เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 248 ผู้ช่วยเหลือ

ตอนที่ 248 ผู้ช่วยเหลือ

ตอนที่ 248 ผู้ช่วยเหลือ


ตอนที่ 248 ผู้ช่วยเหลือ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

โจวจี้เฟิงได้ปรากฏตัวขึ้นมา การปรากฏตัวของเขาทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น ท้ายที่สุดแล้วการดูการต่อสู้เพียงอย่างเดียวนั้นก็เป็นอะไรที่น่าเบื่อเกินไป แม้ว่าการต่อสู้จะดูตื่นเต้นในรอบแรก แต่เมื่อการต่อสู้จบลงแบบเดิมซ้ำๆ ทุกๆ คนก็เริ่มที่จะเบื่อ

ในตอนนั้นเองเหล่าสาวกสำนักดาบสวรรค์ก็เริ่มที่จะสาปแช่งโจวจี้เฟิง "โจวจี้เฟิง เจ้าน่ะเป็นศิษย์ทรยศของสำนักดาบสวรรค์แท้ๆ! ไหนยังจะกล้าเสนอหน้ามาที่นี่ได้? "

"เจ้าคนทรยศ! "

"ประหารเจ้าคนทรยศซะ! "

คนทรยศมักจะถูกผู้คนดูถูกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเป็นคนจากสำนักฝ่ายธรรมะหรืออธรรมก็ตามที

นี่ถือเป็นเรื่องขัดแย้งระหว่างศาลาปีศาจลอยฟ้าและสำนักดาบสวรรค์ ผู้คนของสำนักดาบสวรรค์ไม่ได้สนใจชีวิตอีกต่อไป พวกเขายอมทำทุกอย่างก็เพื่อที่จะยั่วยุศาลาปีศาจลอยฟ้าให้มาที่นี่ แล้วโจวจี้เฟิงต้องการอะไรในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้กันแน่?

ลั่วซิงกงเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก "โจวจี้เฟิง ข้าเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้ฆ่าเจ้าในตอนที่เจ้าติดตามลูกข้าฉางเฟิงอยู่ วันนี้แหละจะเป็นวันตายของเจ้า! "

โจวจี้เฟิงมองไปที่ลั่วซิงกงก่อนที่จะพูดตอบกลับไป "ลั่วฉางเฟิงเลี้ยงดูข้าก็เพื่อพัฒนาพลังวรยุทธของตัวเอง เจ้านั่น...มันฆ่าครอบครัวของข้าก็เพื่อที่จะทำแบบนั้นไม่ใช่หรอ? " เสียงของลั่วซิงกงฟังดูสงบเยือกเย็น แม้ว่าจะฟังดูสงบแต่มันก็เต็มไปด้วยพลังลมปราณ

เมื่อได้ยินแบบนั้นเหล่าผู้ชมต่างก็แตกตื่นออกมาอีกครั้ง ลั่วฉางเฟิงถือเป็นคนของสำนักฝ่ายธรรมะ เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะตกใจเมื่อลั่วฉางเฟิงได้ทำเรื่องแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าโจวจี้เฟิงเป็นหนึ่งในศิษย์คนสนิทของลั่วฉางเฟิง เรื่องที่เกิดขึ้นดูมีมูลความจริงเกินกว่าที่จะมองข้ามไปได้

"โกหก! ลูกชายของข้าทำแต่ความดีไม่เคยทำเรื่องชั่วๆ มาก่อน เจ้ากล้าใส่ร้ายคนตายก็เพื่อที่จะเข้ารวมศาลาปีศาจลอยฟ้าสินะ? " ลั่วซิงกงได้พูดตอบกลับไป

โจวจี้เฟิงรู้อยู่แล้วว่าลั่วซิงกงจะไม่ใช่ เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงไม่ได้ประหลาดใจอะไร "ข้ามาจากสกุลเจียง ตระกูลเจียงของข้าอยู่ที่มณฑลยี่..."

"ตระกูลเจียงจากมณฑลยี่อย่างงั้นหรอ? ตระกูลเจียงถือได้เป็นตระกูลที่สร้างเหล่าอัจฉริยะมากมายหลายรุ่น..." มีใครคนหนึ่งได้พูดออกมาอย่างประหลาดใจ

"โจวจี้เฟิงมาจากตระกูลเจียงอย่างงั้นหรอ? แล้ว...แล้วพวกเราจะรู้ได้ไงว่าเขาพูดความจริงกัน? "

โจวจี้เฟิงได้พูดต่อไป "ข้ามีเครื่องหมายพิเศษประจำตระกูลอยู่บนร่างกายของข้า...การฝึกฝนวรยุทธของข้าเข้ากันได้ดีกับลั่วฉางเฟิง วรยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน ระดับแรกฐานแห่งเต๋า, ระดับที่สองเต๋าแห่งโกลาหล และระดับสุดท้ายเต๋าผสมผสาน มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะฝึกไปถึงขั้นเต๋าผสมผสานได้..." ในตอนนั้นเองดาบที่อยู่บนด้านหลังของโจวจี้เฟิงก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดาบของเขาได้เคลื่อนที่ไปบนอากาศ ดาบของเขาได้แยกเงาออกมาหลายๆ เงาก่อนที่จะผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

"นั่นมันวิชาดาบของลั่วฉางเฟิง...ไม่มีใครในสำนักดาบสวรรค์เชี่ยวชาญวิชานี้นอกซะจากโจวจี้เฟิง"

ดาบของโจวจี้เฟิงกลับมาหาตัวเขา ในตอนนั้นเงาของดาบนับพันก็ได้หมุนรอบโจวจี้เฟิง เห็นได้ชัดว่าการควบคุมพลังดาบของโจวจี้เฟิงมันแม่นยำแค่ไหน เสื้อผ้าของเขาไม่ได้รับความเสียหายจากการใช้ดาบเลย

เหล่าผู้ชมต่างก็จับจ้องมาอย่างประหลาดใจอีกครั้ง

แม้ว่ามันจะไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่ดูทรงพลัง แต่การที่จะหาคนที่สามารถควบคุมดาบได้ดีถึงเพียงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ดาบที่โจวจี้เฟิงได้หมุนไปกับสายลม มันดูคล้ายกับกงจักรซึ่งเป็นกระบวนท่าของลั่วฉางเฟิง โจวจี้เฟิงได้หันหลังให้ก่อนที่จะแสดงสัญลักษณ์ที่มีอยู่บนหลังให้กับทุกคนได้เห็น มันเป็นเครื่องหมายที่อยู่บนไหล่ของเขานั่นเอง

หลายๆ คนในฝูงชนจดจำเครื่องหมายนั้นได้

"นั่นมันสัญลักษณ์ของตระกูลเจียง...ตระกูลเจียงมักจะตีตราเครื่องหมายนี้เอาไว้บนไหล่ของคนในครอบครัว นั่นมันไม่ผิดแน่ เครื่องหมายของตระกูลเจียง! "

"น่าเสียดายที่ตระกูลเจียงถูกกวาดล้างไปเมื่อ 30 ปีก่อน ลือมาว่าคนร้ายเป็นผู้ใช้ดาบยอดฝีมือ..."

โจวจี้เฟิงมองไปรอบๆ ตัวเองก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันมั่นใจ "คนที่ฆ่าครอบครัวของข้าไม่ใช่ศาลาปีศาจลอยฟ้า คนที่ฆ่าครอบครัวของข้าก็คือสำนักฝ่ายธรรมะ เจ้าสำนักดาบสวรรค์ลั่วฉางเฟิง! " โจวจี้เฟิงได้พูดออกมาด้วยความโกรธแค้นก่อนที่จะชี้ไปทางสำนักดาบสวรรค์

แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ แต่ก็มีหลายคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ หลักฐานรวมไปถึงคำพูดของโจวจี้เฟิงดูมีน้ำหนักเกินไป แม้แต่ผู้คนที่ไม่ชื่นชอบศาลาปีศาจลอยฟ้าเองก็อดไม่ได้ที่จะเชื่อโจวจี้เฟิง...

"ถุ้ย! สำนักดาบสวรรค์นี่มันทุเรศซะจริง! "

"ถุ้ย! "

"สำนักดาบสวรรค์มักจะพูดว่าตัวเองยึดถือเส้นทางแห่งยุติธรรมเสมอ แต่การกระทำของพวกเขากลับสวนทางกัน สมควรแล้วล่ะที่เจ้าพวกนั้นถูกสวรรค์ลงโทษแบบนี้! "

ผู้ชมหลายคนต่างก็แสดงความคิดออกมาอย่างมีอารมณ์ ในตอนนั้นเองเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นของเหล่าผู้ชมเริ่มเพิ่มเติมมากขึ้น ฝูงชนทั้งหลายเริ่มพูดสาปแช่งสิ่งที่สำนักดาบสวรรค์ทำ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ด่าจดหมายทั้ง 13 ฉบับที่ลั่วซิงกงเคยเขียนขึ้น

"ลั่วซิงกง ข้ารู้สึกละอายใจแทนลูกชายที่ไร้ยางอายของเจ้าซะจริง...ถ้าหากเป็นข้า ข้าก็คงจะฆ่าตัวตายชดใช้ความอับอายนี้ไปแล้ว! "

ลั่วซิงกงเป็นคนที่กังวลกับชื่อเสียงของตัวเอง เขาไม่ใช่คนที่จะยอมให้ชื่อของตัวเองมีความด่างพร้อยได้ ตัวเขาเองก็จะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของสำนักมัวหมองด้วยเช่นกัน ลั่วซิงกงจะไปทนให้เหล่าฝูงชนดูถูกชื่อเสียงของตัวเองได้ยังไงกัน?

"เจ้า...เจ้า..." ลั่วซิงกงมองไปที่โจวจี้เฟิง หลังจากนั้นเขาก็เดินโซเซถอยหลังกลับไป ตัวเขาโกรธจนกระอักเลือดออกมา "ท่านเจ้าสำนัก! " สาวกทั้งสองรีบเข้าไปพยุงตัวของลั่วซิงกง

จนถึงตอนนี้ฝูงชนเริ่มสาปแช่งลั่วซิงกงรวมไปถึงสำนักดาบสวรรค์น้อยลง ในตอนนี้เริ่มมีคนหัวเราะเยาะแทน

"สมน้ำหน้า เจ้านั่นน่ะสมควรที่จะได้รับมันแล้ว! "

ลั่วซิงกงรู้สึกเวียนหัวเมื่อต้องฟังคำสบประมาททั้งหมดที่มี

หมิงซี่หยินได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ตาแก่ ดูเหมือนว่าเจ้าจะบาดเจ็บภายในอยู่นะ..."

ดูเหมือนว่าลั่วซิงกงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่น่าแปลกใจที่ตัวเขาจะเร่งรีบแก้แค้นแบบนี้

โจวจี้เฟิงมองไปที่ลั่วซิงกงอย่างเย็นชา ตัวเขาชี้ไปยังลั่วซิงกงก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าไม่ได้ฆ่าลั่วฉางเฟิงกับมือตัวเองเพื่อที่จะแก้แค้นในตอนนั้น เพราะแบบนั้นข้าจะฆ่าเจ้าเพื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวของข้าเอง! " ดาบของโจวจี้เฟิงร่ายรำท่ามกลางแท่นประลอง มันได้ลอยไปหาลั่วซิงกง

ลั่วซิงกงยกแขนขึ้นมา สาวกทั้งสองเองเดินเซกลับไปที่ด้านหลัง แม้ว่าลั่วซิงกงจะได้รับบาดเจ็บภายใน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ใช่คนที่โจวจี้เฟิงผู้ที่มีพลังระดับศักดิ์สิทธิ์จะจัดการได้โดยง่าย ลั่วซิงกงได้กางแขนออกมาเพื่อที่จะต้านพลังของโจวจี้เฟิง

พลังร่างอวตารของลั่วซิงกงได้ปรากฏขึ้นมา มันได้ต้านทานการโจมตีทั้งหมดของโจวจี้เฟิงเอาไว้

หมิงซี่หยินได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนอากาศก่อนที่จะพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม "ให้ข้าเป็นคู่ต่อสู้เจ้าเอง..."

"เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้อย่างงั้นหรอ? " ลั่วซิงกงได้พูดออกมาด้วยความโกรธ

หมิงซี่หยินได้หัวเราะออกมา "ใช่ ข้าคิดแบบนั้น เจ้าน่ะมันไร้ยางอายจริงๆ "

ลั่วซิงกงหันไปหาลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเย็นชา "เจ้าฆ่าลูกชายข้า เพื่อความยุติธรรมข้าจะเป็นผู้สังหารศิษย์ของเจ้าคนหนึ่งเอง" หลังจากพูดจบเขาก็หันไปหาหมิงซี่หยินที่กำลังลอยอยู่บนอากาศ ลั่วซิงกงยกมือขึ้นมา ในตอนนั้นมีพลังลมปราณผันผวนอยู่ที่มือของเขา หลังจากที่พลังลมปราณได้จางหายไป ในตอนนั้นก็ได้มีดาบเล่มหนึ่งปรากฏขึ้น

"ดาบแห่งการเรียนรู้"

"นั่นมันอาวุธระดับสรวงสวรรค์" มีผู้ชมคนหนึ่งตะโกนออกมา

ดาบแห่งการเรียนรู้ได้หมุนรอบตัวเองอยู่เหนือฝ่ามือของลั่วซิงกง ในตอนนั้นเองคลื่นพลังดาบก็ได้ลอยตรงไปที่หมิงซี่หยิน

หมิงซี่หยินรีบใช้พลังร่างอวตารของเขาก่อนที่จะลงไปที่พื้น

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

เคียวพื้นพิภพเองก็ได้ปรากฏขึ้นมาเช่นกัน

"เจ้ากล้ามาสู้กับข้าด้วยพลังร่างอวตารดอกบัว 1 กลีบอย่างงั้นหรอ? " ลั่วซิงกงเพิ่มพลังในการโจมตี

ในตอนนั้นหมิงซี่หยินได้พุ่งผ่านคลื่นพลังดาบมาก่อนที่จะตรงไปยังคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว

พรึ๊บ!

หมิงซี่หยินได้ใช้เคียวพื้นพิภพเสียบแทงไปที่ลั่วซิงกง

ลั่วซิงกงได้ยกฝ่ามือขึ้นมาป้องกันด้วยพลังลมปราณก่อนที่จะถอยกลับไปจากแรงกระแทก

"เยี่ยม! " ฝูงชนต่างก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

"นั่นมันเป็นการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย! "

"เป็นไปตามคาด ศิษย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าคนนั้นรู้ดีว่าจะต้องรับมือกับการต่อสู้และจะใช้อาวุธให้ได้เปรียบยังไง"

ในตอนนั้นหมิงซี่หยินก็สามารถเข้าใกล้ลั่วซิงกงได้สำเร็จ

พลังของอาวุธระดับสรวงสวรรค์ไม่ใช่อะไรที่มองข้ามได้ ลั่วซิงกงได้สะดุดถอยกลับไปด้านหลังก่อนที่จะพยายามทรงตัวอีกครั้ง

หมิงซี่หยินที่ยืนอยู่ได้ยิ้มออกมา "ใครบอกว่าข้าเป็นแค่ผู้ใช้พลังร่างอวตารดอกบัว 1 กลีบกัน? "

"อย่างเจ้าก็คงจะมีแค่ดอกบัว 2 กลีบอย่างงั้นสินะ? "

"แล้วใครบอกเจ้ากันว่าข้ามีพลังร่างอวตาร 2 กลีบน่ะ? " หมิงซี่หยินตอบโต้กลับไปพร้อมรอยยิ้ม

เหล่าผู้ชมต่างก็ตกใจ

ในตอนนั้นเองหมิงซี่หยินก็ได้มองลงไปที่เท้า แสงสว่างสีเขียวก็ได้ส่องสว่างขึ้นมา

"นั่นมันวิชากระจกแห่งแสงของวิถีพุทธ! "

"มีชาวพุทธยอดฝีมืออยู่ใกล้ๆ นี่! "

วิชากระจกแห่งแสงเป็นวิชาพื้นที่รูปแบบหนึ่ง มันจะต้องใช้เวลาในการใช้ล่วงหน้ากว่าที่มันจะแสดงผลออกมาได้ ถ้าหากสำนักดาบสวรรค์สามารถใช้เคล็ดวิชานี้อีกครั้งได้ มันจะต้องมีชาวพุทธยอดฝีมือคอยให้ความช่วยเหลือพวกเขาอยู่แน่ ดูเหมือนว่าสำนักดาบสวรรค์จะได้รับความช่วยเหลืออยู่ คนคนนี้ทำให้สำนักดาบสวรรค์รู้สึกมั่นใจอย่างงั้นสินะ?

ในตอนนั้นเองก็มีแสงปรากฏขึ้นที่พื้นของลั่วซิงกง ด้านหลังของลั่วซิงกงได้มีคนกว่าหลายสิบคนบินผ่านไป

"ทุกคนล้วนทำผิดพลาดกันได้ รู้ผิดก็ควรจะรู้แก้ พวกเราควรจะให้อภัยกับคนที่พลั้งพลาดไป "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 248 ผู้ช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว