เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 36 : ต้านทานอสูรจากแดนลับ

Chapter 36 : ต้านทานอสูรจากแดนลับ

Chapter 36 : ต้านทานอสูรจากแดนลับ


ลู่หลัวยืนอยู่ข้างๆหลินเซวียน เจ้าหล่อนกระซิบเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ไม่มีใครรู้ว่าด้านในแดนลับที่เชื่อมต่อกับประตูแสงบานใหม่นั่นมีอะไรอยู่ พวกเราสามารถบอกได้แค่ว่ามันเป็นแดนลับขอบเขตที่4จากความสูงของประตูเท่านั้น หลังจากนี้ก็อย่าได้มุทะลุล่ะ ใครจะรู้ว่าอสูรที่กำลังจะกรูกันออกมานั่นเป็นประเภทไหน?”

หลินเซวียนพยักหน้ารับคำเล็กน้อย

ลู่หลัวเอ่ยต่อ “ถ้ามันเชื่อมต่อไปยังแดนลับที่ยังไม่ถูกค้นพบก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน พวกเราจะได้มีโอกาสได้หาไอเทมค่าสถานะอันนั้นจากแดนลับแห่งนี้ซึ่งถือได้ว่าหาได้ยากมาก”

เจ้าหล่อนทำทีชัดเจนว่าอยากให้หลินเซวียนเอ่ยถามว่าไอเทมค่าสถานะที่ว่าคืออะไร

หลินเซซียน “โอ้”

จากนั้นหลินเซวียนก็เงียบไป

ลู่หลัว “...นายไม่อยากรู้หรอว่ามันคืออะไร?”

หลินเซวียนตอบ “อยากรู้ไหมล่ะว่าทำไมผมถึงไม่ถามคุณ?”

ลู่หลัวตอบกลับด้วยความสงสัย “อยาก”

หลินเซวียนเอ่ย “ไม่อยากจะบอกว่าผมก็แค่อยากจะทำให้คุณหงุดหงิดก็เท่านั้น”

ลู่หลัว “...เอาล่ะๆ ฉันจอกบอกนายก็ได้ มันคือผลต้นกำเนิด! เป็นไอเทมที่สามารถใช้เพิ่มค่าสถานะแรกเริ่มได้!”

เมื่อฟังมาถึงตรงนี้หลินเซวียนถึงตกตะลึง

เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับผลต้นกำเนิดมาก่อนเลย

ยังไงก็ตามสิ่งนี้สามารถเพิ่มค่าสถานะแรกเริ่มได้งั้นหรอ? นั่นมันหายากจริงๆนั่นแหละ

ค่าสถานะพื้นฐานแรกเริ่มของมนุษย์ผู้ชายทั้งหมดจะมีอยู่ราว10แต้ม  เมื่อโลกเปลี่ยนเป็นเกมค่าสถานะของทุกคนจะแสดงอยู่บนหน้าต่างข้อมูล

ยังไงก็ตามใช่ว่าทุกคนตอนนั้นจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

นอกจากมนุษย์ผู้ชายแล้วก็ยังมีเด็ก คนแก่และสตรีอยู่อีก

เมื่อเด็กเติบโคขึ้นค่าสถานะแรกเริ่มก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน หากแต่คนส่วนใหญ่นั้นค่าสถานะแรกเริ่มจะตายตัวและไม่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป

นอกจากนี้ยังมีคนบางกลุ่มที่มีปัญหาด้านสุขภาพเช่นพวกพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานตลอดวัน คนอ้วนที่ชอบดื่มของเย็นๆและไม่เคยออกกำลังกายเลยกับคนงานที่ทำงานในโรงงานเคมี แม้คนเหล่านี้จะเป็นผู้ใหญ่แต่ค่าสถานะแรกเริ่มบางคนนั้นบางทีอาจจะต่ำกว่าเด็กด้วยซ้ำ

เช่นนี้เองเพื่อเพิ่มค่าสถานะแรกเริ่มพวกเขาจึงจำเป็นต้องใช้ผลต้นกำเนิด

ค่าสถานะแรกเริ่มของหลินเซวียนคือ – ความอดทน 8 , พละกำลัง 7 , พลังจิต 8และความเร็ว3 รวมแล้ว26แต้ม เทียบกับค่าเฉลี่ย40แต้มของผู้ชายที่โตเต็มวัยแล้วถือได้ว่าต่างกันถึง14แต้ม เขาจำเป็นต้องใช้ผลต้นกำเนิด14ผลเพื่อกลบช่องว่างที่ขาดไปนี้

ปัง! ปัง! ปัง!

ในเวลานี้เองประตูแสงพลันเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง

แดนลับได้เชื่อมต่อกับโลกของพวกเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว มันก็ราวกับหน้าต่างที่กำลังจะเปิดออกนั่นแหละ

อสูรดุร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนที่ทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยเปลวเพลิงคำรามลั่นและพุ่งทะยานออกมา!

หลินเซวียนตกอยู่ในห้วงความคิด ดูเหมือนแดนลับนี้จะมีโอกาสสูงมากที่จะเต็มไปด้วยอสูรที่สร้างความเสียหายธาตุไฟ

ผู้จัดการหมายเลข2คาม “โจมตี!”

สกิลหลากหลายชนิดถูกโยนออกไปจากด้านหลังที่กำบัง

เห็นได้ชัดเลยว่าสกิลที่เหมาะแก่การรับมือกับอสูรเหล่านี้มากที่สุดคือสกิลที่สร้างความเสียหายธาตุน้ำแข็ง สกิลที่ไร้ประโยชน์ที่สุดคือสกิลธาตุไฟ

ยังไงก็ตามใช่ว่าทุกคนจะได้เรียนสกิลมากมายเหมือนกับหลินเซวียนซะที่ไหน

นักสู้ส่วนใหญ่นั้นจะมุ่งเน้นไปที่สกิลเพียงไม่กี่สกิลและไม่กล้าจะเรียนรู้มากไปกว่านั้น

นี่ทำให้นักสู้หลายต่อหลายคนไม่มีสกิลที่สร้างความเสียหายธาตุน้ำแข็งเลยแม้แต่สกิลเดียว

สายธาตุพิษ ไฟและสายฟ้านั้นไร้ผลต่ออสูรเหล่านี้

องค์กรเจอร์มินัลเห็นได้ชัดเลยว่าเอาจริงเอาจังหากแต่ก็ไม่อาจสังหารอสูรจำนวนมากที่ปรากฏมาในละลอกแรกลงได้

โฮก!

อสูรที่มีขนาดใหญ่กว่าอสูรทุกตัวปรากฏตัวขึ้นและพุ่งผ่านระยะทางสั้นๆมาถึงชายขอบของกำบังในชั่วพริบตา

เจ้าตัวนี้คือสิงโตที่ทั่วร่างอาบไปด้วยเปลวเพลิง มันมีขนาดลำตัวยาวกว่าสี่เมตรและสูงถึงสองเมตร กงเล็บของมันฟาดตะปปใส่โม่หยวนที่อยู่หลบอยู่หลังกำบังอย่างรุนแรง

ดวงตาของโม่หยวนหรี่แคบลง เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าสิงโตเพลิงตัวนี้จะรวดเร็วขนาดนี้ สกิลทั้งหมดของเขายังติดคูลดาวน์อยู่จึงไม่อาจตอบโต้ได้เลย

ลู่หลัวกระโดดออกมาและฟาดฟันไปที่ร่างของสิงโตเพลิงด้วยเคียวสีดำของเจ้าหล่อน

แกร๊ก!

กงเล็บของสิงโตเพลิงแตกกระจายพร้อมกับร่างของมันที่ล้มลงกรีดร้องบนพื้น เลือดที่มีอุณหภูมิสูงลิบของมันไหลอาบศีรษะและใบหน้าของโม่หยวนจนเปียกโชก

“ขอบคุณ! ขอบคุณมากพี่สาวลู่!” หลังจากผ่านไปซักพักโม่หยวนจึงได้สติและรีบละล่ำละลักเอ่ยขอบคุณลู่หลัว

ลู่หลัวไม่ได้ตอบกลับแต่เลือกที่จะวิ่งพล่านไปทั่วสนามรบเพื่อช่วยเหลือจุดอื่น

ทุกๆคนที่คมเคียวสีดำฟาดฟันลงนักสู้หนึ่งคนก็จะปลอดภัย รอดจากภัยอันตราย

แม้ว่าลู่หลัวจะพึ่งกลายเป็นนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่4แต่ค่าสถานะของเจ้าหล่อนนั้นเหนือเกินกว่านักสู้ในเลเวลเดียวกันไปไกลลิบ ดังนั้นเจ้าหล่อนจึงเหนือกว่าอสูรพวกนี้แบบเทียบไม่ติด

การรุกรานของอสูรเพลิงจึงราวกับถูกการโจมตีตอบโต้อย่างรุนแรงของเจ้าหล่อนบีบให้ต้องล่าถอย

นักสู้จ้องมองลู่หลัวด้วยสายตาเคารพชื่นชม

ผู้จัดการหมายเลข2พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

น่ายกย่องยิ่งนัก!

หลินเซวียนยังไม่ได้ลงมือ เขาไม่ได้มีความสามารถในการสร้างความเสียหายและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเหมือนกับลู่หลัว

อย่างมากเขาก็ช่วยได้เพียงนักสู้ไม่กี่คนที่อยู่ใกล้ๆตัวเขาเท่านั้น

ยังไงก็ตามคนเหล่านี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาและไม่เคยช่วยเขาด้วย

ดังนั้น...เขาจึงคิดว่าจะไม่ช่วย

ไม่นานนักอสูรเพลิงละลอกแรกก็ถูกสังหารจนหมดแต่พวกมันกลับแทบจะไม่ดรอปอะไรลงมาเลย

“ฟื้นฟูพลังงานซะ อสูรละลอกที่สองกำลังจะกรูกันออกมาแล้ว” ผู้จัดการหมายเลข2เอ่ยเสียงดัง

เหล่านักสู้ไม่กล้าล่าช้า พวกที่มียาก็รีบดื่มยาส่วนพวกที่ไม่มีก็รีบวิ่งหาแพทย์สนาม

พวกนักสู้ที่มีสกิลฟื้นฟูรู้สึกเหนื่อยล้ายิ่งนัก พวกเขามียาอยู่แค่นิดเดียวแต่กลับต้องเอามาแบ่งกับคนเจ็ดถึงแปดคน นี่มันเกินไปแล้ว

สิบนาทีให้หลังประตูแสงก็เกิดการผันผวนขึ้นอีกครั้ง

หนนี้เงาร่างดุดันยิ่งกว่าปรากฏกายออกมา เห็นได้ชัดเลยว่าครั้งนี้จะมีอสูรเพลิงจำนวนมากกว่าเดิมโผล่ออกมา

“จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อประตูแสงแห่งใหม่ปรากฏจะมีอสูรอย่างน้อยสามละลอกกรูกันออกมา ละลอกแรกจัดได้ว่าค่อนข้างอ่อนแอและมีเพียงอสูรที่เลเวลต่ำกว่า4ลงมา ละลอกที่2จะแข็งแกร่งขึ้นโดยจะมีเลเวลตั้งแต่4-6 ส่วนละลอกสุดท้ายจะแข็งแกร่งที่สุดโดยจะมีเลเวลตั้งแต่7-9”

“ฉันจะยังไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งในละลอกที่สองและปล่อยให้พวกนายรับมือกันเอง” ผู้จัดการหมายเลข2เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

ใจของเหล่านักสู้หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ในบรรดานักสู้ที่อยู่ที่นี่มีเพียงไม่ถึงสิบคนเท่านั้นที่มีเลเวลเหนือกว่าเลเวล7ขอบเขตที่4และมีเพียง20คนเท่านั้นที่เหนือกว่าเลเวล6ขอบเขตที่4 ส่วนที่เหลือนั้นล้วนมีเลเวลต่ำกว่าเลเวล4ขอบเขตที่4ทั้งสิ้น

ยังไงก็ตามพวกเขาต่างรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนักสู้ขอบเขตที่5มาช่วย นักสู้ขอบเขตที่5นั้นเป็นขุมกำลังหลักขององค์กร เว้นแต่องค์กรจะเจอกับเรื่องร้ายแรงพวกเขาจะไม่ปรากฏตัวและมักจะรั้งอยู่ในแดนลับ

ความผันผวนของประตูแสงจู่ๆก็หยุดไป

จากนั้นอสูรเพลิงจำนวนมากก็หลั่งไหลออกมา

หนนี้เปลวเพลิงบนร่างของพวกมันนั้นทรงพลังยิ่งกว่าที่ผ่านมา กระทั่งอยู่ห่างขนาดนี้ก็ยังสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร้อนลวกจนรู้สึกยากจะทานทน

หลินเซวียนยังไม่ได้แสดงทีท่าอะไรมากมาย ชุดเซ็ตปราการยักษ์ของเขาได้รับการอัพเกรดจนเป็นเลเวล1ขอบเขตที่4แล้ว ด้วยค่าต้านทานไฟที่สูงลิบกับค่าความอดทนถึง200แต้ม เปลวเพลิงระดับแค่นี้ยังไม่คู่ควรที่จะกล่าวถึง

การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

ยังไงก็ตามทันทีที่เข้าปะทะกันเหล่านักสู้ขององค์กรก็พลันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล

ในด้านการโจมตีพวกเขาพึ่งได้แค่พวกนักสู้ที่มีสกิลธาตุน้ำแข็งเท่านั้น

ส่วนในด้านการป้องกัน...

น่าขันนัก! ตัวแทงค์นั้นโจมตีไม่ได้ ใครมันจะยินดีลงแต้มค่าประสบการณ์กับสกิลที่เพิ่มค่าต้านทานกายภาพ ต้านทานเวทย์และต้านทานธาตุกันเล่า?

ไม่นานนักก็มีนักสู้ขอบเขตที่4คนแรกเสียชีวิตลง

เขาบังเอิญตกไปอยู่ภายในวงล้อมของไฮยีน่าเปลวเพลิงหลายตัวเข้า ลู่หลัวอยากจะยื่นมือเข้าช่วยแต่ก็ทำไม่ได้ ไม่กี่วินาทีให้หลังนักสู้คนนั้นก็ถูกไฮยีน่าเปลวเพลิงฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ

อวัยวะภายในของอีกฝ่ายนั้นกระทั่งว่ากระเด็นมาติดใบหน้าของนักสู้ที่อยู่รอบๆด้วย

“ตายซะ!”

ทันใดนั้นเองนักสู้ที่ดูโดดเด่นผู้หนึ่งก็กระโจนเข้ามา ด้านหลังของเขามีประกายสายฟ้าปรากฏ เพียงเสี้ยวพริบตาเดียวหมัดยักษ์ของเขาก็ทุบลงไปบนร่างของไฮยีเปลวเพลิงอย่างรุนแรง

ปัง!

ลำตัวของมันบิดงออย่างผิดรูปและร่างกายที่มีความยาวเกือบสองเมตรนั้นถูกส่งปลิวกระเด็นออกไปไกลกว่าห้าเมตร!

หลังจากตกลงบนพื้นมันก็ส่งเสียงกรีดร้องน่าสังเวชออกมาเบาๆและไม่อาจลุกขึ้นได้อีก เห็นได้ชัดเลยว่ากำลังจะตาย

หลินเซวียนประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อยและใช้งานสกิลตรวจสอบของเขาทันที

 

จบบทที่ Chapter 36 : ต้านทานอสูรจากแดนลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว