- หน้าแรก
- จากสวะที่ถูกทอดทิ้ง สู่ราชันเหนือราชัน
- บทที่ 8 - การปรากฏของถ้ำปีศาจและงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก
บทที่ 8 - การปรากฏของถ้ำปีศาจและงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก
บทที่ 8 - การปรากฏของถ้ำปีศาจและงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก
บทที่ 8 - การปรากฏของถ้ำปีศาจและงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก
"หืม"
ทั่วทั้งโถงใหญ่ตระกูลซูตกอยู่ในความเงียบงันทันที
ซูปั๋วเชียนมองดูร่างของชายชราที่ค้อมตัวลงกราบด้วยแววตาที่หดเกร็ง
ราชันยุทธ์ค้อมศีรษะให้
เกียรติยศเช่นนี้ ต่อให้เป็นจักรพรรดิแห่งเทียนอู่ก็ยังไม่คู่ควรจะได้รับ
"ผู้อาวุโสใหญ่ไม่จำเป็นต้องมากพิธี ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้ว"
เย่เซียวส่ายหน้ายิ้มๆ ด้วยท่าทีเรียบเฉย
แม้ว่าวิญญาณยุทธ์ของเขาจะยังไม่ฟื้นตัว แต่ระดับพลังก็หยุดถดถอยแล้ว
ตามที่แพทย์ปีศาจกล่าวไว้ ดวงตาศักดิ์สิทธิ์สีทองคู่นั้นดูเหมือนจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิญญาณยุทธ์ของเขาเท่านั้น
ถึงกระนั้น เพียงแค่อานุภาพของดวงตาศักดิ์สิทธิ์คู่นี้ ก็มากพอที่จะสยบยอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์ได้แล้ว
"คุณชายเย่เซียว เรื่องของท่านข้าได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ข้าเชื่อมั่นว่าด้วยสภาวะจิตใจของคุณชาย ท่านจะไม่มีวันจมปลักอยู่กับมันอย่างแน่นอน"
ไป๋จวีหรานมีสีหน้าจริงจัง เขาไม่ได้มองเย่เซียวเป็นเพียงผู้น้อยหรือคนไร้ค่าเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับมองเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงผู้หนึ่ง
ในเวลานี้ ประมุขแห่งสำนักชางไห่ยังคงอยู่ในสมรภูมิปีศาจ
และเป็นเขาคนนั้นเอง ที่แจ้งเรื่องราววีรกรรมต่างๆ ของเย่เซียวให้ไป๋จวีหรานรับรู้
แม่ทัพหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในสมรภูมิปีศาจผู้นี้ ทำเพื่อผืนปฐพีชางหลานทั้งปวง ยอมแลกกับการที่วิญญาณยุทธ์ต้องแตกสลายเพื่อสังหารเทพปีศาจระดับเก้าตนนั้น
แม้ไป๋จวีหรานจะไม่รู้ว่าเหตุใดเย่เซียวจึงไม่กระชากหน้ากากของเย่เสวียนออกมา
แต่นี่เป็นเรื่องภายในตระกูลเย่ เขาย่อมไม่สอดปากถามให้มากความ
ทว่าสิ่งเดียวที่ไป๋จวีหรานมั่นใจในตอนนี้ก็คือ ตระกูลเย่จะต้องเสียใจจนแทบกระอักเลือดในสักวันหนึ่งเป็นแน่
การขับไล่ผู้ที่ในอนาคตอาจกลายเป็นมหาจักรพรรดิยุทธ์หรือแม้กระทั่งเทพยุทธ์ออกจากตระกูล แล้วหาคนไร้ค่ามาสวมรอยแทนเช่นนี้ ความคิดของเย่เจิ้นเทียนช่างน่าตื่นตะลึงจริงๆ
"ที่ผู้อาวุโสใหญ่มาในครั้งนี้คือ"
"ข้ามีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณชายเย่เซียวขอรับ"
ไป๋จวีหรานเงยหน้าขึ้นมองซูปั๋วเชียนแวบหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา
"ท่านประมุขซูเป็นคนกันเองขอรับ"
คำพูดสั้นๆ ของเย่เซียวทำให้ซูปั๋วเชียนรู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเย่เซียวไปทำสิ่งใดมาในสมรภูมิปีศาจ แต่การที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้รับความชื่นชมจากผู้อาวุโสกุย และทำให้ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์ต้องให้ความเคารพขนาดนี้ แค่คิดก็ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกแล้ว
ในวินาทีนี้ ซูปั๋วเชียนผู้เป็นถึงประมุขหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่และนักปรุงโอสถอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์เทียนอู่ กลับรู้สึกเป็นเกียรติอย่างหาที่สุดไม่ได้
"คุณชายเย่เซียว บริเวณรอยต่อระหว่างสำนักชางไห่กับราชวงศ์เทียนอู่ มีถ้ำปีศาจแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นขอรับ"
"โอ้"
เย่เซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งที่เขากังวลที่สุดได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาพบว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจในสมรภูมิปีศาจดูจะเงียบสงบลงไปอย่างผิดปกติ
ในเวลานั้นเย่เซียวก็เคยสงสัยว่า พวกมันอาจจะค้นพบช่องทางที่จะออกจากสมรภูมิปีศาจและกำลังลอบแทรกซึมเข้าสู่ผืนปฐพีชางหลานอยู่ก็เป็นได้
ดังนั้น ก่อนหน้านี้เขาจึงดึงดันที่จะบุกเดี่ยวเข้าไปในดินแดนนอกอาณาเขตเพียงลำพัง
ประการแรกเพื่อสังหารเทพปีศาจที่กำลังบาดเจ็บสาหัสตนนั้น ประการที่สองคือเพื่อสืบหาความเคลื่อนไหวที่แท้จริงของพวกปีศาจ
ดูเหมือนว่าข้อสันนิษฐานของเขาในตอนนั้นจะถูกต้อง
"ด้านนอกถ้ำปีศาจมีค่ายกลผนึกกางกั้นอยู่ ตอนนี้ยอดฝีมือของสำนักชางไห่กำลังพยายามทำลายผนึกนั้น อย่างช้าสุดอีกสามวันก็คงจะเปิดออกได้"
ไป๋จวีหรานมีสีหน้าเคร่งเครียด แววตาแฝงความอ้อนวอน
"แต่พวกเราไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับปีศาจเลย ดังนั้นจึงอยากจะเชิญคุณชายเย่เซียวไปช่วยบัญชาการทำลายถ้ำปีศาจแห่งนี้ หากปล่อยให้พวกมันหนีรอดออกมาได้ เกรงว่า"
"ข้าเข้าใจแล้ว รบกวนผู้อาวุโสใหญ่บอกตำแหน่งมา อีกสามวันข้าจะไปช่วยสำนักชางไห่สยบพวกปีศาจเอง"
เย่เซียวพยักหน้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความรู้สึก เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ปีศาจออกอาละวาดในดินแดนรกร้างตะวันออกได้
"ขอบพระคุณคุณชายเย่เซียวเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าสำนักชางไห่จะตอบแทนคุณชายได้อย่างไรบ้าง หรือจะให้ข้าไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิแห่งเทียนอู่ดีหรือไม่"
"เรื่องของข้า ข้าอยากให้ผู้อาวุโสใหญ่ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย"
เย่เซียวส่ายหน้า ตอนนี้ผู้อาวุโสแพทย์ปีศาจเร้นกายอยู่ในตระกูลซู
หากตัวตนของเย่เซียวถูกเปิดเผย ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะดึงดูดสายตาของผู้คนให้มาสอดแนม
และหากเป็นเหตุให้ร่องรอยของผู้อาวุโสแพทย์ปีศาจต้องถูกเปิดเผย เย่เซียวคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเป็นแน่
"ทว่าข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะรบกวนผู้อาวุโสใหญ่ช่วยจัดการให้จริงๆ"
"คุณชายเชิญกล่าวมาได้เลยขอรับ ตราบใดที่สำนักชางไห่สามารถทำได้ พวกเรายินดีบุกน้ำลุยไฟไม่เกี่ยงงอน"
"ข้าต้องการเข้าร่วมงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก"
เมื่อเย่เซียวกล่าวจบ สีหน้าของไป๋จวีหรานและซูปั๋วเชียนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"แน่นอนว่าข้าจะพิสูจน์ให้เห็นก่อนว่าข้ามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นตัวแทนของสำนักชางไห่ในการเข้าร่วมประลอง"
เย่เซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทำให้ไป๋จวีหรานต้องหัวเราะส่ายหน้าอย่างจนใจ
"หากคุณชายเย่เซียวไม่มีคุณสมบัติ เกรงว่าทั่วทั้งดินแดนรกร้างตะวันออกก็คงไม่มีผู้ใดมีคุณสมบัติแล้วล่ะขอรับ ข้าเพียงแค่คิดว่าด้วยชื่อเสียงบารมีของคุณชายในสมรภูมิปีศาจ การจะเข้าเป็นศิษย์ของสามสำนักใหญ่ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"
"ข้าต้องการของรางวัลชิ้นหนึ่งจากงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก"
เย่เซียวไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด ตามที่แพทย์ปีศาจบอก หากเขาต้องการจะหลอมรวมวิญญาณยุทธ์นี้ให้สมบูรณ์ เขาจำเป็นต้องใช้บัวเทวะหยินหยางจากสำนักสุริยันจันทรา
หากเขาจำไม่ผิด รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศในงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออก ก็คือการได้เลือกรับสมบัติวิเศษที่สามสำนักใหญ่จัดเตรียมไว้จำนวนสามชิ้น
ในดินแดนรกร้างตะวันออกมีสำนักมากมายนับไม่ถ้วน
ในจำนวนนั้น มีสามสำนักใหญ่ที่เป็นขั้วอำนาจที่แท้จริงของดินแดนรกร้างตะวันออก ซึ่งมียอดฝีมือระดับปราชญ์ยุทธ์คอยคุ้มครองอยู่
ส่วนอีกสี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์และห้าสำนักการศึกษาที่เหลือนั้น จำเป็นต้องผ่านงานประลองดินแดนรกร้างตะวันออกจึงจะสามารถเข้าเป็นศิษย์ของสามสำนักใหญ่ได้
หากเย่เซียวคาดการณ์ไม่ผิด ทันทีที่จีชางกลับมาจากสมรภูมิปีศาจ เขาจะต้องได้เข้าเป็นศิษย์ของสามสำนักใหญ่โดยตรง หรืออาจจะถึงขั้นกลายเป็นศิษย์สืบทอดของปราชญ์ยุทธ์เลยด้วยซ้ำ
วิธีที่ง่ายที่สุดที่เย่เซียวจะกระชากหน้ากากอันโสมมของจีชางและทวงคืนเกียรติยศของตนกลับมา ก็คือการเข้าเป็นศิษย์ของสามสำนักใหญ่ เพื่อให้ได้โอกาสที่ยุติธรรมในการสยบจีชางลงให้จงได้
"ตกลงขอรับ คุณชายสามารถแวะไปหาข้าที่สำนักได้ตลอดเวลาเลย"
"ขอบพระคุณผู้อาวุโสใหญ่มาก"
เย่เซียวค้อมตัวลงเล็กน้อย ทว่ากลับเห็นซูปั๋วเชียนมีสีหน้าอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
"ประมุขซู มีสิ่งใดก็กล่าวมาเถิด ไม่ต้องเกรงใจ"
ไป๋จวีหรานสบตากับเย่เซียวแล้วหันไปกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
"ผู้อาวุโสไป๋ ไม่ทราบว่าการไปเยือนถ้ำปีศาจในครั้งนี้ หลานสาวที่ไม่เอาไหนของตระกูลซูข้าจะได้ไปร่วมด้วยหรือไม่ขอรับ"
ซูปั๋วเชียนหัวเราะแหะๆ พลางแอบชำเลืองมองเย่เซียว
ในชั่วพริบตานั้น ไป๋จวีหรานก็เข้าใจแจ่มแจ้ง เขาพยักหน้ายิ้มๆ
"พรสวรรค์ของซีเหยียนไม่เลวเลย ข้าจะให้นางตามไปเปิดหูเปิดตาด้วยก็แล้วกัน"
ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ยินมาว่าตระกูลซูต้องการจะให้ซูซีเหยียนแต่งงานกับเย่เซียว
หากเรื่องนี้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเป็นผลดีต่อตระกูลซูเท่านั้น แต่ยังถือเป็นโชคดีของสำนักชางไห่อีกด้วย
"อ้อ จริงสิประมุขซู ดูเหมือนตระกูลเสิ่นจะตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับตระกูลซูของท่านอย่างมากเลยนะ"
ไป๋จวีหรานมองซูปั๋วเชียนอย่างมีความหมาย
"คุณชายเย่เซียว เช่นนั้นพวกเราค่อยพบกันใหม่ในอีกสามวันนะขอรับ"
"ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าเดินไปส่งนะ"
ในขณะที่ไป๋จวีหรานและเย่เซียวเดินเคียงคู่กันออกไปนอกจวนตระกูลซู สีหน้าของซูปั๋วเชียนก็ค่อยๆ มืดครึ้มลงทีละน้อย
"เด็กๆ ไปแจ้งให้ตระกูลเสิ่นทราบ ถอนยาทุกชนิดของตระกูลซูกลับมาจากหอการค้าของพวกมันให้หมด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลซูจะยุติการทำธุรกิจร่วมกับตระกูลเสิ่น"
"ขอรับ"
ในขณะเดียวกัน ที่ด้านนอกตระกูลซู
เย่ซินเยว่เดินกระทืบเท้าด้วยความโกรธมาหยุดอยู่หน้าประตูจวนตระกูลซู นางตวาดเสียงดังลั่น
"เย่เซียว ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ"
"คุณหนูใหญ่เย่ ที่นี่คือตระกูลซู โปรดระวังคำพูดด้วย"
บ่าวรับใช้ของตระกูลซูทั้งสองคนขมวดคิ้วและเอ่ยเสียงแข็ง
"หึ แค่ขี้ข้าสองคน กล้าดีอย่างไรมาพูดจาเช่นนี้กับคุณหนูอย่างข้า พวกเจ้าไม่ไปสืบดูเสียก่อนเล่าว่าตอนนี้น้องชายข้ามีฐานะอย่างไรในราชวงศ์เทียนอู่"
เย่ซินเยว่แค่นเสียงเย็น นางเงื้อหมาดเตรียมจะตบหน้าบ่าวรับใช้คนหนึ่ง
"วิ้ง"
ในพริบตานั้นเอง จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านหลังทั้งสองคน เพียงก้าวเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเย่ซินเยว่แล้ว
ยังไม่ทันที่เย่ซินเยว่จะตั้งตัว มือเรียวยาวก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามากำข้อมือของนางไว้อย่างแน่นหนา
"หืม เย่เซียว"
นัยน์ตาของเย่ซินเยว่สั่นไหว นางถูกความรวดเร็วที่เย่เซียวแสดงออกมาทำให้ตกใจจนแทบสิ้นสติ
"ไอ้คนไร้ค่า รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ"
"เพียะ"
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตระหนกของเย่ซินเยว่ จู่ๆ เย่เซียวก็เงื้อฝ่ามือขึ้นมา แล้วตบเข้าที่ใบหน้าของนางอย่างแรง