เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 242 กุญแจที่หายสาบสูญ

ตอนที่ 242 กุญแจที่หายสาบสูญ

ตอนที่ 242 กุญแจที่หายสาบสูญ


ตอนที่ 242 กุญแจที่หายสาบสูญ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

"ถ้าหากข้าเปิดมันได้ก็คงจะไม่แบกกล่องใบนี้มาที่นี่หรอกนะ จริงไหม? " ต้วนมู่เฉิงได้พูดพลางกลอกตามองบน

"ท่านพูดถูกแล้วศิษย์พี่สาม" หมิงซี่หยินได้พูดออกมาอย่างอายๆ

ลู่โจวลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ตัวเขาได้เดินเอามือไขว้หลังก่อนที่จะเดินไปยังกล่องใบนั้น มีกล่องมากมายหลายใบซ่อนอยู่ในห้องลับ ตัวเขาไม่เคยคิดจะสนใจกล่องพวกนี้เลย กล่องทุกใบล้วนแต่ถูกฝุ่นเกาะจนหนาเตอะ มันถูกทิ้งขว้างมาเป็นเวลานานแล้วนั่นเอง

"กล่องใบอื่นๆ ที่อยู่ในห้องลับต่างก็ได้รับความเสียหายในตอนที่ห้องลับถูกทำลายไป กล่องใบนี้เป็นกล่องใบเดียวที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ ศิษย์พบว่าเรื่องนี้มันแปลกก็เลยแบกกล่องมาถึงที่นี่" ต้วนมู่เฉิงพูดออกมา

หมิงซี่หยินที่ฟังแบบนั้นยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น "เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่ท่านอาจารย์จะมีสมบัติล้ำค่าแบบนี้"

ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรศิษย์ทั้งสอง ตัวเขาก้มลงก่อนที่จะจ้องมองกล่อง กล่องใบนี้จะต้องถูกทิ้งไว้ในห้องโดยฝีมือของจีเทียนเด๋าในครั้งที่เขายังมีชีวิตอยู่แน่ แต่ในตอนนี้เรื่องมันผ่านมาเนิ่นนานแล้ว ความทรงจำที่ลู่โจวมีจึงพร่ามัวไม่ชัดเจน ตัวเขาจำอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับกล่องใบนี้

"มีข้อกำหนดในการเปิด" ลู่โจวที่มองไปยังเส้นที่อัดแน่นอยู่รอบๆ กล่องก็รู้ได้ทันทีว่ากล่องใบนี้ไม่ใช่กล่องธรรมดา มันเป็นกล่องที่มีข้อกำหนดในการเปิดนั่นเอง เส้นที่เห็นครอบคลุมพื้นผิวทั้งหกด้านของกล่องใบนั้น ถ้าหากลู่โจวไม่จ้องมองมันอย่างละเอียดตัวเขาก็คงคิดว่ามันเป็นแค่ลวดลายประดับตกแต่งที่ดูสวยงามของกล่องใบนี้เท่านั้น สิ่งที่แปลกก็คือรูปแบบของข้อกำหนด ดูเหมือนว่ามันจะต้องใช้พลังลมปราณในการเปิดของสิ่งนี้ แล้วจะต้องทำยังไงถึงจะผ่านข้อกำหนดนี้ไปได้ล่ะ?

เมื่อลู่โจวเก็บตัวฝึกฝนตัวเองอยู่ในห้องลับ ตัวเขาได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการศึกษาเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์เท่านั้น ภายใต้พลังของเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ กล่องต่างๆ , สมบัติหรือแม้แต่อาวุธทั้งหมดถูกทำลายโดยที่ไม่มีข้อยกเว้น มีเพียงกล่องใบนี้เท่านั้นที่ไม่ได้รับความเสียหาย นั่นหมายความว่าวัสดุที่สร้างกล่องใบนี้ขึ้นมาจะต้องเป็นของที่มีพลังป้องกันอันทรงพลังมากแน่

"ท่านอาจารย์มีความรู้ในเรื่องของข้อกำหนดกว้างขวาง แล้วในกล่องใบนี้มีข้อกำหนดแบบไหนกันหรอครับท่านอาจารย์? " หมิงซี่หยินไม่สามารถละความอยากรู้อยากเห็นทิ้งได้

ลู่โจวไม่พูดอะไร ตัวเขายังคงเฝ้ามองต่อไป พอเดินไปอีกข้างหนึ่งตัวเขาก็สังเกตเห็นรูเล็กๆ "กุญแจ..."

หมิงซี่หยินเองก็ตามมาดูเช่นกัน เขาได้ก้มหน้าลงก่อนที่จะจ้องมองดู หลังจากนั้นหมิงซี่หยินก็ได้อุทานออกมาด้วยความตกใจ "จริงด้วย พวกเราต้องการกุญแจ"

ต้วนมู่เฉิงเห็นรู้กุญแจเช่นกัน "ท่านอาจารย์ ข้าจะไปหากุญแจให้เดี๋ยวนี้"

"ไปซะ..."

ต้วนมู่เฉิงได้หันกลับไปก่อนที่จะเดินจากไปในทันที ในตอนนี้ห้องลับนั้นดูเละเทะจนเกินไป ตัวเขาคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่จะหาของเล็กๆ อย่างกุญแจเจอได้

ลู่โจวไม่คิดว่ากุญแจจะอยู่ในห้องลับได้ ตัวเขาเหลือบมองไปที่เมนูระบบที่มี ตามที่คาดการณ์เอาไว้ ที่ภารกิจตามหากุญแจที่หายสาบสูญมีคำต่อท้ายถูกเพิ่มขึ้นมา มันเป็นภารกิจที่ให้เอากุญแจดอกนั้นเปิดกล่องสมบัติที่ต้วนมู่เฉิงเอามานั่นเอง ลู่โจวคิดไปไกลเกินเหตุ แท้จริงแล้วกล่องที่จะต้องใช้กุญแจเปิดมันอยู่ใต้จมูกของตัวเขานั่นเอง ลู่โจวที่คิดแบบนั้นก็ได้พูดออกมา "นำกล่องใบนี้ไปทางศาลาทางตะวันออกซะ"

"ครับท่านอาจารย์" หมิงซี่หยินรีบนำกล่องออกไป

ลู่โจวได้โบกแขนอย่างลวกๆ การโบกแขนของเขาได้ทำให้ลู่โจวเก็บพัดขนนกยูงกลับไปได้ ลู่โจวตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปยังศาลาทางตะวันออก

7 วันได้ผ่านพ้นไปในพริบตา

หลังจากที่ทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ไปกว่าเจ็ดวัน ลู่โจวก็รู้สึกได้ถึงพลังพิเศษที่อยู่ในตัว พลังพิเศษนี้กำลังถูกเติมเต็มอีกครั้ง

ลู่โจวพยักหน้า เมื่อพลังของตัวเขาเพิ่มขึ้นก็จะเท่ากับว่าลู่โจวสามารถใช้พลังพิเศษได้หลายครั้งแล้ว ในตอนนี้ลู่โจวสามารถใช้พลังพิเศษจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ได้ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือพลังแห่งคำพูด มันเป็นพลังที่คล้ายกับเคล็ดวิชาในการใช้คลื่นเสียง ส่วนอย่างที่สองนั่นก็คือพลังแห่งความเงียบ มันเป็นพลังแห่งการสะท้อนนั่นเอง

การจะใช้พลังพิเศษจากเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ทั้งสองอย่างได้ตัวผู้ใช้จะต้องมีแหล่งพลังพิเศษที่อยู่ในตัวมากพอ พลังที่เกิดขึ้นเป็นพลังที่มาจากการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์

ลู่โจวได้ถอนหายใจออกมา 'เจ็ดวันเลยอย่างงั้นหรอ? จะต้องใช้เวลานานขนาดนี้เลยสินะกว่าที่จะใช้พลังพิเศษได้ในแต่ละครั้ง' ลู่โจวประหลาดใจเล็กน้อยกับเงื่อนไขในการใช้พลังที่สูงส่งแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามการจะใช้พลังอันยิ่งใหญ่ได้ก็จะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่ทัดเทียมเป็นเรื่องธรรมดา

"ท่านอาจารย์ มีจดหมายมาจากเจียงอาเฉียน" เสียงของจ้าวยู่ได้ดังออกมาจากด้านนอก

นับตั้งแต่ที่หยวนเอ๋อรู้สึกหลงใหลในสายสะพายนิพพานของนาง งานรับจดหมายก็ตกเป็นหน้าที่ของจ้าวยู่ไป เรื่องนี้ดีกว่าตัวของลู่โจวเอง จ้าวยู่เป็นศิษย์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหยวนเอ๋อ นางคงไม่ใช่อารมณ์มาข้องเกี่ยวด้วยแน่

"อ่านซะ"

จ้าวยู่ได้คลี่จดหมายออกมาก่อนที่จะอ่านออกมาอย่างเชื่อฟัง

"ท่านผู้อาวุโส ครั้งนี้ข้ามีเรื่องสามอย่างที่ต้องการจะบอกท่าน เรื่องแรกลั่วซิงกงอดีตเจ้าสำนักดาบสวรรค์ได้ส่งจดหมายเพื่อเชื้อชวนสำนักอื่นๆ ให้มาบุกโจมตีศาลาปีศาจลอยฟ้า แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่มีสำนักไหนเคลื่อนไหวอะไรออกมา ลั่วซิงกงที่มีนิสัยวู่วามได้โกรธเคืองจากเรื่องในครั้งนี้ ท่านต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี ส่วนเรื่องที่สอง ศิษย์คนแรกของท่านเจ้าสำนักอเวจียู่เฉิงไห่ได้รับสำนักย่อยทั้งสองสำนักเอาไว้ สำนักที่ว่านั่นก็คือสำนักโกรธาและสำนักอสูร ยังไงซะยู่เฉิงไห่ก็คงจะต้องเคลื่อนไหวต่อไปในเร็วๆ นี้แน่...อย่างที่สามข้าขอให้ท่านรอจดหมายฉบับต่อไปจากข้า"

ลู่โจวขมวดคิ้วเล็กน้อย ตัวเขาไม่คุ้นเคยกับวิธีการต่างๆ ที่เจียงอาเฉียนทำแม้แต่นิดเดียว ทำไมเจียงอาเฉียนถึงไม่พูดเรื่องสุดท้ายไว้ในจดหมายฉบับนี้ 'เจ้านี่จะยอมใช้กระดาษที่ยาวกว่านี้เขียนจดหมายไม่ได้เลยหรอไงกัน? '

การอ่านจดหมายสิ้นสุดลง

จ้าวยู่เองก็รู้สึกอึดอัดใจเช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นนางก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรขึ้นมา

ลู่โจวที่ฟังรายงานจบแล้วได้ออกคำสั่งขึ้น "เจ้าไปได้แล้ว"

"ศิษย์ขอลา ศิษย์จะรีบกลับมารายงานท่านอาจารย์ใหม่เมื่อมีจดหมายฉบับใหม่มาถึง" จ้าวยู่ได้ออกจากศาลาทางตะวันออกไปในทันที

ในตอนนั้นเองลู่โจวก็ได้โบกแขนขึ้นมา พัดขนนกยูงได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าตัวเขา ลู่โจวรู้สึกตกใจนิดหน่อย พัดขนนกยูงมีพื้นผิวที่ดูเรียบและดูเงางามกว่าก่อนหน้านี้ ศิษย์คนที่เจ็ดอย่างสีวู่หยาได้ใช้อาวุธประจำตัวชิ้นนี้ในระยะเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับศิษย์พี่ทั้งสองอย่างยู่ฉางตงและยู่เฉิงไห่ แต่ถึงแบบนั้นดูเหมือนว่าสีวู่หยาจะใช้อาวุธชิ้นนี้บ่อยครั้งและรักษามันไว้เป็นอย่างดี

ลู่โจวได้ยกมือที่ถืออาวุธขึ้นมาก่อนที่จะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาในใจ ตัวเขากำลังนึกถึงเครื่องรางขัดเกลา ถ้าหากตัวเขาขัดเกลาอาวุธชิ้นนี้ไปสีวู่หยาจะรู้สึกยังไงกัน?

ลู่โจวได้โบกมือขึ้น ท้ายที่สุดแล้วเครื่องรางขัดเกลาก็ได้ปรากฏขึ้นบนมือของตัวเขา

บางทีนี่อาจจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อาวุธกับอาวุธก็เป็นได้ ในตอนนั้นสีวู่หยาซึ่งนั่งสมาธิอยู่ได้ลืมตาตื่นขึ้น ใบหน้าของเขาไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก สีวู่หยาได้เผลอพูดอะไรบางอย่างออกมา "พัดขนนกยูง"

มันเป็นความผูกพันอย่างหนึ่งของอาวุธระดับสรวงสวรรค์ เมื่อความผูกพันที่มีกับผู้เป็นเจ้าของเพิ่มถึงระดับที่กำหนด ทั้งสองก็จะผสานกันเป็นหนึ่งเดียว อาวุธชิ้นนั้นจะเชื่อมต่อกับตัวผู้ใช้ผ่านทางกระแสจิต ไม่มีใครสามารถอธิบายการเชื่อมต่อแบบนี้ได้

สีวู่หยาไม่รู้ว่าทำไมตัวเขานึกถึงพัดขนนกยูงขึ้นมาในตอนนี้ได้

ในตอนนั้นเองสาวกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงของสีวู่หยา เขาคนนั้นตัดสินใจที่จะเดินเข้ามาถามไถ่ "ท่านเจ้าสำนักมีอะไรให้ข้ารับใช้รึเปล่า? "

"ไม่มีอะไร" สีวู่หยาได้ตอบกลับ

"ท่านเจ้าสำนัก พวกเราควร...ควรที่จะเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากสำนักเซียนสวรรค์ดีไหม? "

"ไม่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้นหรอก" สีวู่หยาได้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ "ศิษย์พี่ใหญ่ข้าได้สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะส่งคนไปที่นั่น ถ้าหากศิษย์พี่ใหญ่พูดออกมาด้วยตัวเอง ข้าไม่มีเหตุผลเลยที่จะไม่เชื่อใจเขา ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์พี่รองยังทำร้ายไปยู่ชิงจนได้รับบาดเจ็ฐไป ในช่วงเวลานี้เราควรจะพึ่งพาศิษย์พี่ใหญ่มากกว่า"

"งั้นพวกเราควรจะไปที่หุบเขาผิงตูสินะครับ? "

สีวู่หยาไม่ได้ตอบกลับในทันที ถ้าหากเป็นอดีตเขาก็คงจะสั่งการออกมาแบบนั้น แต่ในตอนนี้ตัวเขารู้สึกลังเลอะไรบางอย่าง "ช้าก่อน"

"ท่านเจ้าสำนักโปรดออกคำสั่งด้วย"

"เร็วๆ นี้สำนักดาบสวรรค์กำลังจะเคลื่อนไหวสินะ? " สีวู่หยาได้ถามออกมา

"สำนักดาบสวรรค์ได้ส่งเทียบเชิญให้กับสำนักอื่นๆ เพื่อที่จะหาพันธมิตรในการโค่นล้มศาลาปีศาจลอยฟ้า ลั่วซิงกงกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่งที่จะเคลื่อนไหว แต่ในตอนนี้ยังไม่มีสำนักไหนเห็นด้วยกับเขา สำนักดาบสวรรค์ไม่ได้มีความหมายอะไรอีกต่อไป ในตอนนี้สถานที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว"

สีวู่หยาพยักหน้า "แล้วเจ้าแปดส่งข่าวอะไรกลับมาไหม? "

"ไม่มีข่าวจากท่านซู่ฮ่องกงกว่าสิบวันแล้ว"

"นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เจ้านั่นคงจะถูกส่งไปที่ถ้ำแห่งเงาสะท้อนแล้วแน่ ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะหวังให้ศิษย์น้องไม่ได้เรื่องคนนี้ให้ข้อมูลกับพวกเราตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการที่อยู่ในถ้ำแห่งเงาสะท้อนคงจะปลอดภัยกว่าเป็นไหนๆ " สีวู่หยาได้พูดต่อ "ข้าสงสัยว่ามีสายลับอยู่ในหมู่พวกเรา...นับตั้งแต่วันนี้ไปอะไรที่เกี่ยวข้องกับศาลาปีศาจลอยฟ้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็รีบรายงานให้ข้ารู้ซะ"

"ข้าเข้าใจแล้วท่านเจ้าสำนัก! "

"มีอีกเรื่อง...บอกวู่ชูว่าไม่จำเป็นจะต้องช่วยซู่ฮ่องกง ให้เขาเปลี่ยนเป้าหมายไปขโมยพัดขนนกยูงแทน"

"ครับท่านเจ้าสำนัก! " สาวกคนนั้นได้ตอบกลับไปก่อนที่จะทำความเคารพและจากไป

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 242 กุญแจที่หายสาบสูญ

คัดลอกลิงก์แล้ว