- หน้าแรก
- คุณชายดื้อรั้นจะอัญเชิญแต่สไลม์
- บทที่ 29: คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ
บทที่ 29: คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ
บทที่ 29: คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ
บทที่ 29: คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ
"นายคิดว่าสัตว์อสูรแรงก์ S เป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้หลังบ้านหรือไง?"
"นึกอยากจะจับก็จับได้ตามใจชอบงั้นเหรอ?!"
จางอู่ดุด้วยความหงุดหงิด
"แล้วไม่งั้นล่ะ?"
"การจับสัตว์อสูรแรงก์ S มันยากมากเหรอครับ?"
จางจ้านถามกลับด้วยความใสซื่อ
เขาสามารถสังหารมังกรเวททมิฬได้ในกระบวนท่าเดียว และในระหว่างการประลอง เขาก็โค่นสัตว์อัญเชิญแรงก์ S ได้ในพริบตาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
จางจ้านไม่รู้สึกเลยจริงๆ ว่าสัตว์อสูรแรงก์ S นั้นจับยากตรงไหน
เจิ้งซิ่วหลานลูบหัวจางจ้านด้วยความเอ็นดู
จากนั้นเธอก็หันไปถลึงตาใส่จางอู่ผู้เป็นต้นเรื่องอย่างดุดัน ก่อนจะอธิบายกับจางจ้านอย่างใจเย็น
"จางจ้าน ลูกยังไม่เคยจับสัตว์อสูรมาก่อน ลูกเลยไม่รู้"
"สัตว์อสูรระดับสูงล้วนอาศัยอยู่ในดินแดนลับระดับสีเหลือง"
"และภายในดินแดนลับ นอกจากสัตว์อสูรแล้ว ก็ยังมีอันตรายสารพัดรูปแบบ"
"หากเกิดเหตุร้ายเพียงเล็กน้อยก็อาจมีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่หากเป็นเรื่องใหญ่ก็อาจถึงขั้นตายยกขบวน ความเสี่ยงนั้นสูงมากทีเดียว"
จางเหวินจงพยักหน้า
"การจับสัตว์อสูรคือวิธีหนึ่ง และพวกเราก็มีหินฝึกอสูรด้วย แต่สำหรับเรื่องกำลังคน..."
"ปล่อยหน้าที่นี้ให้เป็นของพวกเราเองครับ!"
เสียงของผู้บัญชาการจวงดังแทรกขึ้นมาทันที
ทุกคนหันไปมองและเห็นผู้บัญชาการจวงยืดอกพร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"สมาชิกกองกำลังป้องกันตนเองของเราทุกคนเตรียมใจที่จะเสียสละเพื่อเมืองหลินมาตั้งนานแล้วครับ!"
"การปกป้องเมืองหลินคือหน้าที่อันพึงกระทำของพวกเรา!"
ยังไม่ทันที่จางเหวินจงจะตอบสนอง กัปตันในชุดเครื่องแบบอีกหลายคนก็วิ่งเข้ามา
พวกเขารีบคว้าคอเสื้อของหัวหน้าจวงทันที
"หัวหน้าจวง แบบนี้มันไม่แฟร์นี่นา! คุณจะฮุบความดีความชอบไว้ให้ทีมตัวเองทีมเดียวเลยหรือไง!"
"ท่านเจ้าเมือง พวกเราก็อยู่นี่ครับ! ให้กองทหารรักษาการณ์ของเราเข้าร่วมด้วยเถอะ! เพื่อเมืองหลินแล้ว พวกเราพร้อมเผชิญหน้ากับความตายเยี่ยงการกลับบ้าน!"
"แล้วก็กองกำลังป้องกันเมืองของเราด้วย!"
"และก็พวกเรา..."
จางจ้านถึงกับอึ้งกิมกี่
เขาเคยเห็นแต่คนแย่งชิงความดีความชอบ แต่ไม่เคยเห็นคนแย่งกันไปตายมาก่อน
เมื่อครู่นี้ เจิ้งซิ่วหลานเพิ่งจะบอกไปหยกๆ ว่าการเข้าไปในดินแดนลับระดับสีเหลืองมันเป็นเรื่องที่อันตรายสุดๆ!
หากเกิดเหตุร้ายเพียงเล็กน้อยอาจบาดเจ็บล้มตาย แต่ถ้าเรื่องใหญ่ก็อาจตายยกขบวน นั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะ!
"เรื่องดีๆ แบบนี้จะไม่มีพวกเราได้ยังไง!"
คาดไม่ถึงเลยว่า คนบนเวทียังแย่งกันไม่เสร็จ
ผู้ชมด้านล่างก็เริ่มฮึกเหิมขึ้นมาด้วย!
"การปกป้องเมืองหลินเป็นความรับผิดชอบของทุกคน!"
"ลูกผู้ชายแห่งเมืองหลิน มีสิ่งใดต้องกลัวการบาดเจ็บล้มตาย!"
"ท่านเจ้าเมือง นับผมเข้าไปด้วย!"
"ฉันด้วย ฉันด้วย!"
"แล้วก็สามีฉันด้วย ฉันขอลงชื่อแทนสามี!"
จางจ้านยืนตะลึง เขามองดูผู้คนที่กำลังแย่งชิงพื้นที่ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจอย่างประหลาด
จางเหวินจงในฐานะเจ้าเมือง ยิ่งน้ำตาคลอเบ้า
"ดี ดี ดีมาก ผู้ที่มีใจมุ่งมั่น พรุ่งนี้ทุกคนไปรายงานตัวที่สำนักงานเกณฑ์ทหารได้เลย!"
"ถึงเวลานั้น เราจะคัดเลือกบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดเพื่อไปทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ!"
พูดจบ จางเหวินจงก็ 'ปัง' หลอมรวมร่างเข้ากับอาพ่าง กลายร่างเป็นกังฟูแพนด้าสูงสามเมตร
เขาตีลังกากลางอากาศหลายตลบ พลิกตัวอย่างคล่องแคล่วขึ้นไปบนจุดสูงสุดของเมืองหลิน
ผู้ควบคุมอสูรโคมไฟในลานประลองช่างรู้ใจ ส่องแสงไฟไปที่จางเหวินจงอย่างแม่นยำ
ณ จุดสูงสุดของเมืองหลิน เขากลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาของทุกคน
จางเหวินจงชูจอกเหล้าในมือขึ้น กลิ่นอายของเขาพวยพุ่งดั่งสายรุ้ง
"คืนนี้ ดื่มจอกนี้ให้หนำใจกันไปเลย!"
"เราจะไม่เลิกราจนกว่าจะเมา!"
"แด่เมืองหลิน!"
"แด่เมืองหลิน!!!"
คำกล่าวเพียงคำเดียว แต่มีเสียงนับร้อยตอบรับ มันเป็นเช่นนี้นี่เอง
…
หลังจากค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง แม้แต่ในจวนเจ้าเมืองก็ยังมีทหารองครักษ์นอนเมาแอ้งแม้งอยู่ทุกที่
จางจ้านเดินข้ามร่างคนที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นอย่างระมัดระวัง
เขาถือถาดอาหารเดินมาที่ห้องของหลินหราน
"ขอบใจนะ"
หลินหรานตื่นอยู่ก่อนแล้ว
เธอรับอาหารที่จางจ้านนำมาให้ไปกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ห่วงภาพพจน์เลยแม้แต่น้อย
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ หลินหรานก็เปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆ ของเธอ
มองจากไกลๆ เธออดยังกับสาวใช้ธรรมดาคนหนึ่ง
แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ ก็จะสังเกตเห็นใบหน้าที่งดงามหมดจดและผิวพรรณที่ไร้ที่ติ เนียนนุ่มจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้
ทว่าไม่ว่าจะมองยังไง เธอก็ดูไม่เหมือนปรมาจารย์กระบี่ที่สามารถผ่ามังกรปีศาจได้ในดาบเดียวเลยสักนิด
"มองอะไรอยู่เหรอ? ฉันสวยมากเลยหรือไง?"
"หืม? อะไรนะ?"
"เมื่อวานพวกเขาทั้งหมดบอกว่าฉันเหมือนนางฟ้า นายคิดว่าไงล่ะ?"
"แค่กๆ..." จางจ้านแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง
ส่วนหลินหรานก็ยังคงมองจางจ้านด้วยสายตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์
เธอไม่เข้าใจ เธอแค่พูดความจริง ทำไมจางจ้านถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้นล่ะ?
จางจ้านถึงกับพูดไม่ออก
ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้เป็นแค่พวกหลงทิศ แต่ยังเป็นพวกซื่อบื้อเรื่องอารมณ์ที่มีอีคิวติดลบอีกด้วย
เขาเลิกใส่ใจเรื่องพวกนี้และบอกจุดประสงค์ที่มาหาทันที
"ตอนที่ฉันให้น้ำยาฟื้นฟูไป เธอเคยบอกว่าจะรับปากฉันเรื่องหนึ่ง ยังจำได้ไหม?"
หลินหรานซึ่งมีซาลาเปาเต็มปากพยักหน้ารับ
"อีกเดี๋ยวฉันจะไปที่ดินแดนลับ ฉันอยากให้เธอรับปากว่า ตอนที่ฉันไม่อยู่ เธอจะยังคงอยู่ที่เมืองหลิน"
"เผื่อมีศัตรูที่แข็งแกร่งบุกมา อย่างน้อยก็ช่วยถ่วงเวลาให้พ่อแม่ฉันอพยพได้อย่างปลอดภัย"
หลินหรานกลืนซาลาเปาลงคอแล้วชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
"ขอน้ำยาฟื้นฟูอีกถังนึง"
"ถังเบ้อเริ่มของเมื่อวานใช้หมดแล้วเหรอ?" จางจ้านประหลาดใจ
หลินหรานเหลือบมองอาหม่านที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ "ช่วงหลายปีมานี้ เด็กคนนี้สูญเสียพลังไปเยอะมากน่ะ"
จางจ้านมองตามสายตาของหลินหราน อาหม่านในยามหลับใหลดูเด็กลงยิ่งกว่าตอนที่พบกันครั้งแรกเสียอีก
"หมอนั่นหลานซิงเฉินก็ใจจืดใจดำเกินไปหน่อยมั้ง? ใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมายนี่นา!"
"เด็กคนนี้โตเป็นผู้ใหญ่หรือยังเนี่ย?"
หลินหรานส่ายหน้า "ดูจากอายุกระดูกแล้ว น่าจะยังขาดอีกไม่กี่เดือนนะ"
จางจ้านลูบคางด้วยความสงสัย "จะว่าไป หมอนี่น่าจะเป็นลูกน้องคนเก่งของหลานซิงเฉินไม่ใช่เหรอ?"
"ทำไมเขาถึงไม่พากลับไปด้วยล่ะ?"
หลินหรานมองอาหม่าน คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"ตอนที่ฉันบอกผู้ชายแซ่หลานคนนั้นว่าอาหม่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่สามปี เขาก็โยนหมอนี่มาให้ฉันเลย"
"เขาบอกว่า 'คนที่กำลังจะตายไม่มีค่าอะไรเลยสักนิด ฉันไม่เคยเก็บขยะไว้ข้างกายหรอก!'"
จางจ้านพยักหน้า "ฟังดูเหมือนคำพูดที่หลานซิงเฉินจะพูดออกมาเป๊ะเลย"
หยุดไปครู่หนึ่ง หลินหรานก็พูดต่อ
"ตอนที่ผู้ชายแซ่หลานเดินจากไป เขาก็พูดกับฉันอีกประโยคนึงด้วยนะ"
"เขาบอกว่า 'แม่นางหลิน ถ้าเป็นไปได้ โปรดช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสักสองสามวันเถอะ...'"
จางจ้านพยักหน้าตาม "ด้วยนิสัยหยิ่งยโสปากแข็งของเขา การที่ยอมพูดออกมาขนาดนี้..."
"ดูเหมือนเขากับเด็กคนนี้จะยังพอมีความผูกพันกันอยู่บ้างนะ"
จางจ้านยกน้ำยาฟื้นฟูถังใหญ่สองถังออกมาจากแหวนมิติ
"เอ้านี่ ให้เธอ!"
"คนเราต้องรักษาคำพูดเสมอ"
"ถ้าไม่พอ รอฉันกลับมาแล้วค่อยมาขอเพิ่มก็แล้วกัน"
"เท่าไหร่" หลินหรานจ้องหน้าจางจ้านตรงๆ แล้วถาม
เธอเตรียมตัวที่จะหยิบแก่นอสูรสารพัดชนิดออกมาจากแหวนมิติแล้ว
เธอได้ยินมาว่าของพวกนี้มีมูลค่าไม่น้อย และตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอก็เก็บสะสมไว้ได้เยอะแยะจากการออกล่าเพื่อเสี่ยวไป๋
จางจ้านฉีกยิ้มกว้าง "น้ำยาฟื้นฟูของฉันมีไว้แจก ไม่ได้มีไว้ขาย"
"จำไว้นะ ว่าเธอติดหนี้บุญคุณฉัน"
จางจ้านโบกมืออย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินออกจากห้องไป
หลินหรานมองน้ำยาฟื้นฟูสองถังตรงหน้าแล้วทอดถอนใจเบาๆ
เดิมทีเธอสัญญากับเสี่ยวไป๋ไว้ว่า ถ้ามันหายดีเมื่อไหร่จะพามันออกเดินทางท่องโลกกว้าง
ดูเหมือนว่าแผนการนี้จะต้องถูกเลื่อนออกไปอีกแล้ว
จางจ้านผลักประตูใหญ่ของจวนเจ้าเมืองเปิดออก
ดวงอาทิตย์ยามเช้าเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า แสงแดดแรกจากทิศตะวันออกสาดส่องเฉียงๆ เข้ามา
จางจ้านลดมือที่ใช้บังแดดลง
ที่ด้านนอกประตู เหล่าสมาชิกกองทหารองครักษ์ผู้ไม่ได้แตะต้องสุราเลยแม้แต่หยดเดียวเมื่อวานนี้ ได้เตรียมตัวพร้อมรบอย่างเต็มที่แล้ว!