เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 249 เจ้าน่ะไม่คู่ควร

ตอนที่ 249 เจ้าน่ะไม่คู่ควร

ตอนที่ 249 เจ้าน่ะไม่คู่ควร


ตอนที่ 249 เจ้าน่ะไม่คู่ควร

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เสียงที่ดังขึ้นได้ดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้ชมที่อยู่บนแท่นประลองดอกบัว

"แม่ชีจากวิหารเมฆาสว่างอย่างงั้นหรอ? " หลายๆ คนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ

แม่ชีกว่าหลายสิบคนได้ปรากฏตัวขึ้นบนแท่นประลองดอกบัว

"ข้าวู่เหนียนจากวิหารเมฆาสว่างขอทักทายทุกๆ ท่าน"

แม่ชีวู่เหนียนเป็นแม่ชีเจ้าสำนักของวิหารเมฆาสวรรค์ การปรากฏตัวของนางทำให้ทุกๆ คนนิ่งเงียบ

ถ้าหากสำนักดาบสวรรค์ไม่มีผู้ช่วย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คงจะยากที่จะคาดเดาได้

ลั่วซิงกงได้คารวะวู่เหยียนก่อนที่จะพูดออกมา "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ ท่านแม่ชี"

แม่ชีวู่เหนียนเป็นแม่ชีที่สร้างชื่อเสียงมาได้กว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว นางเป็นยอดฝีมือของวิหารเมฆาสว่าง ใครจะคิดว่าแม่ชีจากวิหารเมฆาสว่างจะช่วยเหลือสำนักดาบสวรรค์แบบนี้

ฮั๊ววู่เด๋าได้หันไปหาลู่โจวที่ยังคงหลับตาอยู่ "ท่านปรมาจารย์"

"ข้ารู้แล้ว" ลู่โจวไม่ได้ลืมตาขึ้น ลู่โจวในตอนนี้ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับศัตรูที่จะให้ความช่วยเหลือสำนักดาบสวรรค์อยู่ก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าผู้ช่วยเหลือจะมามากกว่าหนึ่งคน

วู่เหนียนมองไปที่ลั่วซิงกง หลังจากนั้นนางก็ยกฝ่ามือขึ้นมาก่อนที่จะสวดพระสูตรออกมาเบาๆ

วงกลมสีฟ้าอ่อนได้ปรากฏขึ้นใต้เท้าของลั่วซิงกง มันส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน

"นั่นมันเคล็ดวิชาการรักษา เคล็ดวิชาเมตตาธรรมของชาวพุทธ"

ลั่วซิงกงได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง "ขอบคุณมากท่านแม่ชี"

วู่เหยียนพยักหน้าก่อนที่หันไปมองที่หมิงซี่หยิน "ท่านผู้เจริญ พวกเราเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากศาลาที่อยู่ใกล้ๆ สำนักดาบสวรรค์กำลังรับมือกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ข้าไม่คิดเลยว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าจะรังแกคนที่ไม่มีทางสู้แบบนี้ได้"

หมิงซี่หยินได้หัวเราะออกมา "อย่ามาเทศนาเรื่องธรรมะกับข้าเลย ข้าไม่ใช่คนที่ชื่นชอบความยุติธรรมหรอกนะ...แล้วถ้าหากข้าจะรังแกคนที่อ่อนแอกว่าจริงๆ? เจ้าคิดว่าจะทำอะไรได้ล่ะ? สู้กับข้าแทนอย่างงั้นหรอ? " หมิงซี่หยินจ้องไปที่ผู้เป็นอาจารย์ก่อนที่จะใช้ความคิดขึ้นมา 'การที่ได้สู้กับผู้ที่อ่อนแอกว่าเป็นอะไรที่สนุกสุดยอดแล้ว ในตอนนี้ยังมีท่านอาจารย์อยู่ด้วย ยังไงข้าก็ไม่เป็นไรแน่'

"ประสก ท่านไม่ต้องพูดจาหยาบคายเช่นนี้ก็ได้...มีคำพูดหนึ่งเคยพูดเอาไว้ หัวใจของคนทุกคนล้วนมีความยุติธรรมอยู่ ถ้าหากไม่มีคลื่นก็ย่อมที่จะไม่มีลม ข้าทนดูเรื่องนี้ไม่ได้จึงอยากจะพูดกับประสก"

หมิงซี่หยินกลอกตาก่อนที่จะพูดตอบกลับไป "จะมาเทศนาข้าอีกแล้วสินะ"

วู่เหนียนได้พูดต่อ "ข้าก็แค่อยากจะยุติความขัดแย้งทั้งหมดไม่ให้มันบานปลายไปมากกว่านี้"

"ทำไมเจ้าถึงไม่แสดงตัวก่อนหน้านี้ล่ะ? ตอนนี้เจ้าต้องการที่จะแสดงตัวเพื่อปกป้องชายไร้ยางอายคนนั้นอย่างงั้นสินะ? " หมิงซี่หยินพูดเยาะเย้ยออกมา

"เจ้า! " วู่เหยียนเป็นยอดฝีมือของวิหารเมฆาสว่าง นางได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนมากมายหลายคน ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปวู่เหนียนคงจะทนต่อไปไม่ได้แน่

ในตอนที่วู่เหนียนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป ในตอนนั้นเองก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาซะก่อน "วู่เหนียน"

ทุกๆ ต่างก็ได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน มันเป็นเสียงที่ดังมาจากรถม้าลอยฟ้า ทุกคนต่างก็หันไปมองรถม้าล่องเมฆาในทันที

ลู่โจวลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ตัวเขายืนอยู่บนขอบของรถม้าล่องเมฆา ลู่โจวกำลังกวาดตาลงมองแท่นประลองดอกบัว ในที่สุดปรมาจารย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าก็เคลื่อนไหว มหาวายร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในใต้หล้าออกโรงแล้ว

วู่เหนียนที่ได้ฟังแบบนั้นพนมมือขึ้นมา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง "ประสกเองหรอกหรอ"

"เจ้าจำข้าได้สินะ? " ลู่โจวได้ถามออกไป

วู่เหยียนส่ายหัว "นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเรา"

"ทุกวันนี้จิงหยานยังอยู่ดีไหม? " ลู่โจวได้ถามออกไป

"...ประสก ท่านรู้จักอาจารย์ของข้าด้วยอย่างงั้นหรอ? " วู่เหนียนตกใจเล็กน้อย น้ำเสียงของนางสั่นเครือ

ลู่โจวถอนหายใจก่อนที่จะพูดออกมา "เป็นความผิดของอาจารย์เจ้าเองที่ไม่ได้สอนลูกศิษย์อย่างเจ้าให้ดีพอ เจียงหยานจะไปมีศิษย์ที่ไม่สามารถแยกแยะผิดถูกได้ยังไงกัน? "

"ทำไมท่านถึงพูดแบบนั้นกัน? " วู่เหนียนได้ถามขึ้น

"ข้าคิดว่านางจะมุ่งฝึกฝนตนและดูแลวิหารเมฆาสวรรค์ให้ดีกว่านี้แล้วแท้ๆ ในตอนที่ข้าได้มอบแส้หยกหางม้าให้กับนาง น่าเสียดายจริงๆ ..."

เมื่อได้ยินเรื่องของแส้หยกหางม้า สีหน้าของวู่เหยียนก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย แส้หยกหางม้าเป็นของที่มาจากศาลาปีศาจลอยฟ้าอย่างงั้นหรอ?

เหล่าผู้ชมเริ่มส่งเสียงพูดคุยออกมาอีกครั้ง

เมื่อลั่วซิงกงเห็นสีหน้าของวู่เหนียนเปลี่ยนแปลงไป เขาก็รีบพูดออกมาอย่างไม่ลังเล "อย่าไปหลงกลตาแก่นั่น ได้โปรดช่วยข้าด้วย ท่านแม่ชี..." หลังจากที่พูดเสร็จลั่วซิงกงก็ได้เดินไปข้างหน้าของวู่เหนียนก่อนที่จะพูดออกมา "ตาแก่มหาวายร้าย เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้าอย่างงั้นสินะ? "

ลู่โจวสำรวจอาคารที่อยู่รอบแท่นประลอง ตัวเขากำลังสงสัยว่ามีใครคนอื่นที่กำลังให้ความช่วยเหลือแอบซ่อนอยู่อีกไหม 'เจ้าพวกนั้นยังไม่ออกมาอย่างงั้นสินะ? '

"ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ ข้าที่เห็นว่าเจ้าเป็นถึงอดีตเจ้าสำนักดาบสวรรค์ แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าก็ได้แต่ทำเรื่องน่าอับอายอยู่บนแท่นประลองดอกบัว...ข้าน่ะผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ " ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างช้าๆ "เจ้าเพ้อถึงความยุติธรรมและความซื่อสัตย์มาโดยตลอด แต่ถึงแบบนั้นเบื้องหลังเจ้าหรือว่าเจ้าเองก็ทำแต่เรื่องสกปรก เจ้าฆ่าได้แม้กระทั่งสาวกของตัวเองอย่างไร้ความเมตตา เจ้าน่ะยังมีความภาคภูมิใจในเส้นทางอันยุติธรรมที่เจ้านับถืออยู่อีกอย่างงั้นหรอ? หรือว่าการฆ่าพวกเดียวกันจะเป็นความภาคภูมิใจของเจ้า? คำพูดจากปากของเจ้าน่ะมันสวนทางกับการกระทำทั้งหมด เจ้าน่ะไม่อายบรรพชนเจ้าสำนักรุ่นก่อนๆ เลยหรอไงกัน"

"เจ้า! " ลั่วซิงกงรู้สึกหายใจติดขัด คำพูดของลู่โจวจี้ใจดำตัวเขาเต็มๆ

หมิงซี่หยินได้พูดต่อ "เจ้าอาจจะไม่รู้ตัวสินะ แต่เจ้าน่ะเป็นที่หัวเราะนานแล้ว..." ในตอนนั้นเองลั่วซิงกงก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่มาจากผู้ชมทั้งหลาย ไม่มีใครสนใจว่าอดีตเจ้าสำนักคนนี้จะมาจากสำนักฝ่ายธรรมะอีกต่อไป ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่ลั่วฉางเฟิงลูกชายของเขาทำมันเป็นสิ่งที่ไร้ยางอายและน่ารังเกียจแค่ไหน

ในตอนนั้นเสียงหัวเราะและคำดูถูกก็ได้เพิ่มมากขึ้น ลั่วซิงกงเริ่มได้ยินทุกอย่าง

มีใครบางคนตะโกนขึ้น "ลั่วซิงกง เจ้าน่ะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้ประโยชน์มากกว่าหลายปีแล้ว เจ้ายังไม่สามารถที่จะเอาชนะศิษย์ของศาลาปีศาจลอยฟ้าได้เลยแท้ๆ ไหนเลยเจ้าถึงกล้าท้าทายปรมาจารย์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าซะได้ เจ้าไม่มียางอายบ้างเลยอย่างงั้นหรอ? "

"แม้แต่โจรเฒ่าคนนั้นก็ยังทำตัวอยู่สูงกว่าเจ้า เจ้าน่ะทั้งแก่และก็อ่อนแรงเต็มที ด้วยร่างกายที่สะบักสะบอมของเจ้าก็คงจะทำได้เห่ายั่วยุศัตรูก็เท่านั้น...ช่างหน้าด้านซะจริง! "

เมื่อได้ยินคำพูดพวกนี้ ดวงตาของลั่วซิงกงก็เบิกกว้างขึ้น ตัวเขาได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

"ท่านเจ้าสำนัก! "

"ท่านเจ้าสำนัก! "

สาวกของสำนักดาบสวรรค์ได้พุ่งเข้าพยุงลั่วซิงกงอีกครั้ง

ดวงตาของลั่วซิงกงเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างไปด้วยความแค้นจนเกือบจะถลนออกจากเบ้าตา หน้าอกของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวู่เหนียนเห็นแบบนั้นนางก็ได้พูดออกมา "อามิตตาพุทธ หลีกทางให้ข้าที"

สาวกทั้งสองหลีกทางให้ วู่เหนียนได้โบกแส้หางม้าของตัวเอง ในตอนนั้นแสงสว่างสีฟ้าก็ได้ส่องไปที่ร่างกายของลั่วซิงกงอีกครั้ง

ลั่วซิงกงยังคงกระอักเลือดออกมา

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้น "เจ้าน่ะทำตัวเองแท้ๆ ที่เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้ก็เพราะความโกรธแค้นของเจ้าเอง แม้ว่าจะใช้เคล็ดวิชาแห่งการรักษาอย่างเมตตาธรรมเจ้าก็ยังจะต้องตายในไม่ช้าก็เร็วอยู่ดี"

เมื่อวู่เหนียนได้ยินแบบนั้น นางก็ได้ดึงแส้หยกหางม้ากลับไป

แม่ชีทั้งสิบได้ก้าวออกมาข้างหน้าก่อนที่จะจะล้อมลั่วซิงกงเอาไว้

พวกนางได้ผสานฝ่ามือกันก่อนที่จะเริ่มสวดพระสูตรออกมา

"บทสวดธารณีอย่างงั้นหรอ? " หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมาอย่างเย้ยหยัน

"ตาแก่ชั่ว ยอมแพ้ซะเถอะ..."

"จะ...จะ...เจ้า! " ลั่วซิงกงหายใจฝืดเคือง

"ปัญหาทุกอย่างจะถูกสะสางหลังจากที่เจ้าตาย เจ้าจะไม่มีอะไรค้างคาอีกต่อไป...ฟังข้าซะ ยอมรับความจริง เจ้าน่ะยังไงก็เอาชนะอาจารย์ของข้าไม่ได้ อันที่จริงมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่เจ้าคิดหรอก เจ้าจะเป็นคนคนแรกที่โกรธศาลาปีศาจลอยฟ้าจนตาย! มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีหรอกหรอ! "

ความโกรธของลั่วซิงกงกำลังปกคลุมหัวใจเขา พลังลมปราณภายในตัวปั่นป่วนจนระเบิดเส้นพลังลมปราณออกมา ตัวเขาได้หายใจเฮือกสุดท้ายออกมา ศีรษะของเขากำลังร่วงหล่นสู่พื้น

ในตอนนั้นเองทั่วทั้งลานประลองต่างก็เงียบสงัด

แม่ชีทั้งสิบก็หยุดสวดพระสูตรเช่นกัน

เหล่าผู้ชมต่างก็ตกใจเมื่อได้เห็นแบบนั้น อดีตเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่อย่างลั่วซิงกงโกรธจนตัวตาย?

ลู่โจวได้ยินการแจ้งเตือนที่ดังขึ้น ตัวเขาได้รับรางวัลตอบแทนเป็น 1,500 แต้มบุญ ดูเหมือนว่าการทำให้ใครบางคนโกรธจนตายโดยฝีมือของคนในศาลาปีศาจลอยฟ้าก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานของเขา ยิ่งไปกว่านั้นลู่โจวไม่ได้คาดคิดว่าลั่วซิงกงจะตายทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร เขายังไม่ได้โจมตีลู่โจวแม้แต่ครั้งเดียว นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าขันเรื่องใหม่ของยุทธภพก็ว่าได้

หมิงซี่หยินได้แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา "อย่าได้มองข้าแบบนั้น...ข้ายังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ข้าก็เพียงให้คำแนะนำก็เท่านั้น! "

"อามิตตาพุทธ...คำพูดที่เจ็บแสบของประสกมันเหน็บหนาวกว่าฤดูหนาวที่ยาวนานกว่าหกเดือนซะอีก ข้าได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว" วู่เหนียนได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากนั้นนางก็หันไปมองสาวกทั้งสิบของตัวเอง "พวกเรากลับกันได้แล้ว"

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างเฉยเมย "เจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 249 เจ้าน่ะไม่คู่ควร

คัดลอกลิงก์แล้ว