เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 251 ถวายเครื่องสังเวย

ตอนที่ 251 ถวายเครื่องสังเวย

ตอนที่ 251 ถวายเครื่องสังเวย


ตอนที่ 251 ถวายเครื่องสังเวย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ลู่โจวไม่ได้มองไปที่สิบแม่ชีในขณะที่พวกนางกำลังเดินมาหาวู่เหนียน

เมื่อแม่ชีทั้งสิบมารวมตัวกันที่กลางอากาศอีกครั้ง หมิงซี่หยิน, หยวนเอ๋อ และต้วนมู่เฉิงต่างก็เคลื่อนไหวเช่นกัน

บนรถม้าล่องเมฆ ฮั๊วยู่จิงได้กลั้นหายใจเอาไว้ ดวงตาของนางเบิกกว้างในระหว่างที่จับจ้องไปยังเป้าหมาย "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง..."

ในตอนนั้นเคียวพื้นพิภพก็ได้ส่องแสงออกมาอย่างเยือกเย็นก่อนที่จะพุ่งตรงไปยังแม่ชีคนหนึ่ง

หอกราชันย์เองก็เช่นกัน มันได้พุ่งไปหาแม่ชีอีกคน

สายนิพพานของหยวนเอ๋อเองก็ไม่น้อยหน้า มันได้พุ่งไปก่อนที่จะจัดการแม่ชีอีกคน

ลูกธนูทั้งสามดอกของฮั๊วยู่จิงได้พุ่งตรงมาหลังจากที่นางพูดเสร็จ ลูกธนูของนางเข้าเป้าไปเต็มๆ

"ติ้ง! สังหารผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ ได้รับแต้มบุญ: 300"

"นี่มันบาปมหันต์! บาปมหันต์! " ดวงตาของวู่เหนียนจับจ้องไปที่สาวกทั้งสิบ แม้ว่านางอยากจะช่วยผู้เป็นศิษย์แค่ไหนแต่ถึงแบบนั้นนางก็ไม่มีพลังมากพอที่จะทำแบบนั้นได้

ลูกธนูทั้ง 7 ดอกของฮั๊วยู่จิงได้ถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็ว ลูกธนูทั้งหมดได้พุ่งตรงไปที่เป้าหมายก่อนที่จะกระทบเข้ากับแม่ชีจากวิหารเมฆาสว่างทั้ง 7 คนที่เหลือ แม่ชีทั้งหมดล้มลงไปกับพื้นก่อนที่จะกระอักเลือดออกมา

ฮั๊วยู่จิงได้พูดออกมาอย่างเชื่องช้า "ข้าขอโทษ...ข้า...ข้ายังต้องฝึกอีกเยอะสินะ"

หมิงซี่หยินได้พูดโต้ตอบกลับไป "เจ้าทำได้ดีแล้ว แค่เจ้าต้องใช้แรงอีกหน่อยก็เท่านั้น"

"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำท่านหมิงซี่หยิน"

ในตอนนั้นเองลู่โจวก็ได้ยกมือขวาขึ้นมาอย่างไม่ลังเล แม้ว่าตัวเขาจะมีพลังวรยุทธอยู่ที่ขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ตัวเขาก็ยังสามารถที่จะผนึกพลังวรยุทธของแม่ชีวู่เหนียนได้อยู่ดี ตัวเขาได้รวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือก่อนที่จะผนึกพลังเข้าโจมตีจุดตันเถียนของวู่เหนียนไป

พรึ๊บ!

วู่เหนียนที่ถูกฝ่ามือลงไปกลิ้งกับพื้นอีกครั้ง

ลู่โจวได้ดึงฝ่ามือของตัวเองกลับมาก่อนที่จะพูดขึ้น "เจ้าของแส้หยกหางม้าไม่ควรจะเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับเรื่องทางโลก ไม่มีแม่ชีที่ไหนเข้ามายุ่งกับเรื่องการต่อสู้ระหว่างความแค้นแบบนี้ได้ เจ้าหลงระเริงในชื่อเสียง อำนาจ และเงินตรา นี่ถือเป็นการลงโทษที่เหมาะแล้วสำหรับเจ้า" หลังจากพูดจบลู่โจวก็ได้โยนแส้หยกหางม้าให้กับหยวนเอ๋อที่อยู่ข้างหลังไป

หยวนเอ๋อรีบรับแส้หยกหางม้ามาอย่างคล่องแคล่ว นางจำได้ดีว่าท่านอาจารย์เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะมอบแส้หยกหางม้าอันนี้ให้ แม้ว่าอาวุธชิ้นนี้จะถูกมอบให้กับคนอื่นไปแล้วก็ตามที แต่ถึงแบบนั้นหยวนเอ๋อก็ยังโหยหาถึงมันมาโดยตลอด เมื่ออาวุธชิ้นนี้ถูกใช้โดยแม่ชีชราที่แสนจะน่ารังเกียจไป หยวนเอ๋อเองจึงไม่ได้รู้สึกพอใจกับอาวุธชิ้นนี้อีกต่อไป "ท่านอาจารย์ ข้ามีสายสะพายนิพพานอยู่แล้ว ท่านมอบอาวุธชิ้นนี้ให้กับศิษย์พี่เถอะ! " หยวนเอ๋อได้รีบพูดออกมาก่อนที่จะโยนแส้หยกหางม้าให้กับต้วนมู่เฉิงไป

เมื่อต้วนมู่เฉิงเห็นแบบนั้น เขาก็รีบปล่อยพลังลมปราณของตัวเองเพื่อที่จะผลักแส้หยกหางม้าไป เขาได้ส่งมันให้กับหมิงซี่หยิน "ศิษย์น้องสี่ เจ้าก็รับเอาไว้ซะสิ..." เมื่อนึกถึงอาวุธไร้ค่าที่หมิงซี่หยินกวัดแกว่งไปมา ต้วนมู่เฉิงคิดว่าอาวุธชิ้นนี้จะต้องทำให้หมิงซี่หยินมีฝีมือที่รุดหน้าขึ้นมาอย่างแน่นอน

หมิงซี่หยินมองไปที่แส้หยกหางม้าอย่างไม่พอใจ "ไม่ ไม่ ไม่ อาวุธชิ้นนี้ไม่เหมาะกับข้า..." หลังจากนั้นเขาก็ได้ส่งอาวุธชิ้นนี้ไปยังรถม้าล่องเมฆา "ผู้อาวุโสฮั๊ว ท่านก็รับไว้ซะสิ"

ฮั๊ววู่เด๋าขมวดคิ้ว เป็นเรื่องจริงที่คนยุคเก่าแก่มักจะใช้แส้หางม้ากัน แต่สุดท้ายแล้วอาวุธชิ้นนี้จะถูกใช้โดยเหล่านักบวชกับนักพรตแห่งเต๋าเพียงเท่านั้น ฮั๊ววู่เด๋าไม่ใช่ทั้งนักบวชและนักพรต เพราะแบบนั้นอาวุธชิ้นนี้จะไปมีประโยชน์อะไร? ด้วยเหตุนี้เองตัวเขาจึงได้ส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "อาวุธชิ้นนี้ไม่คู่ควรกับข้าหรอก"

เหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงคนบนรถม้าต่างก็เฝ้ามองดูอาวุธชิ้นนี้

ถ้าหากมองดูระดับพลังวรยุทธของพวกนาง การที่จะได้ครอบครองอาวุธล้ำค่าแบบนี้เป็นเรื่องที่ฝันถึงได้เท่านั้น ในตอนนี้พวกนางมีโอกาสที่อยู่ตรงหน้าแล้ว แม้ว่าแส้หยกหางม้าจะไม่มีใครอยากได้ก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นพวกนางก็ยังอยากที่จะครอบครองอาวุธที่ทรงพลังชิ้นนี้อยู่ดี

ฮั๊วยู่จิงเองก็อยากได้แส้หยกหางม้าเช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นความปรารถนาของนางก็ไม่แข็งแกร่งพอเมื่อเทียบกับความปรารถนาของเหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งหลาย

เหล่าผู้ชมต่างก็อ้าปากค้างเมื่อได้เห็นแบบนั้น ของล้ำค่าที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไขว่คว้าไว้ไม่ได้ในตอนนี้กลับถูกโยนไปโยนมาอย่างไร้ค่า! อาวุธระดับสรวงสวรรค์ถูกโยนไปมา มันเหมือนกับขยะที่ไม่มีใครต้องการ เหล่าผู้ชมทำได้เพียงส่ายหัวอย่างกระวนกระวายใจ

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก "พอได้แล้ว! "

ทุกๆ อย่างต่างก็เงียบสงบลงในทันที

หยวนเอ๋อที่ได้ยินแบบนั้นสะดุ้ง นางก้มหัวลงก่อนที่จะพูดออกมา "ศิษย์ผิดไปแล้วค่ะ"

"เอาแส้หยกหางม้ามาให้ข้า" น้ำเสียงของลู่โจวยังฟังดูสงบเยือกเย็น น้ำเสียงของเขาไม่มีแม้แต่อารมณ์อะไรมาข้องเกี่ยว

เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งหลายก็ไม่ต้องการที่จะครอบครองแส้หยกหางม้าอีกต่อไป แม้ว่าจะไม่มีใครต้องการมันแต่การที่จะครอบครองอาวุธชิ้นนี้ได้ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี ด้วยพลังวรยุทธที่มีไม่ถึงขั้น การที่จะใช้แส้หยกหางม้าอันนี้ไปก็คงจะดึงพลังที่แท้จริงของมันออกมาไม่ได้อยู่ดี ถ้าหากผู้ใช้ไม่มีความแข็งแกร่งที่มากพอ การที่จะถูกยึดอาวุธชิ้นนี้ไปได้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องวน่าแปลกอะไร

ในตอนนั้นเองวู่เหนียนก็พยายามที่จะลุกกลับมานั่งด้วยความยากลำบาก นางได้มองไปที่ลู่โจวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หลังจากนั้นนางก็หันไปมองศพของลั่วซิงกง ผลของวิชากระจกแห่งแสงได้หายไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เปลือกตาของวู่เหนียนกระตุกอย่างไม่หยุดพัก "เป็นความผิดของข้าเอง..."

ร่างกายของลั่วซิงกงค่อยๆ เปลี่ยนสีไป ผิวของเขาได้เปลี่ยนกลายเป็นสีดำราวกับถูกไฟคลอกตาย

วิหารเมฆาสว่างไม่ใช่ผู้ช่วยเพียงหนึ่งเดียวของสำนักดาบสวรรค์ ดูเหมือนว่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นๆ อยู่อีกอย่างแน่นอน การที่ร่างกายของลั่วซิงกงเปลี่ยนไปจนกลายเป็นสีดำแบบนี้ได้ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็น

แม้ว่าจะรู้ความจริงแล้วมันก็สายไปสำหรับวู่เหนียนอยู่ดี นางเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป ดูเหมือนว่านางจะเป็นเพียงแค่ไพ่ตายที่ซ่อนอยู่ของลั่วซิงกงก็เท่านั้น

เหล่าผู้ชมต่างก็รู้สึกตกใจ

"นั่นมันอะไรกัน? "

"มีใครใช้วิชาลึกลับบางอย่างกับร่างของลั่วซิงกงอย่างงั้นหรอ? "

สาวกของสำนักดาบสวรรค์เองก็รู้สึกสับสนที่ได้เห็นแบบนั้นเช่นกัน

ลู่โจวได้มองไปที่ลั่วซิงกงก่อนที่จะพูดออกมา "นี่มันเครื่องสังเวยอย่างงั้นหรอ? "

ฮั๊ววู่เด๋าเองก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา "พวกเราไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้ ท่านปรมาจารย์รีบกลับมาที่รถม้าด้วยเถอะ"

ลู่โจวพยักหน้าตอบรับไป

เครื่องสังเวยมักจะมีไว้เพื่อแลกเปลี่ยนกับอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่ทรงพลังและมีค่าพอๆ กับเครื่องสังเวย ในตอนที่ลั่วซิงกงตัดสินใจที่จะมาที่นี่ เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะขายร่างกายให้กับใครบางคนไปแล้ว จะต้องมีคนวางกับดักอยู่ที่แท่นประลองดอกบัวแห่งนี้

ลู่โจวได้สำรวจสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ตัวเขาได้รออยู่ที่นี่มาอย่างเนิ่นนานแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็มีเพียงแม่ชีจากวิหารเมฆาสว่างเท่านั้นที่ปรากฏตัวขึ้น จะต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิดที่แข็งแกร่งกว่านี้ปรากฏตัวอย่างงั้นหรอ? เหล่าผู้ชมต่างก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ถึงแบบนั้นตัวของลู่โจวเองก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้น ตัวเขารวมไปถึงชาวศาลาปีศาจลอยฟ้าได้แค่มองไปรอบๆ อย่างไม่สบายใจ ในตอนนั้นมีผู้ฝึกยุทธจำนวนหนึ่งได้ฉวยโอกาสนี้หนีจากแท่นประลองดอกบัวไปแล้ว

ในตอนนั้นเอง รถม้าลอยฟ้าคันหนึ่งลอยอยู่เหนือศาลาที่ 3

"นั่นมันรถม้าของสำนักอเวจีอย่างงั้นหรอ? "

"สำนักอเวจีมาทำอะไรที่นี่กัน? "

"พวกมันกำลังจะมาแล้ว! หนีเร็วเข้า! "

รถม้าลอยฟ้าคันนั้นได้พยายามพุ่งหนีไปด้วยความเร็วสูงสุด ในความจริงแล้วสำนักอเวจีไม่ได้มีรถม้าลอยฟ้าแค่คันเดียว ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่เข้ามาชมการประลองในตอนนี้ต่างก็กระจัดกระจายตัวเป็นกลุ่มเล็กๆ "จะต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแน่ หนีเร็ว! " เมื่อมีใครคนหนึ่งตื่นตกใจ ความตื่นตกใจนั้นก็จะส่งต่อไปยังคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ มันเป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆ ที่ทุกคนในโลกพึงมี แม้แต่ในโลกแห่งนี้เองก็ยังหลีกหนีไม่พ้น ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนกเมื่อเห็นร่างกายของลั่วซิงกงที่ถูกใช้เป็นเครื่องสังเวย

ทั่วทั้งแท่นประลองเต็มไปด้วยความโกลาหล

ลู่โจวได้ลอยขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับมองรอบตัวไปด้วย

หยวนเอ๋อรู้สึกมีพลังมากขึ้นเมื่อเห็นรถม้าอเวจี "ท่านอาจารย์...นั่นมันรถม้าอเวจี พวกเราควรที่จะไล่ล่าพวกเขาเลยดีไหม? "

ลู่โจวส่ายหัว รถม้าลอยฟ้าของสำนักอเวจีได้บินไปออกไปแล้วระยะเวลาหนึ่ง การที่จะตามไปคงจะตามไม่ทันแน่

หมิงซี่หยินและต้วนมู่เฉิงเองก็ลอยขึ้นมาบนรถม้าล่องเมฆา

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ในตอนนั้นเองเสียงระเบิดอันรุนแรงกว่าหลายครั้งก็ได้ดังขึ้น มันเป็นเสียงที่อยู่แถวๆ ศาลารอบแท่นประลองดอกบัว ที่ใจกลางแท่นประลอง ในตอนนั้นเองเริ่มมีพลังสีดำจำนวนมากแผ่ขยายออกมา

ฮั๊ววู่เด๋าได้พูดออกมาอีกครั้ง "นี่มันพลังแห่งการสังเวย...มีคนทรงที่กำลังควบคุมร่างของเขาอยู่"

ลู่โจวกลับไปที่รถม้าอย่างใจเย็น เขาเอามือไขว้หลังก่อนที่จะจ้องมองไปยังพื้นเบื้องล่าง 'นี่คือที่มาของความเชื่อมั่นที่ลั่วซิงกงมีสินะ? ' ลู่โจวได้คาดเดาต่อไป 'หรือว่ามันจะเป็นฝีมือของม่อหลี่กัน? '

ในตอนนี้ม่อหลี่คงจะบาดเจ็บอยู่ นางคงไม่สามารถปลดปล่อยพลังออกมาจนแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับสิบคนทรงแน่ สิบคนทรงทั้งหมดเมื่อมารวมตัวกันมีพลังเทียบเท่าได้กับผู้ฝึกยุทธผู้มีพลังร่างอวตารดอกบัว 8 กลีบ

ท่ามกลางผู้ฝึกยุทธทั้งหลายที่กำลังหลบหนี มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สังเกตเห็นคลื่นพลังสีดำอันชั่วร้าย

ฮั๊ววู่เด๋ามองไปที่ใจกลางแท่นประลองก่อนที่จะพูดออกมา "นี่มันวิชาแห่งการควบคุม ดูเหมือนสำนักดาบสวรรค์จะเตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว"

"นี่มันฝีมือของมือที่สามไม่ผิดแน่...เจ้าพวกนั้นคงจะเล็งโอกาสนี้มานานแล้ว! "

หยวนเอ๋อ, หมิงซี่หยิน และต้วนมู่เฉิง ทั้งสามได้กลับไปยังรถม้าลอยฟ้า

เบื้องหลังหินก้อนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากศาลาเท่าไหร่

สีวู่หยากำลังจ้องมองรถม้าลอยฟ้าที่อยู่เหนือแท่นประลองดอกบัว "ดูเหมือนว่าสำนักดาบสวรรค์จะหายไปหมดแล้วสินะ..."

"ท่านเจ้าสำนัก ที่นี่กำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเราควรจะถอยกันก่อนดีกว่า แท่นประลองดอกบัวกำลังตกอยู่ในการควบคุมของยอดคนทรง แม้ว่าจะเป็นรถม้าล่องเมฆา แต่พวกเขาคงจะหนีไปไม่ได้แน่"

"ไม่จำเป็น" สีวู่หยาส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง "รออยู่ที่นี่ก่อน"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 251 ถวายเครื่องสังเวย

คัดลอกลิงก์แล้ว