- หน้าแรก
- คู่มือเอาชีวิตรอดของพรานป่าต่างโลก
- บทที่ 4 - สมาคมนักผจญภัย
บทที่ 4 - สมาคมนักผจญภัย
บทที่ 4 - สมาคมนักผจญภัย
บทที่ 4 - สมาคมนักผจญภัย
[สวัสดีคนแปลกหน้า เมื่อคุณพบกระดาษแผ่นนี้ คุณคงจะได้เห็นไบรอันสุนัขแสนน่ารักของฉันแล้ว ฉันชื่อเฒ่าไมค์ เป็นเจ้านายของมัน แต่ในเวลานี้ฉันคงตายไปแล้ว]
[ไบรอันอยู่เคียงข้างฉันมาตลอดในคืนวันแห่งการล่าสัตว์ มันเป็นสุนัขที่ร่าเริงและเก่งกาจมาก ทว่าวันเวลาไม่เคยปรานีใคร ตัวฉันในตอนนั้นก้าวเข้าสู่วัยชราแล้ว ฉันรู้ดีว่ายมทูตคงจะมาพรากชีวิตของฉันไปในสักวัน]
[คนแปลกหน้า หากคุณไม่รังเกียจ ไบรอันสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้หลายอย่าง มันเป็นสุนัขที่เลี้ยงง่าย เพียงแค่ขนมปังดำธรรมดาก็ทำให้มันมีความสุขได้มากแล้ว และมันก็เป็นผู้ช่วยล่าสัตว์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน]
[หากเรื่องนี้เป็นการรบกวนคุณ ก็ขอให้คุณโชคดีและโปรดละเว้นชีวิตน้อยๆ ที่ไร้เดียงสาตัวนี้ด้วยเถิด จาก เฒ่าไมค์]
ลั่วหลานอ่านข้อความบนแผ่นกระดาษแล้วรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขล่าเนื้อของชายชราคนหนึ่ง ทว่าตอนนี้ชายชราผู้นั้นได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว
เมื่อมองดูไบรอันสุนัขสีขาวที่นอนหมอบอยู่บนพื้น จู่ๆ ลั่วหลานก็รู้สึกว่าการมีผู้ช่วยล่าสัตว์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัวในโลกใบนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีไม่เลวเหมือนกัน
เงินทองหมดไปก็ยังหาใหม่ได้ แต่ถ้าชีวิตสุนัขดับสูญไปแล้วก็คงสูญเปล่าไปตลอดกาล
เขาอยากจะช่วยชีวิตน้อยๆ นี้เอาไว้ จึงจัดการเก็บข้าวของและเตรียมตัวเดินทางไปยังสมาคมนักผจญภัยในเมือง
เพราะในความทรงจำของเขาระบุไว้ว่า สมาคมนักผจญภัยจะมีร้านขายน้ำยาฟื้นฟูอยู่ น้ำยาฟื้นฟูสามารถรักษาบาดแผลภายนอกของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมใช้ได้ผลกับสุนัขเช่นเดียวกัน
ลั่วหลานลูบหัวของไบรอันเบาๆ
"แกจะไม่เป็นไรนะพวก รอฉันกลับมาก่อน"
หลังจากเดินออกจากโรงเตี๊ยมซอมซ่อ ลั่วหลานก็สอบถามเส้นทางมาตลอดจนกระทั่งมาถึงจัตุรัสบริเวณด้านหน้าสมาคมนักผจญภัยของเมืองลั่วเหยียน
ตรงกลางจัตุรัสมีน้ำพุตั้งอยู่ บริเวณรอบน้ำพุมีนักผจญภัยหน้าตาหลากหลายกำลังนั่งรวมกลุ่มกัน พวกเขากำลังตั้งแผงลอยขายของ
บนแผงลอยมีของสารพัดชนิด ทั้งอาวุธ เครื่องหนัง หนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย
ดูเหมือนว่าธุรกิจแผงลอยแบบนี้จะไปได้สวยทีเดียว ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยากหลีกเลี่ยงพ่อค้าคนกลางและต้องการค้าขายกันโดยตรงเพื่อทำกำไร แน่นอนว่าพวกมิจฉาชีพก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
เมื่อเดินผ่านจัตุรัสไปก็จะถึงสมาคมนักผจญภัย
มันเป็นอาคารที่สร้างขึ้นจากหินและมีความสูงตระหง่านถึงสามชั้น เมื่อนำไปเทียบกับบ้านเรือนทั่วไปในเมืองที่เตี้ยแคระแกร็นแล้ว อาคารแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์เลยทีเดียว
สิ่งของประดับตกแต่งเพียงชิ้นเดียวของอาคารแห่งนี้คือโล่ไม้ที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้า ตรงกลางของโล่สลักลวดลายเหรียญทองเอาไว้อย่างงดงาม
ลั่วหลานก้าวขึ้นบันได เดินฝ่าฝูงชนบริเวณประตูและเข้าไปในโถงของสมาคม
ห้องโถงกว้างขวางและดูโอ่อ่ามาก ทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีกระดานประกาศภารกิจตั้งอยู่ บนนั้นเต็มไปด้วยกระดาษคำร้องขอภารกิจสีเหลืองซีดแปะอยู่เต็มไปหมด ส่วนตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์ให้บริการนักผจญภัย
มีนักผจญภัยหลายคนที่สวมชุดเกราะหนังและพกพาดาบเหล็กยืนดูประกาศหน้ากระดาน เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลั่วหลานไม่ได้ตรงไปซื้อน้ำยาฟื้นฟูในทันที เพราะหากแสดงบัตรประจำตัวนักผจญภัยตอนซื้อน้ำยาจะได้รับส่วนลดพิเศษ
ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนที่สุดของเขาในตอนนี้คือการลงทะเบียนทำบัตรประจำตัวนักผจญภัยก่อน ส่วนบัตรใบเก่าเขาก็ไม่คิดจะไปตามหาแล้ว เพราะตอนนี้เขาคือนักผจญภัยคนใหม่นามว่ากาเรน
งานบริการของสมาคมนักผจญภัยค่อนข้างยุ่งทีเดียว
"สวัสดีค่ะ ฉันมาส่งมอบภารกิจค่ะ"
เด็กสาวผมสีน้ำตาลหยิบใบภารกิจออกมาและยื่นให้กับพนักงานต้อนรับสาวที่หน้าเคาน์เตอร์
พนักงานสาวตรวจสอบความถูกต้องของภารกิจอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม
"ขอดูบัตรประจำตัวนักผจญภัยของคุณด้วยค่ะ"
เด็กสาวส่งบัตรให้ หลังจากพนักงานสาวตรวจสอบเสร็จเธอก็ผายมือแนะนำ
"เชิญไปรับเงินรางวัลที่พนักงานชายท่านนั้นซึ่งอยู่ข้างๆ ฉันได้เลยค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ"
เด็กสาวผมสีน้ำตาลกระโดดโลดเต้นไปรับเงินรางวัลอย่างอารมณ์ดี
ลั่วหลานปรายตามองเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อย เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเธออย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก
เพียงไม่นานก็ถึงคิวของลั่วหลาน
"ผมอยากลงทะเบียนทำบัตรนักผจญภัยครับ"
"ตกลงค่ะ ขอทราบชื่อของคุณด้วยค่ะ"
"กาเรน"
"อาชีพค่ะ"
"นักธนูครับ"
"คุณหมายถึงพรานป่าใช่ไหมคะ"
"อ่า ใช่ครับ"
"ตกลงค่ะ ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ระดับนักผจญภัยเริ่มต้นของคุณคือระดับไม้โอ๊ก คุณสามารถเลื่อนระดับนักผจญภัยได้โดยการทำภารกิจให้สำเร็จ กรุณาชำระเงิน 10 เหรียญทองแดงเป็นค่าธรรมเนียมทำบัตรด้วยค่ะ"
ลั่วหลานหยิบเงิน 10 เหรียญทองแดงออกมาด้วยความปวดใจ แม้จะไม่อยากจ่ายเลยสักนิด แต่เพื่อสิทธิ์ส่วนลดในการซื้อน้ำยาฟื้นฟู เขาก็ต้องยอมจ่ายไป
เพียงไม่นานป้ายไม้ที่สลักคำว่ากาเรนก็ทำเสร็จสมบูรณ์ ใต้ชื่อมีรูปสลักโล่แบบเรียบง่าย ยิ่งมีจำนวนโล่มากเท่าไรก็ยิ่งแสดงถึงระดับนักผจญภัยที่สูงขึ้นเท่านั้น นี่คือรูปแบบของบัตรประจำตัวนักผจญภัย
"หากคุณสะสมโล่ครบ 10 อัน คุณจะได้เลื่อนขั้นเป็นระดับศิลา ถึงตอนนั้นคุณจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมทำบัตรนะคะ"
พนักงานสาวเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
ลั่วหลานพยักหน้ารับ
"เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับ"
เมื่อได้บัตรประจำตัวนักผจญภัยมาแล้ว ลั่วหลานก็เลือกเดินขึ้นไปยังชั้นสองของสมาคมนักผจญภัยทันที เพราะชั้นสองเป็นโซนจับจ่ายซื้อของ ที่นั่นน่าจะมีร้านขายน้ำยาฟื้นฟูอยู่
เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นร้านขายน้ำยาที่มีสไตล์การตกแต่งคล้ายคลึงกันหลายร้าน ลั่วหลานเลือกเดินเข้าไปในร้านหนึ่งแบบสุ่มๆ เพื่อเลือกซื้อสินค้า
บนชั้นวางมีขวดแก้วเล็กๆ บรรจุของเหลวสีแดงเรียงรายอยู่เต็มไปหมด นี่แหละคือน้ำยาฟื้นฟู เพียงแค่ขวดเล็กๆ ขวดเดียวก็สามารถรักษาบาดแผลภายนอกบนร่างกายได้เกือบทั้งหมด ช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก
ลั่วหลานตาเป็นประกาย เขามองดูป้ายราคาบนชั้นวางซึ่งเขียนไว้ว่า 500 เหรียญทองแดง
อืม ราคาตรงกับในความทรงจำจริงๆ ถ้ารวมกับส่วนลดจากบัตรนักผจญภัย เงิน 470 เหรียญทองแดงที่เหลือติดตัวเขาก็น่าจะจ่ายไหว
"เถ้าแก่ ผมเอาน้ำยาขวดนี้ครับ นี่บัตรนักผจญภัยของผม อย่าลืมคิดราคาพิเศษให้ด้วยนะครับ"
ลั่วหลานยื่นบัตรให้เถ้าแก่
เถ้าแก่หนวดเคราเฟิ้มรับบัตรของลั่วหลานไปดูแล้วพึมพำออกมา
"หน้าใหม่หรือเนี่ย งั้นลดให้ 2 เหรียญทองแดงก็แล้วกัน"
ลั่วหลานเบิกตากว้างพร้อมกับท้วงถามด้วยความสงสัย
"ไม่ถูกสิเถ้าแก่ ผมจำได้ว่าบัตรใบนี้ลดราคาได้สิบเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่หรือ มันต้องเหลือ 450 เหรียญทองแดงสิ"
เถ้าแก่หนวดเคราเฟิ้มหลุดหัวเราะพรืดออกมา
"ฮ่าๆ ลดสิบเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือ นั่นมันสิทธิพิเศษสำหรับนักผจญภัยระดับศิลาต่างหากล่ะ แกอย่าบอกนะว่าชาวบ้านธรรมดาที่เพิ่งลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยอย่างแก จะสามารถใช้สิทธิพิเศษทั้งหมดของนักผจญภัยได้น่ะ"
"เหอะ ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว สองเหรียญทองแดงก็จะไม่ลดให้ บัตรของแกไม่มีโล่สักอันด้วยซ้ำ ไม่เคยทำภารกิจสำเร็จเลยด้วย จะนับว่าเป็นนักผจญภัยตัวจริงได้ยังไง ราคา 500 เหรียญทองแดง ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว"
ลั่วหลานชะงักไป แย่แล้ว เขาเพิ่งจะนึกเบาะแสจากความทรงจำของร่างเดิมออก ที่แท้การได้ส่วนลดเป็นเพราะร่างเดิมเคยเป็นนักผจญภัยระดับศิลานี่เอง
แต่ลั่วหลานคนปัจจุบันเป็นเพียงหน้าใหม่เท่านั้น สิทธิพิเศษก็เลยพลอยหายวับไปด้วย แถมเขายังเสียเงินค่าทำบัตรไปฟรีๆ อีก 10 เหรียญทองแดง
"เถ้าแก่ ผมขอติดไว้ก่อนได้ไหม ผมมีเรื่องด่วนจริงๆ นะ"
ลั่วหลานมองเถ้าแก่หนวดเคราเฟิ้มด้วยสายตาอ้อนวอน
"ไสหัวไป"
และด้วยเหตุนี้ ลั่วหลานจึงถูกไล่ออกจากร้านอย่างหมดสภาพ สถานการณ์ในตอนนี้ เขาทำได้เพียงลองหาภารกิจง่ายๆ ทำเพื่อหาเงินมาซื้อน้ำยาใหม่เท่านั้น
ในขณะที่ลั่วหลานกำลังเดินคอตกเตรียมจะลงบันได จู่ๆ ก็มีเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งพุ่งสวนขึ้นมาหาเขา
"ลั่วหลาน นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ"
ลั่วหลานเงยหน้าขึ้นและพบว่าเธอคือเด็กสาวผมสีน้ำตาลที่เขาเห็นตอนต่อคิวเมื่อครู่นี้นี่เอง
ปึก
เด็กสาววิ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูงจนเบรกไม่อยู่ หัวของเธอจึงพุ่งชนเข้าที่ท้องของลั่วหลานอย่างจัง
ลั่วหลานสะดุ้งสุดตัว
[จบแล้ว]