เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 622 เขากลายเป็นคนเก็บตัวเสียแล้ว

ตอนที่ 622 เขากลายเป็นคนเก็บตัวเสียแล้ว

ตอนที่ 622 เขากลายเป็นคนเก็บตัวเสียแล้ว


การปรากฏตัวของพวกเสิ่นเยียนดึงดูดความสนใจของผู้คนภายในโรงเตี๊ยมได้ไม่น้อย

เมื่อผู้คนเห็นชุดของสำนักที่พวกเขาสวมใส่ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ต่างลอบคิดในใจว่า เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้กลับเป็นถึงศิษย์สายตรงของสำนักเฉียนคุน! เหตุใดพวกเขาถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้?

ประจวบเหมาะกับเวลานั้น มีศิษย์ของสำนักเฉียนคุนสองคนเดินขึ้นมาบนชั้นสองของโรงเตี๊ยม สายตาของพวกเขาก็ถูกดึงดูดไปยังพวกเสิ่นเยียนในทันที

ศิษย์หญิงสวมชุดเรียบง่าย ใบหน้างดงาม ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ศิษย์สายตรงหรือ? เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย?"

ศิษย์ชายหน้าตาธรรมดา สวมชุดทะมัดทะแมงสีเขียวลอบประเมินพวกเสิ่นเยียนที่อยู่ไม่ไกล แล้วเอ่ยขึ้น

"ศิษย์น้องหญิง ปีนี้มีเพียงผู้อาวุโสฉีเท่านั้นที่รับศิษย์สายตรงแปดคน และพวกเขาเองก็มีแปดคนพอดี เกรงว่าพวกเขาคงจะเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสฉีกระมัง"

เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยยิ้มๆ

"จะเข้าไปทักทายพวกเขาหน่อยหรือไม่?"

"ไม่ต้องหรอก เสียเวลาเปล่า"

ศิษย์หญิงกล่าวเสียงเรียบ

เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ชายก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก จากนั้นทั้งสองก็นั่งลงประจำโต๊ะ

ราวครึ่งชั่วยามให้หลัง ทั้งสองลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะออกจากโรงเตี๊ยม ทว่าในตอนที่หันหลังกลับ ทั้งสองกลับพร้อมใจกันปรายตามองไปยังทิศทางที่พวกเสิ่นเยียนนั่งอยู่แวบหนึ่ง

และในตอนนั้นเอง พวกเสิ่นเยียนก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน ดูเหมือนว่ากำลังจะออกจากโรงเตี๊ยมแล้ว

เด็กหนุ่มผมแดงบิดขี้เกียจ เอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ไปกันเถอะ กลับสำนักเฉียนคุน! ท่านอาจารย์จะต้องคิดถึงพวกเรามากแน่ๆ!"

"ไม่ได้ประลองฝีมือกับท่านอาจารย์มานานแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมา"

อวี่ฉางอิงกล่าว

คนของกลุ่มอสูรทั้งแปดเดินไปทางบันไดพลางพูดคุยกันไปพลาง

เมื่อจูเก๋อโย่วหลินได้ยินคำพูดของอวี่ฉางอิงก็หัวเราะร่วนด้วยใบหน้าเปี่ยมความมั่นใจ

"ตอนนี้พวกเราน่าจะอัดท่านอาจารย์จนน่วมได้แล้วล่ะ ฮ่าๆๆ..."

ทว่าเสียงหัวเราะของเขายังไม่ทันสิ้นสุด จู่ๆ ก็มีกระบี่พร้อมฝักเล่มหนึ่งพาดขวางอยู่เบื้องหน้า ปิดทางเดินของเขาเอาไว้

จูเก๋อโย่วหลินเกือบจะเดินชนเข้ากับมัน เขาหยุดฝีเท้าได้ทันท่วงที ขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าคนที่ถือกระบี่อยู่คือหญิงสาวในชุดเรียบง่าย ด้านข้างนางยังมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งยืนอยู่

หญิงสาวในชุดเรียบง่ายมีใบหน้าเย็นชา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

"เจ้าช่างไม่รู้จักเคารพครูบาอาจารย์เอาเสียเลย"

กล่าวจบ นางก็ใช้กระบี่พร้อมฝักในมือพุ่งโจมตีเข้าใส่จูเก๋อโย่วหลินด้วยความเร็วที่เหนือชั้น!

จูเก๋อโย่วหลินรีบถอยร่นไปด้านหลังทันที

ทว่าในเวลานี้เอง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ลงมือ ร่างของเขาวูบไหว พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าจูเก๋อโย่วหลิน เขายื่นมือออกไปคว้ากระบี่ที่หญิงสาวแทงเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวว่า

"หยุดมือเถอะ ศิษย์น้องหญิง"

หญิงสาวจึงยอมหยุดมือ แต่นางยังคงจ้องมองจูเก๋อโย่วหลิน แววตาแฝงความไม่สบอารมณ์เอาไว้

เมื่อจูเก๋อโย่วหลินได้สติ เขาก็สังเกตเห็นว่าเหล่าสหายต่างทำหน้าราวกับกำลังรอดูงิ้วโรงใหญ่ ทำให้เขารู้สึกงุนงงไม่น้อย เขาหันไปมองหญิงสาว แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เหตุใดเจ้าถึงต้องมาโจมตีข้าด้วย?"

"ในฐานะศิษย์ เจ้าไม่ควรกล่าววาจาลบหลู่ท่านอาจารย์เช่นนั้น"

สีหน้าของหญิงสาวเย็นเยียบ นางกล่าวต่อ

"ไม่รู้จริงๆ ว่าเหตุใดผู้อาวุโสฉีถึงได้รับคนเช่นเจ้ามาเป็นศิษย์กัน?"

ในขณะนั้น ชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างเห็นท่าไม่ดี จึงรีบก้าวออกมายิ้มไกล่เกลี่ย

"ขออภัยด้วยจริงๆ"

เขากล่าวยิ้มๆ พร้อมกับอธิบาย

"ศิษย์น้องหญิงของข้าเป็นคนปากตรงกับใจ พวกเจ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลย จริงสิ พวกเรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ข้ามีนามว่าอี้หลิงฮวั่น เป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสใหญ่ ส่วนศิษย์น้องหญิงของข้ามีนามว่าจิงจื่อฝู เป็นบุตรีของประมุขสำนัก และเป็นศิษย์สายตรงของท่านประมุขด้วยเช่นกัน"

เวินอวี้ชูเผยรอยยิ้มบางๆ พยักหน้าให้ทั้งสองเล็กน้อย

"ที่แท้ก็คือศิษย์พี่อี้กับศิษย์พี่หญิงจิงนี่เอง เสียมารยาทแล้ว"

เสิ่นเยียนปรายตามองจูเก๋อโย่วหลินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองจิงจื่อฝู แล้วเอ่ยเสียงเบา

"บางครั้งโย่วหลินก็พูดจาไม่ทันคิด แต่เขามิได้มีเจตนาลบหลู่ท่านอาจารย์เลยแม้แต่น้อย ขอศิษย์พี่และศิษย์พี่หญิงโปรดอย่าถือสาเขาเลย"

"ข้า..."

จูเก๋อโย่วหลินอ้าปาก กำลังจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่าจู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บปวดแปลบที่เท้า

"โอ๊ย!"

เขาอดไม่ได้ที่จะร้องลั่น ก้มหน้าลงมอง ก็เห็นว่าเจียงเสียนเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ กำลังเหยียบเท้าเขาอย่างแรง น้ำตาของเขาแทบจะเล็ดออกมา

"แม่คุณเอ๊ย เจ็บนะ!"

เจียงเสียนเยวี่ยยกเท้าออก แล้วยกมือขึ้นตบแขนของเขาเบาๆ

"ข้าจงใจต่างหาก"

จูเก๋อโย่วหลินถึงกับสะอึก

"..."

ใครบ้างจะดูไม่ออก?!

อี้หลิงฮวั่นหัวเราะ

"พวกเจ้าล้วนเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสฉีใช่หรือไม่?"

"ใช่แล้ว"

เสิ่นเยียนพยักหน้า

จากนั้นพวกเสิ่นเยียนก็ผลัดกันแนะนำตัวจนครบ

หลังจากฟังพวกเขาแนะนำตัวจนจบ อี้หลิงฮวั่นก็เอ่ยปากถาม

"พวกเจ้ากำลังจะกลับสำนักเฉียนคุนงั้นหรือ? เช่นนั้น..."

เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ก็เห็นจิงจื่อฝูหันหลังเดินไปทางบันไดเสียแล้ว สีหน้าของอี้หลิงฮวั่นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขายิ้มอย่างรู้สึกผิด

"เช่นนั้นไว้พบกันที่สำนักเฉียนคุนก็แล้วกัน"

อี้หลิงฮวั่นทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวตามจิงจื่อฝูไป

จูเก๋อโย่วหลินหดหู่ใจเป็นอย่างมาก เขาหันไปกล่าวกับเจียงเสียนเยวี่ย

"เหตุใดนางถึงได้อารมณ์ร้ายยิ่งกว่าเจ้าอีก?"

ดวงตาของเจียงเสียนเยวี่ยโค้งลงเล็กน้อย นางยิ้มอย่างอ่อนหวาน

"อารมณ์ของข้าร้ายงั้นหรือ?"

เมื่อจูเก๋อโย่วหลินเห็นใบหน้าอันน่ารักน่าเอ็นดูของนาง หัวใจเขาก็พลันเต้นตึกตัก พวงแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขายกมือปิดปากกระแอมไอเบาๆ

"ก็ร้ายนิดหน่อยนั่นแหละ"

สีหน้าของเจียงเสียนเยวี่ยมืดครึ้มลงในบัดดล นางกระทืบเท้าจูเก๋อโย่วหลินไปอีกหนึ่งที

"ซี๊ดดด!"

"สมน้ำหน้า"

อวี่ฉางอิงกล่าวอย่างซ้ำเติม

เหล่าสหายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ทว่าจูเก๋อโย่วหลินกลับหน้ามุ่ย แล้วโอดครวญด้วยความน้อยอกน้อยใจ

"พวกเจ้าคอยแต่จะรังแกข้า ฮือๆๆ"

วินาทีต่อมา เขาก็ถลึงตาใส่เสิ่นเยียน

"เยียนเยียน เหตุใดเจ้าถึงไม่ปกป้องข้าบ้างเลย?"

"หืม?"

เสิ่นเยียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

"เหตุใดข้าต้องปกป้องเจ้าด้วย?"

จูเก๋อโย่วหลินเผยสีหน้าราวกับผู้ที่ผ่านความยากลำบากมาอย่างโชกโชน เขากำหมัดแน่น

"ก็เจ้าเป็นคนลากข้าลงมาในหลุมลึกนี้เองนี่นา!"

"ตอนนี้เจ้าอยากจะปีนขึ้นไปแล้วหรือ?"

เสิ่นเยียนหัวเราะ

ในใจของจูเก๋อโย่วหลินรู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก เขากัดฟันกรอดขยับเข้าไปใกล้เสิ่นเยียน ก่อนจะลดเสียงลงต่ำ

"ก็ไม่ได้อยากจะปีนขึ้นไปหรอก ข้าแค่อยากให้เจ้ามายืนอยู่ฝั่งเดียวกับข้าต่างหาก!"

เสิ่นเยียนพยักหน้า

"ข้าขอสนับสนุนเจ้าทางด้านจิตใจก็แล้วกัน"

จูเก๋อโย่วหลินชะงัก

"...แล้วทางวาจาล่ะ? ทางการกระทำล่ะ? ทางร่างกายล่ะ?"

"ขออภัยด้วย ข้าคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้"

เสิ่นเยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ประเด็นสำคัญก็คือเจ้ามันขยันหาเรื่องใส่ตัวเกินไป จำเป็นต้องโดนอัดเสียบ้าง จะได้จำใส่สมองไว้"

ในตอนนั้นเอง ฉือเยว่ก็ปรายตามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย

"แถมเจ้ายังเสียงดังน่ารำคาญอีกด้วย"

จูเก๋อโย่วหลิน

"..."

เขากลายเป็นคนเก็บตัวเสียแล้ว

เขาคอตก ก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ค่อยๆ เดินตามพวกเขาออกจากโรงเตี๊ยมไปอย่างเชื่องช้า ในเวลานี้ เขาดูราวกับร่างไร้วิญญาณที่ปราศจากความมีชีวิตชีวา

เหล่าสหายต่างก็ชินชากับสภาพเช่นนี้ของเขาเสียแล้ว จึงไม่มีใครสนใจเขาอีก

นั่นเป็นเพราะว่า...

ความสามารถในการปรับอารมณ์ของเขานั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

และก็เป็นไปตามคาด เมื่อพวกเขาขึ้นไปบนเรือวิญญาณที่มุ่งหน้าไปยังสำนักเฉียนคุน เขาก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง

เขายังจงใจทำตัวน่าหมั่นไส้ด้วยการเข้าไปใกล้ฉือเยว่ แล้วร้องเพลงเด็กที่ผิดเพี้ยนไปหมดทุกคีย์

ฉือเยว่ต้องควบคุมเถาวัลย์ลากตัวเขาออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ผลลัพธ์ก็คือ เขาสามารถตัดเถาวัลย์ทิ้งได้อย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งจู๊ดกลับมาอยู่ข้างกายฉือเยว่เพื่อร้องเพลงเด็กต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 622 เขากลายเป็นคนเก็บตัวเสียแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว