เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 47 : ฉันอยากให้หมอนั่นขอโทษฉัน

Chapter 47 : ฉันอยากให้หมอนั่นขอโทษฉัน

Chapter 47 : ฉันอยากให้หมอนั่นขอโทษฉัน


ภายในถ้ำ

สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของหลินเซวียนก็คืออสูรขนาดตัวราวกับภูเขาลูกเล็กๆ

ขนาดโดยรวมของมันสูงกว่า4เมตรและมีสีฟ้าครามตลอดร่าง ท่อนล่างของมันสวมใส่กางเกงผ้าและถือท่อนไม้หนาเอาไว้ในมือ

ราชันย์อสูรตนนี้มีใบหน้าสีเขียวเข้มและมีฟันแหลมคมดูดุร้ายยิ่งนัก เพียงแค่มองผ่านๆก็สามารถบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่อะไรที่ใครอยากจะยั่วยุก็ทำได้

หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบตามปกติ

[ชื่อ : ราชันย์อสูรยักษ์]

[ฉายา : ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์]

[ระดับ : เลเวล9ขอบเขต5]

[ค่าสถานะ : ความอดทน 169 , พละกำลัง 182 , พลังจิต 22 , ความเร็ว 46]

[สกิล : อสูรยักษ์คำราม (เกรดสีม่วง) , หนังแข็งของอสูรยักษ์ (เกรดสีทอง) , เชี่ยวชาญอาวุธหนัก (เกรดสีม่วง) , จู่โจมสกปรก , ห้าคอมโบ้ปุกปุย]

...

เมื่อเห็นสกิลหนังแข็งของอสูรยักษ์แววตาของหลินเซวียนก็เปล่งประกายขึ้นมา

ไอ๊ย๊า...อีกใยกลับมีสกิลเกรดสีทองซะด้วย

เขารู้สึกได้เลยว่าเจ้าหมอนี่น่าประทับใจยิ่งนัก

เขาชอบสกิลนี้มาก!

โฮก!

ราชันย์อสูรยักษ์สัมผัสได้ถึงศัตรูที่เข้ามาใกล้ๆและเหวี่ยงท่อนไม้ขนาดมหึมาของมันใส่ทันที

ในเวลานี้หลินเซวียนสวมใส่ทั้งเซ็ตปราการยักษ์และเซ็ตจ้าวเหนือหัว ทั้งสองเซ็ตนี้คือเซ็ตที่มีพลังป้องกันกายภาพสูงที่สุดที่เขามีแล้ว

มือซ้ายและขวาเองก็กระชับโล่นักล่ามังกรและโล่ค้อนราชันย์มังกรดินตามปกติ เรียกได้ว่าเขาพร้อมบวกเต็มที่

เมื่อท่อนไม้ขนาดมหึมาฟาดลงมาบนโล่ของเขาถ้ำทั้งถ้ำพลันบังเกิดเสียงโลหะปะทะแสบแก้วหูดังกึกก้อง

เคล้ง!

หลินเซวียนก้มลงมองพื้นและพบว่าขาของเขาจมลงไปใต้พื้นดินกว่าครึ่งเซ็นต์

แค่นี้ก็จินตนาการได้แล้วว่าการโจมตีของราชันย์อสูรยักษ์เมื่อครู่ทรงพลังเพียงใด “ยังไงก็ตามสุดท้ายก็ยังเจาะการป้องกันของฉันไม่เข้าอยู่ดี”

หลินเซวียนเหลือบมองพลังชีวิตของตนและหัวเราะ

โฮก! โฮก! โฮก!

เขายังคงไม่เสียเลือดเลยซักหยดแต่เนื่องจากความสามารถในการสะท้อนความเสียหายจากสกิลกายาหนามและโล่นักล่ามังกรทำให้พลังชีวิตของราชันย์อสูรยักษ์ลดลงเล็กน้อย มันจึงคำรามออกมาด้วยความโกรธในทันที

สกิลทั้งหมดที่มันมีถูกประเคนเข้าใส่หลินเซวียน

อีกฝ่ายฟาดหลินเซวียนห้าครั้งติดด้วยความโกรธเกรี้ยว!

ปัง ปัง ปัง

ท่อนไม้ขนาดมหึมาเหวี่ยงฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดเลยแม้แต่วินาทีเดียว

อสูรยักษ์คำราม!

ราชันย์อสูรยักษ์เปิดปากและส่งเสียงคำรามสะเทือนแก้วหูออกมา

เสียงนี้ราวกับมีรูปธรรมที่สามารถจู่โจมจิตใจของผู้ฟังได้โดยตรง

ครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงคำรามนี้ขนาดหลินเซวียนเองก็ยังรู้สึกได้ว่าโลกหมุนไปชั่วครู่ ยังไงก็ตามหลังจากโดนครั้งที่สอง ที่สามผลของอสูรยักษ์คำรามที่เกิดกับเขาก็แทบจะเรียกได้ว่าไร้ผล

มึนงงเป็นสถานะเชิงลบ(ดีบัฟ) ตราบใดที่ค่าความอดทนสูงพอสถานะเชิงลบใดๆก็สามารถต้านทานได้ กะอีแค่มึนงงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเลย

ด้านนอกถ้ำในเวลาเดียวกัน กลุ่มนักสู้นับสิบหรืออาจจะมากกว่าเองก็ได้ยินเสียงคำรามด้วยความกราดเกรี้ยวนี้และพากันสั่นเทา

“เมื่อครึ่งปีก่อนฉันเคยเจอกับความน่ากลัวของราชันย์อสูรยักษ์มาแล้ว หลังจากสู้กับมันครั้งหนึ่งฉันก็รู้เลยว่าถ้ามีค่าความอดทนไม่มากพอคงไม่มีใครรับมือกับมันได้แน่ๆ”

“ใช่แล้วๆ เสียงคำรามของราชันย์อสูรนั่นทำให้ทุกๆคนในพื้นที่ติดสถานะมึนงง จากนั้นอีกฝ่ายก็จะสามารถฟาดพวกนายจนกลายเป็นหมอกเลือดได้ในค้อนเดียว บ้าบอจริงๆ”

“ดังนั้นทุกๆทีมเลยต้องมีตัวแทงค์ที่สามารถต้านทานเสียงนี้ได้ โชคไม่ดีเท่าไหร่นักที่มีแค่ไม่กี่คนที่ยินดีจะสละแต้มค่าประสบการณ์อันมีค่าไปลงกับสกิลป้องกัน”

เหล่านักสู้พูดคุยกันอย่างออกรส

ได้ยินคำกล่าวเหล่านี้เหวินเซี่ยงก็ยิ่งประทับใจในตัวโล่วิญญาณขึ้นไปอีก ช่างเป็นบุรุษที่อาจหาญยิ่งนัก

ตัวเขาก็บังเอิญชอบพวกบุรุษอาจหาญประเภทนี้ซะด้วย!

[ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ ราชันย์หมาป่าเลือดอสูรถูกสังหารลงแล้ว! ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ ราชันย์หมาป่าเลือดอสูรถูกสังหารลงแล้ว!]

เสียงแจ้งเตือนจากสถานีไร้ภัยภายในภูเขาอสูรชั้นต่ำพลันดังไปทั่วภูเขา

จากนั้นคนสี่คนจากทีมราชันย์ปิศาจก็เดินออกมาจากถ้ำ

แม้ว่าคนทั้งสี่ต่างได้รับบาดเจ็บแต่กลับไม่มีใครเลยที่มีสีหน้าอมทุกข์และได้รับบาดเจ็บกันเพียงผิวเผินเท่านั้น

หัวหน้าทีมอย่างลั่วหลี่สวีหัวเราะออกมาสุดเสียง “ดีมาก! สมแล้วที่เป็นทีมราชันย์ปิศาจของพวกเรา! พวกนายชนะได้อย่างสมเกียรติจริงๆ!”

จางเผิงเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปฉีกยิ้มประจบประแจง “กัปตันลั่วยอดเยี่ยมมากเลยครับ!”

“กัปตันลั่วสุดยอดมากๆ! ในอนาคตช่วยพาผมไปกับพวกคุณด้วยสิ!”

“โชคของกัปตันลั่ววันนี้เป็นไงบ้าง? ได้อะไรดีๆบ้างไหม?”

นักสู้รอบๆเองก็เดินมาอวยไม่ต่างกัน

พวกเขาเองก็รู้สึกได้ลางๆว่าหนนี้ทีมราชันย์ปิศาจจะต้องทำสำเร็จแน่นอน ตอนนี้ความเป็นจริงก็ได้ปรากฏแล้วจึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะรีบเข้ามาสรรเสริญคนทั้งสี่

ทุกคนรู้ดีว่าลั่วหลี่สวีและคนอื่นๆนั้นอีกซักพักยังไงก็ย่อมเลื่อนขั้นไปเป็นขอบเขตที่6ได้แน่นอน

เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะเป็นรองคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในองค์กรเจอร์มินอล!

ถึงตอนนั้นจริงๆกระทั่งผู้จัดการทั้งสามคนเองก็ยังต้องสุภาพกับพวกเขาเลยจริงไหม?

ลั่วหลี่สวีโบกมือและเอ่ยอย่างไม่แยแส “ฉันได้มาแค่หนังสือสกิลเกรดสีทองเท่านั้นเอง จริงๆแล้วสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดคือวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูงแต่ได้มาแค่สามชิ้นเท่านั้น น้อยเกินไปจริงๆ”

จางเผิงที่ได้ยินยิ่งประหลาดใจขึ้นไปอีก “กัปตันลั่ววันนี้โชคดีจริงๆ! ได้สกิลอะไรมาหรอครับ? ขอพวกเราเลียบๆเคียงๆดูหน่อยได้ไหม?”

ลั่วหลี่สวียิ้มและส่ายหัว “ไม่ได้หรอก นี่เป็นไพ่ตายของฉันคงโชว์ให้ใครเห็นง่ายๆไม่ได้”

จางเผิงโกรธขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าออกไปและเปลี่ยนหัวข้อทันที “ยังไงก็ตามกัปตันลั่ว โล่วิญญาณคนนั้นเองก็มาที่นี่เหมือนกันนะครับ”

ลั่วหลี่สวีเลิกคิ้ว “ไหนล่ะ?”

จางเผิงชี้ไปที่ถ้ำด้านหลังเขา “นั่นไงครับ เขากำลังท้าทายราชันย์อสูรยักษ์อยู่”

ลั่วหลี่สวีหันกลับไปมองและเห็นว่าหลินเซวียนกำลังท้าทายหนึ่งในราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ที่เขาวางแผนว่าจะจัดการอยู่

เขาขมวดคิ้วมุ่นทันที “ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่รึไงว่าวันนี้พวกฉันจะจัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้งหมดเอง? หมอนั่นมันคิดอะไรอยู่?” จางเผิงยักไหล่ “บางทีพวกดาวรุ่งอาจจะความอดทนต่ำก็ได้”

เหวินเซี่ยงทนไม่ไหวโผล่งขึ้นทันที “จางเผิงอย่ามากลบเกลื่อน โล่วิญญาณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทีมราชันย์ปิศาจจองสถานที่ทั้งหมดเอาไว้แล้ว”

กล่าวจบเขาก็หันไปหาลั่วหลี่สวี “กัปตันลั่ว โล่วิญญาณเข้าไปเร็วมากผมเลยเตือนเขาไม่ทันได้โปรดอย่าได้...”

ลั่วหลี่สวีขัดขึ้นมาทันที “กะอีแค่เลเวล4ขอบเขตที่5...กล้าพูดแทรกงั้นหรอ?”

“ใครก็ได้บอกฉันทีซิว่าทำไมเลเวล4ขอบเขตที่5อย่างหมอนี่ถึงขึ้นมาถึงยอดได้? ใครพามันขึ้นมา?” เขาชี้ไปที่เหวินเซี่ยงและจ้องไปที่จางเผิงกับคนอื่นๆ

กัปตันของทีมเหวินเซี่ยงยกมือขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ “ทีม...ทีมผมขาดคนในนาทีสุดท้ายพอดี ผมเลยดึงเขามา ค่าความอดทนของเขาสูงพอสมควรเลยเหมาะจรับหน้าที่เป็นตัวแทงค์...”

ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยจบเขากลับถูกลั่วหลี่สวีสบถด่าเสียก่อน “อย่ามาตลก ราชันย์แดนลับนั้นเทียบกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ไม่ได้เลยก็จริงแต่ก็ไม่ใช่อะไรที่เลเวล4ขอบเขตที่5จะรับมือได้ พวกนายสองคนกำลังเอาชีวิตของเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนไปแขวนบนเส้นด้าย”

สีหน้าของกัปตันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ฮึ่ม...ฉันจะไม่พูดไร้สาระอะไรกับพวกนายแล้ว เมื่อไหร่ที่โล่วิญญาณออกมาฉันต้องการให้หมอนั่นมาขอโทษฉันด้วยตัวเอง!” ลั่วหลี่สวีโบกมือและส่งสัญญาณให้คนทั้งสามคนในทีมของเขาแยกย้ายกันไปนั่งพักผ่อน

พวกเขาได้รับบาดเจ็บกันเล็กน้อยเมื่อตอนจัดการกับราชันย์หมาป่าเลือดอสูรและใช้โพชั่นไปพอสมควร ตอนนี้พวกเขาจำต้องฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะสมบูรณ์เสียก่อนถึงจะท้าทายราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ตัวต่อไปได้

ในเวลานี้เองเสียงแจ้งเตือนก็พลันดังขึ้นอีกครั้ง

[ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ - ราชันย์อสูรยักษ์ถูกสังหารลงแล้ว!]

จากนั้นเหล่านักสู้ต่างเห็นเงาร่างในชุดเกราะสีดำเดินออกมาจากถ้ำแบบไร้รอยขีดข่วน

ชุดเกราะของเขาไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อยและเสียงฝีเท้าเองก็ไม่ได้อ่อนแอลงแต่อย่างใด

เขากลับยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์แม้จะห้ำหั่นจนสังหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ไปแล้ว

ลั่วหลี่สวีประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นโล่วิญญาณมาก่อนเลยคิดว่าข่าวลือเรื่องความสามารถของอีกฝ่ายนั้นอาจจะจริงก็ได้

ตอนนี้เมื่อได้เห็นด้วยตาของตัวเองก็ต้องบอกว่ามันสุดยอดมากจริงๆ

“โล่...”

ก่อนที่คำที่สองจะถูกพ่นออกมาจากปากของเขา หลินเซวียนก็เดินเข้าไปในถ้ำของราชันย์แดนลับมากประสบการณ์อีกถ้ำหนึ่งเสียก่อนแล้ว

ลั่วหลี่สวี “..ไอ้เชี่ย!”

จบบทที่ Chapter 47 : ฉันอยากให้หมอนั่นขอโทษฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว