เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 240 ท่านอาจารย์อายุมากแล้ว

ตอนที่ 240 ท่านอาจารย์อายุมากแล้ว

ตอนที่ 240 ท่านอาจารย์อายุมากแล้ว


ตอนที่ 240 ท่านอาจารย์อายุมากแล้ว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

"ข้าไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวหรอกศิษย์พี่" สีวู่หยาได้ตอบกลับไปก่อนที่จะทำความเคารพหมิงซี่หยินด้วยความเคารพ ตัวเขาทำเหมือนกับว่ากำลังส่งแขกอยู่นั่นเอง

หมิงซี่หยินที่เห็นแบบนั้นก็ได้หันหน้าหนี ตัวเขาไม่อยากที่จะเสียเวลากับสีวู่หยาอีกต่อไป หมิงซี่หยินกระโดดขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะพูดออกมา "ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องตกอยู่ในมือของข้าในสักวัน" หลังจากพูดจบตัวเขาก็ได้หายไปจากยอดหุบเขาราชพฤกษ์

สีวู่หยาได้คารวะให้กับยู่ฉางตงก่อนที่จะพูดออกมา "ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยข้า ศิษย์พี่รอง"

"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าได้ช่วยเจ้าไหม แต่เจ้าดูเหมือนจะไม่พอใจกับสิ่งที่ข้าทำอย่างงั้นสินะ" ยู่ฉางตงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆ เช่นเดิม

"ข้าน้อยไม่กล้าคิดเช่นนั้น" ไปยู่ชิงได้รับหน้าที่ปกป้องสีวู่หยาและหุบเขาราชพฤกษ์แห่งนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่การปรากฏตัวของยู่ฉางตงก็ทำให้ไปยู่ชิงคนนี้ได้รับบาดเจ็บ และตัวเขาเองก็สูญเสียอาวุธระดับสรวงสวรรค์ไปอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสีวู่หยาจะพอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเหล่านี้

ยู่ฉางตงเข้าใจความคิดของสีวู่หยาดี แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่ได้พูดถึงมันออกมา ตัวเขาหันไปมองไปยู่ชิงก่อนที่จะถามขึ้น "ศิษย์พี่ใหญ่ส่งเจ้ามาอย่างงั้นหรอ? "

ไปยู่ชิงพยายามเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านเจ้าสำนักได้สั่งให้ข้ามาที่นี่ ข้าน้อยไม่กล้าที่จะขัดคำสั่ง"

ยู่ฉางตงได้พูดต่อ "เมื่อเจ้ากลับไป บอกกับศิษย์พี่ใหญ่ด้วยว่าข้าไม่ได้มีเจตนาอะไรที่จะเข้าไปยุ่มย่ามกับเรื่องของเขา ข้าน่ะไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามศิษย์พี่ใหญ่ก็ไม่ควรที่จะยุ่งทำตัวเช่นนี้..."

"เอ่อ..." ไปยู่ชิงเหลือบมองไปที่สีวู่หยาอย่างหมดหวัง

สีวู่หยาที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกมา "พี่ไปยู่ชิง ได้โปรดกลับไปก่อนเถอะ"

ไปยู่ชิงได้คารวะก่อนที่จะพูดออกมา "ถ้างั้นข้าขอตัวก่อน..ฝากดูแลท่านสีวู่หยาแทนข้าด้วย" ไปยู่ชิงเป็นถึงเจ้าแห่งโถงพยัคฆ์ขาว ตัวเขารู้ดีว่ายู่ฉางตงคนนี้มีความขัดแย้งอะไรกับยู่เฉิงไห่เจ้าสำนักของตัวเขา ทั้งสองคนไม่เคยพบกันมาก่อนหลังจากที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเปลี่ยนแปลงไป แต่ถึงจะไม่ได้เจอกันแต่นั่นก็ไม่ได้บรรเทาความขัดแย้งที่ศิษย์ทั้งสองคนมีเลย ท้ายที่สุดแล้วยู่ฉางตงก็ตั้งใจที่จะทำร้ายผู้เป็นเจ้าสำนักอย่างยู่เฉิงไห่ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ได้ไปยู่ชิงก็ได้แต่โทษความโชคร้ายนี้ที่จะต้องเจอกับยู่ฉางตงกลางทาง

หมิงซี่หยินรีบเร่งความเร็วสูงสุดเพื่อที่จะกลับศาลาปีศาจลอยฟ้า หลังจากที่บินอยู่นานตัวเขาก็เดินทางมาถึงเมืองถังซี อย่างน้อยที่สุดตัวเขาก็บอกกับท่านอาจารย์ได้ว่าได้พัดหางนกยูงคืนมาแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หมิงซี่หยินก็รู้สึกมั่นใจมากกว่าเดิม

หมิงซี่หยินจดจ่ออยู่กับการตามล่าสีวู่หยามาโดยตลอด เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นตัวเขาจะต้องประมือกับไปยู่ชิงอีกด้วย ในตอนนี้ตัวเขาต้องการเวลาที่จะพักผ่อนบ้าน หมิงซี่หยินที่คิดแบบนั้นตัดสินใจที่จะแวะจุดพักผ่อนใกล้ๆ กับเมืองถังซี มันเป็นจุดพักผ่อนที่คนทั้งหลายจะมาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ในตอนนั้นเองก็มีใครคนหนึ่งชี้ไปยังภูเขาทองก่อนที่จะพูดขึ้น "ดูนั่นสิ ม่านพลังของศาลาปีศาจลอยฟ้าดูอ่อนพลังลงอีกครั้งแล้ว"

เมืองถังซีอยู่ไม่ไกลจากศาลาปีศาจลอยฟ้ามากนัก แต่การที่จะมองไปยังศาลาปีศาจลอยฟ้าได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อได้ยินแบบนั้นแสดงว่าความคิดเห็นของคนเหล่านี้ก็มาจากความคาดเดาเท่านั้น ในตอนนี้ดูเหมือนว่าใครหลายๆ คนจะสนใจศาลาปีศาจลอยฟ้ามากขึ้น

"ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปศาลาปีศาจลอยฟ้าอยู่ได้ไม่นานแน่"

"ข้าคิดว่าปรมาจารย์มหาวายร้ายทำถูกแล้ว...ศักดิ์ศรีและเกียรติยศมีความหมายกับทุกคนก็จริง แต่ถึงแบบนั้นถ้าหากเป็นข้า ข้าก็คงอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อจนยอมปล่อยให้ศาลาปีศาจลอยฟ้าถูกเหยียบย่ำต่อไป!

หมิงซี่หยินไม่แปลกใจเลยกับคำพูดของคนพวกนี้ มีเรื่องที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์มากมายในโลกอันกว้างขวางนี้ เส้นทางของฝ่ายอธรรมมักจะดึงดูดหลายๆ คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันมารวมตัวกัน ในฐานะที่หมิงซี่หยินเป็นเหมือนคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในฝ่ายอธรรม ศาลาปีศาจลอยฟ้าจึงกลายเป็นสถานที่ที่น่าเคารพนับถือจากผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ต้องการกลายเป็นศิษย์สาวกของศาลาปีศาจลอยฟ้ามากมาย น่าเสียดายที่อาจารย์ของตัวเขาอายุมากแล้ว เพราะอายุที่เพิ่มขึ้นผู้เป็นอาจารย์ของเขาจึงเลิกที่จะรับศิษย์ไปนานแล้ว

"ศักดิ์ศรีนะไม่ช่วยชีวิตของใครหรอกนะ มีใครสักคนได้ไปดูเมื่อวานนี้ ดูเหมือนม่านพลังที่มีจะอ่อนพลังจนเหลือพลังเพียงแค่ 1 ใน 3 ส่วนแล้ว ดูเหมือนศาลาปีศาจลอยฟ้าจะไม่มีเจตนาซ่อมแซมม่านพลังที่มีเลย"

"การที่จะซ่อมม่านพลังที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นได้ไม่ใช่เรื่องง่าย...คงจะต้องใช้เวลากว่าหลายปีกว่าที่จะซ่อมแซมมันได้ อีกไม่กี่ปีก็ใกล้จะถึงเวลาที่จะ..."

"เจ้าพูดมีเหตุผล..."

หมิงซี่หยินได้ฟังหลายๆ คนแสดงความคิดเห็นออกมา ตัวเขาไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนาพวกนั้นด้วย ในตอนนี้ตัวเขาได้แต่นึกถึงเรื่องของตัวเองก่อนที่จะเพลิดเพลินไปกับการดื่มชา

"ข้าได้ยินมาว่าสำนักดาบสวรรค์เตรียมพร้อมที่จะจู่โจมศาลาปีศาจลอยฟ้าอีกครั้ง...สำนักดาบสวรรค์คงจะต้องกระวนกระวายกับเรื่องนี้แน่"

เมื่อได้ยินแบบนั้นหมิงซี่หยินก็ได้ลุกขึ้นยืน ตัวเขาเดินไปตรงกลุ่มชาวบ้าน "สำนักดาบสวรรค์กำลังโจมตีศาลาปีศาจลอยฟ้าอันแสนชั่วร้ายอีกครั้งอย่างงั้นหรอ? " หมิงซี่หยินพยายามเป็นเหมือนกับคนธรรมดาให้มากที่สุด

เป็นเรื่องปกติที่จะมีผู้อยากเข้าร่วมวงสนทนา สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับสถานที่แห่งการพักผ่อนและแลกเปลี่ยนข้อมูลไปแล้วนั่นเอง

ผู้ฝึกยุทธมีเคราคนหนึ่งได้พูดออกมา "เจ้าสำนักดาบสวรรค์ลั่วฉางเฟิงถูกปรมาจารย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าสังหารไป เขาคนนั้นเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของลั่วซิงกง เจ้าอาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้ แม้แต่ศิษย์ฝีมือดีอย่างโจวจี้เฟิงเองก็ยังทรยศก่อนที่จะผันตัวเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าเช่นกัน ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้ทำให้ลั่วซิงกงไม่ได้นอนกว่าสามวันสามคืนเพราะความโกรธแค้นที่พรั่งพรูของตัวเขา"

"ลั่วซิงกงได้ส่งเทียบเชิญไปที่สำนักใหญ่มากมายหลายสำนัก เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจที่จะเปิดฉากการโจมตีภูเขาทองก่อนเวลาปรมาจารย์มหาวายร้ายจะหมดลงก็เป็นได้"

หมิงซี่หยินได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม "ตาแก่ลั่วซิงกงกล้าหาญถึงขนาดนั้นเลยอย่างงั้นหรอ? "

'ตาแก่อย่างงั้นหรอ? ' คนอื่นๆ ได้มองไปที่หมิงซี่หยิน

"ไม่จำเป็นจะต้องใช้อารมณ์แบบนั้นหรอกพี่ชาย นี่เป็นเพียงแค่การพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ ในระหว่างที่ดื่มชาเท่านั้น อย่าใส่อารมณ์กับเรื่องนี้มากเลย" ผู้ฝึกยุทธมีเคราคนหนึ่งได้พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

หมิงซี่หยินไม่ได้สนใจอะไร ตัวเขาได้ถามออกมาอีกครั้ง "ลั่วซิงกงได้ส่งเทียบเชิญไปแล้วรึยัง? "

"ถูกต้อง...เขาได้ส่งเทียบเชิญไปให้กับสิบสำนักใหญ่แล้ว นอกเหนือจากสำนักแห่งความบริสุทธิ์ทุกสำนักต่างก็ได้รีบเทียบเชิญ ข้าสงสัยจริงๆ ว่าสำนักหยุน, สำนักเทียน และสำนักลั่วจะเข้าร่วมกับศึกครั้งนี้ด้วยไหม"

"ลั่วซิงกงมั่นใจมาจากไหนกัน? ข้าหมายถึงสถานการณ์ที่สำนักดาบสวรรค์กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้"

เมื่อได้ยินแบบนั้นผู้ฝึกยุทธอิกคนหนึ่งก็ได้พูดออกมา "ลั่วซิงกงได้เก็บตัวฝึกฝนตัวเองมานานกว่าหลายปีแล้ว พวกเราน่ะประมาทไม่ได้เลย นอกจากนี้ม่านพลังของศาลาปีศาจลอยฟ้ายังอ่อนกำลังลงไปมาก บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่พวกเขาต่างก็เฝ้ารอ"

หมิงซี่หยินได้หัวเราะออกมาเบาๆ หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะพูดขึ้น "ข้าเคยได้ยินคำพูดแบบนี้ในตอนที่ภูเขาทองถูกโจมตี ในตอนนั้นแม้ว่าปรมาจารย์ศาลาปีศาจลอยฟ้าจะยากที่จะรับมือ แต่ถึงแบบนั้นศิษย์สาวกของเขาก็ยากที่จะสู้ได้อยู่ดี"

"เจ้าเองก็พูดมีเหตุผล"

หลังจากนั้นหมิงซี่หยินก็ได้ออกจากจุดพักไป

ในตอนนั้นเอง ณ ห้องโถงใหญ่ศาลาปีศาจลอยฟ้า

ลุ่โจวกำลังมองไปที่ราคาของพลังร่างอวตารใหม่ มันมีราคากว่า 20,000 แต้มบุญ เมื่อเห็นราคาที่แพงเกินเหตุลู่โจวก็ตัดสินใจที่จะจับฉลากนำโชค

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! ใช้ 50 แต้มบุญ ได้รับการ์ดพลังชีวิต x3"

'ไม่เลวเลย' ลู่โจวรู้สึกเหมือนกับได้ใช้ค่าความโชคดีไปกว่า 100 แต้ม ตัวเขารู้สึกประหลาดใจมากเมื่อได้รับรางวัลตอบแทนแบบนี้ หรือว่านี่อาจจะขึ้นอยู่กับจังหวะและโชคชะตา

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! ใช้ 50 แต้มบุญ ได้รับการ์ดประกันชีวิต x5"

'ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้อะไรเลย' ลู่โจวจำได้ว่าขอชิ้นนี้เคยถูกใช้งานเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะแบบนั้นสำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่ของที่มีค่ามากมายอะไร

"จับฉลากนำโชค"

"ติ้ง! ใช้ 50 แต้มบุญ ได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม"

ชัยชนะต่อเนื่องของลู่โจวในที่สุดก็สิ้นสุดลง ตัวเขาได้ปิดเมนูระบบไปด้วยความผิดหวัง

ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อตัวน้อยก็ได้วิ่งเข้ามายังห้องโถงอย่างตื่นเต้น "ศิษย์พี่สี่กลับมาแล้ว! "

"ดีมาก" ลู่โจวมองออกไปข้างนอก

หมิงซี่หยินเดินเข้ามาพร้อมกับถือพัดขนนกยูงที่มีอยู่ในมือ "ท่านอาจารย์ศิษย์ได้สืบเรื่องของเจดีย์ลอยฟ้ามาจนตามหาศิษย์ทรยศสีวู่หยาเจอ เขาอยู่ที่ยอดเขาราชพฤกษ์ ที่นั่นเป็นเหมือนกับฐานทัพลับของเขาอีกแห่งหนึ่ง น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจจับตัวศิษย์ทรยศไว้ได้ เขาถูกคุ้มกันโดยยอดฝีมือ สิ่งที่ศิษย์ได้มามีเพียงอาวุธของเขาเท่านั้น"

ลู่โจวจำแต้มบุญที่ตัวเขาได้มาจากการลงโทษของสีวู่หยาได้ ตัวเขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น "ส่งมันมา"

หมิงซี่หยินยื่นพัดขนนกยูงให้กับลู่โจวด้วยมือทั้งสองข้าง

"ติ้ง! ได้รับอาวุธระดับสรวงสวรรค์ พัดขนนกยูงจำเป็นจะต้องได้รับการขัดเกลา"

นี่คืออาวุธของสีวู่หยาไม่ผิดแน่ มันเป็นอาวุธที่สามารถปลดปล่อยอาวุธลับที่มีระยะไกล มันเป็นของล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 240 ท่านอาจารย์อายุมากแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว