เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 มอบหมายงาน

ตอนที่ 13 มอบหมายงาน

ตอนที่ 13 มอบหมายงาน


ตอนที่ 13 มอบหมายงาน

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ที่ยอดของภูเขาทอง ณ ศาลาลอยฟ้าปีศาจ...

"ท่านอาจารย์ ตัวแทนจากตระกูลซีจากเมืองอันยางมาขอเข้าพบท่านอาจารย์ครับ"

"ตระกูลซีไหนกัน?"

"ตระกูลของศิษย์น้องเล็กหยวนเอ๋อ"

ความทรงจำเดิมของจีเทียนเด๋าได้ปรากฎขึ้นภายในหัวของลู่โจว ในตอนที่จีเทียนเด๋ารับศิษย์คนสุดท้ายอย่างหยวนเอ๋อมาตัวเขานั้นได้ไปเจอเธอที่เมืองยางอันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ลู่โจวได้พยักหน้าหลังจากเห็นภาพทุกอย่าง "พาเข้ามาซะ!"

"ได้ครับท่านอาจารย์!"

ไม่นานนักสามมหาวายร้ายก็ได้พาครอบครัวตระกูลซีขึ้นมาที่ศาลาลอยฟ้าปีศาจ ไม่นานมากนักหยวนเอ๋อเองก็มาที่ศาลาแห่งนี้เช่นกันเพราะว่าเธอได้ข่าวเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ

ชายทั้งสามคนที่มาจากตระกูลซีไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมาที่ศาลาลอยฟ้าได้อย่างราบรื่นแบบนี้ แต่ถึงจะเป็นยังไงก็แล้วแต่มันก็ยังราบรื่นอยู่ดี และความผิดปกติที่มีมากเกินไปทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้นเมื่อได้เป็นปรมาจารย์มหาวายร้ายลู่โจวเข้า พวกเขาทั้งสามได้แต่สั่นกลัวจนไม่กล้าแม้แต่สบสายตายชายชราที่อยู่ตรงหน้า

"ท่านปรมาจารย์ สวัสดีครับ!" พ่อบ้านตระกูลซีที่สั่นกลัวอยู่นานได้คุกเข่าลงก่อนที่สหายทั้งสองคนที่มากับเขาจะทำตามพ่อบ้านคนนี้

ลู่โจวเหลือบมองพวกเขาทั้งสามก่อนที่จะพูดเบาๆ ออกมา "ข้าน่ะเคยตั้งกฎเอาไว้ว่าไม่ให้ศิษย์คนไหนก็แล้วแต่ติดต่อกับครอบครัวหรือแม้แต่กระทั่งติดต่อเพื่อนของตัวเอง หยวนเอ๋อ เจ้าน่ะยังจำกฎข้อนี้ได้ไหม?"

"ศิษย์จำได้ค่ะ ศิษย์จะส่งพวกเขากลับเดี๋ยวนี้" หยวนเอ๋อพูดออกมาอย่างรีบร้อน

พ่อบ้านแห่งตระกูลซีได้หันมามองหยวนเอ๋อ ในตอนนั้นใบหน้าของเขาได้เต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลอาบแก้ม "นายน้อย นี่ข้าเอง...ซีอัน!"

"ซีอัน?" หยวนเอ๋อมองไปที่ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าของเธอ ในตอนที่หยวนเอ๋อได้จากครอบครัวของเธอมา ตอนนั้นเธอมีอายุได้เพียง 10 ขวบเท่านั้น และนับตั้งแต่ตอนนั้นจนมาถึงตอนนี้วันเวลาก็ได้ผ่านมานานกว่า 5 ปีแล้ว ความทรงจำของหยวนเอ๋อจึงเริ่มจางหายไปนั่นเอง

ซีอันที่ได้พูดออกมาน้ำตาไหลก่อนที่จะพูดขึ้นมาอีกครั้ง "ในที่สุดข้าก็ได้พบนายน้อยแล้ว! ตอนนี้ตระกูลซีของพวกเรา พ่อแม่ของนายน้อยกำลังเจอกับปัญหาเข้าแล้ว!"

หยวนเอ๋อได้จากครอบครัวของเธอมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่ถึงแบบนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเธอก็มักจะเฝ้าคิดถึงผู้ที่เป็นพ่อแม่ของเธออยู่เสมอ ใจจริงแล้วเธอคิดถึงพวกเขามาก โชคดีที่ท่านปรมาจารย์มหาวายร้ายคนเก่าของเธอยังไม่สามารถชักนำลูกศิษย์คนนี้ไปสู่ด้านที่ชั่วร้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนกับพวกศิษย์พี่คนอื่นๆ

ส่วนศิษย์พี่คนอื่นๆ อย่างด้วยมูเฉิง หมิงซี่หยิน และจ้าวยู่นั้นแตกต่างกันออกไป พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจเลยที่เห็นชายคนหนึ่งจะต้องมานั่งร้องไห้แบบนี้ การร้องไห้คร่ำครวญนั้นไม่ต่างจากการกระทำของพวกเด็กน้อย

ด้วนมูเฉิงที่เริ่มจะทนไม่ได้จึงรีบตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แหบห้าว "เงียบซะ!"

เสียงของด้วนมูเฉิงทำให้ซีอันหยุดร้องไห้ไปในทันที ตอนนี้หัวใจของเขาถูกความกลัวเข้าครอบนำไปแทน ตัวเขาที่รู้สึกกลัวมากจึงได้แต่ก้มหัวลงไป

"ศาลาปีศาจลอยฟ้าแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะมาร้องไห้คร่ำครวญได้นะ" จ้าวยูพูดในขณะที่เธอกำลังยิ้มอยู่

"ศิษย์น้องหญิง ถ้าหากคนพวกนี้ไม่ใช่ครอบครัวของเจ้า ข้าก็คงจะใช้เข็มทองเย็บปากของพวกเขาไปแล้วล่ะ"

ซีอันถึงกับพูดไม่ออก "..."

หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นจึงรีบคุกเข่าก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านอาจารย์!"

ใบหน้าของลู่โจวในตอนนี้ยังคงนิ่งเฉยไร้อารมณ์เช่นเดิม

หลังจากที่เห็นเรื่องราวทั้งหมด หมิงซี่หยินในตอนนี้ก็พอจะคิดอะไรออก เขากำหมัดแน่นก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านอาจารย์ กฏทุกอย่างล้วนถูกสร้างขึ้นมาได้ย่อมก็ต้องถูกทำลายไปได้เช่นกัน ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์พี่ของหยวนเอ๋อตัวน้อย ครอบครัวของศิษย์น้องก็เหมือนกับครอบครัวของข้า เป็นเหมือนกับครอบครัวของพวกเราเช่นกัน ถ้าหากครอบครัวของพวกเราเองเรายังปกป้องไว้ไม่ได้ ศิษย์ก็ไม่มีหน้าที่จะไปทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว"

"ข้าเห็นด้วยกับศิษย์พี่" จ้าวยู่เองที่ได้ฟังอยู่ก็ได้พูดออกมาเช่นกัน

"ศิษย์น้องสี่ ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า" ด้วนมูเฉิงเองก็เอาด้วย

หยวนเอ๋อรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อได้ยินศิษย์พี่ทั้งสามคนของเธอเข้าข้างตัวเธอแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ลู่โจวที่ได้ฟังทุกอย่างก็ได้พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง "มันก็ถูกของพวกเจ้าละนะ"

เขาเหลือบมองไปที่ศิษย์วายร้ายทั้งสามคน ตอนนี้ค่าความภักดีของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาอีกคนละ 5% ด้วยกัน เท่ากับว่าค่าความภักดีของพวกเขาทั้งสามคนใกล้ที่จะถึง 70% แล้วนั่นเอง

"แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับปัญหาแล้วละนะ ศาลาปีศาจลอยฟ้าของพวกเราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพ" ดวงตาของลู่โจวในตอนนี้จับจ้องไปที่ซีอัน

"ใช่แล้ว! ชื่อเสียงของท่านอาจารย์นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในยุทธภพ ถ้าหากเป็นเรื่ องเล็กๆ น้อยๆ ข้าว่าพวกเราก็น่าจะเพิกเฉยไปได้นะ" หมิงซี่หยินพูดเสริม

จ้าวยู่เองที่ได้ฟังแบบนั้นแอบคิดอะไรในใจ 'นี่ไม่ได้เรียกว่าการวิเคราะห์ที่เฉียบคมเลยนะศิษย์พี่ นี่มันก็เป็นเหมือนกับการไหลไปตามน้ำ...ศิษย์พี่นี่เก่งเรื่องการเยินยอจริงๆ !'

หยวนเอ๋อในตอนนี้ได้แอบขยิบตาให้กับซีอัน เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วพ่อบ้านของเธอจึงรีบพูดออกมา "ครอบครัวตระกูลซีของพวกเราทำดีมาโดยตลอดในเมืองอันยาง พวกเราก็แค่ทำการค้าขายกับคนทั่วๆ ไปก็เท่านั้น ช่วงเวลาหลายปีที่บ้านสกุลซีของพวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขมาโดยตลอด ด้วยกิจการงานที่พวกเราทำมาก็ทำให้ความเป็นอยู่ที่เมืองอันยางนั้นดีขึ้น แต่ตอนนี้เรื่องทุกอย่างได้จบลงแล้ว หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้นขบวนการค้าของพวกเราถูกกลุ่มโจรที่อาศัยอยู่ที่หุบเขาริมแม่น้ำดักปล้น เพียงแค่ค่ำคืนเดียวเท่านั้น เจ้าพวกนั้นก็ได้ปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเรา พวกมันลักพาตัวคนของพวกเราไปกว่าร้อยชีวิต พวกนั้นตั้งใจที่จะจับคนของเราไปเป็นตัวประกัน!"

เมื่อหยวนเอ๋อได้ยินว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ ตอนนั้นเองหยวนเอ๋อก็เปลี่ยนสีหน้าไปในทันที คิ้วของเธอเริ่มขมวดเข้าหากัน เรื่องนี้มันเป็นได้ทั้งเรื่องร้ายแรงและก็เป็นได้ทั้งเรื่องเล็กน้อย หยวนเอ๋อไม่รู้ความจริงเลย

จ้าวยู่ที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดได้หัวเราะขึ้นก่อนที่จะพูดออกมา "ก็แค่กลุ่มโจรกระจอกๆ ทำไมพวกเจ้าไม่ขอความช่วยเหลือจากคนของทางการแถวเมืองของเจ้าล่ะ?"

"หัวหน้าบ้านสกุลซีของพวกเราเองก็คิดเช่นนั้น แต่ทันทีที่คนของทางการได้ยินเรื่องโจรภูเขาริมแม่น้ำ เจ้าพวกนั้นก็ได้ไล่พวกเราออกมาทันที ไม่มีใครแม้แต่จะกล้าช่วยเหลือพวกเรา!"

"กลุ่มโจรนั่นมันแข็งแกร่งอย่างงั้นหรอ?" จ้าวยู่เย้ยหยันขึ้นมา

ซีอันที่ได้ฟังแบบนั้นจึงได้พูดออกมาอย่างประหม่า "ข้าได้ยินมาว่ากลุ่มโจรกลุ่มนั้นได้รับการสนับสนุนจากผู้ฝึกยุทธ์..."

"อื้ม เป็นอย่างงี้เองสินะ!"

เรื่องราวในครั้งนี้ได้ถูกคลี่คลายจนกระจ่างแจ้งแล้ว ทุกคนต่างก็จับต้องไปที่ลู่โจว

ถ้าหากจะทำตามวิถีดั่งเดิมของจีเทียนเด๋า ศาลาปีศาจลอยฟ้านั้นจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธ์ภพ แต่วิถีแบบเก่านั้นมันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องในครั้งนี้ก็ยังเกี่ยวข้องกับลูกศิษย์คนสุดท้ายอย่างหยวนเอ๋อโดยตรง ดังนั้นแล้วในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์ของเธอ ลู่โจวก็คงจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ ไปไม่ได้

แต่ก่อนที่ลู่โจวจะได้พูดอะไรออกมา หมิงซี่หยินก็ได้ก้าวเท้ามาด้านหน้าก่อนที่จะพูดออกมาอย่างชอบธรรม "ท่านอาจารย์ ให้ข้าจัดการเองเถอะ! เจ้าพวกโจรนั่นมันกล้าดีมาก มันกล้าที่จะลักพาตัวคนจากครอบครัวศิษย์น้องหยวนเอ๋อได้ยังไงกัน? ข้าจะไปจัดการกับพวกมันเองครับ!"

ด้วนมูเฉิงและจ้าวยู่ที่ยืนอยู่ด้วยต่างก็พูดไม่ออก พวกเขาทั้งสองได้แต่คิดอะไรในใจ 'ศิษย์น้องสี่/ศิษย์พี่สี่ เจ้านี่มันช่างไร้ยางอายจริงๆ!'

ในทางกลับกัน เมื่อซีอันได้ยินตัวเขาก็รู้สึกมีความสุขมาก นี่เป็นเหมือนกับว่าตัวเขาได้ฝันไป เรื่องในครั้งนี้มันดูคลี่คลายราบรื่นกว่าที่ตัวเขาคิดเอาไว้มาก

ในตอนนั้นเองลู่โจวกำลังใช้ความคิดอยู่

ด้วยพลังความแข็งแกร่งของตัวเขาในตอนนี้ ถ้าหากเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผู้ฝึกยุทธ์เข้า มันก็เหมือนกับการแกว่งเท้าหาเสี้ยน แต่ถ้าหากตัวเขาปล่อยให้ลูกศิษย์จัดการแทน เท่ากับว่าปัญหาก็จะถูกคลี่คลายและตัวเขาเองก็จะได้แต้มบุญอีกด้วย นี่มันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ

"ท่านอาจารย์ ได้โปรดให้ข้าคนนี้ไปจัดการพวกมันด้วย ครอบครัวของศิษย์น้องหญิงกำลังตกอยู่ในอันตราย ในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์พี่ที่ดีของเธอไหนเลยข้าจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้ ใช่แล้วท่านอาจารย์ ได้โปรดออกคำสั่งด้วย สถานการณ์ในตอนนี้มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้าหวังว่าท่านอาจารย์จะให้ข้าไปช่วยครอบครัวของศิษย์น้องหญิง" หมิงซี่หยินได้ลองใช้คำพูดของพวกฝ่ายธรรมะบ้าง และเพราะคำพูดพวกนี้ทำให้ด้วนมูเฉิงและจ้าวยู่ถึงกับต้องประหลาดใจจนอ้าปากค้าง

'ศิษย์น้องสี่/ศิษย์พี่สี่แสดงตบตาได้ดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?'

ลู่โจวเหลือบมองไปที่หมิงซี่หยินก่อนที่จะพูดออกมาอย่างแผ่วเบา "ถ้าหากปล่อยให้หยวนเอ๋อไปช่วยครอบครัวด้วยตัวเอง ข้าคิดว่าเจ้าก็คงจะไม่สามารถควบคุมตัวเองและจัดการเรื่องทั้งหมดได้อย่างถูกต้องได้ หยวนเอ๋อเจ้าน่ะยังเด็กจนเกินไป แต่ถ้าหากมีศิษย์พี่อย่างเจ้าไปช่วย ตัวข้าที่อยู่ที่นี่ก็คงจะอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง"

"ศิษย์จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงเองครับ!" หมิงซี่หยินในตอนนี้ดีใจมาก

"เจ้ามีเวลาทั้งหมด 3 วัน..."

"ฮะ? อะไรนะ? สะ...สามวัน? ท่านอาจารย์เวลามันไม่กระชั้นชิดเกินไปหน่อยหรอ?" หมิงซี่หยินพยายามที่จะซื้อเวลาให้กับตัวเองมากขึ้นกว่านี้

ในขณะเดียวกันนั้นจ้าวยู่ก็ได้ยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา "ศิษย์พี่ ศิษย์พี่เป็นหนึ่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมหาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหากเป็นข้า ข้าคงใช้เวลาสองวันก็เกินพอแล้ว เมื่อไหร่ศิษย์พี่จะมีความมั่นใจกัน?"

"ฮึ!"

'พวกเราก็โตมาด้วยกัน อยู่ในสถานการณ์เหมือนๆ กัน ทำไมเจ้าจะต้องมาทำร้ายข้าด้วย? คิดอิจฉาตัวข้าสินะศิษย์น้อง?'

"ไปได้แล้ว" ลู่โจวพูดออกมาพร้อมกับผายมือ

"ไว้ใจข้าได้เลยท่านอาจารย์"

เหตุผลที่ต้องทำให้ลู่โจวให้เวลาลูกศิษย์คนนี้แค่ 3 วันเป็นเพราะว่าตัวเขากลัวว่าลูกศิษย์ไม่รักดีคนนี้จะไปก่อเรื่องที่ไหนแทนนั่นเอง

ในขณะที่เขากำลังคิดอะไรอยู่ ลู่โจวก็ได้เปิดเมนูของระบบขึ้นมา ตัวเขาที่เปิดระบบเปิดไปที่หน้าต่างของภารกิจ ในหน้าต่างนั้นเองมีฟังชันก์มอบหมายงานอยู่ด้วย

ช่วยเหลือครอบครัวตระกูลซี

ผู้ดำเนินภารกิจ: หมิงซี่หยิน

เวลาที่เหลือ: 2 วัน กับ 23 ชั่วโมง...

ในตอนนั้นเองหยวนเอ๋อที่ได้ฟังข่าวดีเธอรีบคุกเข่าลงก่อนที่จะคำนับให้กับลู่โจวอย่างสุดความสามารถ "ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์!"

ในเวลาเดียวกันนั้นเองซีอันและอีกสองคนที่เหลือก็ได้คำนับลู่โจวเช่นกัน "ขอบคุณมากท่านปรมาจารย์..."

"ติ้ง! คุณได้เพิ่มผู้ศรัทธาอีก 3 คน คุณได้รับแต้มบุญ 30 แต้ม คำแนะนำ: แต้มบุญที่ได้จากผู้ศรัทธาจะไม่เพิ่มขึ้นถ้าหากคุณเป็นผู้วางแผนเรื่องราวทั้งหมด"

"หยวนเอ๋อ เจ้าไปส่งพวกเขาลงภูเขาซะ"

"ได้ค่ะท่านอาจารย์!"

ลู่โจวที่อ่านสีหน้าของเจ้าตัวน้อยหยวนเอ๋อออกจึงได้พูดต่อไปอีกว่า "แม้ว่าศิษย์พี่สี่ของเจ้าจะชอบออกไปท่องโลกภายนอก แต่เจ้านั่นก็ไม่ใช่คนที่โง่งมเลย เจ้าหมิงซีหยินมักจะใช้มันสมองอันชาญฉลาดแก้ไขปัญหาและทำทุกอย่างได้อย่างดีเยี่ยม ศิษย์พี่เจ้าจะต้องช่วยครอบครัวของเจ้าได้แน่ เจ้าน่ะไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ"

"ศิษย์เข้าใจดีค่ะท่านอาจารย์!"

ในอีกด้านหนึ่ง ด้วนมูเฉิงและจ้าวยู่ก็ได้แต่ยืนเฉย ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์ของพวกเขาจะอ่านทางของศิษย์คนที่สี่หมิงซี่หยินออกอย่างทะลุปุโปร่ง ท่านอาจารย์คาดการณ์ทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง

ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของท่านอาจารย์หมดแล้วสินะ!

"จ้าวยู่"

"ท่านอาจารย์มีอะไรหรอคะ?"

"ข้าอยากให้เจ้าไปสอดแนมสำนักดาบสวรรค์น่ะ ข้าอยากให้เจ้าจับตาดูโจวจี้เฟิงแห่งสำนักดาบสวรรค์ ข้าจะให้เวลาเจ้าสองวัน"

จ้าวยู่ที่ได้ฟังคำสั่งได้ตอบรับในทันที "ได้ค่ะท่านอาจารย์ ข้าจะทำงานที่ท่านมอบหมายให้ลุล่วงเอง!"

ที่ลู่โจวทำแบบนี้เป็นเพราะว่าเขาได้ปลุกปั่นโจวจี้เฟิงเอาไว้ และเพราะแบบนั้นแล้วเขาจึงจะต้องจับตามองดูโจวจี้เฟิงเอาไว้

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 13 มอบหมายงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว