เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 252 ไพ่ตายของสำนักดาบสวรรค์

ตอนที่ 252 ไพ่ตายของสำนักดาบสวรรค์

ตอนที่ 252 ไพ่ตายของสำนักดาบสวรรค์


ตอนที่ 252 ไพ่ตายของสำนักดาบสวรรค์

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เสาขนาดใหญ่ทั้งเก้าที่ล้อมรอบแท่นประลองดอกบัวถูกพลังสีดำที่ดูคล้ายกับโซ่สีดำเข้ากลืนกิน มันได้เปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นสิ่งที่ดูเหมือนกับตาข่ายสีดำขนาดใหญ่ยักษ์

"หนีเร็วเข้า! "

"ไอพวกสำนักดาบสวรรค์มันช่างชั่วช้าซะจริง! "

เป็นไปไม่ได้เลยที่สำนักดาบสวรรค์จะไม่รู้เรื่องนี้ นี่จะต้องเป็นกับดักที่สำนักดาบสวรรค์ล่อลวงพวกศาลาปีศาจลอยฟ้ามา ดูเหมือนว่าลั่วซิงคงคงจะเต็มใจที่จะเอาชีวิตเข้าแลกก็เพื่อที่จะแก้แค้นให้ได้

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลั่วซิงคง แม้ว่าการถวายเครื่องบูชาจะประสบความสำเร็จ แต่ถึงแบบนั้นสาเหตุการตายของเขากลับเป็นเรื่องที่ผิดคาดเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้เล็กน้อย

ในตอนนั้นเองรถม้าล่องเมฆาเริ่มเคลื่อนไหว... "ปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้า ท่านน่ะไปไหนไม่ได้หรอกนะ" มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมา เสียงของใครคนนั้นได้ดังไปทั่วแท่นประลองดอกบัว

ลู่โจวยกมือขึ้น "หยุด"

รถม้าล่องเมฆาหยุดเคลื่อนไหวในทันที

เสาทั้งเก้าได้ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแท่นประลองเอาไว้ พลังตาข่ายสีดำที่มีได้เข้าปกคลุมทุกอย่าง มันกำลังจะจับกุมทุกคนที่อยู่ที่นี่ เหล่าผู้ชมหรือแม้แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่างก็ตกเป็นเป้าหมายของตาข่ายสีดำ

เหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลายต่างก็ถูกพลังสีดำเข้าปกคลุม ตอนนี้มันเริ่มแผ่ไปยังแท่นประลองดอกบัวแล้ว

เหล่าผู้ฝึกยุทธผู้ที่มีพลังวรยุทธที่ไม่ได้สูงอะไรไม่สามารถที่จะป้องกันตัวเองจากหมอกควันสีดำได้เลย

ลู่โจวที่เห็นภาพทุกอย่างยังคงไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา สีหน้าของเขายังคงไร้ความรู้สึกเช่นเคย

ในตอนนั้นฮั๊ววู่เด๋าและฮั๊วยู่จิงก็ได้แต่ขมวดคิ้ว พวกเขาทั้งคู่เคยมาจากสำนักฝ่ายธรรมะมาก่อน พวกเขาไม่อาจที่จะยอมรับวิธีการอันสกปรกแบบนี้ได้

คนทรงคนนั้นคงจะวางแผนใช้พลังกลืนกินพลังของผู้คนที่อยู่ที่นี่ไป มันเป็นวิธีการที่ต่ำช้าอย่างแท้จริง

ลู่โจวไม่ได้กังวลอะไร ตัวเขากังวลเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น ลู่โจวกลัวว่าคนที่บงการเรื่องในครั้งนี้จะไม่ปรากฏตัวออกมามากกว่า ตัวเขายังคงเฝ้ารอต่อไป ไม่สำคัญว่ารถม้าลอยฟ้าจะออกไปจากที่แห่งนี้ได้ไหม ตัวเขาวางแผนที่จะรอให้ผู้วางแผนร้ายปรากฏตัวออกมา เมื่อถึงเวลานั้นตัวเขาก็จะใช้การ์ดการโจมตีของเพชฌฆาตจัดการกับคนร้ายตัวจริง ด้วยพลังระดับคนทรงแบบนี้คงจะต้องทำให้ตัวเขาได้แต้มบุญ 1,500 แต้มแน่

"ท่านอาจารย์...พวกเราไม่จำเป็นจะต้องช่วยพวกเขาหรอก เจ้าพวกนั้นจะอยู่หรือจะตายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเราอยู่ดี" หมิงซี่หยินพูดออกมา

หยวนเอ๋อเองก็พูดขึ้นเช่นกัน "ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว...ศิษย์แน่ใจว่าเจ้าพวกนี้จะต้องด่าพวกเราก่อนที่พวกเราจะมาถึงแน่"

ในตอนนั้นเองหุ่นเชิดสีดำตัวหนึ่งก็ดูเหมือนจะบ้าคลั่งขึ้นมา มันได้พุ่งไปที่รถม้าล่องเมฆาราวกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย หมอกควันสีดำยังคงล้อมรอบตัวของพวกมันเอาไว้ในตอนที่พวกมันเคลื่อนไหว

ต้วนมู่เฉิงที่เห็นแบบนั้นได้ตะโกนออกมาไปด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไสหัวไปซะ! " ต้วนมู่เฉิงได้ขว้างหอกราชันย์ของเขาออกไป

ตู๊ม!

ใบหน้าของหุ่นเชิดถูกหมอกควันสีดำปกปิดเอาไว้ มีเพียงแค่ดวงตาของพวกมันเท่านั้นที่เปล่งประกายแสงสีเขียวอย่างผิดธรรมชาติออกมา แม้ว่าจะอยู่หลังหมอกควันแต่ถึงแบบนั้นต้วนมู่เฉิงก็สามารถสังเกตเห็นแสงสว่างได้ดี หุ่นเชิดได้ยกแขนของตัวเองขึ้นมาเพื่อที่จะป้องกันหอกราชันย์เอาไว้ แม้ว่าจะป้องกันแล้วแต่มันก็ถูกแรงกระแทกจนกระเด็นถอยกลับไปอยู่ดี

ต้วนมู่เฉิงยกมือของตัวเองขึ้นมา ในตอนนั้นหอกราชันย์ของเขาก็ลอยกลับมาอยู่บนมือ

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นได้พูดสั่งการขึ้น "ระวังเอาไว้ให้ดีล่ะ"

"ครับท่านอาจารย์! " ต้วนมู่เฉิงไม่พอใจกับผลงานของเขาเท่าไหร่ ในตอนที่ได้ต่อสู้กันในครั้งแรก ตัวเขาก็ยังไม่ได้แสดงฝีมืออะไร ต้วนมู่เฉิงอยากที่จะทำการโจมตีอีกครั้ง ตัวเขาได้บินออกจากรถม้าลอยฟ้าไป เมื่อออกมาตัวเขาก็มองเห็นภาพรวมมากยิ่งขึ้น ในตอนนี้กำลังมีหุ่นเชิดพุ่งเข้าโจมตีรถม้าลอยฟ้าอีกครั้ง

ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ!

หุ่นเชิดที่กำลังบุกขึ้นมาถูกพลังเงาของหอกนับพันเข้าโจมตี มันเป็นเคล็ดวิชาที่ต้วนมู่เฉิงถนัดนั่นเอง

"ให้ข้าช่วยท่านเอง! " หมิงซี่หยินกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมในการต่อสู้ หมิงซี่หยินได้พุ่งหาศัตรูอย่างไม่ลังเล

หยวนเอ๋อได้หัวเราะคิกคักก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าเองก็จะช่วยด้วย! " นางรีบใช้รองเท้าเหยียบเมฆาก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปหาศิษย์พี่ทั้งสอง หยวนเอ๋อได้ใช้สายสะพายนิพพานของนางโจมตีเข้าใส่หุ่นเชิดอีกสามตัว

ฮั๊วยู่จิงเองก็ใช้ธนูอันเดิมโจมตีจากบนรถม้าต่อไป นางได้ควบแน่นพลังของตัวเองให้เป็นลูกธนูเช่นเคย

ฉึ๊บ! ฉึ๊บ! ฉึ๊บ!

ธนูของฮั๊วยู่จิงเข้าเป้าไปเต็มๆ แม้ว่าจะโจมตีโดนแต่ถึงแบบนั้นหุ่นเชิดทั้งหลายกลับไม่ล้มลง

ฮั๊ววู่เด๋าที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมา "เล็งไปที่จุดสำคัญของพวกมันดูสิ"

"ค่ะ" ฮั๊วยู่จิงได้เล็งยิงธนูอีกครั้ง

ในตอนนี้มีหุ่นเชิดเพิ่มมากขึ้น และมากขึ้น พวกมันมาใกล้แท่นประลองดอกบัวอย่างไม่หยุดยั้ง

ฮั๊ววู่เด๋าสังเกตเห็นถึงความผิดปกติในเรื่องนี้ดี "นี่คงไม่ใช่แค่การใช้เครื่องสังเวยเท่านั้น...ดูเหมือนว่าผู้ที่ถูกฆ่าไปจะถูกควบคุมด้วย! "

จ้าวยู่ในตอนนี้กำลังโฟกัสไปกับการควบคุมรถม้า เมื่อได้ยินคำพูดของฮั๊ววู่เด๋านางก็ได้แต่อุทานออกมาด้วยความตกใจ "คนตายจะกลับมามีชีวิตได้ยังไงกัน? "

"มันไม่ใช่เคล็ดวิชาคืนชีพคนตายหรอก...ผู้ฝึกยุทธธรรมดาจะต้องเดินพลังลมปราณให้โคจรรอบวัตถุเพื่อที่จะให้วัตถุชิ้นนั้นเคลื่อนไหวได้ แต่สำหรับเวทมนตร์คาถามันต่างออกไป เมื่อสามารถใช้เวทมนตร์คาถาไปที่เส้นเลือดและเส้นพลังลมปราณได้ เหยื่อคนนั้นก็จะถูกควบคุมทั้งจิตใจและก็ร่างกายไปในที่สุด..." ฮั๊ววู่เด๋าได้อธิบายต่อ "แม้แต่ยอดฝีมืออย่างเล้งลั่วเองก็ยังถูกควบคุมได้ นับประสาอะไรกับปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้"

จ้าวยู่ได้พูดต่อไป "ถ้าหากมันมีความหมายอย่างที่ว่าจริง หุ่นเชิดพวกนี้ก็คงจะมีพลังวรยุทธที่ไม่ได้มากมายอะไร แล้วเจ้าพวกนั้นจะไปทำอะไรพวกเราได้กัน"

"ไม่" ฮั๊ววู่เด๋าส่ายหัว "ผู้ฝึกยุทธที่ตายไปแล้วพวกเราจะไม่สามารถจัดการอะไรกับพวกเขาได้ เว้นแต่ว่าผู้ที่ใช้เวทมนตร์คาถาหรือผู้ที่ควบคุมจะถูกฆ่าไป ซากศพพวกนี้ไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บปวดและยังไร้ความเกรงกลัวต่อสิ่งใด พวกมันไม่มีความสามารถพื้นฐานในฐานะมนุษย์อีกต่อไป ด้วยเครื่องสังเวยที่มีทำให้พลังเวทมนตร์ยังคงดูดซับพลังของคนตายไปเรื่อยๆ แม้แต่เม็ดทรายยังรวมตัวกันเพื่อเป็นหุบเขาได้ พวกเราไม่ควรจะประมาทปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้จะดีกว่า"

จ้าวยู่ได้คารวะก่อนที่จะพูดออกมา "เป็นแบบนี้นี่เอง"

ลู่โจวยังคงเงียบ เขากำลังเฝ้าดูการต่อสู้ที่อยู่เบื้องล่างก่อนที่จะใช้ความคิดกับตัวเอง 'คนทรงที่ใช้เวทมนตร์คาถานี่ซ่อนอยู่ที่ไหนกัน? คนคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกับม่อหลี่กันแน่? หรือนี่จะเป็นเพราะองค์ชายสี่ถูกเนรเทศไปยังชายแดนตามที่ฮั๊วยู่จิงพูดถึง? ตราบใดที่หาตัวการเจอและจัดการมันได้ พวกเราก็คงจะไม่ต้องกลัวภัยอันตรายอีกต่อไป'

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

ต้วนมู่เฉิงพุ่งไปที่ด้านหน้า ในตอนนั้นเองก็มีพลังลมปราณอันมหาศาลพุ่งออกมาจากร่างกาย ในที่สุดพลังเงาหอกนับพันก็สามารถทำลายหุ่นเชิดไปได้ "นี่มันช่างน่าเบื่ออะไรแบบนี้...ทำไมหุ่นเชิดพวกนี้ถึงได้ทนทายาดซะจริง! "

ตู๊ม!

หมิงซี่หยินเองก็ใช้เคียวพื้นพิภพในการทำลายหุ่นเชิดได้เช่นกัน "ถ้าหากพวกเราทำลายเวทมนตร์คาถาได้ พวกเราก็ไม่ต้องจัดการหุ่นเชิดพวกนี้อีกต่อไป"

คนอื่นๆ มองไปที่หมิงซี่หยิน

หมิงซี่หยินได้เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วดุจสายฟ้า เขาได้เล็งโจมตีไปที่เส้นเลือดสีดำที่อยู่บนร่างกายของหุ่นเชิด

ในตอนนั้นเองทุกคนก็เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

"ศิษย์น้องสี่ เจ้านี่ฉลาดหลักแหลมซะจริง! " ต้วนมู่เฉิงได้โจมตีเส้นเลือดสีดำของหุ่นเชิดตัวถัดไปด้วยหอกราชันย์

หุ่นเชิดทั้งหลายล้มลงไปกับพื้นมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อมีหุ่นเชิดล้มไป หุ่นเชิดตัวใหม่ก็ถาโถมเข้ามา

ในที่สุดหุ่นเชิดกว่า 50 ตัวก็ได้ปรากฏตัวบนแท่นประลองดอกบัว

ฮั๊วยู่จิงยังคงยิงธนูไปที่จุดอ่อนของพวกมัน แม้ว่าพลังวรยุทธของนางจะไม่ได้สูงส่งอะไร แต่ถึงแบบนั้นทักษะการยิงธนูของนางก็ยังถือว่าเป็นของจริง การโจมตีจากระยะไกลของนางได้ผลกับหุ่นเชิดทั้งหลาย มันได้ผลมากกว่าต้วนมู่เฉิงที่จะต้องเคลื่อนไหวเพื่อจัดการศัตรูที่ละตัวซะอีก

หุ่นเชิดเริ่มลดลงเรื่อยๆ หมอกควันสีดำที่อยู่ในร่างกายก็ถูกพลังที่ดูคล้ายโซ่ดูดซับกลับไป

'ไม่ได้แต้มบุญ? '

'หมายความว่าซากศพพวกนี้คงจะเป็นผู้มีพลังวรยุทธขั้นมหาราชครูหรือไม่ก็เป็นผู้ที่มีพลังวรยุทธต่ำกว่านั้นแน่ นี่มันไม่คุ้มแล้ว...' ลู่โจวได้ส่ายหัว โชคดีที่ตัวเขายังมีศิษย์สาวกมากมายหลายคนมากับตัวเขาด้วย ถ้าหากเป็นตัวเขาเพียงคนเดียวก็คงจะรับมือกับหุ่นเชิดพวกนี้ไม่ได้แน่ บางทีลำพังลู่โจวเพียงคนเดียว เขาอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ว่าจะรับมือกับหุ่นเชิดพวกนี้ยังไง

ฮั๊ววู่เด๋าเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการโจมตี ดังนั้นตัวเขาจึงเลือกที่จะอยู่บนรถม้าลอยฟ้า

เป็นไปอย่างที่คาดเอาไว้ มีหุ่นเชิดที่พุ่งเข้าใส่รถม้ามากขึ้น

"พลังผนึกตราประทับทั้งหก! " ฮั๊ววู่เด๋าได้ใช้เคล็ดวิชาสุดยอดแห่งการป้องกันที่มีขึ้นมา ม่านพลังได้ส่องแสงสว่างไสวล้อมรอบรถม้าลอยฟ้าเอาไว้

หุ่นเชิดที่กระแทกกับม่านพลังต่างก็กระเด็นถอยกลับไปในทันที

เมื่อสีวู่หยาเห็นสถานการณ์นี้จากในระยะไกล ตัวเขาก็ได้แต่ขมวดคิ้ว "ฮั๊ววู่เด๋า เขาคนนี้มีปมจนไม่อาจที่จะพัฒนาตัวเองได้ หรือว่าเขาจะจัดการกับปมที่กัดกินอยู่ภายในใจไปได้แล้ว? "

เสาที่สูงตระหง่านทั้งเก้าต้นยังคงสั่นสะเทือน ที่ใจกลางของเสาทั้งหมดเริ่มมีตาข่ายพลังสีดำปรากฏตัวออกมามากขึ้น

สีวู่หยาที่ขมวดคิ้วอยู่ได้พึมพำออกมาอีกครั้ง "เจ้าพวกนี้พยายามจับพวกอาจารย์โดยพลังแบบนี้น่ะหรอ? "

ทุกๆ คนต่างรู้กันดี บนแท่นประลองดอกบัวไม่อาจที่จะวางเวทมนตร์คาถาอะไรเอาไว้ได้ แต่เมื่อมีการใช้เครื่องสังเวยเกิดขึ้น ผลของมันก็ได้เข้าไปอยู่ในเสาทั้งเก้าแทน ใครจะไปรู้กันว่าลั่วซิงกงจะยอมเสียสละชีวิตตัวเองกลายเป็นเครื่องสังเวยแบบนี้?

ตอนนี้เสาทั้งเก้าถือเป็นหัวใจสำคัญของพลังแห่งการสังเวย "ท่านเจ้าสำนัก สำนักอเวจีได้กลับมาแล้ว! พวกเราควรจะทักทายพวกเขาไหม? "

รถม้าลอยฟ้าของสำนักอเวจีกำลังลอยอยู่ใกล้กับศาลาที่ 3

"ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นหรอก"

"ข้าเข้าใจแล้วท่านเจ้าสำนัก"

สีวู่หยามองไปที่รถม้าลอยฟ้าของสำนักอเวจี ตัวเขาเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะยื่นมือเพื่อช่วยท่านอาจารย์ไหมนะ?"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 252 ไพ่ตายของสำนักดาบสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว