เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ภารกิจเสร็จสิ้น

ตอนที่ 14 ภารกิจเสร็จสิ้น

ตอนที่ 14 ภารกิจเสร็จสิ้น


ตอนที่ 14 ภารกิจเสร็จสิ้น

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

เช้าวันถัดไป...

ที่หุบเขาทองคำในช่วงเดือนสิงหาคม ในตอนนั้นเองอากาศที่อยู่ในหุบเขานั้นร้อนมากกว่าเดือนไหนๆ ลู่โจวในตอนนี้เองจึงเดินเล่นอยู่บนศาลาลอยฟ้าเพื่อที่จะรับลมเย็นๆ

เนื่องจากตัวเขาไม่จำเป็นต้องฝึกฝนตัวเอง ดังนั้นวันเวลาที่ผ่านพ้นไปจึงทำให้ตัวเขารู้สึกเบื่อมากยิ่งขึ้น ลู่โจวในตอนนี้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาเป็นเหมือนกับชายชราที่กำลังนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่แบบหมดหวัง เขาทำได้เพียงนั่งรอคนหนุ่มคนสาวเติบโตต่อเพียงเท่านั้น

ศิษย์คนที่สามและศิษย์คนที่เก้าของเขากำลังนั่งเฝ้าอยู่ที่ทางขึ้นภูเขาทองลูกนี้ ตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์ที่โจวจี้เฟิงได้เข้ามารอบสังหารลู่โจว ตั้งแต่ตอนนั้นศิษย์ทั้งสองคนก็ไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป

แม้ว่าลูกศิษย์ทั้งสองจะคิดว่าลู่โจวนั้นแข็งแกร่งมากพอที่จะจัดการกับมือสังหารเองได้ แต่ถึงแบบนั้นถ้าหากไม่เฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับผู้เป็นอาจารย์ บางทีอาจจะมีอันธพาลหรือคนจรที่ไหนหลุดเข้าไปในภูเขาทองอีกก็เป็นได้

"ท่านอาจารย์คะ ศิษย์พี่สี่จะช่วยพวกเขาได้จริงๆ อย่างงั้นหรอคะ?" หยวนเอ๋อตัวน้อยอดไม่ได้ที่จะถามออกมา

ลู่โจวได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดตอบหยวนเอ๋อ "ไม่ต้องห่วงไปหรอก!"

"ศิษย์น้องหญิง ถึงแม้ว่าเจ้าสี่จะเป็นคนขี้เล่นและไม่น่าเชื่อถือในบางเวลา แต่ถ้าหากเจ้านั่นพยายามอย่างเอาจริงเอาจังขึ้นมาแล้ว เจ้านั่นจะต้องสะสางงานที่ได้รับมอบหมายมาได้อย่างแน่นอน เจ้าน่ะไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก" ด้วนมูเฉิงที่เห็นหยวนเอ๋อกังวลพูดขึ้น

"ข้าแค่กลัวว่าศิษย์พี่สี่จะมัวแต่เล่นจนลืมงานที่ได้รับมอบหมายไปแล้ว"

"ถ้าหากเจ้านั่นกล้าที่จะทำแบบนั้นจริงๆ ข้าในฐานะศิษย์พี่ของเจ้านั่นจะลงโทษเจ้าสี่ก่อนที่จะถึงมือท่านอาจารย์เอง" ด้วนมูเฉิงที่ได้ฟังแบบนั้นพูดออกมาอย่างจริงจัง

"ถ้าหากศิษย์พี่เจ็ดอยู่ที่นี่ด้วยก็คงจะดีไม่น้อย..." หยวนเอ๋อตัวน้อยพึมพำออกมาพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ศิษย์น้องหญิง ระวังคำพูดหน่อยสิ!"

คนที่กล้าแม้แต่จะทรยศอาจารย์ของตัวเองนั้นเป็นกบฏผู้ชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย และในตอนนี้หยวนเอ๋อก็ได้พูดถึงลูกศิษย์ผู้ชั่วร้ายที่กล้าทรยศท่านอาจารย์ต่อหน้าท่านอาจารย์คนนี้

หยวนเอ๋อรู้ตัวทันทีว่าทำผิดไปแล้ว

แต่ลู่โจวที่ได้ฟังแบบนั้นได้ส่ายหัวออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างไม่แยแสอะไร "ไม่เป็นไรหรอก เจ้าเจ็ดน่ะมันเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก เจ้านั่นน่ะมีมันสมองที่ฉลาดหลักแหลม และเพราะมันสมองที่ฉลาดหลักแหลมของมันทำให้มันเชี่ยวชาญในการวางแผน และนอกจากนั้นเจ้านั่นก็ยังเชี่ยวชาญในการเล่นกับจิตใจของผู้อื่น เจ้านั่นมักจะใช้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความบาดหมางสร้างปัญหาขึ้นมายังไงล่ะ"

คนที่เฉลียวฉลาดมักจะมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่เสมอ คนเหล่านี้แน่นอนว่ามักจะควบคุมและจัดการได้ยาก

"ศิษย์พี่หญิงส่งจดหมายกลับมาแล้ว!" หยวนเอ๋อพูดออกมาในระหว่างที่เธอกำลังจ้องมองไปยังท้องฟ้า ในตอนนั้นเองมีนกตัวหนึ่งกำลังโบยบินอยู่

นกตัวนี้คือนักสื่อสารนั่นเอง แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่นกสื่อสารธรรมดาๆ มันเป็นนกที่ถูกเลี้ยงดูด้วยพลังจิตวิญญาณที่มีอยู่ในภูเขาทองลูกนี้ และตอนนี้นกตัวนั้นก็ได้กลายพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อย มันเป็นนกสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดแล้ว นอกจากนี้มันยังกลายเป็นหนึ่งในสัตว์ร้ายที่มีอยู่นับหมื่นตัวภายในโลกแห่งนี้อีกด้วย แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีสัตว์ร้ายตามธรรมชาติบางตัวที่ยังบินได้รวดเร็วกว่านกตัวนี้อยู่ดี ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คงจะเป็นห่านหงส์และมัจฉาแห่งท้องนภา

ในตอนนั้นเองนกสื่อสารได้ปล่อยจดหมายออกมาจากตัวมัน จดหมายฉบับนั้นได้อยู่ในมือของหยวนเอ๋อไปเป็นที่เรียบร้อย

"ท่านอาจารย์จดหมาย!"

"อ่านจดหมายนั่นซะ!"

"ค่ะท่านอาจารย์!"

หยวนเอ๋อได้คลี่จดหมายฉบับนั้นที่อยู่ในมือก่อนที่จะเริ่มอ่านมันขึ้น "ท่านอาจารย์ นับตั้งแต่เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบได้ปิดล้อมภูเขาทองคำของพวกเราเอาไว้ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ลู่ฉางเฟิงได้ตายจากไป สำนักดาบสวรรค์ที่เดิมทีอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาจึงตกอยู่ในความสับสน เจ้าพวกนั้นล้วนต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าสำนักคนใหม่"

"โจวจี้เฟิงที่ได้กลับไปยังสำนักไม่ได้ขึ้นเป็นเจ้าสำนักดาบสวรรค์แต่อย่างใด ในตอนนั้นเองเจ้าสำนักคนก่อนอย่างลู่เซียงคงก็เริ่มฝึกยุทธ์บำเพ็ญเพียรอีกครั้ง ศิษย์สงสัยว่าเจ้านั่นคงจะใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะฝึกฝนฝีมือจากขั้นเต๋าผสมผสานไปยังขั้นมหาภัยศักดิ์สิทธิ์จนสำเร็จได้"

"ศิษย์ได้เฝ้าสังเกตการณ์ต่อไปจนถึงกลางดึก ตอนนั้นเองโจวจี้เฟิงก็เริ่มคิดไม่ซื่อกับสำนักดาบสวรรค์ของเจ้านั่นเอง"

เมื่อหยวนเอ๋ออ่านจดหมายจบ เธอก็ได้ส่งจดหมายฉบับนั้นให้กับลู่โจวไป ลู่โจวที่ได้รับจดหมายมาส่ายหัวก่อนที่จะเริ่มต้นพูดขึ้น "นี่ดูเหมือนจะช้าไปกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ บอกจ้าวยู่ให้คอยผลักดันเจ้านั่นเมื่อถึงยามจำเป็นซะ!"

"ได้ค่ะท่านอาจารย์!"

ด้วนมูเฉิงที่ยืนฟังเนื้อความจดหมายอยู่ด้วยรู้สึกงงงวย เขากำหมัดแน่นก่อนที่จะเริ่มเอ่ยปากถาม "ท่านอาจารย์ ทำไมพวกเราถึงจะต้องช่วยโจวจี้เฟิงกันด้วยล่ะ? เจ้านั่นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งจะฝึกฝนตัวเองไปจนถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ก็เท่านั้น เจ้านั่นไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นศัตรูของพวกเราด้วยซ้ำไป"

ลู่โจวไม่ได้ตอบคำถามด้วนมูเฉิง ก่อนที่ค่าความภักดีของเขาจะสูงขึ้นไปถึง 80% ได้ การที่ลู่โจวจะตอบโต้อะไรกับลูกศิษย์คนนี้ตัวเขาจะต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

เมื่อเห็นว่าอาจารย์ของเขาไม่พูดอะไรกลับมา ด้วนมูเฉิงก็ทำได้เพียงหันหน้าหนีไปอย่างอับอายเท่านั้น ตัวเขาไม่กล้าที่จะถามอะไรลู่โจวอีกต่อไป

"ติ้ง! หมิงซี่หยินทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว"

"ติ้ง! งานที่ได้มอบหมายไปลุล่วง สามารถช่วยเหลือสมาชิกของครอบครัวตระกูลซีได้ถึง 105 คน คุณได้รับรางวัลเป็น 1,050 แต้มบุญ"

"ติ้ง! งานที่ได้มอบหมายไปลุล่วง คุณได้เพิ่มผู้ศรัทธาคนใหม่ถึง 105 คน คุณได้รับรางวัลเป็น 1,050 แต้มบุญ"

"ติ้ง! งานที่ได้มอบหมายไปลุล่วง คุณได้สังหารกลุ่มโจรผู้ชั่วร้ายไป 82 คน คุณได้รับรางวัลเป็น 820 แต้มบุญ"

ลู่โจวรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน

นี่คงจะเป็นวิธีการใช้ระบบอันแปลกประหลาดอย่างถูกต้องอย่างงั้นสินะ?

เพียงแค่ภารกิจเพียงภารกิจเดียวตัวเขาก็ได้รับแต้มบุญมากมายมหาศาลมาแล้ว เมื่อรวมเข้ากับแต้มบุญที่ลู่โจวมี ตอนนี้ตัวเขาก็มีแต้มบุญถึง 2,904 แต้มแล้วนั่นเอง

"ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่สี่ก็ส่งจดหมายมาเหมือนกัน!" หยวนเอ๋อได้บินขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหยิบจดหมายลงมา

"อ่านจดหมายซะสิ!"

"ท่านอาจารย์ ข้าได้ช่วยเหลือสมาชิกครอบครัวตระกูลซีและสังหารกลุ่มโจรทั้งหมดได้แล้วครับ ดูเหมือนว่าเบื้องหลังของโจรพวกนี้จะมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับศิษย์น้องแปดแห่งหุบเขาพยัคฆ์ ศิษย์จะรับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปเอง"

ครึ่งแรกของจดหมายนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานที่ลู่โจวมอบหมายไปทั้งหมด ส่วนเนื้อความของจดหมายครึ่งหลังเป็นเนื้อความที่มีแต่ข้ออ้างที่จะทำให้ศิษย์คนนี้เที่ยวเล่นต่อไปโดยใช้เวลาสองวันที่เหลือได้

ลู่โจวในตอนนี้อารมณ์ดี เขาจึงไม่ได้สนใจการเล่นลิ้นของลูกศิษย์คนนี้เท่าไหร่นัก

"ท่านอาจารย์ ที่ศิษย์พี่สี่บอกมาว่าเรื่องในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับศิษย์พี่แปด ศิษย์พี่แปดกล้าที่จะทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!" หยวนเอ๋อที่ได้ฟังแบบนั้นพูดออกมาอย่างโกรธแค้น

"เจ้าแปดน่ะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ลำพังตัวเจ้านั่นเพียงคนเดียว ข้าไม่คิดว่าเจ้านั่นจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกอะไรเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอกนะ ข้าว่ามีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะมีผู้ฝึกยุทธ์แอบใช้ชื่อเสียงของเจ้านั่นทำเรื่องชั่วแทน..." ลู่โจวได้พยักหน้าออกมาก่อนที่จะพูดต่อไป "ไม่ว่าเรื่องในครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับเจ้าแปดไหม ปล่อยให้ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นคนสืบสวนต่อไปจะดีกว่า"

เมื่อลู่โจวได้สรุปความแล้ว ศิษย์ทั้งสองก็ไม่อาจที่จะตั้งคำถามได้อีกต่อไป

ในช่วงบ่ายของวันนั้น...

ลู่โจวไม่ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภารกิจของโจวจี้เฟิงอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงเดินกลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้า เขามองไปที่แต้มบุญที่มีเพื่อที่จะเช็คแต้มบุญให้แน่ใจอีกครั้ง ตอนนี้ลู่โจวมีแต้มบุญทั้งหมด 2,904 แต้ม

"เปิดร้านค้า"

"ฉันอยากจะซื้อร่างอวตารพลังสองร่าง"

"ติ้ง! ใช้แต้มบุญ 1,000 แต้มเรียบร้อย คุณได้รับพลังอวาตารสองร่าง"

ช่วงเวลาที่ลู่โจวได้รับพลังร่างอวตาร ลู่โจวก็รู้สึกได้ว่าวรยุทธ์ของเขานั้นเพิ่มสูงขึ้น วรยุทธ์ของเขาเพิ่มอย่างรวดเร็วจากขั้นหัวใจแห่งการหยั่งรู้จนไปถึงปากแห่งการหยั่งรู้ได้

แน่นอนว่าพลังร่างอวตารร่างนี้นั้นมันทรงพลังกว่าพลังร่างเดิมของเขามาก พลังงานบางอย่างที่ไหลออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้ไหลไปตามเส้นพลังลมปราณของตัวเขา พริบตาเดียวเท่านั้นขั้นปากแห่งการหยั่งรู้ก็ได้ถูกเลื่อนขั้นไปยังจมูกแห่งการหยั่งรู้ ตอนนี้มันเข้าใกล้ถึงขั้นดวงตาแห่งการหยั่งรู้มากขึ้นทุกที

ขั้นวรยุทธ์ของขั้นสังหรณ์หยั่งรู้มีทั้งหมด 5 ขั้นตอนแห่งการหยั่งรู้ด้วยกัน ขั้นแรกคือหัวใจแห่งการหยั่งรู้, ปาก, จมูก, ดวงตา และขั้นสุดท้ายนั่นก็คือหูนั่นเอง และตอนนี้ลู่โจวก็ได้มาถึงขั้นที่สี่แล้ว

ลู่โจวได้พยักหน้าออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อรู้สึกถึงพลังในร่างกายได้ ดูเหมือนว่าวรยุทธ์ของเขาจะเพิ่มขึ้นมาก มากกว่าที่ตัวเขาจะคาดการณ์เอาไว้ซะอีก

"ฉันจะซื้อการ์ดพลังชีวิตสองใบ"

"ติ้ง! ใช้แต้มบุญ 1,000 แต้ม คุณได้รับการ์ดพลังชีวิต 2 ใบ"

"ใช้การ์ดทันที"

ในตอนนั้นเองคลื่นพลังที่ดูคล้ายดุจดั่งกระแสน้ำวนได้ปรากฎขึ้นเหนือศาลาปีศาจลอยฟ้า พลังแห่งธรรมชาติโดยรอบได้ถูกดูดมาสู่ร่างกายของลู่โจว พลังทั้งหมดนั้นถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังชีวิตของร่างกายอันแก่ชราไป ตัวเขารู้สึกกระปรี๊กระเปร่ามากยิ่งขึ้น ในตอนนี้ผมของเขาเริ่มมีสีเข้มดำเหมือนกับผมของคนหนุ่มมากขึ้นแล้ว

การ์ดพลังชีวิตสองใบทำให้ตัวเขาได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นถึง 600 วัน

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะตัวเขาได้ชินชากับร่างกายอันแก่ชราแบบนี้แล้ว ตอนนี้ตัวเขารู้สึกสดชื่นขึ้นมากทั้งๆ ที่มีอายุน้อยลงเพียง 600 วันเท่านั้น ถึงแม้ว่าความต่างจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ลู่โจวก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาสบายตัวมากขึ้น

ไม่มีใครในโลกที่สามารถรู้สึกชื่นใจกับประสบการณ์ในแบบที่ลู่โจวได้รับได้ คงจะไม่มีใครมีการ์ดพลังชีวิตที่จะทำให้พลังชีวิตของผู้ใช้เติบโตแบบไหลย้อนกลับไปเช่นนี้ได้

"แต้มบุญกว่า 2,000 หายไปในพริบตา... ฉันคงไม่ได้ใช้แต้มพวกนี้ไปอย่างไม่คุ้มค่าสินะ?"

"จับฉลาดนำโชค"

"ติ้ง! คุณใช้ 50 แต้มบุญ ยินดีด้วยคุณได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม"

"จับฉลาดนำโชค"

"ติ้ง! คุณใช้ 50 แต้มบุญ ยินดีด้วยคุณได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม"

ลู่โจวไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ตัวเขาได้ของปลอบใจถึงห้าครั้งติดต่อกัน ลู่โจวที่รู้สึกสิ้นหวังจึงหยุดเสี่ยงโชคไป

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

วรยุทธ์: ขั้นดวงตาแห่งการหยั่งรู้ของขั้นสังหรณ์หยั่งรู้

อวตาร: อวตารพลังสองร่าง

แต้มบุญที่เหลือ: 654 แต้ม

อายุคงเหลือ: 1,209 วัน

ของที่มี: การ์ดระเบิดจุดสุดยอด x2, การ์ดประกันชีวิต x5, วิซซาร์ด

"ดูเหมือนว่าแต้มบุญที่ได้จากการทำภารกิจจะไม่ได้เยอะอย่างที่ฉันได้คิดเอาไว้สินะ" ลู่โจวพึมพำออกมาเมื่อเห็นแต้มบุญของเขาหมดลงไปอย่างรวดเร็ว

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 14 ภารกิจเสร็จสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว