เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 157 ความสำคัญของลูกจ้างเก่าแก่

ตอนที่ 157 ความสำคัญของลูกจ้างเก่าแก่

ตอนที่ 157 ความสำคัญของลูกจ้างเก่าแก่


จวบจนพลบค่ำ ฮุ่ยเหนียงจึงกลับมาถึงร้านขายยา นอกจากการจัดการสะสางบัญชีของโรงพิมพ์ในวันนั้นแล้ว เวลาที่เหลือล้วนหมดไปกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดร้านขายยาในวันรุ่งขึ้น

"พรุ่งนี้มีเรื่องให้ทำไม่น้อยเลย ไม่รู้ว่าจะยุ่งจนหัวปั่นทำไม่ทันหรือไม่"

โจวซื่อถือตะกร้าไม้ไผ่ฝัดยาเดินเข้ามา ในช่วงต้นปีเช่นนี้ นางกับบรรดาสาวใช้ในบ้านได้ร่วมกันปรุงยาสำเร็จรูปไว้ไม่น้อย รอเพียงร้านเปิดก็จะนำออกวางขาย ทว่าหากประเมินจากยอดขายอันถล่มทลายเมื่อช่วงก่อนปีใหม่ ยาสำเร็จรูปที่เตรียมไว้เหล่านี้ คงรองรับการขายได้เพียงไม่กี่วันก็คงหมดเกลี้ยงอีกตามเคย

ครั้งนี้ฮุ่ยเหนียงไม่ได้ขอความเห็นจากเสิ่นซี นางกล่าวขึ้นตรง ๆ ว่า "เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ วันหน้าเราไปเปิดโรงผลิตอีกแห่ง จ้างคนงานมาทำหน้าที่ปรุงยาโดยเฉพาะไปเลย"

ฮุ่ยเหนียงตระหนักดีว่า การพึ่งพาเพียงสตรีไม่กี่คนในร้านช่วยกันปรุงยานั้น ไม่อาจตอบสนองความต้องการของทั้งร้านขายยาตระกูลลู่และร้านขายยาตระกูลหยางได้อีกต่อไป มีเพียงการสร้างโรงปรุงยาขึ้นมาโดยเฉพาะเท่านั้น จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด

โจวซื่อมีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย "ไม่เห็นจำเป็นเลยกระมัง? เราแค่ซื้อสาวใช้กลับมาเพิ่มอีกสักสองสามคนให้รับหน้าที่ปรุงยาโดยเฉพาะก็สิ้นเรื่อง เหตุใดต้องตีฆ้องร้องป่าวจัดแจงให้ใหญ่โตถึงเพียงนั้นด้วยเล่า?"

ฮุ่ยเหนียงปรายตามองเสิ่นซีที่กำลังสอนลู่ซีเอ๋อร์กับหลินไต้คัดอักษรแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวว่า "ความจริงแล้วข้ามีความคิดนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายปีแล้ว ร้านขายยาในเมืองเห็นว่ายาสำเร็จรูปของเราขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บางแห่งก็อาศัยจังหวะนี้ตามน้ำทำยาสำเร็จรูปของตนเองออกมาขายบ้าง ส่วนร้านอื่น ๆ ก็มาไถ่ถามว่าเรามีความคิดที่จะขายส่งยาสำเร็จรูปบ้างหรือไม่?"

"ยังมีบรรดาพ่อค้าวาณิชที่สัญจรไปมา พอได้ยินว่าร้านขายยาของเรามียาสำเร็จรูปสำหรับรักษาโรคเรื้อรังรักษายากอยู่หลายขนานที่ยาถึงโรคคลาย ก็อยากจะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อขอซื้อเทียบยา แต่ข้าไม่อนุญาต"

(เชิงอรรถผู้แปล: ยาถึงโรคคลาย (药到病除) การรักษาที่ได้ผลชะงัด กินปุ๊บหายปั๊บ)

เมื่อได้ยินว่ามีคนต้องการขอซื้อเทียบยา แม้เสิ่นซีจะแสร้งทำเป็นหูทวนลม แต่ก็ยังแอบชำเลืองมองฮุ่ยเหนียงอย่างเงียบ ๆ นึกไม่ถึงว่าสายตานี้จะถูกฮุ่ยเหนียงจับสังเกตได้พอดี

"หลงจู๊น้อย อย่าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ รีบมาช่วยพวกเราออกความเห็นเร็วเข้า" ฮุ่ยเหนียงกวักมือเรียก

เสิ่นซียิ้มขื่น "ท่านน้า ท่านไม่เห็นต้องถามข้าไปเสียทุกเรื่องเลยนี่ขอรับ? เรื่องเปิดโรงงานยานี้ เป็นความคิดของท่านน้าเองแท้ ๆ..."

"โรงงานยา? ชื่อนี้ไม่เลวเลย หากเราเปิดโรงผลิตสำหรับปรุงยาโดยเฉพาะ เช่นนั้นก็ตั้งชื่อว่าโรงงานยาเสียเลย" ฮุ่ยเหนียงกำลังวาดฝันถึงอนาคตอยู่ตรงนั้น "ข้าบอกกับพ่อค้าวาณิชเหล่านั้นไปแล้วว่า การจะขอซื้อเทียบยาของเรานั้นเป็นเรื่องเพ้อฝัน ทว่าหากจะซื้อยาสำเร็จรูปที่เราปรุงเสร็จแล้วย่อมไม่มีปัญหา เช่นนี้ขอบข่ายธุรกิจของเราก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง"

โจวซื่อยกตระกร้าไม้ไผ่ร่อนยาขึ้นมาพลางเดินตรงไปยังลานเรือนด้านหลัง "เรื่องใหญ่ของร้านขายยากับโรงงานยานี้ ปล่อยให้พวกเจ้าสองน้าหลานจัดการกันเองเถิด พวกเจ้าคุยกันไป ข้าไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้วุ่นวายหรอก"

"เช่นนั้นย่อมไม่ได้ เรื่องนี้สำคัญยิ่ง พี่สาว พวกเราต้องมานั่งจับเข่าคุยกันให้รู้เรื่องถึงจะถูก" ฮุ่ยเหนียงเดินตามออกไป เมื่อทั้งสองกลับมา ในมือต่างก็ถือตระกร้าไม้ไผ่ฝัดยากันคนละใบ

เรื่องราวในร้านขายยาเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการคัดแยกตัวยาแล้วจัดเก็บเข้าลิ้นชักตู้ยา รอจนรุ่งเช้าเมื่อมีคนถือเทียบยามาจัดยา ก็ทำตามใบสั่งยา หยิบยามาชั่งน้ำหนักให้พอดีแล้วห่อกระดาษส่งให้ลูกค้าก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ทว่าตอนนี้กลับแตกต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ งานที่ยุ่งที่สุดในร้านขายยากลับกลายเป็นการปรุงยาเตรียมไว้ล่วงหน้า จัดแบ่งเป็นห่อ ๆ วางเรียงไว้รอคนมาซื้อ แม้ว่างานหน้าโต๊ะบัญชีจะเบาแรงลงไปมาก ทว่าต่อให้ร้านขายยาจะปิดประตูไปแล้ว หลายครั้งเพื่อที่จะปรุงยาสำเร็จรูปออกมาให้ได้มากหน่อย ก็ต้องยุ่งจนดึกดื่นค่อนคืน หากเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ยังพอถูไถไปได้ ทว่านานวันเข้าใครเล่าจะทนไหว

หลังจากฮุ่ยเหนียงตระเตรียมเรื่องเปิดโรงเงินจนเสร็จสิ้น ภายในใจก็สงบนิ่งลง นางนั่งคัดแยกตัวยาไปพลางเอ่ยไปพลางว่า "การที่เราเปิดโรงงานยาแห่งนี้ขึ้นมา ก็เท่ากับเป็นการสร้างบุญกุศลให้แก่ราษฎรใต้หล้า เทียบยาของเสี่ยวหลางนั้นดีเลิศ คนป่วยเสียเงินน้อยลง กินแล้วยังหายป่วยไวขึ้น ของดีเยี่ยมปานนี้ ย่อมสมควรทำให้ผู้คนล่วงรู้ให้มากยิ่งขึ้น"

เสิ่นซีวางพู่กันลง เดินเข้ามาถามว่า "ท่านน้า ท่านตั้งใจจะเปิดโรงงานยาจริง ๆ หรือขอรับ?"

"จะเป็นเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวได้อย่างไร?"

ฮุ่ยเหนียงถลึงตาใส่เสิ่นซี "เจ้าเองก็ควรจะมีความคิดนี้มาตั้งนานแล้วมิใช่หรือ? ก่อนหน้านี้หนิงเอ๋อร์บอกข้าว่า เจ้าสอนให้พวกนางปรุงยา ในหนึ่งเทียบยาพวกนางแต่ละคนจะรับผิดชอบเติมตัวยาเพียงขนานเดียว อาศัยคนไม่กี่คนช่วยกันทำงานสอดประสาน ความเร็วก็เพิ่มขึ้นมากโข เจ้ายังบอกอีกว่านี่คือ การผลิตแบบแบ่งสายงาน อะไรสักอย่าง มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือไม่?"

(เชิงอรรถผู้แปล: การผลิตแบบแบ่งสายงาน (产业化生产) ในที่นี้หมายถึงการผลิตแบบอุตสาหกรรมหรือการใช้สายพานการผลิต เป็นคำศัพท์ยุคใหม่ในความคิดของเสิ่นซี หมายถึงการแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพ)

เสิ่นซีเกาหัวแกรก ๆ "หนิงเอ๋อร์นำเรื่องนี้ไปบอกท่านแล้วหรือขอรับ?"

"วิธีที่ดีปานนี้ เจ้ากลับไม่ยอมบอกน้า หรือเห็นน้าเป็นคนนอกกันเล่า?" ฮุ่ยเหนียงเอ่ยตัดพ้อ "การเปิดโรงผลิตสำหรับปรุงยาไม่ได้สิ้นเปลืองแรงงานมากมายอันใด หากใช้วิธีของเจ้า ยาสำเร็จรูปแต่ละขนานให้คนงานแต่ละคนรับผิดชอบเติมตัวยาเพียงขนานเดียว เช่นนี้พวกเขาก็จะไม่มีทางรู้ว่าส่วนผสมทั้งหมดของเทียบยานั้นคือสิ่งใดบ้าง สำหรับตัวยาสำคัญที่สุดไม่กี่ชนิดในยาสำเร็จรูปแต่ละขนาน ก็ปล่อยให้หนิงเอ๋อร์กับพวกนางเป็นคนเติม เช่นนี้ต่อให้มีคนแอบติดสินบนคนงานในโรงงาน ก็ไม่อาจเค้นถามเทียบยาออกไปได้หรอก"

ฮุ่ยเหนียงยิ่งพูดยิ่งเบิกบานใจ เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้นางได้ครุ่นคิดคำนวณเรื่องการเปิดโรงงานยามาอย่างถี่ถ้วนแล้ว มิเช่นนั้นความคิดอันฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ คงไม่อาจนึกออกได้ในชั่วพริบตาเป็นแน่

เสิ่นซีปรายตามองมารดาแวบหนึ่ง เวลานี้โจวซื่อกำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกยา ไม่มีเวลาว่างมาสนใจเขา

"ถามเจ้าอยู่นะ ดีหรือไม่ดี?" ฮุ่ยเหนียงมองเสิ่นซีด้วยสายตากระตือรือร้น

เสิ่นซีพยักหน้า "ท่านน้า ความคิดของท่านนี้สร้างสรรค์ยิ่งนัก ข้า... ข้าไม่มีข้อกังขาขอรับ"

ฮุ่ยเหนียงปั้นหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย "เจ้าจะไม่มีข้อกังขาไม่ได้นะ เมื่อก่อนไม่ว่าจะทำสิ่งใด ล้วนเป็นหลงจู๊น้อยอย่างเจ้าที่คอยตัดสินใจ สิ่งที่ข้าคิดแม้ตัวเองจะมองว่าดีแล้ว ทว่าในนั้นย่อมต้องมีจุดบกพร่องตกหล่นอย่างแน่นอน เจ้าช่วยชี้แนะเพิ่มเติมสักหน่อย ข้าจะได้วางใจลงได้"

เสิ่นซีคิดในใจ ฮุ่ยเหนียงถึงขั้นคิดรายละเอียดการปรุงยาของโรงงานยาไว้เสร็จสรรพแล้ว เขายังจะมีสิ่งใดให้เพิ่มเติมได้อีกเล่า?

"ท่านน้า ข้าคิดว่าหากเราตั้งใจจะก่อตั้งโรงงานยาขึ้นมาจริง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเก็บรักษาเทียบยาเป็นความลับ แต่หากยาสำเร็จรูปที่เราต้องการผลิตนั้นมีจำนวนมากและหลากหลายเกินไป หากให้คน ๆ เดียวรับผิดชอบยาสำเร็จรูปหลายขนาน ย่อมเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการคัดแยกตัวยาได้ง่ายดาย ช่วงหลายวันนี้ข้าเห็นหนิงเอ๋อร์กับพวกนางปรุงยา ก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้นหลายครั้ง โชคดีที่แก้ไขกลับมาได้ทันท่วงทีขอรับ" เสิ่นซีกล่าว

ฮุ่ยเหนียงพยักหน้า "เช่นนั้นเราก็ผลิตยาสำเร็จรูปเพียงแค่หนึ่งหรือสองขนานหรือ?"

เสิ่นซีกล่าวตอบ "ย่อมไม่ใช่แน่นอนขอรับ ทว่ายาสำเร็จรูปที่แตกต่างกันก็จำเป็นต้องใช้ 'ห้องสายงาน' ที่แตกต่างกัน เหมือนอย่างในโรงพิมพ์ การพิมพ์ภาพมงคลปีใหม่กับการพิมพ์หนังสือภาพก็ต้องแยกกันทำ เช่นนี้คนงานในโรงงานยาที่รับผิดชอบตัวยาเพียงขนานเดียวในยาสำเร็จรูปชนิดนั้น ๆ โดยรวมแล้วก็จะไม่เกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นอีก"

(เชิงอรรถผู้แปล: ห้องสายงาน (车间) ในบริบทนี้เสิ่นซีหมายถึงห้องปฏิบัติการหรือแผนกการผลิตเฉพาะทาง (Workshop) ซึ่งเป็นแนวคิดการแบ่งโซนการทำงานในโรงงานยุคใหม่)

"มีเหตุผล! เสี่ยวหลาง 'ห้องสายงาน' ที่เจ้าพูดถึงนี้ ใช่ห้อง ๆ หนึ่งที่คนด้านในรับผิดชอบยาสำเร็จรูปเพียงชนิดเดียว ส่วนห้องถัดไปก็รับผิดชอบยาชนิดอื่น ใช่หรือไม่?" ฮุ่ยเหนียงฟังคำพูดของเสิ่นซีจนเข้าใจกระจ่างแจ้ง จึงลองเอ่ยถามดู

"อืม" เสิ่นซีพยักหน้าเบา ๆ "แต่ในเรื่องนี้ก็มีความยุ่งยากอยู่ประการหนึ่ง พ่อค้าที่รับผิดชอบส่งสมุนไพรให้โรงงานยา อาจจะวิเคราะห์จากปริมาณการส่งยาของแต่ละห้องสายงาน แล้วสรุปออกมาเป็นเทียบยาได้ ซึ่งเป็นผลเสียต่อการรักษาความลับ ต้องรู้ก่อนนะว่ายาที่เราปรุง สมุนไพรหลายชนิดล้วนถูกบดเป็นผงเตรียมไว้ล่วงหน้า ต่อให้เป็นหมอเทวดาอย่างพี่สาวสกุลเซี่ยก็ไม่อาจแยกแยะตัวยาทั้งหมดได้อย่างชัดเจน"

"พวกเราต้องการป้องกันมิให้เทียบยารั่วไหล สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องลงมือจัดการจากช่องทางการรับซื้อสมุนไพร สมุนไพรชนิดใดที่ใช้ปริมาณน้อย ก็ให้เบิกสินค้าจากทางร้านขายยาฝั่งนี้โดยตรง และไม่อาจให้โรงงานยารับซื้อเข้ามาเองได้"

ฮุ่ยเหนียงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่นางวาดฝันคือการเปิดโรงงานยาเพื่อหาเงิน ทว่าสิ่งที่เสิ่นซีหยิบยกขึ้นมาคือรายละเอียดตั้งแต่การส่งมอบตัวยาไปจนถึงการผลิตของโรงงานยา จุดสนใจของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ทว่านางก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เสิ่นซีใคร่ครวญนั้นละเอียดถี่ถ้วนยิ่งนัก แทบจะอุดรอยรั่วทั้งหมดไว้ได้

เมื่อพูดคุยกันจนกระจ่างแจ้ง ฮุ่ยเหนียงก็ยิ่งมีความมั่นใจในการก่อตั้งโรงงานยามากขึ้น ตามความตั้งใจของนาง รอจนจัดการธุระของโรงเงินเสร็จสิ้นก็จะเริ่มตระเตรียมเรื่องโรงงานยาทันที ไม่ยอมหยุดพักแม้แต่นิดเดียว

……

……

วันที่สิบหกเดือนอ้าย ไม่เพียงแต่โรงเงินจะเปิดกิจการ และร้านขายยากลับมาเปิดการค้าขาย ทว่าเสิ่นซีเองก็ต้องไปเข้าเรียนแล้วเช่นกัน

เนื่องจากเมื่อคืนออกไปลอยโคมที่แม่น้ำถิงเจียง เสิ่นซีจึงตากลมหนาว พอกลับมาถึงบ้านก็หวนนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อนมากมาย จึงพักผ่อนไม่ค่อยเต็มอิ่ม เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมาจึงปวดหัวแทบระเบิด

แต่จะกล่าวอย่างไรวันนี้ก็เป็นวันเปิดเรียนวันแรก การขอลาหยุดคงมิใช่ความคิดที่ดีนัก เขาทำได้เพียงกัดฟัน ลากสังขารที่ป่วยไข้ไปเรียนหนังสือ รอจนเลิกเรียนกลับมาในตอนบ่าย ภายในร้านขายยาก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัด

เมื่อเรื่องที่เซี่ยอวิ้นเอ๋อร์มาเป็นหมอประจำร้านที่ร้านขายยาตระกูลลู่แพร่สะพัดออกไป ผู้คนมากมายต่างก็ได้ยินชื่อเสียงเล่าลือแล้วเดินทางมา อย่างไรเสียก่อนหน้านี้ทางร้านขายยาก็เคยป่าวประกาศไปบ้างแล้ว ผู้คนจึงค่อย ๆ ล่วงรู้ว่าเซี่ยอวิ้นเอ๋อร์ถือกำเนิดในตระกูลซิ่งหลินแห่งเมืองหลวง อ่านตำราแพทย์จนแตกฉานมาตั้งแต่เล็ก หนำซ้ำยังมีประสบการณ์ตรวจรักษาผู้ป่วยจริงมากมาย ฝีมือแพทย์จึงล้ำเลิศเป็นอย่างยิ่ง

(เชิงอรรถผู้แปล: ตระกูลซิ่งหลิน (杏林世家) ตระกูลที่สืบทอดวิชาแพทย์มายาวนาน ซิ่งหลินหรือป่าต้นซิ่งเป็นคำเรียกวงการแพทย์)

เมื่อมีผู้ป่วยมาขอรับการตรวจรักษา โดยทั่วไปเซี่ยอวิ้นเอ๋อร์ล้วนสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำในทันที ในด้านการใช้ยา เทียบยาที่เซี่ยอวิ้นเอ๋อร์สั่งจ่ายนั้นพิถีพิถันยิ่งนัก ไม่เพียงราคาถูกทว่ายังมีสรรพคุณดีเยี่ยม ทำให้ทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัวล้วนรู้สึกว่ามาหานางนั้นได้ผลดีกว่าไปหาหมอคนอื่นเป็นไหน ๆ กระทั่งการซื้อยาก็ยังคุ้มค่ากว่ามาก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงโรคทั่วไปบางชนิดที่เพียงแค่ซื้อยาสำเร็จรูปไปกินก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

"ไอ้เด็กทึ่ม รีบไปทำการบ้านให้เสร็จ แล้วขึ้นไปพักผ่อนบนบ้านซะ ดูหน้าตาเจ้าสิซีดเซียวปานนั้น" โจวซื่อเห็นเสิ่นซีกลับมาก็เอ่ยกำชับประโยคหนึ่ง ทว่านางไม่มีเวลามาคอยดูแลบุตรชาย เพราะฝั่งเซี่ยอวิ้นเอ๋อร์มีคนมารอตรวจโรคมากมายเหลือเกิน ผู้คนที่มารอจัดยาและซื้อยาสำเร็จรูปหน้าโต๊ะบัญชีก็ต่อแถวยาวเหยียด

เสิ่นซีคัดลอกบทเรียนจากความทรงจำจนเสร็จสรรพก็ขึ้นไปชั้นบน ล้มตัวลงนอนหลับสนิทไปตื่นหนึ่งจนกระทั่งยามพลบค่ำที่ร้านขายยาปิดประตู

หลังจากได้นอนหลับพักผ่อน เสิ่นซีก็มีจิตใจกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ขณะที่เดินลงมาชั้นล่างกำลังจะอ้าปากถามโจวซื่อว่ามื้อเย็นจะกินอะไร ก็เห็นฮุ่ยเหนียงเดินเข้ามาจากประตูเล็กของร้านขายยา ในมือยังถือจดหมายมาฉบับหนึ่ง

"น้องสาว หรือว่าทางอำเภอหนิงฮว่ามีเรื่องอันใด?"

โจวซื่อเห็นจดหมายก็อดไม่ได้ที่จะเผยความตึงเครียดออกมาหลายส่วน เนื่องจากเพิ่งจะส่งจดหมายติดต่อกันไปไม่นาน ตามหลักแล้วช่วงหลายวันนี้ทางอำเภอหนิงฮว่าไม่จำเป็นต้องติดต่อมาอีก ทั้งฮุ่ยเหนียงเองก็ไม่มีญาติมิตรที่ใด จดหมายฉบับนี้ส่งมา จะต้องเป็นโรงพิมพ์หรือร้านขายยาที่อำเภอหนิงฮว่าเกิดเรื่องขึ้นอีกเป็นแน่

ฮุ่ยเหนียงยิ้มพลางส่ายหน้า "จดหมายฉบับนี้เขียนถึงพี่สาวเจ้าค่ะ บนหน้าซองไม่ได้ระบุชื่อผู้รับ ส่งตรงมาถึงมือข้า ข้าจึงเปิดอ่านดูแล้ว"

โจวซื่อทอดถอนใจ กล่าวว่า "คงมิใช่ว่าฮูหยินเฒ่ารังเกียจที่ลูกสะใภ้อย่างข้าไม่รู้จักกตัญญู แม้แต่ช่วงปีใหม่ก็ไม่ยอมกลับไป เลยจงใจเขียนจดหมายมาด่าทอข้าหรอกนะ?"

"พี่สาวคาดเดาผิดแล้ว จดหมายฉบับนี้มิใช่คนตระกูลเสิ่นเขียนมา ทว่าก็มีความเกี่ยวพันกับคนตระกูลเสิ่นอยู่ไม่น้อย"

ฮุ่ยเหนียงนั่งลง อธิบายอย่างละเอียด "จดหมายนี้หานอู่เหยียเป็นคนเขียน บอกว่าเพิงน้ำชาที่พี่เขยเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งขึ้นมาด้วยมือตนเองนั้น ช่วงก่อนปีใหม่ไปต่อไม่ไหวแล้วจริง ๆ หานอู่เหยียกับลูกจ้างอีกสองสามคนตอนนี้ไร้หนทางทำกิน จึงคิดจะเดินทางมาพึ่งพิงพวกเราที่เมืองถิงโจว ดูว่าเราจะพอรับไว้ได้หรือไม่"

โจวซื่อได้ฟังก็อดเบิกตาโพลงไม่ได้ จากนั้นก็รีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน ตัวนางเองยังไม่อาจหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตในเมืองได้เลย จะเอาคุณสมบัติใดไปอุปการะรับเลี้ยงดูผู้อื่น?

"เฮ้อ! จะว่าไปหานอู่เหยียกับคนพวกนี้ ก็เป็นคนทำงานทำการจริง ๆ น่าเสียดายที่เจ้าคนไร้มโนธรรมในบ้านดันยกเพิงน้ำชาให้มารดาบังเกิดเกล้าของเขาไปเสียนี่ เป็นอย่างไรล่ะทีนี้ ร้านที่แต่เดิมกิจการเจริญรุ่งเรือง มาตอนนี้ถึงขั้นต้องปิดประตูเจ๊งไม่เป็นท่า ทำให้ชาวบ้านเขาต้องมาสูญเสียแหล่งทำกินไปเปล่า ๆ พวกเราไปให้ความหวังเขา แล้วก็มาทุบหม้อข้าวของเขาทิ้ง มันก็ดูไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ แต่หากจะให้รับอุปการะ... พวกเราจะไปมีความสามารถถึงปานนั้นได้อย่างไร?"

ฮุ่ยเหนียงยิ้มตอบ "ก็ไม่แน่เสมอไปนี่เจ้าคะ พวกเรากำลังจะเปิดโรงงานยามิใช่หรือ? กำลังต้องการจ้างคนงานพอดี ตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่างไรเสียก็ต้องหาคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้มาทำหน้าที่"

"แม้ว่าข้ากับหานอู่เหยียจะพบหน้ากันไม่กี่ครั้ง ทว่าจากบัญชีที่เขาเคยจัดทำก่อนหน้านี้ ข้าก็รู้สึกว่าคนผู้นี้ค่อนข้างมีฝีมือ เล่านิทานก็เก่งกาจ การวางตัวก็เป็นคนซื่อตรงเที่ยงธรรม ทำให้ผู้คนรู้สึกหนักแน่นพึ่งพาได้ เรามิสู้เชิญพวกเขามา แล้วจัดแจงให้เป็นผู้ดูแลในโรงงานยา พี่สาวเห็นเป็นเช่นไร?"

เสิ่นซีฟังจนกระจ่างแจ้งแก่ใจ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า "แต่ว่า... ท่านน้า หากพวกเขามากัน จะให้พักอยู่ที่ใดขอรับ? หวังว่าจะไม่ได้กระเตงลูกจูงหลานหอบครอบครัวกันมาหรอกนะขอรับ ถึงเวลานั้นคงไม่มีที่ให้จัดสรรปันส่วนเป็นแน่"

"เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องกังวล"

ฮุ่ยเหนียงยิ้มแย้ม "บอกกล่าวกับพวกเขาให้ชัดเจนเสียก่อนว่า หากจะมาที่เมืองถิงโจวก็ให้มาแค่ตัวคนเดียว ในเมื่อมาเพื่อพึ่งพิงพวกเรา ก็อย่าได้คาดหวังว่าจะได้เสวยสุขตั้งแต่เพิ่งมาถึง ชั่วคราวก็ให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ในโรงงานยาไปก่อน ไว้ค่อยเช่าลานเรือนให้พวกเขาทีหลัง รอให้อีกสักพัก พวกเขาได้รับค่าจ้างแล้ว จะรับครอบครัวมาที่เมืองนี้หรือไม่ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาไป คนเหล่านี้ล้วนเป็นลูกจ้างเก่าแก่ ทำงานอย่างซื่อสัตย์จริงจัง พวกเราเรียกใช้ก็ย่อมวางใจ"

จบบทที่ ตอนที่ 157 ความสำคัญของลูกจ้างเก่าแก่

คัดลอกลิงก์แล้ว