เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 222 เห็นแก่พลังฝ่ามือทองคำ

ตอนที่ 222 เห็นแก่พลังฝ่ามือทองคำ

ตอนที่ 222 เห็นแก่พลังฝ่ามือทองคำ


ตอนที่ 222 เห็นแก่พลังฝ่ามือทองคำ

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

พลังสุดยอดฝ่ามือไร้ความกลัวได้ลอยอยู่กลางอากาศในชั่วขณะ มันดูเหมือนกับดอกไม้ไฟทีก่ำลังส่องสว่างก่อนค่อยๆ ที่จะจางหายไป

เสียงที่แสนจะน่ากลัวที่มาจากพลังอันมหาศาลที่มารวมตัวกันได้ดังขึ้น ฟองอากาศที่แม่น้ำเรียวบางรวมไปถึงเศษหินทั้งหมดต่างก็ลอยขึ้นสู่บนอากาศ แต่เมื่อพลังรอบตัวของม่อฉีได้สัมผัสกับสุดยอดฝ่ามือไร้ความ เสียงที่แสนจะน่ากลัวของคลื่นพลังก็ได้เงียบหายไป

สิ่งของทั้งหมดที่ลอยอยู่บนอากาศได้ล่วงหล่นสู่พื้น พลังที่อยู่รอบตัวของม่อฉีได้กระจายตัวไปในที่สุด "ติ้ง! สังหารผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ ได้รับรางวัล: 1,500 แต้มบุญ"

ที่แม่น้ำเรียวบางได้กลับมาสงบลงอีกครั้ง

ร่างกายของเล้งลั่วที่เห็นแบบนั้นถึงกับแข็งทื่อ ตัวเขาไม่ขยับไปไหนในขณะที่มองไปยังทิศทางที่สุดยอดฝ่ามือไร้ความกลัวได้พุ่งผ่านไป เล้งลั่วพยายามมองหาร่างของม่อฉีแต่ถึงแบบนั้นแม้แต่ร่างกายของเขาก็ยังไม่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไป

ฝานลี่เทียนที่กำลังถือขวดเหล้าอยู่ดวงตาเบิกกว้าง ไม่มีใครรู้ว่าในตอนนี้ตัวเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

มียอดฝีมืออยู่ที่สำนักแห่งความบริสุทธิ์มากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็นยูฮงยี่, เจ็ดยอดฝีมือแห่งสำนักแห่งความบริสุทธิ์, หรือแม้แต่ฝานลี่เทียนเอง ทุกๆ คนต่างก็มั่นใจว่าไม่มีใครสามารถฆ่าเจ้าสำนักอย่างม่อฉีได้ด้วยการใช้พลังฝ่ามือเพียงครั้งเดียว แม้ว่าม่อฉีจะได้รับบาดเจ็บอยู่ก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังเป็นยอดฝีมือที่มีพลังอวตารดอกบัว 7 กลีบอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นม่อฉีเพิ่งจะรวบรวมพลังจากเวทมนตร์คาถาอีกด้วย...

"เจ้าอวดรู้นั้นท้ายที่สุดแล้วก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปสินะ?" หยวนเอ๋อได้พูดออกมา นางดูภูมิใจมากที่เห็นท่านอาจารย์สามารถจัดการกับคู๋ต่อสู้ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

เล้งลั่วและฝานลี่เทียนที่เห็นแบบนั้นต่างก็พูดไม่ออก

ลู่โจวได้ลูบเคราของตัวเองก่อนที่จะพูดเบาๆ ออกมา "จัดการต่อซะ"

ฝานลี่เทียนดูเป็นกังวล แต่ถึงแม้ว่าจะกังวลแค่ไหนตัวเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตัวเขาได้แต่รออย่างใจจดใจจ่ออยู่บนรถม้าอยู่เพียงเท่านั้น

เมื่อหยวนเอ๋อได้ยินคำสั่งแบบนั้น นางก็ได้กระโดดลงมาจากรถม้าไปในทันที นางได้ใช้การเคลื่อนไหวอันรวดเร็วก่อนที่จะพุ่งไปยังที่ที่ม่อฉีเคยปรากฏตัวเมื่อครู่นี้

เมื่อมาถึงตอนนี้สายสะพายนิพพานก็ได้พุ่งออกไปหลายทิศทาง สายสะพายนิพพานกำลังควานหาผู้ฝึกยุทธที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง

ลู่โจวส่ายหัว ตัวเขารู้สึกหมดหวังอย่างช่วยไม่ได้ ลู่โจวหวังเอาไว้เสมอว่าศิษย์คนนี้จะเติบโตเป็นสาวน้อยผู้งดงามที่มีจิตใจดีและมีเมตตา แต่ในตอนนี้ความคิดนั้นดูเหมือนจะห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หยวนเอ๋อก็ได้ลอยกลับมาก่อนที่จะพูดขึ้น "ท่านอาจารย์ ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้วค่ะ!"

ฝานลี่เทียนได้พูดต่อไป "เด็กสาวคนนี้จะต้องเติบโตจนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แน่ ถ้าหากให้เวลานางมากกว่านี้"

"เจ้ากำลังชมข้าอย่างงั้นหรอ?" หยวนเอ๋อได้ถามออกมาในขณะที่มองไปที่ฝานลี่เทียน

"มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ควรค่าให้กับข้าได้สนใจ เจ้าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนนั้น เจ้าน่ะเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์จริงๆ ในเวลาไม่ถึง 5 ปีข้างหน้าเจ้าจะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นมหาภัย...พิบัติ...ศักดิ์สิทธิ์ได้แน่ เดี๋ยวนะ เจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธขึ้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์แล้วสินะ?" ฝานลี่เทียนเพิ่งสังเกตเห็นพลังร่างอวตารแห่งร้อยวิถีที่หยวนเอ๋อเพิ่งจะปล่อยออกมา

แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธที่ยังไม่สามารถผลิกลีบดอกบัวของร่างอวตารได้ แต่ถึงแบบนั้นเมื่อฝึกฝนต่อไป เด็กคนนี้จะต้องมีอนาคตที่สว่างไสวรออยู่แน่

เล้งลั่วมองไปที่ฝานลี่เทียนก่อนที่จะพูดเยาะเย้ยออกมา "เจ้าน่ะไม่ได้สัมผัสกับโลกของผู้ฝึกยุทธนานเกินไปแล้วนะ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะไม่รู้จักชื่อเสียงของสาวน้อยคนนี้แน่...ซีหยวนเอ๋อ นางน่ะเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้า ในตอนที่นางมาถึงภูเขาทองนางเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธขั้นสังหรณ์หยั่งรู้เพียงเท่านั้น แต่เพียงแค่ 10 วันเท่านั้นนางก็สามารถกลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นมหาราชครูได้ และในเวลาต่อมาเพียงแค่ 3 ปี นางก็ได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์ไป หลังจากนั้นนางก็ได้ฝึกฝนตัวเองจนถึงขั้นมหาภัยพิบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ในช่วงเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ข้าเกรงกลัวคงจะไม่มีใครมีพรสวรรค์เทียบเท่าได้กับเด็กสาวคนนี้"

ฝานลี่เทียนตกตะลึง ตัวเขาได้ลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะขยี้ตามองดูหยวนเอ๋ออีกครั้ง "เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้...มนุษย์แบบไหนถึงมีพรสวรรค์แบบนั้นกัน?"

หยวนเอ๋อในตอนนี้ตัวลอย นางกำลังภูมิใจกับคำพูดสรรเสริญเยินยอ

เมื่อลู่โจวได้ฟังคำพูดของฝานลี่เทียน ตัวเขาก็ได้แต่นึกถึงเยี่ยเทียนซินก่อนที่จะส่ายหัว หยวนเอ๋อถือว่าเป็นมนุษย์ แต่ถึงแบบนั้นพรสวรรค์ของนางก็ยังเหนือกว่ามนุษย์ทั้งมวล

"เจ้าควรจะจดจำคำพูดของผู้อาวุโสทั้งสองเอาไว้นะ หยวนเอ๋อ" ลู่โจวได้พูดออมกาอย่างจริงจัง

หยวนเอ๋อรีบตอบกลับไป "ค่ะ!"

'ผู้อาวุโสทั้งสองอย่างงั้นหรอ?'

ฝานลี่เทียนและเล้งลั่วต่างก็ตกตะลึงเล็กน้อย พวกเขาได้กลายเป็นผู้อาวุโสตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ ในตอนนี้พวกเขาได้ลงเรือลำเดียวกันไปแล้วนั่นเอง เมื่อคิดถึงพลังฝ่ามือทองคำเมื่อครู่นี้ก็ไม่มีใครที่จะกล้าคิดขัดขืนอะไรอีกต่อไป

ในตอนนั้นเองต้วนมู่เฉิงก็ได้ชี้ไปยังผิวของแม่น้ำเรียวบาง ในตอนนี้มันเริ่มมีฟองอากาศเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง "ท่านอาจารย์ มีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ..."

"นั่นไม่ใช่เวทมนตร์คาถาแน่ มีใครอยู่ตรงนั้นกัน?" ฝานลี่เทียนได้พูดขึ้น

ฟองอากาศจำนวนมากเพิ่มมากขึ้น

พรึ๊บ!

ในตอนนั้นมีร่างของใครบางคนโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ร่างของคนคนนั้นที่โผล่พ้นน้ำออกมาได้นอนอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำ

"ฝานซง? ต้วนมู่เฉิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ"

ฝานซงได้นอนอยู่กลางน้ำทะเลพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาทั่วตัว ใบหน้าของเขาซีดเซียวเป็นอย่างมาก แต่ถึงแบบนั้นรอบตัวของเขาก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดี เล้งลั่วได้แต่มองไปที่ฝานซงก่อนที่จะพูดขึ้น "น่าสนใจจริงๆ ! เจ้านี้สามารถซ่อนตัวในทะเลสาบได้จนถึงตอนนี้" เล้งลั่วไม่ได้เห็นใจอะไรฝานซงเลยแม้ว่าตัวเขาจะเข้าร่วมกับศาลาปีศาจลอยฟ้าแล้วก็ตาม

ความเย็นชาของเล้งลั่วได้ทำให้ฝานลี่เทียนรู้สึกไม่พอใจ ตัวเขาพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมา "พวกเราหาเขาพบแล้ว...รีบพาเขากลับไปเร็ว!"

เล้งลั่วได้พูดแสดงความคิดเห็นออกมา "ไม่มีประโยชน์ถ้าจะทำแบบนั้น สำนักแห่งความบริสุทธิ์มีชื่อเสียงในเรื่องของการใช้เคล็ดวิชาอันลึกลับทั้งหลายได้ เจ้าน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอว่าเจ้านี้ต้องการรักษาตั้งแต่ตอนนี้"

เล้งลั่วเห็นฝานซงบาดเจ็บสาหัส ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาในตอนนี้บางทีเขาคงอาจจะต้องตายจากไป

เปลือกตาของฝานลี่เทียนกระตุก แม้ว่าคำพูดของเล้งลั่วจะไม่เข้าหูเท่าไหร่แต่ถึงแบบนั้นมันก็เป็นความจริง อาการบาดเจ็บสาหัสของฝานซงไม่ใช่น้อยๆ และเขายังซ่อนตัวอยู่ในแม่น้ำเป็นเวลานานอีกด้วย

"ข้าจะดูอาการเขาให้เอง" จ้าวยู่ได้พูดออกมาก่อนที่จะโค้งคำนับ

"ไปเร็ว"

จ้าวยู่ได้ออกจากรถม้าล่องเมฆาไปก่อนที่จะลงไปข้างๆ ร่างของฝานซง นางยกมือเบาๆ ก่อนที่จะแตะฝานซงเข้า พลังพิเศษของเคล็ดวิชาหยกเจิดจริสได้แสดงผลขึ้น น้ำในร่างกายของฝานซงได้ระเหยออกจากไปในทันที แม้ว่าฝานซงจะขับน้ำออกมาได้แล้วแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังไม่ได้สติอยู่ดี

หลังจากที่ตรวจสอบร่างกายไปต่อไปจ้าวยู่ก็ได้ยืนขึ้น "ท่านอาจารย์ เขาถูกพลังฝ่ามือค่ะ เขากำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส"

เล้งลั่วได้พูดต่อไป "เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่เข้ากลับไล่ตามม่อฉีไปแบบนี้ เจ้าไม่ได้คำนึงถึงพลังของตัวเองเลยอย่างงั้นหรอ?"

ฝานลี่เทียนได้โต้ตอบกลับไป "นี่เป็นความโง่เขลาของเด็ก เขาควรจะได้รับการยกย่องถึงจะถูก"

เล้งลั่วได้พูดต่อไป "ถึงแม้ว่าจะกล้าหาญแค่ไหนแต่ถ้าหากไม่มีพลังมากพอมันก็ไร้ประโยชน์ การทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปทิ้งซะหรอก"

ฝานลี่เทียนได้พูดต่อไป "นี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ยังไงซะเขาก็เอาชีวิตรอดมาได้แล้ว อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่ใช่คนขี้ขลาด ถ้าหากคนทุกคนเป็นคนที่ขี้ขลาดก็อย่าได้หวังเลยว่าโลกใบนี้จะมีสันติภาพได้ แม้ว่าจะต้องตายจากไปจริงๆ แต่ถึงแบบมันก็ดีกว่าคิดเสียใจทีหลัง"

เล้งลั่วได้พูดออกมาอีกครั้ง "แล้วทำไมเจ้าถึงต้องถอนตัวออกจากยุทธภพและกลายเป็นขอทานแบบนั้นด้วยล่ะ?"

ฝานลี่เทียนถึงกับพูดไม่ออก "เจ้า..."

เหล่าศิษย์สาวกต่างก็จ้องมองดูชายชราทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกัน ในตอนนี้ไม่มีใครที่จะกล้าทั้งสองคน ถ้าหากผู้เป็นอาจารย์อย่างลู่โจวไม่ได้พูดอะไร พวกเขาก็ได้แต่เฝ้ามองเหตุการณ์ต่อไป

เมื่อลู่โจวเห็นทั้งสองคนนั้นตัวเขาก็ได้พูดห้ามปรามด้วยความรำคาญ "พอแค่นั้นแหละ"

ทั้งสองคนได้เงียบลงไปในทันที

แม้ว่าทั้งสองคนจะมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็เป็นผู้อาวุโสที่อยู่มานานมากแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะโกรธแค่ไหนท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็จะไม่เก็บมันเป็นความบาดหมางอยู่ภายในใจ นี่ถือเป็นข้อห้ามที่ใหญ่ที่สุดที่ทุกสำนักต่างก็มี และแน่นอนว่าศาลาปีศาจลอยฟ้าเองก็ยึดถือข้อห้ามนี้เช่นกัน

ในตอนนั้นเองฝานซงก็ได้ไอออกมา ตัวเขาเริ่มมีอาการทรุดหนักกว่าเดิม ฝานลี่เทียนได้หันกลับไปหาลู่โจวก่อนที่จะโค้งคำนับตัวเขา "ข้าไม่ต้องการดอกแมกโนเลียสีดำอีกต่อไปแล้วท่านผู้อาวุโส"

"หืม?"

"มอบให้เขาเถอะ" ฝานลี่เทียนชี้ไปยังฝานซง

"เจ้าแน่ใจอย่างงั้นหรอ?"

"ไม่มีอะไรที่ทำให้ข้ารู้สึกลังเลไปได้หรอก ข้าน่ะเบื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่เต็มที ข้าน่ะเบื่อทุกสิ่งทุกอย่างมาต้องนานแล้ว ข้ารู้ว่านี้อาจจะเป็นเรื่องที่ขอมากไปเพราะข้าไม่เคยช่วยอะไรศาลาปีศาจลอยฟ้า แต่ถึงแบบนั้นฝานซงยังเด็กนัก ข้าเชื่อว่าต่อไปเขาจะต้องรู้แน่ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ" ฝานลี่เทียนได้พูดออกไป

ลู่โจวพยักหน้า ตัวเขาได้กระโจนลงจากรถม้าลอยฟ้าก่อนที่จะลงมาข้างๆ กับฝานซง เล้งลั่วเองก็กระโดดลงมาเช่นกัน ฝานลี่เทียนเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่จากทางด้านบน

ต้วนมู่เฉิงได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าจะยกเขาให้กับท่านเอง" ต้วนมู่เฉิงได้ขขยับมือของตัวเอง ในตอนนั้นพลังลมปราณของตัวเขาก็ได้ล้อมรอบฝานซงเอาไว้ก่อนที่จะยกตัวของเขาขึ้น

ลู่โจวเองก็ยกมือขึ้นเช่นกัน การ์ดรักษาฉุกเฉินของตัวเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในตอนนั้นเองเหลือทิ้งไว้แต่เพียงแสงสีน้ำเงินที่ออกมาจากมือของตัวเขา

เล้งลั่วได้ร้องอุทานออกมา "นี่มันเคล็ดวิชาของพวกชาวพุทธ เคล็ดวิชาเมตตาธรรมค้ำจุนโลก!"

แสงสีฟ้าบนฝ่ามือได้เข้าโอบล้อมร่างกายของฝานซงเอาไว้ อาการของเขาดีขึ้นทันตาเห็น

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 222 เห็นแก่พลังฝ่ามือทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว