เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 48 : มาดูกันว่าหมอนั่นจะอยู่ในถ้ำได้นานเท่าไหร่

Chapter 48 : มาดูกันว่าหมอนั่นจะอยู่ในถ้ำได้นานเท่าไหร่

Chapter 48 : มาดูกันว่าหมอนั่นจะอยู่ในถ้ำได้นานเท่าไหร่


ภายในถ้ำ หลินเซวียนกำลังเผชิญหน้ากับอสูรลิงยักษ์ขนาดมหึมาด้วยสีหน้างุนงง

“เมื่อกี้มีใครเรียกรึเปล่านะ?”

“ช่างมันเถอะ สู้กับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์สำคัญกว่า”

หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบและพบว่าแม้ว่าราชันย์อสูรลิงยักษ์จะมีพลังป้องกันกายภาพสูงลิบแต่ค่าต้านทานไฟกลับต่ำเตี้ยเลี่ยดิน

เขาหยิบเอาตำราเพลิงผลาญออกมาและเริ่มมหกรรมบอลเพลิงทันที

บอลเพลิงของนักสู้ทั่วไปนั้นจะล้วนเป็นเกรดสีขาวกันทั้งนั้น มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่จะให้ความสนใจอัพเกรดสกิลอย่างบอลเพลิง

ยังไงก็ตามบอลเพลิงของหลินเซวียนเป็นถึงเกรดสีทอง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเลเวลเดียวกับเขาด้วย ตอนนี้มันเลเวลสูงถึงเลเวล9ขอบเขตที่5

บวกกับอุปกรณ์และรูนมากมายที่เพิ่มความเสียหายเวทย์มนตร์ธาตุไฟและลดอัตราการใช้มานา บอลเพลิงจำนวนมากปะทะลงบนร่างของราชันย์อสูรลิงยักษ์และเผาไหม้มันจนมันต้องกรีดร้องออกมา จิตวิญญาณในการต่อสู้ของมันลดลงอย่างมหาศาล

จนในที่สุดราชันย์อสูรลิงยักษ์ก็เข้าถึงตัวเขาและต่อยเข้าใส่หลินเซวียนแต่กลับถูกโล่ยักษ์ของเขารับเอาไว้ได้

ราชันย์อสูรลิงยักษ์แสดงสีหน้าตกตะลึง

มันเป็นถึงราชันย์แดนลับมากประสบการณ์เชียวนะ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือตัวมันสู้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วและเคยจัดการกับนักสู้ไปก็มาก

มันรู้จุดอ่อนของพวกตัวแทงค์ นักดาบ จอมเวทย์ นักธนูและหมอดี

ไม่ใช่ว่าพวกจอมเวทย์แม้จะมีพลังโจมตีมหาศาลแต่กลับด้อยสามารถในด้านในการเอาตัวรอดรึไง?

แล้วทำไมหลังจากที่มันพยายามแทบเป็นแทบตายกว่าจะเข้าถึงตัวอีกฝ่ายแต่การโจมตีของมันถึงถูกหยุดเอาไว้ได้โดยโล่อันโคร่งนั่นเสียล่ะ?

หลินเซวียนกระแอมออกมาเบาๆ “ฉันเป็นจอมเวทย์ดังนั้นการเอาโล่อันใหญ่ๆออกมาป้องกันตัวเองก็ไม่มีอะไรผิดนี่จริงไหม?”

ราชันย์อสูรลิงยักษ์คำรามออกมาด้วยความโมโหและทุบหน้าอกของตัวเองดังสนั่นราวกับเสียงกลองรบอย่างบ้าคลั่ง

มันรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกมนุษย์ผู้นี้ดูถูกอยู่อย่างไรอย่างนั้น

...

ด้านนอกถ้ำ

ลั่วหลี่สวีถอนหายใจยาวเหยียด พลังชีวิต พลังเวทย์และพลังงานของเขาฟื้นฟูกลับมาเต็มพิกัดแล้ว

สมาชิกทีมราชันย์ปิศาจอีกสามคนเองก็เช่นเดียวกัน

ได้เวลาที่พวกเขาต้องต่อสู้อีกรอบซักที

“แม้ว่าโล่วิญญาณจะแย่งไปตัวนึงก็ไม่เป็นไร ยังมีราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ตัวอื่นรออยู่อีก ตามฉันมา...”

ก่อนที่เขาจะกล่าวจบเสียงแจ้งเตือนจากสถานีไร้ภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ - ราชันย์อสูรลิงยักษ์ถูกสังหารลงแล้ว!]

จากนั้นลั่วหลี่สวีก็เห็นเงาร่างในชุดเกราะสีดำเดินออกมาจากถ้ำและเดินเข้าไปในถ้ำของราชันย์ถ้ำที่4โดยที่ไร้รอยขีดข่วนเหมือนเดิม!

“หยุดเดียวนี้!” ลั่วหลี่สวีทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงตะโกนออกมาดังสนั่น

หลินเซวียนถามด้วยความสงสัย “มีอะไร?”

ลั่วหลี่สวีกล่าว “ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ตัวสุดท้ายนั้นเป็นของพวกเรา! อย่าได้เข้าไปเชียว!”

หลินเซวียนตอบ “จะเข้า”

กล่าวจบเขาก็หมนุตัวและเดินเข้าไปในถ้ำของราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ตัวที่4

เนื่องจากลั่วหลี่สวีนั่งอยู่ห่างจากตัวถ้ำจึงทำได้เพียงแค่มองอีกฝ่ายเดินเข้าไป

ลั่วหลี่สวี “ไอ้เวร!”

ตอนนี้เขาหัวร้อนมากจริงๆ

เขาอุส่าห์เป็นฝ่ายออกปากบอกว่าแล้วว่าราชันย์แดนลับมากประสบการณ์พวกนั้นเป็นของทีมราชันย์ปิศาจของพวกเขาแต่โล่วิญญาณกลับไม่ไว้หน้า

ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังปฏิเสธเขาต่อหน้านักสู้ขอบเขตที่5คนอื่นๆที่กำลังดูอยู่อีกด้วย!

ลั่วหลี่สวีปฏิญาณเลยว่าจะมอบบทเรียนให้กับเจ้านั่น!

เมื่อเห็นว่าโล่วิญญาณนั้นทรงพลังเพียงใด เหวินเซี่ยงจึงเกิดรู้สึกชื่นชมและกังวลในเวลาเดียวกัน

“คนจากทีมราชันย์ปิศาจพวกนั้นทรงพลังมาก แม้ว่าโล่วิญญาณะจทรงพลังแต่เขาน่าจะสู้กับคนสี่คนไม่ไหว”

“เราควรจะช่วยดีไหม?”

เหวินเซี่ยงขบคิดด้วยความหนักใจ

ลั่วหลี่สวี “ปิดล้อมถ้ำเอาไว้! ทันทีที่หมอนั่นโผล่หัวออกมาก็โจมตีได้เลย!”

“หมอนั่นท้าทายราชันย์แดนลับมากประสบการณ์มา3ตัวแล้วยังไงก็ไม่มีทางอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พวกเรามีสี่คนแถมยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม จัดการกับหมอนั่นไม่ใช่เรื่องยากหรอก!”

ลั่วหลี่สวีกัดฟัน “ก็แค่พวกขี้ขลาดที่มุดหัวหลบอยู่แต่ในเปลือก วันนี้ฉันจะฉีกหน้ากากตัวตนที่แท้จริงของแกออกมาเอง”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ราชันย์อสูรงูเหลือมยาวกว่าสิบเมตรล้มลงสิ้นชีพและระเบิดกลายเป็นละอองแสงเกลื่อนฟ้า

[ท่านได้รับ100,000เหรียญทั่วไปและแต้มค่าประสบการณ์500,000แต้ม]

[ท่านได้รับหนังสือสกิลเกรดล้ำค่าสีม่วง [ร่างอสูร] ]

[ท่านได้รับพิมพ์เขียวเกรดหายากสีฟ้า [แหวนศิลาเพลิง] ]

[ท่านได้รับวัตถุดิบเลื่อนขั้นเกรดไร้ที่ติสีทอง [เขี้ยวสงครามของราชันย์อสูรงูเหลือม] ]

...

[ร่างอสูร]

[ระดับ : เลเวล9ขอบเขตที่5]

[คุณภาพ : ล้ำค่าสีม่วง]

[ข้อจำกัดในการเรียนรู้ : ความอดทน 130 , พลังจิต 69]

[ความสามารถ : ต้านทานไฟ+30% , ต้านทานเลือดออก+25%]

[ความสามารถที่2 : เมื่อได้รับบาดเจ็บจะเข้าสู่สภาวะ ‘แปลงอสูร’ ทำให้ความเสียหายทั้งหมดเพิ่มขึ้น15%]

...

ดวงตาของหลินเซวียนเปล่งประกายวิบวับ เขาได้หนังสือสกิลเกรดสีม่วงมาซะด้วย

ตอนนี้หากเขาได้รับบาดเจ็บเขาก็จะสร้างความเสียหายได้แรงขึ้นอีก แน่นอนว่าความเสียหายจากการสะท้อนเองก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน

เช่นนี้แล้วความสามารถในการโจมตีของเขาก็ทรงพลังขึ้นอีกระดับ

“สกิลนี้เป็นเกรดสีม่วง ในมิติส่วนตัวมีหนังสือสกิลชื่อเดียวกันที่เป็นเกรดสีขาวอยู่เพียบ น่าจะยกระดบัไปเป็นเกรดสีทองได้ทันทีเลย”

หลินเซวียนค้นดูภายในมิติส่วนตัวและพบกับหนังสือสกิลชื่อนี้เกรดสีขาว9เล่มดังคาด

หนังสือสกิลเกรดสีขาว8เล่มสามารถรวมกันเป็นหนังสือสกิลเกรดสีม่วงได้หนึ่งเล่ม

เช่นนี้แล้วหลังจากใช้เหรียญทั่วไปจำนวนมากสกิลนี้จึงยกระดับเป็นเกรดสีทองได้สำเร็จ

“สมบูรณ์แบบ! แถมตอนนี้ยังมีวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูงพอแล้วด้วย แถมยังได้สกิลเกรดสีทองมาอีกสองสกิลทั้ง ‘หนังแข็งของอสูรยักษ์’ และ ‘ร่างอสูร’ ถ้างั้นก็ได้เวลาจบเรื่องนี้ซักที!”

หลินเซวียนเดินออกจากถ้ำด้วยสีหน้ามีความสุข

จากนั้นเขาก็พบกับชายหนุ่มร่างใหญ่สี่คนนั่งยองๆอยู่ข้างๆ

เมื่อคนทั้งสี่เห็นโล่วิญญาณพวกเขาก็รีบเข้ามาล้อมเขาเอาไว้ทันที

“โล่วิญญาณ! นายแหกกฏ! ฉันจะให้โอกาสกับนาย ส่งวัตถุดิบเลื่อนขั้นที่นายได้มามาซะ ไม่อย่างนั้นวันนี้นายอาจจะไม่ได้ออกจากภูเขาอสูรชั้นต่ำก็ได้!” ลั่วหลี่สวีหัวหน้าทีมราชันย์ปิศาจกล่าวด้วยใบหน้ามืดมน

ริมฝีปากของจางเผิงที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักแสยะยิ้มราวกับเขาเตรียมจะดูโชว์

นักสู้คนอื่นๆเองก็มีสีหน้าแตกต่างกันไป

เหวินเซี่ยงกำหมัดแน่นและเตรียมจะพุ่งออกไปช่วยทุกเวลา

หลินเซวียนยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและจากนั้น...ก็เดินกลับเข้าไปด้านในถ้ำ

ลั่วหลี่สวี “...แก!”

เขาไม่คิดเลยว่าโล่วิญญาณจะไร้ยางอายแบบนี้ เขากลับใช้กฏเกณฑ์พิเศษของแดนลับในการรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้

เมื่อทีมใดทีมหนึ่งกำลังท้าทายราชันย์แดนลับ ทีมอื่นจะไม่สามารถเข้าไปด้านในได้และทำได้เพียงรออยู่ด้านนอกเท่านั้น

ในอดีตก็เคยมีบางคนใช้วิธีนี้เพื่อหลบเลี่ยงการไล่ล่าอยู่บ้าง หากแต่ราชันย์แดนลับนั้นไม่ได้อ่อนแอไปกว่าพวกคนที่ไล่ล่าพวกเขาแน่นอน

การจะอยู่ในถ้ำตลอดไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

นั่นก็เพราะว่าทุกครั้งที่ราชันย์ตายจนถึงเกิดใหม่นั้นกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น  หลังจากสังหารราชันย์แดนรับลงนักสู้คงไม่อาจฟื้นฟูกลับสู่สภาวะสมบูรณ์ได้

ยิ่งรั้งอยู่ในถ้ำนานเท่าไหร่ก็ยิ่งอ่อนแอลงมากเท่านั้น

ราชันย์แดนลับจะเกิดใหม่อย่างรวดเร็วและไม่ให้นักสู้มีโอกาสได้พักหายใจ

ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องเลือกว่าจะหนีออกจากถ้ำหรือตกตายลงภายใต้คมเขี้ยวของราชันย์แดนลับ

ไม่ว่าทางไหนสุดท้ายก็ตายอยู่ดี

ลั่วหลี่สวีเลิกคิ้ว “รอ! ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอนั่นจะอยู่ในถ้ำได้นานแค่ไหน!”

“กัปตันพูดถูกแล้ว ต่อให้หมอนั่นลงค่าสถานะทั้งหมดไปกับการป้องกันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ในถ้ำของราชันย์แดนลับไปได้ตลอด!”

“อย่าได้ลืมด้วยล่ะว่าหมอนั่นโซโล่ราชันย์แดนลับมากประสบการณ์มาแล้ว3ตัว สภาพของมันยังไงก็ไม่ได้ดีนักหรอก”

“พวกเราจะรออยู่ด้านนอกนี่แหละ เจ้าหมอนั่นที่อยู่ด้านในไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พักด้วยซ้ำ! ยังไงก็ต้องออกมาแน่นอน!”

สมาชิกทั้งสามคนที่เหลือของทีมราชันย์ปิศาจพยักหน้าเห็นด้วย

ได้ยินเช่นนี้เหวินเซี่ยงก็เผยสีหน้าประหลาดๆออกมา

เขารู้ว่าคนพวกนี้น่าจะไม่รู้ว่าโล่วิญญาณคือคนที่จัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ของทุ่งเพลิงผลาญ9ตัวเพียงลำพัง

ยิ่งไปกว่านั้นข่าวนั้นที่เผยแพร่ออกไปยังไม่ได้มีรายละเอียดสำคัญๆถูกเปิดเผยออกไปแต่อย่างใด

เมื่อครั้งตอนที่โล่วิญญาณสังหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้ง9ตัวเพียงลำพังเขาไม่แม้แต่จะพักเหนื่อยด้วยซ้ำ! หลังจากสังหารตัวนึงเขาก็จะมุ่งตรงไปสังหารอีกตัวต่อทันที!

ถ้าการสังหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา เช่นนี้ไม่ใช่ว่าการรับมือกับราชันย์แดนลับทั่วๆไปจะง่ายดายไม่ต่างอะไรจากเอาไข่ไปกระทบหินรึไง?

คิดได้เช่นนี้เหวินเซี่ยงก็เริ่มผ่อนคลาย สายตาของเขาที่มองไปยังลั่วหลี่สวีและคนอื่นๆอีกสามคนนั้นเจือแววเยาะเย้ยถากถาง

รอหรอ?

เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าพวกนี้จะรอได้นานแค่ไหน

จบบทที่ Chapter 48 : มาดูกันว่าหมอนั่นจะอยู่ในถ้ำได้นานเท่าไหร่

คัดลอกลิงก์แล้ว