เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 587 ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้

ตอนที่ 587 ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้

ตอนที่ 587 ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้


ท่านอาเจิงเผยสีหน้าเคร่งเครียด ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง

เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น ก็พากันเงียบเสียงลง

ท่าทีของท่านอาเจิงเย็นชาและแข็งกร้าวขึ้น เขาเร่งเสียงให้ดังขึ้นแล้วกล่าวว่า

"จวนตระกูลเสิ่นของพวกเราก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน คนที่ชักนำน้ำทมิฬเข้ามาไม่ใช่องค์หญิงของพวกเรา แต่เป็นสตรีที่ปลอมตัวมาสวมรอยเป็นองค์หญิง หากพวกเจ้าต้องการเรียกร้องค่าเสียหาย ก็จงไปเรียกร้องจากนางเถิด"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปต่างกัน พลางสงสัยว่าตนหูฝาดไปหรือไม่

"ท่านผู้อาวุโสเจิง ท่านหมายความว่าอย่างไร? เพื่อปัดความรับผิดชอบ ถึงกับจงใจปั้นน้ำเป็นตัวโกหกเช่นนี้เชียวหรือ? ยังมีเรื่องสวมรอยบ้าบออันใดอีก? ตาพวกเจ้าบอดกันไปหมดแล้วหรืออย่างไร?"

"ใช่แล้ว พวกเราไม่เชื่อหรอก!"

"คำพูดพวกนี้เอาไว้หลอกเด็กเถอะ คิดจะมาหลอกพวกเราหรือ? ข้าว่าท่านคิดผิดแผนเสียแล้ว"

ท่านอาเจิงเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นโบกไปมา พริบตาเดียว องครักษ์เงา นับร้อยนายก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านนอกจวนตระกูลเสิ่น กลิ่นอายอันน่าเกรงขามทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

และในวินาทีที่เหล่าองครักษ์เงาปรากฏตัวขึ้น ทหารองครักษ์ของจวนเจ้าเขตก็ชักกระบี่ออกมาด้วยความระแวดระวัง และชี้ปลายกระบี่ไปทางกลุ่มองครักษ์เงาทันที

ชั่วขณะนั้น บรรยากาศตึงเครียดราวกับลูกธนูที่ขึ้นสาย

ท่านอาเจิงยืนเอามือไพล่หลัง กวาดสายตาอันเย็นชาไปยังเหล่าผู้ฝึกตนที่มารวมตัวกัน เขาส่งเสียงหัวเราะหยัน "หินวิญญาณที่พวกเจ้าลงเดิมพันไว้ สามารถคืนให้พวกเจ้าได้ แต่เรื่องอื่นพวกเจ้าอย่าได้หวังเลย! หากพวกเจ้าไม่ยอมรับก็ย่อมได้ จวนตระกูลเสิ่นของพวกเราก็แค่ต้องเปลืองแรงเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยเท่านั้น"

เมื่อเหล่าผู้ฝึกตนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็พลันดูไม่ได้ในทันที

คำพูดนี้กำลังข่มขู่พวกเขาอยู่อย่างนั้นหรือ?!

ขุมกำลังโดยรวมของจวนตระกูลเสิ่นนั้นแข็งแกร่งมาก หากต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับจวนตระกูลเสิ่นทั้งหมด พวกเขาก็สู้ไม่ได้จริงๆ

ทว่าตอนนี้มีเจ้าเขตเซียวอยู่ด้วยทั้งคน!

มีคนหันไปทางเจ้าเขตเซียวแล้วกล่าวขึ้นทันทีว่า

"เจ้าเขตเซียว ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะขอรับ!"

เจ้าเขตเซียว กวาดตามองพวกเขาอย่างเย็นชา

"ให้ความเป็นธรรมเรื่องอันใด? ในหมู่พวกเจ้า ส่วนใหญ่ล้วนไปที่ลานประลองสัตว์เพราะชื่อเสียงของน้ำทมิฬกันทั้งนั้น ก่อนจะไปพวกเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันอันตราย?"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลายคนก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

พวกเขารู้ดีว่าน้ำทมิฬนั้นอันตราย แต่กลับคาดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ และทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้

ท่านอาเจิงคาดไม่ถึงว่าเจ้าเขตเซียวจะพูดเข้าข้างพวกเขา ในใจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จึงรีบเอ่ยสนับสนุนทันที

"เจ้าเขตเซียวกล่าวได้ถูกต้องแล้ว!"

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

"เจ้าเขตเซียว เรื่องนี้ซับซ้อนยิ่งนัก พวกเราเองก็เพิ่งรู้เมื่อวานนี้ ว่าองค์หญิงที่อยู่ร่วมกับพวกเรามาสามสิบกว่าปี กลับเป็นตัวปลอม เฮ้อ... พวกเราถูกนางหลอกจนหัวหมุน นางยังแอบใช้น้ำทมิฬทำให้ลานประลองสัตว์ทั้งหมดย่ำแย่ตกอยู่ในอันตราย โดยที่พวกเราไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เจ้าเขตเซียวก็รู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย

เจ้าเขตเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ไม่ว่าอย่างไร จวนตระกูลเสิ่นของพวกเจ้าก็หนีความผิดไม่พ้น!"

กล่าวจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปในจวนตระกูลเสิ่น

ท่านอาเจิงทำได้เพียงส่งสายตาให้คนข้างกาย เพื่อให้ไปตามตัวองค์หญิงมา

หลังจากนั้น ท่านอาเจิงก็พาเจ้าเขตเซียวเข้าไปในโถงหารือของจวนตระกูลเสิ่น

เหล่าผู้ฝึกตนที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกจวนตระกูลเสิ่นไม่ได้แยกย้ายกันไปเพราะเหตุนี้ แต่กลับยืนรออยู่กับที่

ภายในโถงหารือ

เจ้าเขตเซียวไม่ได้เลือกที่จะนั่งลง แต่กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่กลางโถง รูปร่างของเขาราวกับภูเขาลูกใหญ่ แผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามที่มิอาจมองข้ามได้

แต่หากสังเกตให้ดี จะพบว่าท่อนแขนซ้ายของบุรุษผู้นี้มีความผิดปกติแตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย

ท่านอาเจิงยิ้มและกล่าวว่า

"เจ้าเขตเซียว โปรดรอสักครู่ องค์หญิงของพวกเรากำลังมาขอรับ"

เจ้าเขตเซียวไม่ได้ตอบรับใดๆ

เวลาผ่านไปทีละน้อย ทว่าท่านอาเจิงกลับรู้สึกราวกับหนึ่งวันยาวนานดั่งหนึ่งปี เพราะแรงกดดันอันไร้รูปร่างบนร่างของเจ้าเขตเซียว เปรียบเสมือนภูเขาอันหนักอึ้งที่กดทับอยู่ในใจ ทำให้ผู้คนหายใจแทบไม่ออก

ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีคนเดินเข้ามา

ท่านอาเจิงเงยหน้าขึ้นมอง ม่านตาก็หดเกร็ง เหตุใดถึงเป็นเขาได้?!

เจ้าเขตเซียวดูเหมือนจะรับรู้ได้ เขาหันไปมองผู้มาเยือน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือบุรุษหนุ่มรูปงามที่มีอายุน้อยยิ่งนัก เขาสวมชุดสีม่วง เรือนผมสีดำถูกรวบไว้ด้วยปิ่นหยกแดงเพียงเล่มเดียว

เขายกยิ้มมุมปาก ดูหล่อเหลาราวกับปีศาจร้าย

เจ้าเขตเซียวขมวดคิ้วแน่น สัญญาณเตือนภัยในใจดังขึ้นทันที เพราะเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำยากจะหยั่งถึงของอีกฝ่าย

เขาเอ่ยปากถาม

"เจ้าคือ?"

เฟิงสิงเหยาหัวเราะเบาๆ

"เปิ่นจั้วคือว่าที่คู่บำเพ็ญเพียรขององค์หญิงแห่งจวนตระกูลเสิ่น เจ้ามีธุระอันใดก็สามารถพูดคุยกับเปิ่นจั้วได้เช่นกัน"

"ว่าที่คู่บำเพ็ญเพียร?"

ประกายความลังเลพาดผ่านนัยน์ตาของเจ้าเขตเซียว

"ไม่ใช่เสิ่นเช่อหรอกหรือ?"

"เสิ่นเช่อคู่ควรด้วยหรือ?"

รอยยิ้มบนใบหน้าของเฟิงสิงเหยาเลือนหายไป

เพียงชั่วพริบตานั้น เจ้าเขตเซียวก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า พร้อมกับคลื่นสังหารที่แผ่ซ่านออกมา

เจ้าเขตเซียวรวบรวมสติ จ้องมองไปยังเฟิงสิงเหยา และเอ่ยถาม

"เสิ่นเคอเล่า?"

"นางหลับอยู่"

เจ้าเขตเซียวถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

นี่มันหมายความว่าอย่างไร?

แววตาของเจ้าเขตเซียวเย็นเยียบลง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ข้าผู้เป็นเจ้าเขตต้องการพบเสิ่นเคอ หากนางไม่ปรากฏตัวมาอธิบายเรื่องลานประลองสัตว์ให้ข้าฟัง ก็อย่าหาว่าข้าขับไล่จวนตระกูลเสิ่นออกจากเขตที่เก้าก็แล้วกัน"

"โอ้?"

เฟิงสิงเหยาเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก

ส่วนท่านอาเจิงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็ทะมึนลงหลายส่วน และกล่าวว่า

"เจ้าเขตเซียว ท่านมาอยู่ที่เขตที่เก้าเพียงแค่สิบกว่าปีเท่านั้น ส่วนจวนตระกูลเสิ่นของพวกเราอยู่ที่เขตที่เก้ามาเนิ่นนานหลายปี ท่านมั่นใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือว่าจะสามารถถอนรากถอนโคนจวนตระกูลเสิ่นของพวกเราออกจากเขตที่เก้าได้?"

เจ้าเขตเซียวปรายตามองเขาอย่างเฉยชา

"ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้"

สิ้นคำพูด จิตสังหารบนร่างของท่านอาเจิงก็ทะลักออกมา ราวกับกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก พุ่งทะยานเข้าใส่เจ้าเขตเซียว

ทว่าเจ้าเขตเซียวกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เพียงแค่โบกมือเบาๆ แรงกดดันอันมหาศาลก็พวยพุ่งออกมา สยบจิตสังหารของท่านอาเจิงไว้ได้อย่างหมดจด!

ตู้ม

ท้ายที่สุด พลังอันไร้รูปร่างก็ระเบิดออกราวกับพายุ ซัดการปะทะของพวกเขาทั้งสองจนสลายไปในที่สุด

สถานการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบงัน ราวกับเวลาได้หยุดนิ่งลง

เจ้าเขตเซียวหันไปมองเฟิงสิงเหยาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

ได้ยินเพียงเขาเอ่ยว่า:

"อยากพบเสิ่นเคอ เช่นนั้นเจ้าก็นั่งรออยู่ที่นี่เถิด"

"รอ?"

เจ้าเขตเซียวขมวดคิ้ว การให้เขารอจนกว่าเสิ่นเคอจะตื่นนั้น ช่างไร้สาระสิ้นดี

ตอนนี้เขารู้สึกสงสัยในตัวตนของเฟิงสิงเหยาเป็นอย่างมาก เพราะอีกฝ่ายดูไม่เหมือนคนของแดนมืดเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงมีโอกาสสูงที่จะมาจากแดนเบื้องบน เขาจึงลองหยั่งเชิงถามดู

"ไม่ทราบว่าใต้เท้าคือผู้ใดกันแน่?"

เฟิงสิงเหยาถอนหายใจเบาๆ

"เปิ่นจั้วเพิ่งจะแนะนำตัวไปเมื่อครู่ไม่ใช่หรือ?"

สีหน้าของเจ้าเขตเซียวตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย

จวนตระกูลเสิ่นหาที่พึ่งพิงได้ดีจริงๆ

บุรุษชุดม่วงผู้นี้มีความแข็งแกร่งมาก เขาไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า

ท่านอาเจิงเองก็มองออกว่าเจ้าเขตเซียว กำลังหวาดหวั่นต่อท่านจุนซ่างผู้นี้ ความรู้สึกซับซ้อนพลันผุดขึ้นในใจ เขาแอบคิดในใจว่า พระสวามีที่องค์หญิงหามาเองนั้น พึ่งพาได้มากกว่าที่มหาราชครูหามาให้เสียอีก!

"เจ้าเขตเซียว มิสู้นั่งลงดื่มชาสักจอกก่อนดีหรือไม่?"

ท่านอาเจิงเอ่ยเชิญด้วยรอยยิ้มจอมปลอม

เมื่อเจ้าเขตเซียวได้ยินดังนั้น กลับพยักหน้าตอบรับ

ท่านอาเจิงรู้สึกสงสัยในใจ แต่ตอนนี้ก็ทำได้เพียงสั่งให้ข้ารับใช้ไปยกชามาให้เท่านั้น

ในระหว่างที่รอคอย เจ้าเขตเซียวได้ลองหยั่งเชิงเฟิงสิงเหยาอยู่หลายครั้ง

ทว่าเฟิงสิงเหยากลับไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใดๆ ให้อีกฝ่ายรู้เลยแม้แต่น้อย

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หลังจากที่เสิ่นเยียนตื่นขึ้นมา และได้รับแจ้งข่าว นางก็รีบรุดมาทันที

เมื่อนางก้าวเท้าเข้ามาในโถงหารือ สายตาของหลายคนก็จับจ้องไปที่นาง

วินาทีที่เจ้าเขตเซียวได้เห็นเสิ่นเยียน มือขวาที่ถือถ้วยชาอยู่ก็พลันไร้เรี่ยวแรง ถ้วยชาร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเพล้ง จากนั้นเขาก็ผุดลุกขึ้นยืน แววตาเผยถึงความตกตะลึงและไม่แน่ใจ

"เจ้า..."

จบบทที่ ตอนที่ 587 ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้

คัดลอกลิงก์แล้ว