เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 241 กล่องที่ถูกละเลย

ตอนที่ 241 กล่องที่ถูกละเลย

ตอนที่ 241 กล่องที่ถูกละเลย


ตอนที่ 241 กล่องที่ถูกละเลย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

หยวนเอ๋อไม่เคยเห็นพัดขนนกยูงมาก่อน นางเคยได้ยินเรื่องของอาวุธชิ้นนี้มาจากผู้เป็นศิษย์พี่นางเท่านั้น เมื่อหยวนเอ๋อได้เห็นนางก็ได้แต่ตื่นตกใจ หยวนเอ๋อได้พึมพำออกมา "สวยงามอะไรแบบนี้..." หลังจากนั้นนางก็หันมาดูอาวุธที่ตัวเองครอบครองอยู่ "แม้ว่ามันจะดูสวยงามแต่มันก็ดูล้าสมัย สายสะพายนิพพานของข้าก็ยังดีกว่าอยู่ดี"

หมิงซี่หยิน "..."

นับตั้งแต่ที่หยวนเอ๋อได้สายสะพายนิพพานมาดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่ทำให้หยวนเอ๋อรู้สึกประทับใจได้อีกต่อไป

'ดูนางมีความสุขกับผ้าสีแดงผืนนั้นซะจริงนะ'

ลู่โจวมองไปที่พัดขนนกยูง "แล้วเจ้าพบเจ้าเจ็ดได้ยังไงกัน? "

หมิงซี่หยินได้ตอบกลับมาอย่างภาคภูมิใจ "เรื่องมันยาวท่านอาจารย์..."

"งั้นก็ลืมมันไปซะเถอะ" ลู่โจวไม่ได้คิดจะฟังต่อ ตัวเขาได้หยิบพัดขนนกยูงขึ้นมาดู

หมิงซี่หยินที่ฟังแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ดูเหมือนโอกาสที่ตัวเขาจะได้คุยโม้จะหมดลงไปแล้ว ในท้ายที่สุดหมิงซี่หยินก็รายงานเรื่องสุดท้ายออกมา "ท่านอาจารย์ ในตอนนี้พลังของศิษย์น้องเจ็ดถูกผนึกเอาไว้ เพราะแบบนั้นเขาจึงไม่มีที่ให้ไป ข้าเจอคนทรยศอย่างยู่ฉางตงและหนึ่งในสุดยอดผู้พิทักษ์ทั้งสี่จากสำนักอาเวจีไปยู่ชิงอยู่กับศิษย์น้องเจ็ดด้วย"

ลู่โจวได้พูดสาปแช่งอยู่ภายใน 'ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะพลังวรยุทธของเจ้าเจ็ดถูกผนึกอย่างงั้นสินะ? ' แม้จะคิดแบบนั้นแต่ตัวเขาก็ได้พูดออกมาอย่างเยือกเย็น "ข้าคือคนที่ผนึกพลังวรยุทธของเจ้าเจ็ดเอง ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะเอาชนะเจ้านั่นได้ ไปยู่ชิงเป็นผู้ฝึกยุทธที่มีพลังลึกซึ้งมากกว่าของเจ้ามาก ในเมื่อไปยู่ชิงอยู่ที่นั่นแล้วเจ้าเอาอาวุธชิ้นนี้กลับมาได้ยังไงกัน? "

หมิงซี่หยินได้โอกาสนี้เพื่อคุยโม้โอ้อวด "ไปยู่ชิงเป็นหนึ่งในสาวกของสำนักอเวจี เมื่อข้าเอ่ยชื่อท่าน ไปยู่ชิงก็กลัวจนหมดหนทาง ที่นั่นยังมียู่ฉางตงยืนอยู่ด้วย เพราะแบบนั้นข้าก็เลยได้แต่อาวุธของศิษย์น้องเจ็ดมา..."

"ยู่ฉางตงไม่ได้พยายามเพื่อหยุดเจ้าอย่างงั้นหรอ? " ลู่โจวได้ถามออกมา

"เขาไม่ได้ขัดขวางข้า...ยู่ฉางตงรู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด เขาไม่กล้าที่จะแย้งข้าแน่" หมิงซี่หยินได้พูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เมื่อหยวนเอ๋อนึกถึงในครั้งที่เจอกับศิษย์พี่รองอย่างยู่ฉางตงที่เมืองอันยาง นางก็นึกสงสัยอะไรบางอย่าง 'ศิษย์พี่รองน่าจะเป็นคนที่รับฟังเหตุผลนิ? '

"โชคดีที่ศิษย์ฉลาดพอที่จะยึดพัดขนนกยูงของศิษย์น้องเจ็ดเอาไว้ได้ก่อนที่ข้าจะจากไป...ด้วยวิธีนี้ศิษย์น้องเจ็ดก็จะไม่สามารถก่อกรรมได้อีกต่อไป"

ลู่โจวที่ฟังแบบนั้นก็ได้พยักหน้าออกมาอย่างพึงพอใจ "ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก"

หมิงซี่หยินได้โค้งคำนับก่อนที่จะพูดออกมา "ขอบคุณสำหรับคำชมท่านอาจารย์"

"ถ้าหากไม่มีอะไรแล้วเจ้าก็กลับไปพักผ่อนซะเถอะ"

"ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องรายงาน"

"แล้วมันคืออะไรกัน? "

"ในตอนที่ศิษย์กลับมาที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า ศิษย์ได้ผ่านโรงน้ำชาของเมืองถังซีมา ศิษย์ได้ยินมาว่าอดีตเจ้าสำนักของสำนักดาบสวรรค์ลั่วซิงกงวางแผนที่จะรวมไพร่พลเพื่อที่จะโจมตีศาลาปีศาจลอยฟ้า"

ในตอนที่หมิงซี่หยินกลับมาตัวเขาก็ได้เฝ้ามองม่านพลังอย่างละเอียด อันที่จริงม่านพลังนี้ดูอ่อนกำลังกว่าม่านพลังจากในอดีตมาก ในระหว่างที่พูดผู้อาวุโสก็ได้บินออกไปที่ด้านนอกภูเขาทองก็เพื่อที่จะไปตรวจสอบข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สาวกจากศาลาปีศาจลอยฟ้าหรือแม้แต่คนนอกเองก็ยังรู้เรื่องที่ลู่โจวได้ดูดซับพลังจากม่านพลังไปเพื่อเพิ่มพลังของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องที่ห้องลับของศาลาปีศาจลอยฟ้าถูกทำลายอีกด้วย

ลู่โจวไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับสิ่งที่ได้ฟัง "ลั่วซิงกงเป็นชายผู้แตกสลายไปแล้ว...เจ้านั่นไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่จะพูดถึง"

หมิงซี่หยินรีบโค้งคำนับก่อนที่จะพูดขึ้น "ศิษย์อาสาที่จะลงจากภูเขาทองไปเพื่อเด็ดหัวของลั่วซิงกงเอง! "

ในตอนนั้นเองโจวจี้เฟิงก็ได้รีบเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่ ทันทีที่เขาเข้ามาในห้องโถงใหญ่ตัวเขาก็รีบทักทายลู่โจว "ท่านปรมาจารย์, ท่านหมิงซี่หยิน, ท่านหยวนเอ๋อ..."

"เกิดอะไรขึ้นกัน? "

"ข้าได้ยินมาว่าท่านหมิงซี่หยินกลับมาแล้วข้าก็เลยมาหาเขา" เห็นได้ชัดว่าโจวจี้เฟิงมีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดด้วย

เมื่อหมิงซี่หยินเห็นโจวจี้เฟิงอยู่ไม่สุข เขาก็ได้กลอกตาหนีก่อนที่จะพูดออกมา "หยุดลังเลได้แล้ว มีอะไรก็พูดออกมาซะ เจ้าน่ะควรจะเลิกใช้วิธีของพวกสำนักฝ่ายธรรมะได้แล้ว วิธีหน้าซื่อใจคดของพวกสำนักฝ่ายธรรมะนั่นน่ะ"

ใบหน้าของโจวจี้เฟิงเปลี่ยนไปเป็นสีแดงหลังจากที่ได้ฟังคำเย้ยหยันของหมิงซี่หยิน "ท่านปรมาจารย์...ให้ข้าไปที่สำนักดาบสวรรค์ด้วยเถอะ! "

"ทำไมเจ้าต้องการที่จะไปที่นั่นด้วย? เจ้าต้องการที่จะไปที่นั่นด้วยพลังวรยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นน่ะหรอ? " หมิงซี่หยินได้พูดโจมตีโจวจี้เฟิงอีกครั้ง

โจวจี้เฟิงได้แต่เกาหัวก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเชื่องช้า "ข้า...ข้าสามารถชักจูงพวกเขาได้"

ลู่โจวส่ายหัวก่อนที่จะพูดออกมา "เจ้าเป็นสาวกของสำนักดาบสวรรค์ การที่เจ้าจะกลับไปแบบนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แม้ว่าลั่วซิงกงจะยังเก็บตัวฝึกฝนอย่างสันโดษอยู่ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังไม่ใช่ศัตรูที่น่ากังวลอะไรสำหรับข้าอยู่ดี"

"เจ้าน่ะไม่รู้พลังของท่านอาจารย์ซะแล้ว! " หมิงซี่หยินพูดเสริม

โจวจี้เฟิงได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา "การที่ลั่วซิงกงเก็บตัวฝึกฝนอย่างสันโดษไม่ใช่เรื่องที่สูญเปล่าเลย ในตอนที่ข้าอยู่ที่สำนักดาบสวรรค์ข้าเคยได้ยินข่าวลือที่ว่าลั่วซิงคงได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาที่จะทำให้พลังวรยุทธของตัวเองเพิ่มพูนขึ้นมาในระยะเวลาสั้นๆ ได้ พวกเราควรจะระวังลั่วซิงกงเอาไว้จะดีกว่า! "

"เคล็ดวิชาที่เพิ่มพลังวรยุทธในระยะเวลาสั้นๆ อย่างงั้นหรอ? เจ้านั่นไม่กลัวว่าตัวเองจะสูญเสียพลังวรยุทธที่มีไปอย่างงั้นหรอ? การจะทำแบบนั้นได้มันจะต้องมีผลเสียตามมาแน่" หมิงซี่หยินได้ถามออกมาอย่างงุนงง

"เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่อาจรู้ได้..." โจวจี้เฟิงพูดขึ้น

เส้นทางแห่งการฝึกยุทธมักจะมีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎนั้นจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม

เล้งลั่วเองเลือกที่จะระเบิดร่างกายของตัวเองเพื่อช่วยรถม้าล่องเมฆาให้รอดจากพลังของสิบสุดยอดคนทรงมา ถ้าหากลู่โจวไม่ได้รักษาให้ เล้งลั่วก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกันถ้าหากตาแก่อย่างลั่วซิงกงฝืนใช้เคล็ดวิชาเพื่อเพิ่มพลังของตัวเองในชั่วเวลาหนึ่งแบบนั้น แล้วมันต่างอะไรกับวีรกรรมของเล้งลั่วกัน? ใครจะไปจ่ายค่าตอบแทนที่มากมายขนาดนั้นได้?

ทุกคนมองไปที่ลู่โจว

ลู่โจวได้พูดออกมาอย่างไร้อารมณ์ "สำนักดาบสวรรค์คิดว่าจะสู้กับข้าได้จริงๆ อย่างงั้นหรอ? "

หมิงซี่หยินพูดออกมาอย่างกระตือรือร้น "ถูกต้องแล้ว! ในครั้งที่สิบสุดยอดฝีมือโจมตีท่านอาจารย์ในตอนนั้น พวกเขาก็ยังทำอะไรไม่ได้ ตอนนั้นผู้เป็นลูกชายก็ได้ตายจากไปจากการโจมตี ในตอนนี้ก็ถึงคราวผู้เป็นพ่อออกโรง...ช่างน่าขันอะไรแบบนี้! "

โจวจี้เฟิงได้พูดต่อไป "ท่านอาจจะประเมินขอบเขตพลังของเขาผิดไปก็ได้ท่านปรมาจารย์"

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นได้ก้าวออกมาข้างหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น "ลืมเรื่องขอบเขตนั้นไปซะเถอะ..."

"ทะ...ท่านหยวนเอ๋อ....ท่านกำลังหมายความว่าอะไร? " เมื่อโจวจี้เฟิงฟังแบบนั้น ตัวเขาก็นึกถึงพลังของสายสะพายที่หยวนเอ๋อมีได้

"ข้าพยายามฝึกฝนสายสะพายนิพพานมาโดยตลอด...ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้ารับประกันได้เลยว่าจะไม่มีใครบาดเจ็บจากการฝึกกับข้าแน่" หยวนเอ๋อได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

โจวจี้เฟิงที่ได้ฟังแบบนั้นถึงกับผงะ

หมิงซี่หยินเองก็พูดไม่ออก

'นั่นเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นหรอหยวนเอ๋อ? '

'ดูเหมือนจะมีอะไรไม่ถูกต้องซะแล้ว'

ศิษย์สาวกทุกคนไม่เคยเห็นหยวนเอ๋อขอขมาใครนอกซะจากลู่โจว

ก่อนที่หมิงซี่หยินจะคิดทบทวนเรื่องนี้เสร็จ หยวนเอ๋อก็ได้ออกจากประตูไปก่อนแล้ว

โจวจี้เฟิงได้แต่คารวะก่อนที่จะตามนางไป

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นก็ได้พยักหน้าเล็กน้อย 'ดูเหมือนหยวนเอ๋อจะโตขึ้นมาแล้วสินะ'

หมิงซี่หยินได้แต่ขยี้ตา ตัวเขารู้สึกราวกับกำลังฝันไปจนได้แต่บีบตัวเองอย่างรุนแรงขึ้นมา 'โอ๊ย! เจ็บจริง! ข้า...ข้าไม่ได้ฝันไปสินะ นี่มันเป็นเรื่องจริง! '

ลู่โจวที่เห็นแบบนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะมองท่าทีที่แปลกประหลาดของหมิงซี่หยิน

"ท่านอาจารย์...ข้าสบายดี...ข้าก็แค่คันเนื้อคันตัวนิดหน่อย" หมิงซี่หยินพูดติดๆ ขัดๆ

ในตอนนั้นเองต้วนมู่เฉิงก็ได้เดินเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่พร้อมกับหอกราชันย์ เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นราวกับขุนเขา ตัวเขาเดินไปหาหมิงซี่หยินก่อนที่จะตบไหล่ของเขาอย่างรุนแรง "ท่านอาจารย์ครับ"

ใบหน้าแห่งความเจ็บปวดได้ปรากฏขึ้นบนสีหน้าของหมิงซี่หยิน 'แล้วทำไมต้องตบข้าเพื่อทักทายท่านอาจารย์ด้วยล่ะ? '

ลู่โจวถามขึ้น "เรื่องการซ่อมแซมห้องลับไปถึงไหนกันแล้ว? "

นับตั้งแต่ที่ห้องลับถูกทำลายไป ลู่โจวก็ไม่มีสถานที่ไหนที่จะฝึกฝนตัวเองได้อย่างสงบสุขได้อีกต่อไป แม้ว่าสภาพแวดล้อมของศาลาทางทิศตะวันออกจะพอรับไหว แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังขาดความสงบสุขเหมือนกับห้องลับอยู่ดี

"พวกเราจะต้องใช้เวลาอีกกว่า 10 วัน ท่านอาจารย์ในระหว่างที่ข้ากำลังจัดข้าวของข้าได้พบกับกล่องใบนี้ ได้โปรดตรวจสอบมันด้วย" ต้วนมู่เฉิงพูดขึ้น

"กล่องอย่างงั้นหรอ? "

ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธหญิงทั้งสองคนก็ได้ถือกล่องใบนั้นเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่

กล่องใบนั้นมีสภาพเก่าแก่ แต่อย่างไรก็ตามมันก็เพิ่งจะผ่านการทำความสะอาดมา วัสดุที่ใช้สร้างกล่องเป็นของที่มีเอกลักษณ์ มันคล้ายกับทั้งหนังและไม้ในเวลาเดียวกัน ที่กล่องมีสีน้ำตาล

เมื่อผู้ฝึกยุทธหญิงวางกล่องลงบนพื้น หมิงซี่หยินก็ได้เดินไปหาพวกนางอย่างอยากรู้อยากเห็น "ในนี้มันคืออะไรกัน? "

"ข้าเองก็ไม่รู้" ต้วนมู่เฉิงตอบกลับไป

"เปิดมันออก เดี๋ยวพวกเราก็ได้รู้เอง! "

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 241 กล่องที่ถูกละเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว