เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 46 : องค์กรเจอร์มินอลจู่โจมเมืองหนาม

Chapter 46 : องค์กรเจอร์มินอลจู่โจมเมืองหนาม

Chapter 46 : องค์กรเจอร์มินอลจู่โจมเมืองหนาม


สามวันให้หลังเมืองหนามก็ถูกยึดครองดังคาด

แบล็คเป็นผู้นำประตูแสงขอบเขตที่1อย่าง – แดนลับป่าหนามกลับมาและวางมันเอาไว้ข้างๆกับถ้ำหินยักษ์

ในอนาคตองค์กรเจอร์มินอลจะมีแดนลับขอบเขตที่1ถึง2แดน

หลินเซวียนลองเข้าไปดู หลังจากตรวจสอบไอเทมดรอปภายในป่าหนามแล้วเขาก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดองค์กรเจอร์มินอลจึงไม่ได้ลงมือแย่งชิงประตูแสงมาตั้งแต่เนิ่นๆ

นั่นก็เพราะว่าป่าหนามนี่มันก็ขยะดีๆนี่เอง

ไม่เหมือนกับถ้ำหินยักษ์ ป่าหนามนั้นไม่ได้ดรอปไอเมที่เพิ่มค่าสถานะครบทั้ง4ชิ้นแต่ดรอปเพียงสองชิ้นเท่านั้น – ผลไม้หนามซึ่งเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังงาน1%และดอกพลังเวทย์ซึ่งเพิ่มขีดจำกัดของพลังเวทย์ได้1%

เทียบกันแล้วไอเทมดรอปในถ้ำหินยักษ์นั้นดีกว่ามาก นั่นก็เพราะแม้ว่าถ้ำหินยักษ์จะเป็นแดนลับขอบเขตที่0แต่กลับดรอปไอเทมค่าสถานะอย่างถุงน้ำดีของอสรพิษเกล็ดดำและเขาของวัวคลั่งซึ่งเพิ่มค่าสถานะหลักได้!

ตอนนี้องค์กรเจอร์มินอลได้เลือกที่จะช่วงชิงประตูแสงของป่าหนามก็สืบเนื่องมาจากต้องการยกระดับความแข็งแกร่งของพวกตน

ยังไงซะแม้ว่าป่าหนามจะมีไอเทมค่าสถานะอยู่เพียงน้อยนิดแต่ก็มีสกิล อุปกรณ์สวมใส่และอื่นๆมากมายที่ไม่มีในถ้ำหินยักษ์

หลินเซวียนยังเห็นหลงเต้าเจี่ยผู้ที่ตอบคำถามของเขาก่อนหน้านี้ในบรรดาฝูงชนที่ถูกเกณฑ์กลับมายังองค์กรด้วย

ร่างกายของชายหนุ่มผู้นี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและดูน่าสังเวชยิ่งนัก

“คนธรรมดาทั่วไปสุดท้ายก็เลือกได้เพียงเข้าร่วมกับองค์กรเจอร์มินอลเท่านั้น” หลินเซวียนถอนหายใจ

แม้ว่ากฏเกณฑ์ด้านลำดับชั้นขององค์กรเจอร์มินอลจะเข้มงวดและมักจะใช้งานนักกู้ซากไม่ต่างอะไรไปจากทาสแต่สำหรับคนอ่อนแอแล้วนอกจากเข้าร่วมพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกใดอีก

แดนรกร้างนั้นคือสถานที่ที่มีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่สามารถไปมาได้ตามปรารถนา

หลินเซวียนไม่อาจเผยอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงออกไปได้และก้มหน้าทำหน้าที่นักกู้ซากธรรมดาๆต่อไป

ฉากหน้านั้นตัวเขายังคงเป็นนักสู้ขอบเขตที่2ที่ไม่ได้ใช้วัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูงและใช้เพียงวัตถุดิบเลื่อนขั้นธรรมดาๆในการเลื่อนขั้นเท่านั้น

เขากระทำอย่างระมัดระวังและมักจะเข้าไปในแดนลับขอบเขตที่2เป็นครั้งเป็นคราว เขาบรรลุภารกิจในทุกครั้งและไม่เคยส่งเกินเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ในช่วงที่ผ่านมานี้มีนักสู้ในกลุ่มของเขาตายในแดนลับไปแล้วกว่าสามส่วน

เกี่ยวกับเรื่องของนักกู้ซากที่ตายลงในแดนลับนั้นแม้ลู่หลัวจะอยากช่วยก็ไม่อาจทำได้ ยังไงซะเจ้าหล่อนก็ไม่อาจวิ่งตามพวกเขาเข้าไปในแดนลับและตามติดนักกู้ซากทุกคนเหมือนกับแม่นมได้

วันหนึ่งหลินเซวียนได้พบว่าพี่ชายวัยกลางคนของเขาอย่างซุนจื่อเกาที่มักจะหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียงและยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นอยู่บ่อยๆ...ไม่ได้กลับมา

เขาไปถามลู่หลัวเกี่ยวกับอีกฝ่าย ลู่หลัวบอกกับเขาว่าปลอกคอได้บันทึกการตายของซุนจื่อเกาได้ ตัวเขานั้นได้ตกตายลงภายใต้การรุมล้อมของพวกมดแดงเพลิง

หลินเซวียนพยักหน้าเงียบๆ

ถ้าจำนวนเป้าหมายในภารกิจไม่ถูกเปลี่ยนแปลงซุนจื่อเกาก็อาจจะไม่ตายก็ได้

ยังไงก็ตามเนื่องจากปริมาณที่ต้องการมากขึ้นของภารกิจทำให้ซุนจื่อเกาต้องรีบเข้าไปในแดนลับทันทีก่อนที่จะทันได้ฟื้นตัว ท้ายที่สุดเขาก็ยื้อเอาไว้ไม่ไหว

ถ้าเทียบอัตราการตายของนักกู้ซากแล้ว เขตCถือว่าได้มีอัตราการตายที่น้อยที่สุด

อัตราการตายที่สูงที่สุดคือเขตB ทั่วทั้งเขตBนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตรายภายใต้การนำของหยางเว่ย

ก่อนที่จำนวนป้าหมายของภารกิจจะเพิ่มขึ้นนั้นอัตราการตายของนักกู้ซากในเขตBมักจะอยู่ที่ราวๆ30% แต่หลังจากจำนวนของเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มขึ้นอัตราการตายก็เพิ่มขึ้นไปถึง60%

หยางเว่ยลองคำนวณดูแล้ว ยังไงซะด้วยผู้อพยพที่เพิ่มขึ้นยังไงก็ต้องเหลือพวกที่นำไอเทมค่าสถานะกลับมาจากแดนลับได้บ้าง

ถ้าคนหนึ่งทำไม่ได้ตามเป้าและตายลงขอแค่คนอื่นๆทำได้ก็พอแล้วสำหรับเขาไม่ใช่รึไง?

ยังไงก็ตามแม้ว่าอัตราการตายจะสูงเช่นนี้แต่เหล่าผู้อพยพก็ยังคงสู้เพื่อให้ได้เข้าสู่องค์กรอยู่ดีเนื่องจากความหวาดกลัว

แทนที่จะทิ้งชีวิตอยู่ด้านนอกฐานขององค์กรซึ่งไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งพวกเขาขอเลือกใส่ปลอกคอและเสี่ยงชีวิตดีกว่า

ด้วยบรรยากาศเช่นนี้ องค์กรเจอร์มินอลจึงไม่ต่างอะไรไปจากเครื่องจักรการสงครามที่หมุนรอบเร็วขึ้นและเผยคมเขี้ยวออกมา

“สกิล อุปกรณืและรูนของเราทั้งหมดอัพเกรดหมดแล้ว ในที่สุดก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาหน่อย คงได้เวลาไปลุยกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ของภูเขาปิศาจชั้นต่ำซักที”

หลินเซวียนเปลี่ยนไปใส่อุปกรณ์ของโล่วิญญาณและพุ่งตรงไปยังถ้ำของเหล่าราชันย์ที่อยู่ยอดสุดของภูเขาปิศาจชั้นต่ำ

เมื่อตอนที่เขาผ่านไปถึงชั้นห้าเขาบังเอิญพบกับลู่หลัวกำลังถูกฝูงงูเหลือมโลหิตอสูรนับสิบไล่ล่า หลินเซวียนจึงยื่นมือเข้าช่วย

“ขอบคุณมาก” ลู่หลัวถอนหายใจโล่งอก “ฉันบังเอิญไปเจอกับรังของพวกงูเหลือมโลหิตอสูรเข้าเลยถูกพวกมันไล่ล่ามาเนี่ยแหละ”

หลินเซวียนพยักหน้าและมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาต่อ

ลู่หลัวมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายและถอนหายใจ

เพียงเวลาสั้นๆเท่านั้นแต่โล่วิญญาณกับแซงหน้าเธอไปแล้ว

‘โล่วิญญาณน่าจะสำรวจอยู่ราวๆชั้น7 ฉันก็คงต้องเร่งความเร็วแล้ว ฉันต้องเพิ่มเลเวลให้ไวที่สุดเท่าที่จะไวได้’

บนยอดสุดของภูเขาปิศาจชั้นต่ำ

ในบรรดา9ถ้ำราชันย์นั้น สี่ในเก้าคือราชันย์แดนลับมากประสบการณ์

ยังไงก็ตามหลินเซวียนกลับพบว่ามีคนบางกลุ่มกำลังท้าทายราชันย์แดนลับมากประสบการณ์อยู่ก่อน “โล่วิญญาณงั้นหรอ? สวัสดีๆ”

“ฉันได้ยินชื่อโล่วิญญาณมานานแล้ว นายวางแผนจะโซโล่ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์สินะ? น่าประทับใจ”

นักสู้ที่ต่อแถวรอสู้บอสนั้นมีไม่มาก โดยรวมแล้วมีเพียง12คนจาก3ทีมเท่านั้น

เมื่อเห็นเงาร่างในชุดเกราะสีดำเดินเข้ามา นักสู้ขอบเขตที่5ส่วนใหญ่จากทีมเหล่านี้จึงยิ้มและเอ่ยทักทายเขา

ช่วงที่ผ่านมานี้ทำให้ชื่อของโล่วิญญาณดังกระฉ่อนไปทั่วองค์กร ทุกๆคนล้วนรู้จักชื่อของเขากันทั้งนั้น

เขามักจะลงมือเพียงลำพังและใช้เพียงลำแข้งของตนในการรวบรวมวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูง

คนเช่นนี้ทำให้หลายๆคนไม่อาจอิจฉาได้ พวกเขาส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยความชื่นชมเสียมากกว่า

หลินเซวียนพบกับเหวินเซี่ยง หยางเหว่ยและคนอื่นๆในบรรดาทีมเหล่านี้ด้วย

หยางเหว่ยพึ่งจะเลื่อนขั้นจากนักสู้ขอบเขตที่4มาเป็นขอบเขตที่5เมื่อไม่นานมานี้และใช้เพียงวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับทั่วไปเท่านั้น เทียบกับหลินเซวียนที่ใช้วัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูงแล้วก็เหมือนกับหยางเหว่ยเสียค่าสถานะไปฟรีๆ40แต้มนั่นแหละ

หลินเซวียนจดจำชื่อของนักสู้ทั้ง12คนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

องค์กรเจอร์มินอลในปัจจุบันมีนักสู้ขอบเขตที่5รวมกันทั้งหมด26คน ในบรรดา26คนนั้นมีเพียง5คนเท่านั้นที่อยู่ฝั่งของหมายเลข2ส่วนที่เหลือนั้นอยู่ใต้หมายเลข3ทั้งสิ้น

นี่คือข้อมูลที่เขาได้มาจากหมายเลข2

“พวกนายรู้ไหมว่าใครกำลังท้าทายราชันย์แดนลับมากประสบการณ์อยู่?” หลินเซวียนชี้ไปที่ถ้ำ

“อ่อ นั่นทีมราชันย์ปิศาจ ความแข็งแกร่งของพวกเขาทรงพลังมาก เพื่อการต่อสู้ในวันนี้ได้ยินมาว่าพวกนั้นตุนโพชั่นมาเพียบ นอกจากนี้ยังพึ่งเข้าไปได้ไม่กี่นาทีเอง” เหวินเซี่ยงพูดยังไม่ทันจบนักสู้ที่อยู่ข้างๆเขาก็ชกเขาเสียก่อนและหันมาตอบหลินเซวียนแทน

“โล่วิญญาณถ้านายอยากจะโซโล่ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ก็ต้องรีบหน่อย ไม่อย่างนั้นทีมราชันย์ปิศาจอาจจะแย่งไปหมดก็ได้” หลังจากนักสู้คนนั้นกล่าวจบเขาก็จากไป

หลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อย

นักสู้สี่คนจากทีมราชันย์ปิศาจนั้นล้วนเป็นนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่5ทั้งสิ้น นอกจากนี้พวกเขายังเป็นลูกน้องที่ผู้จัดการหมายเลข3เชื่อใจที่สุดด้วย

“ไม่คิดเลยว่าจะมีคนคิดจะแย่งราชันย์แดนลับมากประสบการณ์กับฉัน ถ้างั้นก็มาดูกันว่าใครจะเร็วกว่า”

หลินเซวียนหัวเราะคิกคักอยู่ในใจและมุ่งหน้าตรงไปยังถ้ำแห่งหนึ่งเช่นกัน

“โล่...” เหวินเซี่ยงกำลังจะเอ่ยเตือนหลินเซวียนแต่กลับต้องกลืนคำพูด

เหวินเซี่ยงขมวดคิ้วและเอ่ยออกมา “จางเผิงทำไมนายถึงหยุดฉัน? สี่คนนั้นจากทีมราชันย์ปิศาจมันก็พูดเอาไว้แล้วว่าพวกมันจะจัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้งหมดในวันนี้และห้ามทีมอื่นแย่งเด็ดขาด”

คนจากทีมราชันย์ปิศาจนั้นเป็นชั้นยอดในหมู่ชั้นยอดอีกที

เขาได้ยินมาว่าคนทั้งสี่นั้นถูกฝูมฝักโดยผู้จัดการหมายเลข3 ทุกครั้งที่เลื่อนขั้นพวกนั้นมักจะใช้วัตถุดิบขั้นสูงอย่างน้อย2ชิ้นเสมอ ในทางกลับกันพวกเขาที่เหลือทำได้เพียงหาวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับทั่วไปเท่านั้น

หัวหน้าของทีมราชันย์ปิศาจถึงขั้นใช้วัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูง5ชิ้นในการเลื่อนขั้นตอนอยู่ที่ขอบเขตที่1และขอบเขตที่2เลยด้วยซ้ำ

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่5เหมือนกันแต่ค่าสถานะนั้นสูงกว่าคนอื่นๆถึง30-40แต้ม

จางเผิงยิ้มอย่างมีนัยยะ “ฉันไม่ค่อยชอบพวกทีมราชันย์ปิศาจนั่นและก็ไม่ชอบโล่วิญญาณด้วย ถ้าพวกมันสู้กันนั่นก็ดีเลย”

เหวินเซี่ยงขมวดคิ้วมุ่น

อีกซักพักโล่วิญญาณและทีมราชันย์ปิศาจคงมีเรื่องกันแน่ เมื่อถึงตอนนั้นเหวินเซี่ยงรู้สึกว่าเขาควรจะอยู่ฝ่ายโล่วิญญาณและช่วยเขาเพราะเขาคิดว่าโล่วิญญาณไม่น่าจะชนะคนทั้งสี่ได้เพียงลำพังแน่นอน

เหวินเซี่ยงเอ่ยอย่างหนักแน่น “ฉันขอแยกตัวออกจากทีมชั่วคราวและจะไม่เข้าท้าทายราชันย์แดนลับ”

หัวหน้าทีมกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “หืม? ทำไมกัน?”

เหวินเซี่ยงชี้ไปที่ถ้ำที่หลินเซวียนพึ่งจะเข้าไป “ฉันเป็นสหายของโล่วิญญาณ ฉันอยากจะช่วยเขาเผื่อในกรณีที่เขามีปัญหากับพวกคนของทีมราชันย์ปิศาจ”

หัวหน้าทีมยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “เข้าใจแล้วๆ ถ้างั้นฉันจะหาคนอื่นแทน”

จางเผิงที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักเมื่อได้ยินก็ยิ้มออกมาด้วยความหยามเหยียด “นายมองเขาเป็นสหายแต่เขาอาจจะไม่ได้มองแบบนั้นก็ได้ นายประเมินค่าตัวเองสูงเกินไปแล้ว”

จบบทที่ Chapter 46 : องค์กรเจอร์มินอลจู่โจมเมืองหนาม

คัดลอกลิงก์แล้ว