ ฮุ่ยเหนียงจะเดินออกมาจากในห้องแล้วถามเขาว่า "จะรักษาชีวิตแม่ หรือจะรักษาชีวิตลูก" หากต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น เขาคงไม่อาจตัดสินใจเลือกได้อย่างแน่นอน

เสิ่นซีรอจนเริ่มกระวนกระวายใจ เมื่อเห็นลวี่เอ๋อร์กำลังยกอ่างน้ำเข้าไปด้านใน เขาก็ฉวยโอกาสเดินตามเข้าไปในห้องด้วย ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะขยับเข้าไปใกล้เตียง ฮุ่ยเหนียงก็ปราดเข้ามาปิดตาเสิ่นซี แล้วดันตัวเขาให้ออกไปด้านนอก "เสี่ยวหลาง อย่าว่าแต่เจ้ายังเด็กอยู่เลย ต่อให้เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ไม่อาจเข้ามาในสถานที่เช่นนี้ได้หรอกนะ"

เสิ่นซีอยากจะโต้แย้งเหลือเกินว่า ภาพแค่นี้จะนับเป็นอันใดได้ ฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านี้เขาก็เคยเห็นมานักต่อนักแล้ว…

ทว่าท้ายที่สุดเรี่ยวแรงของเขาก็สู้ฮุ่ยเหนียงไม่ได้ จึงถูกดันตัวออกมาลานบ้านจนได้

"ท่านน้า ข้าอยากเข้าไปช่วยนะขอรับ ท่านก็รู้ว่าข้าฝังเข็มเป็น บางทีข้าอาจจะช่วยท่านแม่ได้นะขอรับ?" เสิ่นซีเอ่ยอย่างร้อนรน

ฮุ่ยเหนียงส่ายหน้ากล่าว "ด้านในมีท่านน้าเซี่ยของเจ้าอยู่ แม่เจ้าไม่เป็นอะไรหรอก"

เสิ่นซีพยักหน้า... ยังนับว่าโชคดีที่ถึงแม้โจวซื่อจะคลอดลำบาก แต่ก็ไม่ได้ตกเลือดมากนัก ซึ่งหมายความว่าสถานการณ์ยังไม่เลวร้ายถึงขั้นวิกฤต

เสิ่นซีทำได้เพียงนั่งลงรอคอยต่อไป

เวลาล่วงเลยไปอีกราวครึ่งชั่วยาม ในที่สุดด้านในก็มีเสียงเด็กร้องไห้จ้าดังแว่วออกมา เสียงร้องอันดังกังวานนั้น ทำให้สองพ่อลูกตระกูลเสิ่นที่ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ มาตลอด ในที่สุดก็วางใจลงได้เสียที

"เป็นเด็กผู้หญิง" ฮุ่ยเหนียงเดินออกมา สีหน้าของนางดูซับซ้อนอยู่บ้าง อย่างไรเสียโจวซื่อก็เคยหลุดปากพูดอยู่หลายครั้งว่า นางและเสิ่นหมิงจวินปรารถนาจะได้บุตรชาย

ทันทีที่ความดีใจของเสิ่นหมิงจวินพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ใบหน้าของเขากลับพลันหม่นหมองลง เมื่อฮุ่ยเหนียงกล่าวเสริมอีกประโยคว่า "พี่เขยอย่าเพิ่งร้อนใจไป ในท้องของพี่สาว... ยังมีอีกคน"

จบบทที่ ตอนที่ 215 ยังมีอีกคน

คัดลอกลิงก์แล้ว