เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 37 : ผู้จัดการหมายเลข2ลงมือ

Chapter 37 : ผู้จัดการหมายเลข2ลงมือ

Chapter 37 : ผู้จัดการหมายเลข2ลงมือ


...

[ชื่อ : เหวินเซี่ยง]

[ระดับ : เลเวล9ขอบเขต4]

[ค่าประสบการณ์ : 80ล้าน/90ล้าน]

[ค่าสถานะ : ความอดทน 62 , พละกำลัง 99 , พลังจิต 33 , ความเร็ว 61]

[สกิล : หมัดคริติคอล(ล้ำค่าสีม่วง) , ย่างก้าวอัสนี (ล้ำค่าสีม่วง)...]

[อุปกรณ์สวมใส่ : ถุงมือทองแดงภูเขา (ล้ำค่าสีม่วง) , เกราะโซ่ทักนักรบคลั่ง (ล้ำค่าสีม่วง)...]

...

สิ่งเดียวที่หลินเซวียนสนใจมีเพียงไอเทมและสกิลระดับล้ำค่าสีม่วงเท่านั้น สิ่งที่อยู่ต่ำกว่านี้เขาไม่ใคร่จะดูนัก

ยังไงก็ตามถึงกระนั้นแล้วเขาก็ยังพบว่าเหวินเซี่ยงผู้นี้ค่อนข้างโดดเด่นจริงๆ

“ค่าสถานะของเขาถูกจัดสรรอย่างลงตัว ด้วยการจัดสรรค่าสถานะแบบนี้ทั้งพลังชีวิต ความเร็วในการเคลื่อนที่ ความเร็วในการโจมตี อัตราคริติคอลและอัตราการหลบหลีกก็จะไม่ต่ำมาก ไม่เพียงแต่มีความสามารถในการเอาตัวรอดเท่านั้นแต่ยังเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการจัดสรรค์ค่าสถานะแบบพื้นฐานที่เหมาะแก่การเอาตัวรอดที่สุดในโลกหลังโลกาวินาศแบบนี้เลยก็ว่าได้”

หลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อย

ผู้จัดการหมายเลข2เองก็มองมาที่เหวินเซี่ยงด้วยความระมัดระวังเล็กน้อย

ชายดุร้ายผู้นี้เองก็ถือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่เขาตั้งความหวังเอาไว้สูง โชคไม่ดีนักที่หมายเลข3เสนอให้มากกว่าทำให้เหวินเซี่ยงเข้าร่วมกับฝั่งของหมายเลข3ไป

“โชคไม่ดีจริงๆที่ฉันช่วยเขาไว้ไม่ได้” เหวินเซี่ยงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอับจน

เมื่อเหวินเซี่ยงและนักสู้ที่ทรงพลังคนอื่นๆก้าวออกมาพวกเขาก็สามารถประคองสถานการณ์โดยรวมเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว นักสู้และอสูรต่างตกอยู่ในภาวะก้ำกึ่ง

ในเวลานี้เองสิงโตเพลิงหลายตัวพลันล้อมกรอบเหวินเซี่ยง ลู่หลัวและคนอื่นๆเอาไว้หลังจากนั้นพวกมันก็พยายามใช้การเคลื่อนไหวตบตาเพื่อทำให้พวกเขาสับสนและพริบตาต่อมาก็กระโจนเข้าใส่นักสู้อีกคนที่อยู่แนวหลังแทน

พวกมันพบแล้วว่านักสู้ที่ใช้สกิลธาตุน้ำแข็งนั่นแหละคือเป้าหมายหลักที่พวกมันต้องกำจัดทิ้ง

นักสู้เหล่านี้ตกตะลึงยิ่งนัก พวกเขาใช้พลังเวทย์และพลังงานในการโจมตีไปจนเกือบหมดแล้ว เมื่อปราศจากการคุ้มครองของเหวินเซี่ยงและคนอื่นๆพวกขจึงไม่ต่างอะไรจากหนูน้อยหมวกแดงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าตัวโคร่ง ไร้พลังจะต่อต้าน

หลินเซวียนส่ายหัว

ผู้จัดการหมายเลข2มองมาที่เขาหลายรอบแล้ว เขารู้สึกว่าถ้าเขายังไม่ลงมืออีกก็อาจจะทำให้ผู้จัดการหมายเลข2ไม่พอใจเอาได้

แน่นอนว่าผู้จัดการหมายเลข2จะชอบหรือไม่ชอบเขามันไม่สำคัญหรอก สิ่งที่เขาสนใจคือการได้เข้าและออกจากแดนลับที่ทางองค์กรครอบครองตามต้องการต่างหาก

ถ้าหมายเลข2ไม่พอใจและตัดสิทธิเขานั่นคงเป็นปัญหา

ดังนั้นเขาจึงต้องลงมือ

หลินเซวียนกระชับโล่ทั้งสองเอาไว้ในมือแน่นและกระโจรออกไปราวกับกำแพงมนุษย์

เมื่อเงาร่างอันยิ่งใหญ่ของเขาปกคลุมนักสู้เหล่านี้ เหล่านักสู้ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจจนแทบจะหลั่งน้ำตา

ปัง ปัง!

สิงโตเพลิงเหล่านี้ราวกับพวกมันปะทะเข้ากับกำแพงเมืองที่เต็มไปด้วยหนามแหลม

เพียงเสี้ยวพริบตาหลังจากเข้าปะทะ เลือดก็พลันหลั่งไหลออกมาจากทั่วทั้งร่างกายของพวกมันและกลิ่นอายของพวกมันเองก็อ่อนโทรมลงอย่างมาก

พวกมันล้วนได้รับผลจากความเสียหายจากการสะท้อน

ดวงตาของเหวินเซี่ยงและลู่หลัวเปล่งประกายและรีบใช้จังหวะที่ได้เปรียบนี้ตอบโต้กลับ

หมัดเหล็กและเคียวทมิฬโบกสะบัดอย่างต่อเนื่อง สังหารสิงโตเพลิงหลายตัวลงอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดพวกเขาจึงสามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์อันน่าอดสูมาได้

เหวินเซี่ยงเอ่ยปากชม “โล่วิญญาณน้องชายของฉันชื่นชมนายอยู่ตลอด นายนี่ไม่ใช่ธรรมดาจริงๆ”

หลินเซวียนสับสนมึนงง “ใครคือน้องชายของนาย?”

เหวินเซี่ยงยิ้มและเอ่ย “เหวินจวง เขาเป็นหนึ่งในคนที่ก่อตั้งทีมบิ๊กเบิร์ดโลเทชั่นในถ้ำหินยักษ์ ไม่กี่วันก่อนหมอนั่นพึ่งจะเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นขอบเขตที่2”

เมื่อได้ยินชื่อบิ๊กเบิร์ดโลเทชั่นหลินเซวียนก็รู้ทันที

หมายเลข2เองก็มองมาด้วยสายตายอมรับ

สมแล้วที่ได้สมญาว่าโล่วิญญาณ หมอนี่เองก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่แม้จะพึ่งกลายมาเป็นขอบเขตที่4แต่ก็สามารถสู้กับอสูรที่เหนือกว่าขอบเขตที่4ได้เหมือนอย่างลู่หลัว

โม่หยวนที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักอ้าปากค้าง

ฉากที่โล่วิญญาณปะทะกับสิงโตเพลิงห้าตัวเมื่อครู่เขาก็เห็นเหมือนกัน

ต่อมาเขาก็พลันสังเกตได้ถึงบางสิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก

เขาคิดมาตลอดว่าโล่วิญญาณน่าจะต้องยัดแต้มค่าประสบการณ์จำนวนมากไปกับการเพิ่มค่าต้านทานพิษรุนแรงและเสียแก่นอุปกรณ์ไปเป็นจำนวนมากกับชุดเซ็ตหมอพิษ มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้นอีกฝ่ายจึงจะสามารถสังหารราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ของบึงยุงพิษได้เพียงลำพัง

การทำเช่นนี้นับว่าถูกต้องแล้ว หากแต่ค่าต้านทานพิษรุนแรงและชุดเซ็ตหมอพิษนั้นเรียกได้ว่าแทบจะไร้ประโยชน์กับอสูรชนิดอื่น ยกตัวอย่างเช่นพวกมันแทบจะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอสูรเพลิงพวกนี้

เมื่อใดที่แต้มค่าประสบการณ์และแก่นอุปกรณ์ถูกลงไปกับสกิลหรืออุปกรณ์บางชิ้นนั่นก็หมายวามว่าคนผู้นั้นจะสูญเสียโอกาสในการยกระดับอย่างอื่นไปด้วย

ดังนั้นนักส่วนใหญ่จึงมักจะมุ่งเน้นไปที่สกิลที่ทรงพลังเพียงหนึ่งหรือสองสกิลและอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมเพียงหนึ่งหรือสองชิ้นเท่านั้น พวกเขาจะอัพเลเวลของสกิลและอุปกรณ์ชิ้นอื่นบ้างตามแต่โอกาสและมักจะไม่ได้ลงทรัพยากรกับพวกมันมากเกินไปนักเพราะแต้มค่าประสบการณ์และแก่นอุปกรณ์นั้นหาได้ยากยิ่ง

ด้วยเหตุผลนี้ในเมื่อโล่วิญญาณมีค่าต้านทานพิษรุนแรงสูงปานนั้นก็ต้องหมายความว่าค่าต้านทานไฟของเขาควรจะต่ำมาก อย่างมากก็ควรจะอยู่ในระดับของนักสู้ทั่วๆไปเท่านั้น

ยังไงก็ตามโม่หยวนเพิ่งเห็นกับตาเมื่อครู่ว่าโล่วิญญาณนั้นไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับความเสียหายธาตุไฟเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดเลยว่าเขาสามารถป้องกันความเสียหายธาตุไฟจากสิงโตเพลิงได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งนี้ทำให้เขาสับสนยิ่งนัก

“อย่าบอกนะว่า...โล่วิญญาณมีแต้มค่าประสบการณ์และแก่นอุปกรณ์เยอะมากๆ? ไม่น่าจะใช่ ไม่ว่าเขาจะมีมากเท่าไหร่ก็ไม่ควรจะมีมากขนาดนั้น! หรือเขาจะมีมากกว่าเราสองเท่า? สามเท่า?” โม่หยวนคิดด้วยความสับสน

เขาอดใช้สกิลตรวจสอบกับโล่วิญญาณไม่ได้

...

[ชื่อ : ???]

[ระดับ : เลเวล1ขอบเขต4]

[ค่าประสบการณ์ : 1,455 / 10ล้าน]

[ค่าสถานะ : ความอดทน ? , พละกำลัง 39 , พลังจิต 25 , ความเร็ว 35]

[สกิล : เกราะกระดูกครอบจักรวาล (?) , เปลือกพฤกษาบรรพกาล (?) , กายาหนาม (เกรดสีม่วง)...]

[อุปกรณ์สวมใส่ : ค้อนโล่ราชันย์มังกรดิน (?) , โล่นักล่ามังกร (?)....]

...

โม่หยวนยิ่งงงหนักขึ้นไปอีก ข้อมูลส่วนใหญ่ที่เขาเห็นจากสกิลตรวจสอบถูกแทนที่ด้วยเครื่องหมายคำถาม กระทั่งชื่อของอีกฝ่ายก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามเลย

หัวใจของหลินเซวียนกระตุกเบาๆ

เมื่อครู่เขาเพิ่งจะสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนใช้สกิลตรวจสอบกับเขาเขาจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ตัวเขามีสกิล ‘อ่อนแอ’ ที่สามารถลดระดับเลเวลและค่าสถานะได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่

นอกจากนี้ยังมีสกิล ‘ปลอมแปลง’ เกรดสีทองที่สามารถปลอมแปลงหรือซ่อนเลเวลและเกรดของสกิลทุกสกิลได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่อีกด้วย

สิ่งที่โม่หยวนเห็นจากสกิลตรวจสอบก็คือสิ่งที่หลินเซวียนตั้งใจเปลี่ยนให้เห็น

“ฮ่า...ในที่สุดพวกมันก็ตายหมดแล้ว”

ลู่หลัวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและเก็บเคียวสีดำกลับไป

เมื่อมีปราการเหล็กกล้าอย่างโล่วิญญาณยื่นมือเข้ามาอีกคน เหล่านักสู้จึงสามารถโจมตีได้อย่างสบายใจ ท้ายที่สุดพวกเขาจึงสามารถสังหารอสูรละลอกที่สองลงได้อย่างง่ายดาย

“ดีมาก ส่วนอสูรที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง” ผู้จัดการหมายเลข2ยิ้มและก้าวออกมา

เหล่านักสู้ต่างโล่งใจ

ผู้จัดการหมายเลข2เป็นนักสู้ขอบเขตที่6 เมื่อนักสู้ขอบเขตที่6เผชิญหน้ากับอสูรขอบเขตที่4นั่นคงกล่าวได้เพียงว่าเป็นการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว

เขาสามารถสังหารอสูรขอบเขตที่4จำนวนมากได้เพียงลำพัง

เหตุผลที่เขาไม่ช่วยสู้กับอสูรละลอกที่สองก็เพราะเขาอยากจะให้นักสู้เหล่านี้ได้ขัดเกลาตัวเอง

ถ้าอสูรทั้งหมดถูกผู้จัดการอย่างเขาเก็บกวาดถ้างั้นจะมีคนเหล่านี้ไว้ทำไม?

หลังจากเงียบไปซักพัก ประตูแสงก็พลันเกิดการผันผวนขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครา

หนนี้ดูราวกับเปลวเพลิงจะเริ่มลุกโหมอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าที่ผ่านๆมา

เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งก็ราวกับม่านพลังได้พังทลายลง กลุ่มอสูรเพลิงจำนวนมหาศาลจู่ๆก็พากันกรูออกมา

หลินเซวียนกวาดสายตามองดูและพบว่ามีอสูรอยู่มากกว่าหนึ่งพันตัว ที่อ่อนแอที่สุดคืออสูรเลเวล7ขอบเขตที่4และที่ทรงพลังที่สุดคืออสูรเลเวล9ขอบเขตที่4 นอกจากนี้ยังมีถึง200ตัวเลยด้วย!

“จำนวนขนาดนี้ถ้าเป็นเราจะทนได้ขนาดไหนนะ?”

หลินเซวียนคำนวณว่าถ้ามีแค่อสูรเลเวล4-เลเวล6ซัก500ตัวเขาก็น่าจะรับมือได้อย่างสมบูรณ์และใช้ประโยชน์จากการสะท้อนความเสียหายสังหารพวกมันลงได้

หากแต่อสูรพวกนี้ล้วนมีเลเวลเกิน7ทั้งนั้น

ถ้าเขาฟื้นฟูไม่ทันก็อาจจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นได้

หลินเซซียนไม่ได้รีบจะเสี่ยงชีวิตขนาดนั้น

วินาทีต่อมาพวกเขาทุกคนก็เห็นว่าผู้จัดการหมายเลข2หยิบคทาสีทองออกมาจากอุปกรณ์เก็บของของตัวเอง

คทานั้นยาวเกือบๆหนึ่งเมตรและทำมาจากเปลือกพฤกษาบรรพกาล ด้านบนยอดของคทามีรูนสามเม็ดต่างสีสันถูกฝังเอาไว้โดยพวกมันมีสีขาวน้ำแข็ง เขียวเข้มและฟ้าเข้มตามลำดับ

“ศาสตร์ลับมังกรเหมันต์!”

พร้อมกับเสียงคำรามลั่นของมังกร มังกรสีขาวปลอดที่มีลำตัวยาวกว่าสิบเมตรพลันส่งเสียงคำรามกึกก้องและพุ่งออกมาจากคทาสีทอง!

จบบทที่ Chapter 37 : ผู้จัดการหมายเลข2ลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว