เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 221 ไม่มีโอกาสสำหรับคนจองหองอีกต่อไป

ตอนที่ 221 ไม่มีโอกาสสำหรับคนจองหองอีกต่อไป

ตอนที่ 221 ไม่มีโอกาสสำหรับคนจองหองอีกต่อไป


ตอนที่ 221 ไม่มีโอกาสสำหรับคนจองหองอีกต่อไป

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

แม้ว่าเล้งลั่วจะภูมิใจในความแข็งแกร่งที่มี แต่ในตอนนี้พลังวรยุทธของเขาก็ยังไม่ฟื้นตัวมาเต็มที่ ตัวเขาไม่สามารถที่จะทดสอบพลังของเวทมนตร์คาถาที่อยู่ในสวนแห่งนี้

ฝานลี่เทียนนั้นยิ่งกว่า

ทุกคนต่างก็คาดหวังว่าลู่โจวจะเป็นคนเคลื่อนไหวต่อไป...

โฮ๊ก!

เสียงคำรามของสัตว์ร้ายได้ดังออกมาจากป่าที่อยู่ติดกับสวนแห่งนี้

ทุกๆ คนต่างก็หันไปสนใจกับเสียงคำรามที่เพิ่งจะดังขึ้น

"บี่เอี๊ยน! "

บี่เอี๊ยนเป็นหนึ่งในสัตว์ขี่ของลู่โจว

หยวนเอ๋อและต้วนมู่เฉิงทั้งคู่ต่างก็รู้สึกคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้ตกใจเมื่อได้เห็นบี่เอี๊ยนที่กำลังพุ่งเข้าใส่เหล่าผู้ฝึกยุทธ

เล้งลั่วและฝานลี่เทียนกลับมีท่าทีที่ตกตะลึงและหวาดกลัวแทน ทั้งสองล้วนแต่เป็นยอดฝีมือที่ทรงพลังอยู่ในยุทธภพแห่งนี้ แม้ว่าจะเป็นยอดฝีมือแต่การที่จะหาสัตว์ขี่ในตำนานแบบนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย การจะพบสัตว์ขี่ได้จะต้องพบมันโดยบังเอิญที่ป่าแห่งม่านหมอกเท่านั้น นอกเหนือจากนี้การจะจับสัตว์ขี่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งสัตว์ขี่ดุร้ายมากแค่ไหน การที่จะฝึกฝนมันจนสามารถใช้งานได้จึงยิ่งยากตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เองทั้งสองคนจึงรู้สึกตกใจมากเมื่อได้เห็นสัตว์ขี่ในตำนาน

ลู่โจวได้สั่งการสัตว์ขี่ "ตามหาเจ้านั่นซะ" บี่เอี๊ยนได้คำรามตอบรับคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย มันได้หมุนไปรอบตัวก่อนที่จะเหยียบย้ำก้อนเมฆทั้งหลายเพื่อที่จะพุ่งทะยานไปยังสวนด้วยความเร็วดุจดั่งสายฟ้า

ทันทีที่บี่เอี๊ยนกระโดดลงไปที่อาคารเบื้องล่าง กำแพงทั้งหลายรวมไปถึงเศษหินก็ได้ปลิวว่อนไปทั่วทุกหนทุกแห่ง

เล้งลั่วและฝานลี่เทียนต่างก็จับตามองสัตว์ขี่ด้วยความประหลาดใจ

"ข้าขอทราบได้ไหมว่าท่านปรมาจารย์เจอสัตว์ขี่ตัวนี้มาจากที่ไหนกัน? " เล้งลั่วได้ถามออกมาอย่างนอบน้อม

ลู่โจวเหลือบไปมองที่เล้งลั่วและฝานลี่เทียน ในตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาทั้งคู่จะรู้สึกสงสัย การหาสัตว์ขี่ในตำนานเจอเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เป็นธรรมดาที่พวกเขาทั้งสองคนอยากที่จะมีสัตว์ขี่ในตำนานเช่นกัน ผู้ฝึกยุทธทั่วไปรู้ดีว่าการจะหาสัตว์ขี่แบบนี้เจอได้เป็นเรื่องของโชคชะตา เพราะแบบนั้นจึงไม่มีใครที่คิดจะตามหาสัตว์ขี่แบบนี้โดยตั้งใจ ลู่โจวได้ตอบกลับไปอย่างเฉยชา "ข้าได้เจอที่ป่าแห่งม่านหมอก ในตอนนั้นข้าได้ใช้เวลาไปกว่า 300 วัน สังหารสัตว์ร้ายไปนับหมื่นตัว ในท้ายที่สุดข้าก็ได้พบกับบี่เอี๊ยน ข้าได้ใช้เวลาฝึกฝนจนทำให้มันเชื่องได้โดยใช้เวลาอีกหลายเดือน"

เมื่อได้ยินแบบนั้นคนอื่นๆ ก็ได้แต่จ้องมองลู่โจวด้วยความเคารพนับถือ

เล้งลั่วได้คารวะลู่โจว ตัวเขาไม่จำเป็นจะต้องพูดชมเชยลู่โจวโดยใช้คำพูดเลย

ทุกๆ คนรู้ได้ทันทีว่าบี่เอี๊ยนน่ากลัวขนาดไหน เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของมันเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำลายสิ่งก่อสร้างของสวนแห่งนี้ได้แล้ว

หลังจากที่ลู่โจวได้คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา บี่เอี๊ยนไม่ใช่สัตว์ขี่ที่มีความสามารถพิเศษเหมือนกับวิซซาร์ด มันเป็นสัตว์ร้ายที่แสนจะน่ากลัวและมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ถ้าหากบี่เอี๊ยนปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา แม้แต่ผู้ฝึกยุทธขั้นศักดิ์สิทธิ์เองก็ยังไม่อาจที่จะรับมือมันได้ แม้ว่าจะมีความสามารถในการโจมตีความสามารถในการป้องกันของมันก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน แม้ว่าจะพุ่งชนสิ่งก่อสร้างไปมากมายขนาดไหนบี่เอี๊ยนก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเลย

จนถึงตอนนี้ลู่โจวไม่มีโอกาสที่จะทดสอบพลังที่แท้จริงของบี่เอี๊ยนเลย ตัวเขาได้แต่คาดการณ์กับสิ่งที่สังเกตได้เท่านั้น ถ้าหากลู่โจวใช้สัตว์ขี่ตัวนี้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริงๆ บางทีตัวเขาอาจจะเสียสัตว์ขี่ที่แสนล้ำค่าตัวนี้ไปเลยก็เป็นได้ นั่นจะต้องเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่สำหรับตัวเขา บางทีหลังจากที่ลู่โจวแข็งแกร่งมากกว่านี้ตัวเขาเองอาจจะทดสอบพลังความแข็งแกร่งของบี่เอี๊ยนเอง

ตู๊ม! ตู๊ม! ตู๊ม!

บี่เอี๊ยนที่พุ่งถึงพื้นได้หยุดตัวเองกลางคัน มันยืนนิ่งอยู่บนสวนแห่งนี้ราวกับว่ากำลังตามล่าเหยื่อ

"มีจมูกที่ดีอย่างงั้นสินะ"

จมูกของบี่เอี๊ยนได้ขยับไปมาในขณะที่ดมกลิ่น ในที่สุดมันก็หันไปทางทิศตะวันตกของสวนแห่งนี้

เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ ผู้ฝึกยุทธทุกคนต่างก็หวาดกลัวบี่เอี๊ยน ผู้ฝึกยุทธหลายคนได้วิ่งออกมาจากสิ่งก่อสร้างในขณะที่เอามือชี้ไปยังบี่เอี๊ยน

โฮร๊ก!

ในตอนนั้นเองร่างของบี่เอี๊ยนก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้า มันเป็นแสงที่ดูเหมือนกับพลังของกระแสไฟฟ้า

พรึ๊บ! พรึ๊บ! พรึ๊บ!

ดาบของผู้ฝึกยุทธกว่าหลายเล่มได้เสียบแทงไปที่มัน

"ช่างเป็นพลังป้องกันที่ทรงพลังอะไรขนาดนี้"

"ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของสัตว์ขี่ในตำนานจะเป็นของจริงอย่างงั้นสินะ? "

เล้งลั่วและฝานลี่เทียนที่เห็นแบบนั้นก็ได้กล่าวชมเชยออกมา

ลู่โจวเองไม่คาดคิดมาก่อนว่าบี่เอี๊ยนจะมีพลังป้องกันที่ร้ายกาจมากขนาดนี้

มีผู้ฝึกยุทธที่มีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่คนในเหล่าสาวกของสำนักแห่งความบริสุทธิ์ที่ออกมาโจมตี พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่ใช้พลังร่างอวตารในการต่อสู้กับบี่เอี๊ยน แม้ว่าจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของพวกเขาแต่ถึงแบบนั้นมันก็เป็นแค่เพียงการยั่วโมโหบี่เอี๊ยนเพียงเท่านั้น สัตว์ขี่ตัวนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว

เหล่าสาวกคนอื่นๆ ที่เห็นแบบนั้นต่างก็ได้หันหลังก่อนที่จะเริ่มวิ่งหนี

เมื่อเหล่าสาวกออกวิ่ง บี่เอี๊ยนก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที มันได้ใช้กรงเล็บที่มีกวาดไปที่ผู้ฝึกยุทธคนแล้วคนเล่าที่กำลังวิ่งอยู่ ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายแม้ว่าจะบินหนีก็ตามแต่พวกเขาก็ถูกจัดการจนตกลงสู่พื้น! ผู้ที่ไม่สามารถหลบการโจมตีได้ต่างก็ถูกกรงเล็บของบี่เอี๊ยนเข้าบดขย้ำ

อ๊ากกกกกกกก!

ผู้ฝึกยุทธสองคนได้ถูกกรงเล็บของบี่เอี๊ยนฉีกกระชากร่างกาย

ด้วยพลังความสามารถในการต่อสู้ของบี่เอี๊ยนทำให้ทุกคนในตอนนี้ได้แต่สิ้นหวัง

"หยุดซะ! " ในตอนนั้นเองมีเสียงอันหนักแน่นได้ดังขึ้นมา

เห็นได้ชัดว่าเจ้าของเสียงที่เพิ่งจะดังขึ้นมาเป็นเสียงของคนที่จะต้องตอบรับลู่โจว เขาคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น คนคนนี้คือม่อฉี เจ้าสำนักแห่งความบริสุทธิ์นั่นเอง แม้ว่าเสียงของเขาจะดังขึ้นมาแต่ในตอนนี้ตัวเขาก็ยังได้แต่ซ่อนตัวอยู่ดี

"เจ้าพวกศาลาปีศาจลอยฟ้าที่ชอบฉวยโอกาส! "

ต้วนมู่เฉิงรีบพูดสาปแช่งขึ้น "ตาแก่ที่แสนจะโง่เขลาเอ๋ย เจ้าไม่คิดว่าตัวเองก็เป็นพวกชอบฉวยโอกาสเหมือนกันอย่างงั้นหรอกหรอ? ในตอนนั้นที่พวกเจ้าเข้าโจมตีภูเขาทองน่ะ? พวกเจ้าเองยังฉวยโอกาสโจมตีผู้อื่นได้ ไหนเลยจึงทนเองแบบนี้ไม่ได้ซะล่ะ? ข้าไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าคนที่น่าสมเพชและต่ำต้อยอย่างเจ้าจะเป็นถึงเจ้าสำนักได้! "

"..." ม่อฉีเคยชินกับความสองมาตรฐานนี้แล้ว ตัวเขามักจะคิดว่ามีเพียงตนเองเท่านั้นที่มีสิทธิ์อยู่เหนือผู้อื่น

เสียงของม่อฉีได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง "ข้ายอมหักดีกว่ายอมงออยู่แล้ว! "

ในตอนนั้นเองเล้งลั่วก็ได้ชี้ไปยังทิศทางหนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาอย่างมั่นใจ "ทางนั้น"

ลู่โจวได้สำรวจทิศทางที่เล้งลั่วชี้ไปก่อนที่จะพูดออกมา "ดูเหมือนเวทมนตร์คาถาจะถูกเปิดใช้งานแล้วสินะ" ตัวเขาได้โบกแขนขึ้น ในตอนนั้นเองบี่เอี๊ยนก็ได้บินขึ้นไปบนอากาศ

ในตอนแรกลู่โจวต้องการที่จะใช้วิซซาร์ด ท้ายที่สุดแล้วพลังที่วิซซาร์ดมีสามารถทำให้พลังเวทมนตร์คาถาที่อยู่ที่นี่อ่อนแรงลงไปได้ แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น เวลานี้เป็นเวลาที่จะเชือดไก่ให้ลิงดูนั่นเอง

ที่แม่น้ำเรียวบางในตอนนี้มีแต่ฟองอากาศ ฟองอากาศได้ปรากฏเหนือแม่น้ำทั้งสาย

ตู๊ม!

จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ในตอนนั้นเองน้ำจากแม่น้ำก็ได้รวมตัวกันก่อนที่จะขึ้นสู่ท้องฟ้านั่นเอง

"ม่อฉีเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถาด้วยอย่างงั้นหรอ? " เล้งลั่วได้ถามออกมาอย่างสงสัย

ฝานลี่เทียนได้ออกมาจากสำนักแห่งความบริสุทธิ์มานานแล้ว แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ได้มองไปที่แม่น้ำก่อนที่จะพูดออกมาด้วยความผิดหวัง "ช่างน่าผิดหวังซะจริง! เจ้ากำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่ตกต่ำแบบนี้ได้ยังไงกัน ม่อฉี! "

"เส้นทางที่ตกต่ำอย่างงั้นหรอ? "

ฝานลี่เทียนได้อธิบายต่อไป "นี้เป็นเทคนิคแห่งการกลืนกิน มันเป็นเทคนิคที่แสนจะน่ารังเกียจที่สามาถรสูบพลังของผู้อื่นเพื่อเติมเต็มพลังของตัวเองได้! "

ม่อฉีได้กางแขนขึ้นมากลางอากาศ ในตอนนั้นเองเศษหินทั้งหลายก็ได้ลอยอยู่รอบตัวเขา พลังลมปราณที่ทรงพลังกำลังไหลเข้าตัวม่อฉีราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก พลังทั้งหมดได้ไหลเข้าสู่จุดตันเถียน

เล้งลั่วที่เห็นแบบนั้นก็ได้คารวะลู่โจวก่อนที่จะพูดออกมา "พวกเราถอยกันเถอะ"

"ถอยอย่างงั้นหรอ? " ต้วนมู่เฉิงได้ถามออกมาอย่างตกใจ

"หลีกเลี่ยงความเสียหายถือเป็นหนทางที่ดีที่สุดเสมอ" เล้งลั่วได้พูดออกมาอย่างสงบเยือกเย็น

"ข้าเองก็เห็นด้วย" ฝานลี่เทียนพูดต่อ "เมื่อใช้เทคนิคนี้ ผู้ใช้จะไม่สามารถหยุดพักได้จนกว่าจะต้องตายจากไป แม้ว่าม่อฉีกำลังแย่ แต่ถึงแบบนั้นพวกเราไม่ควรที่จะเสี่ยงกับสุนัขที่จนตรอกหรอกนะ"

คนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองไปที่ลู่โจว ในตอนนี้ทุกคนได้รอการตัดสินใจของลู่โจวอยู่

ลู่โจวจ้องไปที่ม่อฉี

เวทมนตร์คาถาได้ถูกเปิดใช้งานอย่างรวดเร็ว เศษซากปรักหักพังทั้งหลายที่อยู่ในสวนต่างก็ถูกพลังงานบางอย่างยกขึ้นจากพื้นดิน พลังทั้งหมดได้โคจรรอบตัวของม่อฉี

ม่อฉีได้ลอยตัวอยู่ที่กลางอากาศ รอบตัวของเขาเป็นเหมือนกับพายุทอร์นาโด

ลู่โจวได้หันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น "ต้วนมู่เฉิง เจ้าเห็นฝานซงบ้างไหม? "

"ไม่เลยครับ" ต้วนมู่เฉิงส่ายหัวปฏิเสธ

ฝานลี่เทียนยังคงนอนอยู่ที่ขอบรถม้าลอยฟ้า ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่พื้นดินอย่างไม่ละสายตา หลังจากที่มองไปได้สักพักตัวเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะส่ายหัว

เสียงของม่อฉีได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง "ตั้งแต่ที่พวกเจ้าทุกคนมาที่นี่ ในตอนนี้ก็ไม่มีใครที่จะหนีไปไหนได้อีกต่อไป"

เล้งลั่วได้คารวะลู่โจวอีกครั้ง "เชื่อข้าเถอะ รีบถอยก่อน! "

ลู่โจวส่ายหัว สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ม่อฉีจะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดได้ 'ฉันคงจะปล่อยเจ้านี้อยู่ต่อไปอีกไม่ได้ ถ้าหากยังปล่อยมันไว้ เจ้านี้จะต้องสร้างปัญหาแน่ เพื่อช่วยทุกคนและเพื่อประหยัดเวลาฉันจะต้องจัดการเขาที่นี่! ' ลู่โจวได้ยกฝ่ามือข้างขวาขึ้นมา ในตอนนั้นเองการ์ดวิเศษก็ได้แตกเป็นเสี่ยงๆ ฝ่ามือของลู่โจวได้โบกสะบัดไปที่ด้านหน้า ฝ่ามือของเขาได้กลายเป็นแสงสีทองก่อนที่จะออกลอยไปบนอากาศ

เมื่อพลังฝ่ามือสุดยอดไร้ความกลัวปรากฏขึ้น ทุกคนต่างก็รู้สึกสบายใจและไม่กลัวอะไรอีกต่อไป!

พลังฝ่ามือของลู่โจวได้ทำลายพลังที่อยู่รอบตัวของม่อฉีไปอย่างง่ายดาย ในขณะที่พลังฝ่ามือสุดยอดไร้ความกลัวพุ่งไปหาม่อฉี เขาคนนี้ก็ยังคงสะสมพลังทั้งหมดที่ได้มาจากพลังโดยรอบตัวต่อไป

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 221 ไม่มีโอกาสสำหรับคนจองหองอีกต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว