เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 กิจวัตรใหม่ของท่านอาจารย์

ตอนที่ 12 กิจวัตรใหม่ของท่านอาจารย์

ตอนที่ 12 กิจวัตรใหม่ของท่านอาจารย์


ตอนที่ 12 กิจวัตรใหม่ของท่านอาจารย์

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

"หยวนเอ๋อ เจ้าอยู่ที่ไหนกัน?"

"ข้าอยู่นี่ท่านอาจารย์"

หยวนเอ๋อตัวน้อยในวันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าคราม เธอกำลังเดินเข้ามาจากด้านนอกศาลา

"ไปบอกศิษย์พี่ของเจ้าให้ดูแลผู้บริสุทธิ์ด้วยความโอบอ้อมอารีย์ซะ"

"โอบอ้อม...อารีย์อย่างงั้นหรอคะ?"

หยวนเอ๋อไม่อยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยินออกมาเลย คำคำนี้เนี่ยนะจะออกมาจากปากท่านอาจารย์ของเธอ

"ไปได้แล้ว"

"ศิษย์จะไปแจ้งพวกศิษย์พี่เดี๋ยวนี้เองค่ะ"

หยวนเอ๋อที่กำลังตกอยู่ในความสงสัยได้เดินไปที่เชิงเขาในทันที เธอได้บอกคำพูดของท่านอาจารย์ให้กับศิษย์ทั้งสามคนได้ฟัง ตอนนั้นเองจ้าวยู่ที่ได้ฟังก็แทบที่จะสะดุดขาตัวเองจนล้มลงบนพื้น

"ศิษย์พี่สี่ ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์จะผิดปกติไปอีกแล้วนะ...ไม่ว่าตัวเขาอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ ก็ตาม ตัวของท่านอาจารย์ไม่เคยขอให้เราดูแลผู้อื่นด้วยความโอบอ้อมอารีย์เลยนะ"

หมิงซี่หยินมองไปที่หยวนเอ๋อก่อนที่จะถามออกมาอย่างเคลือบแคลงใจ "ศิษย์น้องเล็ก ท่านอาจารย์พูดแบบนั้นจริงๆ อย่างงั้นหรอ?"

หยวนเอ๋อตัวน้อยที่ได้ฟังแบบนั้นจึงรีบพยักหน้าก่อนที่จะตอบกลับไป "ใช่ค่ะ ท่านอาจารย์กำชับมาอย่างดี เขาอยากให้พวกศิษย์พี่ดูแลผู้บริสุทธ์อย่างโอบอ้อมอารีย์"

"เสร็จกัน...พวกเราเสร็จแล้วแน่..." หมิงซี่หยินเดินไปเดินมาในขณะที่ตัวเขาพึมพำอะไรบางอย่างออกมา

"ศิษย์พี่สี่ พี่หมายความยังไงกันแน่?" ด้วนมู่เฉิงได้ถาม ตอนนี้ใบหน้าของเขานั้นกำลังขมวดคิ้วอยู่

"ตลอดชีวิตของท่านอาจารย์น่ะ ท่านทำชั่วมาโดยตลอด ดังนั้นถ้าหากท่านอยากที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ แล้วละก็ "การทำความดี" ก็จะต้องเป็นกิจวัตรใหม่ของท่านอย่างแน่นอน"

"แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราไม่ได้เสร็จท่านอาจารย์ไปซะหน่อย" จ้าวยู่ที่ได้ฟังแบบนั้นพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

"ปัญหาในตอนนี้คือข้าไม่รู้ยังไงล่ะว่าพวกเราจะทำความดีได้ยังไงกัน!" หมิงซี่หยินพูดออกมาด้วยความอึดอัด ตัวเขาที่เคยแต่ทำชั่วมาโดยตลอดคิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องทำอะไรที่สวนทางแบบนี้

"..."

เมื่อเห็นศิษย์พี่ทั้งสามกำลังทำอะไรไม่ถูก หยวนเอ๋อในตอนนั้นก็ได้กระแอมในลำคอก่อนที่จะพูดเสนอความคิดเห็นออกมา "พวกศิษย์พี่ไม่คิดมากกันไปเองหรอกหรอ?"

ศิษย์พี่ทั้งสามที่ได้ฟังแบบนั้นได้หันมาสบตาศิษย์น้องเล็กคนนี้ "ศิษย์น้องเล็ก เจ้าน่ะเป็นคนสนิทใกล้ชิดกับท่านอาจารย์มากที่สุดแล้ว เจ้าพอจะรู้ความลับอะไรที่พวกเรายังไม่รู้ไหม?"

"รีบบอกเร็วเข้าศิษย์น้อง!"

"ไม่มีความลับอะไรหรอก แต่ท่านอาจารย์เคยบอกอะไรกับข้าเอาไว้อย่างหนึ่ง..."

"บอกว่าอะไรกัน?"

"การฆ่าคนนั้นไม่ใช่วิธีทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้"

คำพูดของหยวนเอ๋อทำให้ศิษย์พี่ทั้งสามคนถึงกับหยุดชะงัก

"ข้าว่าแล้วว่ามันจะต้องไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้! แม้ว่าท่านอาจารย์จะมีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งก็ตาม แต่ตัวท่านเองก็ยากที่จะเข้าใจได้ ท่านช่างเป็นคนที่ลึกซึ้งเยี่ยงนัก!" หมิงซี่หยินตบที่ต้นขาของตัวเอง

ในขณะเดียวกันที่สำนักใหญ่ของหุบเขาพยัคฆ์...

"ท่านหัวหน้า ทางวังจันทราเขียนจดหมายตอบกลับมาแล้วครับ..."

"จดหมายนั่นบอกไว้ว่าอะไร?" ซู่ฮ่องกงที่ได้ฟังข่าวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

"เจ้าสำนักวังจันทราได้บอกเอาไว้ว่าเจ้าแก่มหาวายร้ายแห่งหุบเขาทองคนนั้นสามารถจัดการลู่ฉางเฟิง ผู้ที่เป็นเจ้าสำนักดาบสวรรค์ ดูเหมือนว่าวรยุทธ์ของเขาที่มีจะฟื้นตัวจนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ดังนั้นตัวเขาจึงไม่สามารถที่จะช่วยอะไรท่านได้ เจ้าสำนักวังจันทรายังบอกอีกว่าให้ท่านรีบซ่อนตัวจะดีที่สุด"

ฟึบ!

ซู่ฮ่องกงล้มลงไปกับพื้น ความรู้สึกอันเหน็บหนาวได้ไหลผ่านกระดูกสันหลังของตัวเขาจนไปถึงสมอง ตอนนี้ที่หน้าผากของตัวเขาเองเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลพล่า

'เกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมท่านอาจารย์ถึงกลับมามีพลังมากมายมหาศาลแบบนั้นได้?'

"ท่านหัวหน้า!"

"อย่าได้ตื่นตกใจไป! ใจเย็นไว้! ข้ายังอยู่ที่นี่! ทำไมพวกเจ้าจะต้องตื่นกลัวขนาดนี้ด้วยล่ะ หะ?"

"ติ้ง! คุณได้รับแต้มบุญ 50 แต้มที่สามารถฝึกสอนซู่ฮ่องกงได้"

ลู่โจวรู้สึกงงงวยและสับสนกับสิ่งที่ได้เห็น

'ทำไมฉันถึงได้แต้มบุญล่ะ ในเมื่อฉันยังไม่ได้ทำอะไรกับซู่ฮ่องกงเลยแม้แต่น้อย?'

ลู่โจวได้เหลือบมองไปที่เมนูส่วนตัวของเขา

ชื่อ: ลู่โจว

เผ่า: มนุษย์

วรยุทธ์: ขั้นการรู้แจ้งเห็นจริง, หัวใจแห่งการหยั่งรู้

แต้มบุญ: 244

พลังชีวิตที่เหลือ: 610 วัน

ของที่มี: การ์ดระเบิดจุดสุดยอด x2, การ์ดประกันชีวิต x5

ตัวลู่โจวในตอนนี้ก็ยังคงอ่อนแอมากอยู่ดี

แม้ว่าตัวเขาจะพบหนทางใหม่สำหรับการเก็บสะสมแต้มบุญ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับของที่มีราคากว่าหลายพันแต้มบุญ แต้มบุญที่ตัวเขามีในตอนนี้ก็เหมือนกับน้ำหนึ่งหยดที่ไม่มีค่าอะไรเลยต่อหน้าผืนมหาสมุทร

ด้วยแต้มบุญที่เหลือเพียงเท่านี้คงจะเพียงพอสำหรับการจับฉลากชิงโชคเท่านั้น

"จับฉลากชิงโชค"

"ติ้ง! จับฉลากชิงโชคสำเร็จ ใช้ 50 แต้มบุญเรียบร้อยแล้ว คุณได้รับวิซซาร์ด"

"วิซซาร์ดสุดยอดสัตว์ขี่พาหนะที่ไม่เหมือนใคร"

ลู่โจวที่ได้เห็นแบบนั้นเบิกตากว้างโตในทันที ดวงตาที่ดูขุ่นมัวของเขากำลังตื่นตกใจไปกับสิ่งที่ได้มา "นี่มันวิซซาร์ด"

จีเทียนเด๋าเดิมทีนั้นเป็นเจ้าของสุดยอดเคล็ดวิชา, สุดยอดอาวุธ และยังมีสัตว์ขี่ยานพาหนะอีกมากมายหลายอย่างที่ล้วนแต่หาได้ยากยิ่ง ด้วยอายุที่ยืนมากถึงพันปีทำให้ตัวเขาสามารถเก็บสะสมสิ่งต่างๆ เอาไว้อย่างมากมาย แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ลู่โจวได้เข้ามาในร่างจีเทียนเด๋าแทน และตอนนี้ตัวเขาก็ไม่มีอะไรเหลือเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าลู่โจวมีเพียงตัวเปล่าๆ เท่านั้น

ลู่โจวไม่ได้คาดหวังมาก่อนว่าจะได้รับสัตว์ขี่หายากแบบนี้จากการจับฉลากชิงโชค

โลกแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยสิ่งของอันแปลกประหลาดและมหัศจรรย์มากมายหลายอย่างด้วยกัน ที่แห่งนี้อาจจะมีทั้งสัตว์อสูร ปีศาจ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่พวกมันนั้นสามารถกลายมาเป็นสัตว์ขี่ได้ทั้งหมด เช่นเดียวกันกับสิ่งของ ยังมีสิ่งของอีกมากมายหลายอย่างที่ทำให้ตัวผู้ใช้นั้นสามารถลอยได้เหมือนกับยานพาหนะ ใช่แล้วดาบลอยฟ้าก็เป็นหนึ่งในสุดยอดสิ่งของเหล่านั้น ดาบลอยฟ้าจะทำให้ตัวผู้ใช้สามารถบินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ แต่คงจะไม่มีสิ่งใดที่น่าประทับใจไปกว่าการขี่สัตว์ขี่ที่สามารถบินได้จริงๆ

ถ้าหากเป็นยุคปัจจุบันที่ลู่โจวเคยอยู่ วิซซาร์ดสัตว์ขี่ของเขาจะต้องดูหรูหราไม่ต่างจากพวกรถสุดหรูอย่างแน่นอน มันเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่สามารถแสดงออกได้ถึงสถานะของผู้ขี่

ยิ่งผู้ใช้สามารถควบคุมสัตว์ร้ายระดับสูงได้มากแค่ไหน นั่นก็จะหมายความว่าผู้ควบคุมนั้นจะต้องแข็งแกร่งกว่าพวกสัตว์ร้ายพวกนั้นมาก

"วิซซาร์ด!" ลู่โจวร้องเรียกสัตว์ขี่ใหม่ของเขา

ในทันใดนั้นเองเสียงของสัตว์ร้ายก็ได้ดังขึ้น วิซซาร์ดนั้นเป็นสัตว์อสูรที่มีร่างกายเป็นสิงโต มีเขาสองเขาและหัวที่มีรูปร่างคล้ายกับพวกแพะ สัตว์อสูรชนิดนี้มีความสามารถในการอาบแสงและเหยียบเมฆาอยู่ในตัว วิซซาร์ดที่ลู่โจวได้เรียกออกมาได้ร่อนลงเดินอยู่ตรงลานหน้าศาลาปีศาจลอยฟ้า

ลู่โจวที่ได้จ้องไปยังวิซซาร์ดถึงกับตัวแข็งไปชั่วขณะ แม้ว่าเขาจะมีความทรงจำของจีเทียนเด๋าอยู่แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นวิซซาร์ดกับตาตัวเองอยู่ดี

ลู่โจวที่ได้เห็นแบบนั้นรีบโบกมือให้กับมันไป หลังจากที่เห็นสัญญาณของลู่โจวแล้ววิซซาร์ดของเขาก็ได้หายไปจากลานในที่สุด ราวกับว่าตัวมันนั้นได้หายไปในความว่างเปล่า

ที่เชิงเขาเอง ลูกศิษย์มหาวายร้ายทั้งสามคนกำลังจ้องมองกลับไปที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าที่อยู่ส่วนบนสุดของภูเขาทอง สีหน้าของทั้งสามคนถึงกับว่างเปล่าไปชั่วขณะ

"นี่ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า? ดูเหมือนว่าข้าจะเห็นพลังงานอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งอยู่บนภูเขา"

"ดวงตาของเจ้าน่ะยังใช้ได้ดีอยู่ ข้าเองก็รู้สึกแบบนั้นได้เช่นกัน"

"นี่จะต้องเป็นกิจวัตร์ใหม่ของท่านอาจารย์อย่างแน่นอน เขาจงใจที่จะปกปิดเก็บซ่อนพลังชั่วร้ายเอาไว้ในใจสินะ ข้าว่าพวกเราแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นจะดีกว่า"

"ใช่ พวกเราก็แค่ทำเป็นมองไม่เห็นมัน"

ที่ศาลาปีศาจลอยฟ้าเอง ลู่โจวที่ได้รางวัลใหญ่รู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะพอมีโชคอยู่บ้าง

ลู่โจวที่คิดแบบนั้นจึงตัดสินใจที่จะใช้แต้มบุญที่เหลือไปกับการจับฉลากชิงโชค

"จับฉลากชิงโชค"

"ติ้ง! การจับฉลากชิงโชคสำเร็จ ใช้แต้มบุญ 50 แต้มเรียบร้อย รางวัลของคุณคือค่าความโชคดี 1 แต้ม"

"จับฉลากชิงโชค"

"ติ้ง! การจับฉลากชิงโชคสำเร็จ ใช้แต้มบุญ 50 แต้มเรียบร้อย รางวัลของคุณคือค่าความโชคดี 1 แต้ม"

ดูเหมือนว่าลู่โจวจะได้รับรางวัลปลอบใจถึง 2 รอบติด

"หลังจากที่ให้รางวัลใหญ่กับฉัน แกก็ไม่ได้ให้อะไรเลยอย่างงั้นหรอ? นี่มันเหยื่อล่อชัดๆ" ลู่โจวในตอนนั้นถึงกับพูดไม่ออก แต่ตัวเขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้

"จับฉลากชิงโชค!!!"

"ติ้ง! การจับฉลากชิงโชคสำเร็จ ใช้แต้มบุญ 50 แต้มเรียบร้อย รางวัลของคุณคือค่าความโชคดี 1 แต้ม"

"..."

ตอนนี้ตัวเขาเหลือแต้มบุญทั้งหมด 44 แต้มด้วยกัน แน่นอนว่าลู่โจวไม่สามารถจับฉลากได้อีกต่อไป

"นี่มันกับดักชัดๆ"

แต่ถึงแบบนั้นลู่โจวก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจในครั้งนี้ อย่างน้อยๆ เขาก็ได้รับรางวัลตอบแทนที่คุ้มค่ามา ด้วยการจับฉลากชิงโชคเพียงแค่ 4 ครั้งก็ทำให้เขาได้รับสัตว์ขี่หายากอย่างวิซซาร์ดมา ถ้าหากคิดแบบนี้แล้วลู่โจวก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามากแล้ว

ใกล้เชิงเขาของภูเขาทอง...

ชายวัยกลางคนสามคนกำลังจ้องมองไปที่ภูเขาที่กำลังอยู่ตรงหน้า

"ข้างหน้าของพวกเราคือภูเขาทองไม่ผิดแน่ ที่แห่งนี้เป็นที่ตาเฒ่ามหาวายร้ายคนนั้นซ่อนตัวอยู่ เขาเป็นชายผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในโลกแห่งนี้แล้ว"

"ท่านพ่อบ้าน ทำไมท่านผู้นำตระกูลถึงตัดสินใจที่จะส่งหยวนเอ๋อไปที่ภูเขาทองกัน? ที่แห่งนั้นมันเป็นที่แห่งความชั่วร้ายชัดๆ"

"เจ้าน่ะคิดว่าท่านผู้นำตระกูลอยากจะให้เป็นแบบนั้นอย่างงั้นหรอ? เจ้าเฒ่ามหาวายร้ายคนนั้นเป็นคนที่สามารถฆ่าคนได้ไม่เลือกหน้า แต่ก็นั่นแหละนะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ท่านผู้นำตระกูลเสนอหยวนเอ๋อให้เข้ารับใช้ตาเฒ่านั่น"

"ข้าก็แค่หวังว่าเจ้าเฒ่าผู้ชั่วร้ายคนนั้นจะช่วยทำให้ตระกูลของพวกเราผ่านพ้นหายนะในครั้งนี้ไปได้ แน่นอนว่านี้ก็คือการทำเพื่อตัวหยวนเอ๋อเอง"

พ่อบ้านที่เป็นผู้นำในการเดินทางได้ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะพูดออกมา "ข้าน่ะก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน ว่ากันว่าในไม่กี่วันก่อนตาเฒ่ามหาวายร้ายคนนั้นสามารถขับไล่เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบไปด้วยตัวคนเดียวได้ และในศึกครั้งนั้นตาเฒ่านั้นก็ได้สังหารผู้นำของสำนักดาบสวรรค์ไปอีกด้วย ลู่ฉางเฟิงที่เป็นเจ้าสำนักถูกสังหารตายโดยการออกกระบวนท่าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าหากเจ้านั่นเต็มใจที่จะช่วยเหลือพวกเรา บางตีตระกูลซี่ของพวกเราอาจจะรอดพ้นจากหายนะในครั้งนี้ก็เป็นได้"

ทั้งสามคนที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นกำลังขี่ม้าอยู่นั่นเอง

เมื่อพวกเขาทั้งสามคนพยายามที่จะเข้าไปในป่าตรงเชิงเขา ทันใดนั้นเองร่างของใครคนหนึ่งในเงามือก็ปรากฎตัวขึ้นมา ร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศราวกับว่าเป็นวิญญาณก็ว่าได้ ตอนนั้นเองเสียงที่ฟังดูน่าขนลุกก็ได้ดังขึ้น "พวกเจ้าเป็นใครกัน? กล้ามากนะที่มาบุกรุกภูเขาทองของพวกเราได้!"

ชายทั้งสามคนที่ขี่ม้ามารีบลงจากม้าก่อนที่จะย่อเข่าข้างหนึ่งในทันที

"พวกเราตระกูลซีมาจากเมืองอันยางอยากที่จะมาทักทายตาเฒ่ามหาวาย... อยากที่จะมาทักทายผู้ยอดยุทธ์แห่งศาลาปีศาจลอยฟ้าน่ะ..." พ่อบ้านที่ได้นำขบวนมาได้กลืนน้ำลายลงอย่างไม่หยุดพัก ที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลริน

"ครอบครัวตระกูลซีจากเมืองอันยางอย่างงั้นหรอ?" หมิงซี่หยินผู้ที่พุ่งมาจากภูเขาทองเป็นระยะกว่าหลายร้อยเมตรได้พูดขึ้น ที่ด้านหลังของเขานั้นทิ้งภาพลวงตาเอาไว้อย่างมากมาย ในขณะเดียวกันด้วนมูเฉิงและจ้าวยู่เองก็ปรากฎตัวออกมาเช่นเดียวกับหมิงซี่หยินเช่นกัน ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนกำลังยืนเรียงรายกันอยู่

ชายทั้งสามที่จะพยายามเดินทางเข้าไปยังภูเขาทองถึงกับดวงตาเบิกกว้างโต ริมฝีปากของพวกเขากำลังสั่นเครือไปด้วยความกลัว การที่จะได้เห็นสิ่งสุดยอดด้วยตาตัวเองนั้นดีกว่าการที่ฟังมาจากผู้อื่นกว่าหลายร้อยเท่า ว่ากันว่าเหล่าศิษย์ทั้ง 9 ของภูเขาทองนั้นน่ากลัวมาก แต่พวกเขาทั้งสามคนไม่เคยเชื่ออะไรเช่นนี้เลยจนกระทั่งมาเห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้

"ศิษย์น้องสี่ ครอบครัวตระกูลซีจากเมืองอันยางของศิษย์น้องเล็กมาสินะ" ด้วนมูเฉิงพูดออกมา

"ข้ารู้แล้วศิษย์พี่...ช่างโชคดีจริงๆที่ข้านั้นฉลาดพอ...ตามแนวคิดรูปแบบใหม่ของท่านอาจารย์ทำให้พวกเราไม่สามารถฆ่าผู้บุกรุกในทันทีได้ นอกจากนี้พวกเรายังจะต้องปฏิบัติตัวกับพวกมันด้วยความโอบอ้อมอารีย์ นอกจากนี้คนพวกนี้ยังมาจากครอบครัวของศิษย์น้องเล็กอีกด้วย" หมิงซี่หยินที่ได้ประเมินสถานการณ์ได้พยักหน้าออกมา

"ศิษย์พี่พูดจามีเหตุผล"

ชายทั้งสามคนที่มาจากครอบครัวตระกูลซีดูสับสนกับท่าทีของศิษย์มหาวายร้ายทั้งสามคน

หมิงซี่หยินที่คิดอยู่พักหนึ่งได้ยิ้มออกมาในระหว่างที่เดินไปหาพ่อบ้านของตระกูลซี "พวกเจ้าน่ะได้โปรดลุกขึ้นเถอะ! พวกเจ้าไม่จำเป็นจะต้องทำมาเป็นพิธีรีตรองกับพวกเรานักก็ได้"

"ฮะ?"

พ่อบ้านคนนั้นยิ่งสับสนไปกว่าเดิม 'หรือว่านี่จะเป็นล่อเหยื่อกัน การที่พวกนั้นปฏิบัติตัวดีกับพวกข้าแบบนี้ หรือบางทีพวกนั้นอยากจะให้เราปฏิบัติตัวให้ต้อยต่ำกว่านี้ เห็นทีคงจะต้องเป็นแบบนั้นไม่ผิดแน่' และด้วยความคิดนั้นเองจึงทำให้ชายคนนี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "พวกข้าไม่สมควรที่จะได้รับการดูแลแบบนี้...."

"พวกเจ้าน่ะผิดแล้ว เป็นเพราะพวกเจ้ามาจากครอบครัวของศิษย์น้องหญิง ดังนั้นพวกเจ้าก็เหมือนกับเป็นพวกเรา ไม่จำเป็นจะต้องมัวมาพิธีรีตรองหรอกนะ ไม่ต้องกังวลไป..."

"แต่พวกข้าไม่สมควรที่จะได้รับการดูแลแบบนี้จริงๆ ...."

หมิงซี่หยินที่รู้สึกไม่สบอารมณ์ได้เตะพ่อบ้านคนนั้นจนกลิ้งไปกับพื้น

ป๊าป!

"ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะชอบวิธีที่รุนแรงมากกว่านะ ใช่ไหม? รีบลากพวกมันขึ้นภูเขาไปหาท่านอาจารย์เถอะ ให้ท่านอาจารย์ตัดสินใจเองว่าจะฆ่าพวกนี้ดีไหม!"

ด้วนมูเฉิงและจ้าวยู่ถึงกับตกตะลึง

"อย่ามองมาที่ข้าแบบนั้น นี่มันถือว่าช่วยไม่ได้ละนะ กิจวัตรใหม่ของท่านอาจารย์ทำให้ข้านั้นไม่อาจเข้าใจเลยจริงๆ มันยากที่จะทำความคุ้นเคยซะเหลือเกิน"

ติดตามแฟนเพจอัพเดทข่าวสารอ่านนิยายก่อนใครได้ที่ FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 12 กิจวัตรใหม่ของท่านอาจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว