เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 38 : ร่างอวตารสี่ร่างฟาร์มพร้อมกัน...

Chapter 38 : ร่างอวตารสี่ร่างฟาร์มพร้อมกัน...

Chapter 38 : ร่างอวตารสี่ร่างฟาร์มพร้อมกัน...


มังกรน้ำแข็งดูราวกับมีชีวิตและเปล่งประกายเจิดจ้าภายใต้แสงอาทิตย์

พริบตาต่อมามังกรน้ำแข็งตนนั้นก็กระโจนเข้าใส่ฝูงอสูรเพลิง!

ตูม!

ไอน้ำจำนวนมหาศาลลอยฟุ้งทั่วฟ้า

อสูรเพลิงทั้งหมดถูกสังหารในพริบตา!

หลังจากสังหารอสูรเหล่านี้แล้ว มังกรน้ำแข็งก็หาได้หายไป มันยังพุ่งเข้าใส่ประตูแสงเข้าไปในแดนลับอีกด้วย

ภายในประตูแสงพลันมีเสียงไอน้ำดังขึ้นมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง

หลินเซวียนถอนหายใจยาว

ถ้าเขามีพลังแบบนี้เขาจะยังหลบหัวซ่อนหางทำไม? โลกทั้งใบคงให้ความรู้สึกใหญ่กว่านี้และเขาก็สามารถไปได้ทุกทีที่เขาอยากไป

ระหว่างที่กำลังคิดไปเรื่อยในหัวเขาก็พลันหวนนึกถึงการต่อสู้บนกำแพงเมืองทิศตะวันออกและตะวันตกที่ผ่านมาไม่นานมานี้ขึ้นมา เขานึกได้ว่าอสูรเหล่านั้นมาจาก ‘แดนลับเมืองบาดาล’

“ไม่...ผู้จัดการหมายเลข2ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งมากพอ ฉันต้องก้าวข้ามเขาไปอีก...” หลินเซวียนส่ายหัวและโยนความคิดเมื่อครู่ทิ้งไปทันที

“ว้าว..สังหารศัตรูจำนวนมากในคราวเดียว สุดยอดอะไรขนาดนั้น...”

“สมแล้วที่เป็นผู้จัดการหมายเลข2 ถ้าซักวันหนึ่งฉันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับนี้ได้ล่ะก็”

“แค่โบกคทาอสูรนับพันก็ถูกสังหารในพริบตา! นี่แหละเสน่ห์ของจอมเวทย์! ในอนาคตฉันอยากจะเป็นคนแบบนี้แหละ!”

เหล่านักสู้เอ่ยชมไม่ขาดปาก

ความแข็งแกร่งของนักสู้ขอบเขตที่6นั้นช่างทำให้ผู้คนริษยาโดยแท้

ผู้จัดการหมายเลข2พึงพอใจกับท่าทีของพวกเขายิ่งนักและพยักหน้าเล็กน้อย

ยังไงก็ตามไม่นานนักน้ำเสียงเกียจคร้านสายหนึ่งก็พลันดังขึ้น

“หยุดสรรเสริญเขาได้แล้ว กระทั่งศาสตร์ลับมังกรน้ำแข็งอะไรนั่นก็ไม่ใช่สกิลของเขา ทั้งหมดที่เขาทำก็มาจากคทานั่นล้วนๆ”

รอยยิ้มของผู้จัดการหมายเลข2แข็งค้าง

หลินเซวียนหันไปมองและพบกับชายในเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงสีดำและรองเท้าสีดำ กระทั่งใบหน้าเองก็ยังถูกซ่อนเอาไว้ในเงาและมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ในมือของเขาถือกระป๋องเบียร์ดาวแดงเอาไว้ คนผู้นี้คือคนคุ้มกันของผู้จัดการหมายเลข2 - แบล็คนั่นเอง

แบล็คปาดคราบเบียร์ออกจากริมฝีปาก “คทาของเขามีเวทย์มนตร์อยู่สามอย่าง ศาสตร์ลับมังกรน้ำแข็ง ศาสตร์ลับมังกรอสนีและศาสตร์ลับมังกรพิษ ฉันนี่แหละที่เป็นคนไปหาพิมพ์เขียวของคทานั่นมา หนังสือสกิลของเวทย์ทั้งสามชนิดนี้จำเป็นต้องมีค่าพลังจิตสูงมากถึงจะเรียนรู้ได้ ค่าพลังจิตของเขาไม่พอจะเรียนรู้พวกมันด้วยซ้ำ”

ผู้จัดการหมายเลข2รีบกระแอมออกมาในทันที

แบล็คหัวเราะคิกคักและเอ่ยขึ้น “หยุดกระแอมได้แล้ว ฉันรู้ความลับนายดีน่า”

เหล่านักสู้พยายามกลั้นขำแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้

ผู้จัดการหมายเลข2ทอดถอนใจ

เวรเอ๊ย อีกครั้งแล้วที่เขาล้มเหลวในการวางท่าและไม่ได้รับความประทับใจจากเหล่านักสู้ เช่นนี้แล้วการที่เขาจะดึงกลุ่มนักสู้ขอบเขตที่4รวมไปถึงโล่วิญญาณมาเป็นพวกก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก

“เริ่มกันเถอะ พวกฉันจะปล่อยเรื่องการสำรวจแดนลับนี่ให้กับพวกนาย แบล็คกับฉันจะรั้งอยู่ที่นี่จนกว่าพวกนายจะจัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ทั้งหมดลงได้” ผู้จัดการสะบัดมือและเอ่ยออกมา

ภายในแดนลับที่ยังไม่ถูกค้นพบนั้น เนื่องจากไม่มีคนเข้าท้าทายราชันย์แดนลับเลยพวกมันจึงกลายเป็นราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ไปนานแล้ว

นี่ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมหลินเซวียนและคนอื่นๆถึงต้องสำรวจแดนลับ

ทุกๆคนพากันเรียงแถวและมุ่งหน้าเข้าสู่แดนลับในทันที

ทันทีที่เข้ามาภายในแดนลับข้อความสายหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของหลินเซวียน

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแต่ทุกๆคนล้วนได้รับข้อความนี้เช่นกัน

[ทุ่งราบเพลิงผลาญ]

นี่คือแดนลับที่มีชื่อว่าทุ่งราบเพลิงผลาญ

ข้อมูลนี้ถูกส่งเข้าสู่สมองของพวกเขาโดยตรงโดยปราศจากคำเตือน

เหล่านักสู้กระจายตัวกันออกไปสำรวจอย่างรวดเร็ว

นักสู้ที่ทรงพลังอย่างเหวินเซี่ยงมักจะหยุดและลงมือสังหารอสูรในทุกๆสิบก้าวเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก่อนจะมุ่งหน้าต่อ

หลินเซวียนเองก็เลือกทิศทางและมุ่งหน้าออกสำรวจเช่นกัน

แต่เขาทำต่างจากเหวินเซี่ยง เขาเดินตรงเข้าไปยังส่วนลึกของทุ่งราบเพลิงผลาญโดยไม่แม้แต่จะหยุดพัก

เขาสังหารอสูรทั้งหมดที่เจอตลอดทาง

ยังไงก็ตามหลังจากมาถึงเขตที่7เขาก็พบว่าแรงกดดันจากอสูรนั้นทรงพลังยิ่งกว่าเดิมมากนัก

แม้ว่าหากต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งจะไม่มีปัญหาแต่หลังจากจำนวนของพวกมันเพิ่มมากขึ้นก็ถึงจุดที่พลังชีวิตของเขาเริ่มลดลง

เรื่องนี้ทำให้หลินเซวียนจำต้องหยุด ต้องระวังและตัดสินใจหยุดอยู่ที่เขตที่7และเลือกหาร่างอวตารฝึกฝนที่นี่

“เราควรจะลบร่างอวตารในรังมดอสูร ทะเลราชันย์พฤกษาและบึงยุงพิษ”

หลินเซวียนพึมพำกับตัวเอง ร่างอวตารทั้งสามที่กำลังฟาร์มอยู่ในแดนลับเหล่านั้นพากันล้มลงบนพื้นและแน่นิ่งไป

“รวมกับสล็อตเพิ่มที่ได้หลังจากเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่4ก็เท่ากับว่าตอนนี้เรามีสล็อตว่างอยู่สี่ช่อง”

จากนั้นเขาก็เริ่มออกตามหาและเลือกอสูรเพลิงสี่ตัวที่มีค่าสถานะสูงที่สุด

สิงโตเพลิง ไฮยีน่าเพลิง หมีเพลิงและเสือดาวเพลิง

หลังจากสังหารอสูรทั้งสี่เขาก็ทำการเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นร่างอวตารของเขาในทันที

“ด้วยร่างอวตารสี่ร่างฟาร์มพร้อมกัน ความเร็วในการฟาร์มก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่าด้วย!”

หลินเซวียนถูมือไปมาด้วยความพึงพอใจ

จากนั้นเขาก็หมุนกายเดินจากไปเพื่อกลับไปยังเขตที่1และหาสถานที่ปลอดภัยในการพักผ่อน

ในเวลาเดียวกันเหวินเซี่ยง ลู่หลัวและนักสู้คนอื่นๆต่างก็ออกสำรวจสถานที่ต่างๆในทุ่งราบเพลิงผลาญอย่างระมัดระวัง

ภารกิจของพวกเขาคือตรวจสอบว่าทุ่งราบเพลิงผลาญนั้นมีไอเทมค่าสถานะ ชุดเซ็ตอุปกรณ์ หนังสือสกิลและรูนอะไรดรอปจากอสูรในนี้บ้าง

หลังจากรู้ทุกอย่างแล้วการสำรวจแดนลับแห่งนี้ก็จะถือว่าเสร็จสิ้น

แน่นอนว่ายังมีเรื่องของผลต้นกำเนิดนั่นอีก!

แดนลับแห่งนี้เห็นได้ชัดเลยว่ายังไม่ถูกค้นพบ ผลต้อกำเนิดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!

...

10ชั่วโมงให้หลัง

หลินเซวียนบิดขี้เกียจและตรวจสอบผลกำไร

[พื้นที่ปัจจุบัน : ทุ่งราบเพลิงผลาญเขตที่1 (2100เหรียญทั่วไป/นาที , 10,500แต้มค่าประสบการณ์/นาที]

[ร่างอวตารฝึกฝนร่างที่สอง – สิงโตเพลิงได้ฝึกฝนมาแล้วสิบชั่วโมงและถึงขีดจำกัดระยะเวลาการฝึกฝนแล้ว : ท่านได้รับ 1,260,000เหรียญทั่วไป , 6.3ล้านแต้มค่าประสบการณ์ , เกาลัดเพลิง5ลูก , ไม้ไหม้เกรียม4ท่อน , ตาเกสรตัวเมีย6ชิ้น , ผลต้นกำเนิด1ผล , อุปกรณ์สวมใส่ขอบเขตที่4สิบหกชิ้น , หนังสือสกิลของเขตที่4เก้าเล่ม , รูน8ชิ้น ท่าต้องการรวบรวมหรือไม่?]

[ร่างอวตารฝึกฝนร่างที่สาม – ไฮยีน่าเพลิงได้ฝึกฝนมาแล้วสิบชั่วโมงและถึงขีดจำกัดระยะเวลาการฝึกฝนแล้ว : ท่านได้รับ 1,260,000เหรียญทั่วไป , 6.3ล้านแต้มค่าประสบการณ์ , เกาลัดเพลิง3ลูก , ไม้ไหม้เกรียม7ท่อน , ตาเกสรตัวเมีย3ชิ้น , ผลต้นกำเนิด2ผล , อุปกรณ์สวมใส่ขอบเขตที่4สิบเจ็ดชิ้น , หนังสือสกิลของเขตที่4สิบเอ็ดเล่ม , รูน10ชิ้น ท่าต้องการรวบรวมหรือไม่?]

[ร่างอวตารฝึกฝนร่างที่สี่ - หมีเพลิง...]

[ร่างอวตารฝึกฝนร่างที่ห้า - เสือดาวเพลิง...]

“รวบรวม!”

หลินเซวียนพึมพำเบาๆและไอเทมจำนวนมหาศาลพลันปรากฏขึ้นมาในมิติส่วนตัวของเขา

จำนวนของเหรียญทั่วไปที่ได้มาคือ50.4ล้านเหรียญและแต้มค่าประสบการณ์อีก25.2ล้านแต้ม

เขาจำเป็นต้องใช้แต้มค่าประสบการณ์10ล้านแต้มในการอัพเลเวลจากเลเวล1และจากเลเวล2จำเป็นต้องใช้20ล้านแต้ม

“แต้มค่าประสบการณ์ที่ได้มาพอเพิ่มระดับได้แค่เลเวลเดียวเอง เอาเถอะเพิ่มก็คือเพิ่มล่ะนะ”

ทุกๆครั้งที่นักสู้ขอบเขตที่4เลเวลอัพไปหนึ่งเลเวลพวกเขาจะได้ค่าสถานะเพิ่มเติม6แต้ม

หลังจากอัพเลเวลและจัดสรรแต้มค่าสถานะทั้งหมดลงไปกับค่าความอดทนแล้ว หลินเซวียนก็เริ่มทำการตรวจสอบไอเทมค่าสถานะ อุปกรณ์ หนังสือสกิลและรูนที่ได้มา

สำหรับเขาแล้วของเหล่านี้สำคัญที่สุด

ไอเทมค่าสถานะ : เกาลัดเพลิง , ไม้ไหม้เกรียม , ตาเกสรตัวเมียและผลต้นกำเนิด

หนังสือสกิล : ต้านทานไฟระดับสูง , ศาตราเพลิง , วงแหวนเปลวเพลิง , ศรเพลิง

อุปกรณ์สวมใส่ : ชุดเซ็ตจุดระเบิด , ชุดเซ็ตอสูรเพลิง , ชุดเซ็ตป้อมปราการ , คทาประกายไฟ , ดาบสั่งเพลิง , มีดเพลิงมอด

รูน : ให้เพลิงชำระล้างทุกสิ่ง(1) , เพลิงปกปักษ์(1/2)

เมื่อเห็นเช่นนี้หลินเซวียนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

การมีร่างอวตารฝึกฝนสี่ร่างออกฟาร์มพร้อมๆกันนี่มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ

เขาเริ่มทำการตรวจสอบไอเทมทีละชิ้นๆ

ความสามารถของเกาลัดเพลิงคือเพิ่มอัตราการฟื้นฟูพลังงาน+1% ความสามารถของไม้ไหม้เกรียมคือเพิ่มค่าต้านทานไฟ+1 ความสามารถของตาเกสรตัวเมียคือเพิ่มอัตราการหลบหลีก+1%และความสามารถของผลต้นกำเนิดคือเพิ่มค่าสถานะแรกเริ่ม

ต้านทานไฟระดับสูงเป็นสกิลติดตัวเกรดสีฟ้าซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์หรือพลังงานใดๆ หลังจากเรียนรู้ค่าต้านทานไฟจะเพิ่มขึ้นทันที45%

ส่วนศาตราเพลิง วงแหวนเพลิง ศรเพลิงเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นสกิลสำหรับนักสู้สายประชิด จอมเวทย์และนักธนูตามลำดับ

ในบรรดาอุปกรณ์ที่เขาได้มา คทาประกายไฟ ดาบสั่งเพลิง มีดเพลิงมอดและอาวุธอื่นๆนั้นไร้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด ในบรรดาของเหล่านี้กระทั่งมีดเพลิงมอดที่เป็นเกรดไร้ที่ติสีทองหลินเซวียนก็ยังโยนใส่โต๊ะหลอม

ส่วนเซ็ตจุดระเบิดนั้นเหมาะกับนักสู้ที่มีค่าความแข็งแกร่งสูง ในทางกลับกันเซ็ตอสูรเพลิงกลับเหมาะกับนักสู้สายพลังจิต สองสิ่งนี้ไม่มีอะไรเหมาะกับหลินเซวียนดังนั้นทั้งหมดจึงถูกโยนใส่โต๊ะหลอมไม่ต่างกัน

สิ่งที่หลินเซวียนสนใจคือเซ็ตป้อมปราการ

แม้ว่าเซ็ตนี้จะเป็นเพียงเกรดหายากสีฟ้าแต่ก็เพิ่มพลังชีวิตถึง3,000แต้ม พลังงาน100แต้มและค่าต้านทานไฟ70% สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือค่าต้านทานของธาตุอื่นจะลดลง20%

ยังไงก็ตามนี่ก็นับว่าดีแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะตัวหลินเซวียนนั้นสามารถแบกของได้เยอะ ด้านในเขาใส่เซ็ตป้อมปราการแล้วด้านนอกใส่เซ็ตปราการยักษ์ก็ย่อมได้

“นี่มันเอาเรื่องสุดๆไปเลยนะเนี่ย เซ็ตนี้คงทำให้เราไปมาในทุ่งราบเพลิงผลาญได้อย่างสบายใจ ตอนนี้รอแค่แต้มค่าประสบการณ์ก็พอ”

หลินเซวียนพอใจยิ่งนักและเปลี่ยนมาใส่เซ็ตป้อมปราการนี้ในทันที

จบบทที่ Chapter 38 : ร่างอวตารสี่ร่างฟาร์มพร้อมกัน...

คัดลอกลิงก์แล้ว