เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 243 จดหมายยั่วยุทั้งสิบสามฉบับ

ตอนที่ 243 จดหมายยั่วยุทั้งสิบสามฉบับ

ตอนที่ 243 จดหมายยั่วยุทั้งสิบสามฉบับ


ตอนที่ 243 จดหมายยั่วยุทั้งสิบสามฉบับ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

บนต้นไม้ที่สูงตระหง่าน ณ กระท่อมหลังหนึ่งที่แสนจะเงียบสงบ

ยู่ฉางตงกำลังนั่งอยู่บนกิ่งไม้ ดวงตาของเขาปิดลง ในตอนนั้นเองรอยยิ้มจางๆ ได้เผยให้เห็นบนใบหน้าของตัวเขา ตัวเขาได้พูดออกมาอย่างเฉยเมย "ศิษย์น้องเจ็ด...ถ้าหากเจ้าทำแบบนั้นเจ้าจะต้องทิ้งความพยายามก่อนหน้านี้ทั้งหมดลงน้ำไปฟรีๆ แน่"

สีวู่หยามองไปที่ยู่ฉางตงก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าประเมินความสามารถของท่านอาจารย์ต่ำไป..."

"แต่แล้วมันยังไงล่ะ? " สีวู่หยาได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ "ข้อปล่อยให้ศิษย์น้องแปดกลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าก็เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเขา ยิ่งไปกว่านั้นการส่งศิษย์น้องกลับไปจะทำให้ข้ารู้ข่าวการเคลื่อนไหวได้ ศิษย์น้องแปดเป็นพวกสมองกลวง เขาคงจะไม่ถูกฆ่าแน่ ถ้าหากมีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นข้าก็คงจะส่งวู่ชูไปช่วยศิษย์น้องได้"

ยู่ฉางตงส่ายหัวออกมาเบาๆ ตัวเขาได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดอย่างไม่เห็นด้วย "ข้าแค่กังวลว่าวู่ชูจะตกเป็นเป้าหมายของการดูแคลนได้"

"นอกจากนี้ข้ายังยอมแพ้โดยมอบพัดขนนกยูงไปให้กับศิษย์พี่สี่แล้ว...และเพื่อที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของท่านอาจารย์ แต่ยังไงซะตอนนี้..." สีวู่หยาหยุดพูดกลางคันก่อนที่จะพูดต่อไป "ยังไงซะตอนนี้ดูเหมือนว่าพัดขนนกยูงกำลังจะตกอยู่ในอันตราย"

"เงื่อนไขในการขัดเกลาอาวุธระดับสรวงสวรรค์ได้เข้มงวดมาก เนื่องจากเป็นเพราะข้าได้ช่วยเจ้าเอาไว้...เพราะงั้นแล้วอย่าได้เศร้าใจไปเลยนะศิษย์น้อง" ยู่ฉางตงได้พูดขึ้น

"ท่านพูดถูกแล้วศิษย์พี่รอง การที่จะขัดเกลาอาวุธได้ไม่ใช่เรื่องง่าย"

"ตอนนี้ถึงคราวที่เจ้าจะต้องช่วยข้าแล้ว..." ยู่ฉางตงเปิดตาขึ้น แสงของดวงอาทิตย์ได้ส่องลงผ่านใบไม้ก่อนที่จะตกลงบนใบหน้าของตัวเขา ยู่ฉางตงได้กระโดดลงมาจากกิ่งไม้ก่อนที่จะร่อนลงข้างๆ กับสีวู่หยา

หัวใจของสีวู่หยาเริ่มเต้นถี่ขึ้น นับตั้งแต่ที่ตัวเขาก่อตั้งสำนักแห่งความมืดมา ตัวเขาก็ได้ยินข่าวคราวมากมายเกี่ยวกับผู้คนที่กำลังอยู่ในระหว่างความเป็นและความตาย ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ภายในชั่วข้ามคืน มีเหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งกว่าฟ้าถล่มดินทลายเกิดขึ้นในทุกๆ วัน ปัญหาน้อยใหญ่เป็นเหมือนกับต้นหญ้าที่ล้วนแต่เติบโตได้ทุกเวลา แต่ไม่ว่าจะยังไงตัวเขาก็ไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวเลยสักครั้งเดียว แต่ถึงกระนั้นเมื่อได้ฟังคำพูดของยู่ฉางตงเพียงไม่กี่คำ ตัวเขาก็รู้สึกหนาวไปถึงกระดูก

สีวู่หยารู้ดีว่าศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รอง ทั้งสองคนล้วนแต่ขัดแย้งกันมาโดยตลอด ตัวเขาไม่แปลกใจเลยถ้าหากทั้งสองคนจะได้ต่อสู้กันในอนาคต แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามตัวเขาก็ไม่คาดหวังว่ามันจะถึงเร็วขนาดนี้ "ศิษย์พี่รอง...พวกเราคงจะไม่..."

ก่อนที่สีวู่หยาจะได้พูดจบ ยู่ฉางตงก็ได้ยกมือขึ้นและพูดแทรกออกมา "ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าหวังว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในเวลา 6 เดือนนี้..."

โลกของเหล่ายอดฝีมือถือเป็นโลกที่โดดเดี่ยว เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเหล่ายอดฝีมือที่ต้องการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่สามารถต่อสู้กับพวกเขาได้อย่างสูสี การจะต่อสู้กับผู้ที่อ่อนแอกว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับยู่ฉางตง

"พลังวรยุทธของศิษย์ใหญ่ลึกล้ำมาก ข้าเกรงว่ามีเพียงท่านอาจารย์เท่านั้นที่จะสามารถทำร้ายเขาได้"

"นั่นคือเหตุผลที่ท่านไม่ควรยั่วยุท่านอาจารย์..." หลังจากที่ยู่ฉางตงพูดจบ ตัวเขาก็เอามือเคาะไปที่กิ่งไม้เบาๆ ก่อนที่จะหันกลับมาพูด "เจ้าดูและตัวเองด้วยก็แล้วกันศิษย์น้อง"

"ไม่ต้องห่วงศิษย์พี่...ข้าจะรักษาตัว"

"ไว้พวกเรามาพบกันใหม่"

"ข้าแน่ใจว่าพวกเราจะต้องได้พบกันแน่"

ทั้งสองคนทำความเคารพซึ่งกันและกัน

ยู่ฉางตงไม่ได้อยากที่จะเสียเวลาอีกต่อไป เขาได้เอามือไขว้หลังก่อนที่จะบินหายไปในอากาศ

สีวู่หยาส่ายหัวออกมาก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆ ตัวเขาได้หันกลับไปที่กระท่อมอันป่าวเปลี่ยว ตัวเขามองไปที่กองเอกสารที่วางเรียงรายอยู่บนพื้น มันเป็นเรื่องด่วนที่ตัวเขาจะต้องจัดการนั่นเอง สีวู่หยาที่ซ่อนอารมณ์ไว้โดยตลอดได้แกว่งแขนออกมาด้วยความโกรธ

พรึ๊บ!

กองกระดาษได้กระจัดกระจายไปทั่ว

"ข้าทำทั้งหมดนี้มาเพื่ออะไรกัน? " ในตอนที่สีวู่หยาฮึดฮัดออกมา ตัวเขาก็ได้กระอักเลือดออกจากปาก สีวู่หยาไม่ได้สนใจอะไร ตัวเขาได้ใช้แขนเสื้อเช็ดคราบเลือดที่มีในทันที

ในตอนนั้นเองสาวกชุดเทาคนหนึ่งก็ได้เข้ามาใกล้ ตัวเขาได้คุกเข่าลงบนพื้นก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านเจ้าสำนัก ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม? "

"ข้าไม่เป็นไร...มันเป็นผลพวงที่ข้าพยายามคายพลังผนึกมนตราก็เท่านั้น" สีวู่หยาตอบกลับมา หน้าตาของเขาดูไม่สู้ดีเท่าไหร่

"ดูแลตัวเองด้วยท่านเจ้าสำนัก"

ในขณะเดียวกัน

"ติ้ง! ลงโทษสีวู่หยา ได้รับแต้มบุญ 200 แต้ม"

แม้ว่าลู่โจวจะไม่แน่ใจสีวู่หยากำลังทำอะไรอยู่ แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ได้แต้มบุญมากว่า 200 แต้ม

ลู่โจวได้ส่ายหัวก่อนที่จะมองไปยังพัดขนนกยูง "การจะคลายพลังผนึกมนตราได้ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ"

พลังผนึกมนตราเกิดขึ้นมาจากระบบที่ลู่โจวมี แม้ว่าจะเป็นยอดฝีมีที่มีพลังอวตารดอกบัว 6-7 กลีบของสำนักเซียนสวรรค์ก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นการจะคลายพลังผนึกมนตราได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี

ลู่โจวคิดถึงสิ่งที่สีวู่หยาทำเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวเขาส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้าศิษย์ทรยศ...ข้าจะยึดอาวุธของเจ้าเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน" ลู่โจวได้โบกมือ สุดท้ายแล้วเครื่องรางขัดเกลาก็ได้หายไป

นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เป็นอาจารย์และผู้เป็นลูกศิษย์ต่อสู้กันจากในระยะไกล สีวู่หยาได้พ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่า

ลู่โจววางพัดขนนกยูงไป ในตอนนั้นเองเสียงของจ้าวยู่ก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง...

"ท่านอาจารย์มีจดหมายมาสองฉบับค่ะ"

"สองจดหมายอย่างงั้นหรอ? "

"จดหมายแรกเป็นของเจียงอาเฉียน ส่วนอีกจดหมายหนึ่งนั้น...เป็นจดหมายที่มาจากตีนเขา"

"อ่านซะ"

จ้าวยู่ได้เปิดซองจดหมายออกก่อนที่จะเริ่มอ่านออกเสียงขึ้น "ท่านผู้อาวุโส เรื่องที่สามที่ข้าอยากจะบอกเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่สำคัญของราชวงศ์ ในตอนแรกข้าเองก็ไม่อยากที่จะเล่าให้กับท่านฟังในตอนแรก แต่เมื่อลองคิดดแล้วข้าก็เลยตัดสินใจที่จะบอกท่าน ทหารคนสนิททั้งสี่ของเหวยซู่หยานได้นำคนกว่า 50,000 คนไปยังมณฑลเหลียงเพื่อระงับการก่อจลาจล องค์ชายหลิวปิงได้กลับมาที่พระราชสำนักพร้อมกับทหารของเขาจนคว้าชัยชนะไปได้ ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้สนใจอะไรการก่อกบฏ มากนัก แต่ข้าแน่ใจเลยว่ามีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับพระราชสำนักแน่ ท่านผู้อาวุโสโปรดระวังม่อหลี่เอาไว้ให้ดี"

สีหน้าของลู่โจวยังคงนิ่งสงบ

ในท้ายที่สุดแล้วข้อความนี้ก็เป็นข้อมูลของผู้ควบคุมหุ่นเชิดอย่างม่อหลี่...ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรที่จะเข้าไปยุ่งกับเรื่องของพระราชสำนัก ตัวเขาได้ปล่อยให้เหวยซู่หยานใช้ความสามารถที่มีคอยจัดการเอา "อ่านต่อซะสิ"

"ข้าเข้าใจแล้ว" จ้าวยู่ได้เปิดจดหมายฉบับที่สอง นางมองอ่านไปก่อนที่จะพูดออกมา "มันเป็นจดหมายท้าทายจากสำนักดาบสวรรค์ค่ะ"

เมื่อลู่โจวได้ยินแบบนั้น สีหน้าเขาก็ยังคงสงบเยือกเย็นเช่นเคยมันเป็นเหมือนกับฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เรื่องเล็กเรื่องน้อยเริ่มเกิดขึ้นมาทีละเรื่อง

"ท่านอาจารย์ ลั่วซิงกงได้จัดเวทีการต่อสู้เพื่อต้องการที่จะท้าทายท่านสู้หนึ่งต่อหนึ่ง" จ้าวยู่ได้พูดออกมาอย่างลังเล

"ไม่ต้องไปสนใจ" ลู่โจวไม่ได้สนใจอะไรกับสำนักดาบสวรรค์ที่กำลังอ่อนแอ ยิ่งไปกว่านั้นตัวเขาในตอนนี้ก็คิดถึงแต่เรื่องกล่อง, กุญแจ และเรื่องเคล็ดวิชาอักษรสวรรค์ ในเวลาเดียวกันตัวเขาจะต้องคิดหาวิธีเพื่อรับมือกับสีวู่หยา, ยู่ฉางตง และยู่เฉิงไห่อีกด้วย ตัวเขาไม่มีเวลาให้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้

"ศิษย์เข้าใจแล้ว ศิษย์ขอลา"

ในเช้าวันรุ่งขึ้นจ้าวยู่ก็ได้กลับมายังศาลาทางตะวันออกพร้อมกับจดหมายอีกฉบับ

"ท่านอาจารย์...ในตอนนี้เจ้าสำนักลั่วซิงกงได้ส่งข้อความมาอีกครั้ง...มันเป็นจดหมายท้าทายท่าน ลั่วซิงกงอ้างว่าพลังวรยุทธที่ตัวเขามีมันลึกล้ำกว่าเดิมมาก เขาอยากที่จะต่อสู้กับท่านอาจารย์อย่างยุติธรรม"

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างไม่พอใจ "เจ้านี่มันไม่มีสมองเลยสินะ..."

โดยปกติแล้วสิบสำนักใหญ่มักจะมองศาลาปีศาจลอยฟ้าว่าเป็นศัตรูที่แสนจะน่ากลัว แต่ในตอนนี้สำนักดาบสวรรค์เพียงสำนักเดียวกลับกล้าที่จะส่งจดหมายท้าทายศาลาปีศาจลอยฟ้าอยู่แบบนี้ 'ลั่วซิงกงคงจะตาพร่ามัวไปจากการสูญเสียลูกชายอย่างงั้นสินะ'

"ไม่จำเป็นจะต้องเอาจดหมายจากสำนักดาบสวรรค์มาบอกข้าอีก"

"ค่ะ ท่านอาจารย์"

10 วันต่อมาจดหมายก็ยังถูกส่งมาเรื่อยๆ โดยที่ไม่เคยขาด

สำนักดาบสวรรค์รู้แล้วว่าจ้าวยู่ได้ทำลายจดหมายทั้งหมดไป

สุดท้ายแล้วจดหมายฉบับที่ 13 ก็ถูกมอบให้กับจ้าวยู่โดยผู้ฝึกยุทธหญิงผู้มาจากวังจันทรา

จ้าวยู่คิดว่าจดหมายฉบับนี้จะเหมือนกับจดหมายที่แล้วๆ มา ไม่นานหลังจากที่ได้อ่านจดหมาย จ้าวยู่ก็ได้แต่ขมวดคิ้ว "ผู้ส่งจดหมายอยู่ไหนกัน? "

"เขาเพิ่งจะออกจากเชิงเขาไปค่ะ"

"จับตัวเขาเอาไว้...ทรมานเจ้านั่นอย่าได้ปรานี! " จ้าวยู่ได้สั่งการขึ้นมาอย่างไม่ลังเล

ผู้ฝึกยุทธหญิงจากวังจันทราทั้งสองที่ได้รับคำสั่งตกใจเล็กน้อย

จ้าวยู่ลดเสียงของนางลงก่อนที่จะพูดออกมาด้วยความโกรธ "รีบไปซะ! "

"ค่ะ! " ผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งสองคนรีบลงจากภูเขาไป

จ้าวยู่ได้นำจดหมายฉบับนั้นเดินเข้าไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 243 จดหมายยั่วยุทั้งสิบสามฉบับ

คัดลอกลิงก์แล้ว