เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 การอัปเกรด

บทที่ 16 การอัปเกรด

บทที่ 16 การอัปเกรด


บทที่ 16 การอัปเกรด

สรุปแล้วการอัปเกรดผลผลิตในตัวเลือกแรกมันหมายความว่ายังไงกันแน่

'หรือว่าลานสุสานจะสามารถให้กำเนิดอันเดดสายพันธุ์อื่น นอกเหนือจากทหารโครงกระดูกได้งั้นรึ'

เฟนวิเคราะห์จนได้ข้อสรุป และตัดสินใจเลือกในเสี้ยววินาทีเดียวกัน

"อัปเกรดผลผลิต!"

เขาไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงตะโกนออกมา ทันทีที่เฟนตัดสินใจ ลานสุสานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลัน อันที่จริง อาณาเขตของมันก็แค่ขยายตัวกว้างขึ้น ผืนดินสีดำทมิฬลุกลามกลืนกินดงวัชพืชและต้นไม้รอบข้าง ต้นไม้ใบหญ้าใดก็ตามที่สัมผัสกับผืนดินสีดำ ล้วนแปรสภาพกลายเป็นกองเถ้าถ่านด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็น

มันเป็นพลังอำนาจที่ดุดันและไร้ปรานี จนเฟนต้องเผลอก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยสัญชาตญาณ เมื่อลานสุสานขยายตัวจนมีขนาดเทียบเท่ากับสนามวอลเลย์บอลหนึ่งสนามครึ่ง การเจริญเติบโตของมันก็หยุดลง ในสายตาของเฟน ข้อมูลของลานสุสานก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน

ลานสุสาน ระดับที่ 2

ผลผลิต ทหารโครงกระดูก นักรบโครงกระดูก โอกาสต่ำ

กำลังการผลิต 12

ความจุสูงสุด 100

เงื่อนไขการอัปเกรด 200 พลังศรัทธา

"ปัดโธ่เว้ย สุดท้ายมันก็มีแค่พวกโครงกระดูกเหมือนเดิมนี่หว่า!"

เฟนรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย เมื่อดูจากคำอธิบายแล้ว เจ้านักรบโครงกระดูกนี่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะโผล่ออกมาทุกรอบเสียด้วย มันมีเพียงแค่โอกาสต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่จะตะเกียกตะกายคลานขึ้นมาจากลานสุสานในแต่ละรอบสัปดาห์ ส่วนไอ้คำว่าโอกาสต่ำที่ว่านั้นมันต่ำขนาดไหน เฟนก็คงต้องรอลุ้นเอาเองจากหน้างาน

นั่นยังเป็นแค่ปัญหาจุกจิกกวนใจ แต่สิ่งที่ทำให้เฟนรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ คือเรื่องอื่นต่างหาก

"การอัปเกรดขั้นต่อไปต้องใช้พลังศรัทธาสองร้อยแต้ม มันเบิ้ลราคาขึ้นมาเท่าตัวเลยนี่หว่า แล้วขั้นต่อไปมันจะเบิ้ลราคาขึ้นไปอีกไหมเนี่ย"

ไอ้ระบบนี่มันหน้าเลือดและโลภมากจริงๆ ถ้าไม่เบิ้ลราคาก็คงผิดผีไปแล้ว และก็เป็นไปตามที่เฟนคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด หลังจากที่เขากัดฟันถลุงพลังศรัทธาอัปเกรดลานสุสานไปอีกขั้น ตัวเลขพลังศรัทธาที่ต้องการในรอบถัดไปก็พุ่งพรวดขึ้นไปแตะระดับความน่ากลัวที่สี่ร้อยแต้ม

ในครั้งนี้ เขาเลือกที่จะอัปเกรดความจุสูงสุด เนื่องจากเขาแทบจะไม่สูญเสียกำลังรบเลยในการเดินทางออกจากป่าครั้งล่าสุด โควตากองทัพของเขาในตอนนี้จึงเกือบจะเต็มความจุอยู่แล้ว พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันครบรอบเจ็ดวันสำหรับการผลิตรอบใหม่ เฟนย่อมไม่มีทางยอมปล่อยให้ผลผลิตต้องสูญเปล่าไปเฉยๆ แน่นอน

ไอ้หมอนี่มันแผ่รังสีความขี้เหนียวออกมาจากทุกอณูขุมขน ทว่าสิ่งที่ทำให้เฟนต้องหัวเสียกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

"แล้วทำไมโควตาความจุสูงสุดมันถึงไม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัววะ"

เขาเลือกอัปเกรดความจุสูงสุด โดยแอบคาดหวังว่าเพดานความจุจะขยายเป็นสองร้อยตน แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนหน้าต่างข้อมูลของลานสุสานระดับอัปเกรดกลับแสดงให้เห็นว่า

ลานสุสาน ระดับที่ 3

ผลผลิต ทหารโครงกระดูก นักรบโครงกระดูก โอกาสต่ำ

กำลังการผลิต 12

ความจุสูงสุด 150

เงื่อนไขการอัปเกรด 400 พลังศรัทธา

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การอัปเกรดความจุสูงสุดนั้นมอบโบนัสเพิ่มให้เพียงแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น การกดอัปเกรดรัวๆ สองครั้งซ้อนได้สูบพลังศรัทธาของเฟนไปถึงสามร้อยแต้ม เขาไม่มีปัญญาจะจ่ายสำหรับการอัปเกรดครั้งที่สามแล้ว และเมื่อลานสุสานระดับสามไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่วาดฝันไว้ เฟนก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

"เวรเอ๊ย กินจุแต่ให้ผลผลิตน้อยนิด ไอ้ระบบนี่มันขี้เหนียวยิ่งกว่าฉันเสียอีก!"

ถึงปากจะบ่นอุบ แต่เมื่อลองคิดคำนวณอย่างถี่ถ้วนแล้ว การอัปเกรดฐานเดิมก็ยังคงคุ้มค่าและประหยัดกว่าการอัญเชิญลานสุสานแห่งใหม่อยู่ดี อย่างน้อยที่สุด หลังจากการอัปเกรด เฟนก็ยังมีพลังศรัทธาเหลือติดกระเป๋าอยู่อีกเกือบสองร้อยแต้ม

ขอเพียงแค่ออกแรงอีกนิดหน่อย หรือไม่ก็นอนตีพุงรอไปอีกสักพัก เขาก็จะสามารถรวบรวมพลังศรัทธาได้มากพอที่จะอัญเชิญลานสุสานแห่งใหม่ได้อย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้เขานอนหายใจทิ้งไปวันๆ โดยไม่ทำอะไรเลย เฟนก็ยังมีพลังศรัทธาไหลเข้ากระเป๋าวันละสิบกว่าแต้มอยู่ดี

และตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นในทุกๆ วัน เห็นได้ชัดเลยว่าโรเจอร์และเดมอนไม่ได้อู้งาน พวกเขาฉวยโอกาสจากสถานการณ์ที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังรอการฟื้นฟู และชาวบ้านกำลังตกอยู่ในสภาวะสับสนไร้ที่พึ่ง ทำการล้างสมองและเผยแผ่พระวจนะของราชันนิรันดร์อย่างแข็งขัน

"แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าการนอนรอรับชัยชนะ นี่แหละคือของจริง!"

เฟนนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะบูชาแท่นพิธีภายในวิหารทรุดโทรม เขาเลือกที่จะทิ้งตัวนอนราบเป็นผักอย่างแท้จริง นี่คือกิจวัตรประจำวันของเขา กินให้อิ่ม ดื่มให้เมา นอนตีพุง และรอคอยความตาย หลังจากที่พวกชาวบ้านช่วยกันปะผุและซ่อมแซมหลังคาให้ใหม่ เฟนก็รู้สึกว่าการนอนแผ่หลาอยู่ที่นี่มันสบายขึ้นเป็นกอง

"น่าเสียดายจัง ยังขาดอะไรไปอย่างหนึ่งนะ"

ขาดอะไรไปน่ะรึ เมื่อหนังท้องตึงและร่างกายอบอุ่น มนุษย์เราก็ย่อมเกิดกิเลสและตัณหา มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชน สิ่งที่ขาดหายไปก็ย่อมต้องเป็นอิสตรีอย่างไรเล่า แต่น่าเสียดาย ทันทีที่เฟนนึกถึงรูปร่างหน้าตาและสภาพของบรรดาสาวชาวนาพวกนั้น อารมณ์ทางเพศของเขาก็หดหายและดับวูบลงในทันที

เคยผ่านการพบเห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในโลกเก่ามาก็ตั้งมากมาย เฟนจึงไม่สามารถงัดอารมณ์ความรู้สึกใดๆ มาพิศวาสหญิงชาวนาที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับดินกับโคลนเพื่อหาของกินประทังชีวิตได้ลงคอ

"สักวันหนึ่ง ถ้าฉันมีโอกาสได้ฉุดพวกลูกคุณหนูขุนนางหรือไม่ก็เจ้าหญิงสักสองสามคนมาเล่นสนุกด้วย ชีวิตนี้คงจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเลยว่ะ!"

พระเจ้ายอด ไอ้หมอนี่คงจะชินชาและเสพติดการใช้ชีวิตเยี่ยงคนเถื่อนไปแล้วจริงๆ ถึงได้มีความคิดความอ่านป่าเถื่อนไร้อารยธรรมได้ขนาดนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องผู้หญิง เฟนไม่คิดจะใช้วิธีเกี้ยวพาราสีให้เสียเวลา เขาคิดแต่จะใช้กำลังฉุดคร่ามาดื้อๆ หากบรรดาสาวกสิทธิสตรีและพวกผู้ชายสายเปย์ในยุคหลังได้รับรู้ถึงความคิดอันชั่วช้าของเฟนล่ะก็ เขาคงถูกรุมถ่มน้ำลายใส่จนจมน้ำตาย แค่คิดระยำแบบนี้ก็สมควรจะถูกรุมด่าจนแห้งตายไปแล้ว

ในคืนนั้นเอง เฟนก็ฝันร้าย เขาฝันว่าตัวเองได้เดินทางกลับไปยังโลกมนุษย์ จากนั้น เนื่องจากวีรกรรมอันบัดซบที่เขาเคยก่อไว้ในต่างโลกถูกแฉจนหมดเปลือก เขาจึงถูกพวกผู้หญิงและบรรดาผู้ชายสายเปย์รุมประชาทัณฑ์กระทืบตายคากลางถนน

"โคตรสยองเลย ดีนะที่เป็นแค่ความฝัน! โชคดีจริงๆ ที่นี่ไม่ใช่โลกเก่า และที่นี่ก็ไม่มีพวกนักรบสิทธิสตรีมาคอยจ้องจับผิดด้วย!"

แม้จะตื่นจากฝันแล้ว เฟนก็ยังคงมีอาการหวาดผวาหลงเหลืออยู่ แต่ดูเหมือนเขาจะลืมไปว่า ความรู้ความเข้าใจที่เขามีต่อโลกใบนี้มันช่างคับแคบและตื้นเขินเพียงใด เฟนจะไปรู้ได้อย่างไรว่าโลกนี้ไม่มีนักรบสิทธิสตรี หากเฟนมีโอกาสได้เข้าไปคลุกคลีและติดต่อกับกลุ่มผู้วิเศษของโลกใบนี้ เขาก็จะได้รู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้

ในโลกใบนี้ แท้จริงแล้วมีกลุ่มองค์กรที่ถูกขับเคลื่อนและนำโดยผู้หญิงดำรงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในเขตปกครองของท่านเคานต์ที่เขาอาศัยอยู่ ก็ยังมีกลุ่มแม่มดขนาดย่อมๆ แฝงตัวอยู่ด้วย พวกเธอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเวทมนตร์ให้กับท่านเคานต์ และในขณะที่กำลังกอบโกยผลประโยชน์และอำนาจ พวกเธอก็คอยแผ่ขยายอิทธิพลของตนเองไปอย่างเงียบๆ

ภายในดินแดนของท่านเคานต์ ขุนนางผู้มีอำนาจและบารมีทุกคนต่างก็มีสมาชิกจากกลุ่มแม่มดคอยขนาบข้างกาย ในบรรดาแม่มดเหล่านั้น มีแม่มดฝีมือฉกาจระดับหัวกะทิรวมอยู่ด้วยไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่น ท่านบารอนบอร์กโดซ์เองก็มีที่ปรึกษาแม่มดคอยติดตามรับใช้ และเธอก็มักจะร่วมเดินทางไปพร้อมกับกองทัพของบารอนในทุกๆ ปฏิบัติการทางทหาร

บนสมรภูมิรบ เธอมีหน้าที่คอยสนับสนุนและรับใช้ท่านบารอน และโชคชะตาก็ช่างเล่นตลก เมื่อกองทัพผิวเขียวที่นำโดยไอออนเฮดซึ่งกำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ดันไปเดินเตะตอเข้าอย่างจังกับผู้หญิงคนนี้ และแล้ว ความฝันอันยิ่งใหญ่ในการเป็นมหาขุนศึกของออร์คไอออนเฮด ก็ถูกผู้หญิงคนนี้แผดเผาจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านด้วยเปลวเพลิงเพียงสายเดียว

"หึ ไอ้พวกเดรัจฉานโสโครก พวกแกมันก็คู่ควรกับการมีชีวิตเน่าๆ เหมือนหนูในรูที่มืดมิดและอับชื้นเท่านั้นแหละ หรือไม่ก็เหมือนไอ้พวกคนป่าคนเถื่อน ที่เอาแต่ซุกหัวหดคออยู่ในซากปรักหักพังและผืนป่า ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ อย่างน่าสมเพช"

เจ้าของเสียงหยิ่งยโสนี้คือแม่มดสาวผู้มีเรือนผมยาวสีแดงเพลิง ทว่าริมฝีปากของเธอนั้นบางเฉียบ และเส้นขอบปากก็ชัดเจนจนดูแข็งกระด้าง ดวงตาของเธอเฉียงขึ้นเล็กน้อย โหนกแก้มสูงปรี๊ด หากประเมินจากโหงวเฮ้งแล้ว เธอจัดอยู่ในประเภทของผู้หญิงที่ร้ายกาจและขี้เหวี่ยงขี้วีนอย่างแท้จริง และเธอก็ไม่เคยรู้จักคำว่ามารยาทหรือความสุภาพเลยเวลาที่เอ่ยปากพูด

โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ คำด่าทอเหยียดหยามของเธอได้ไปกระทบกระเทียบและล่วงเกินเฟน ที่กำลังซุกหัวหดคอใช้ชีวิตเยี่ยงคนเถื่อนอยู่ในป่าลึกเข้าอย่างจัง เมื่อต้องออกคำสั่งกับบรรดาลูกน้องใต้บังคับบัญชา เธอก็มักจะใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวและบีบบังคับอยู่เสมอ

"พวกเจ้า จงกระจายกำลังออกไปค้นหาตามเส้นทางที่พวกมันเดินทัพมา อย่าให้เล็ดลอดสายตาไปได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว ไปลากคอหาพิกัดรังของพวกมันมาให้ข้าให้จงได้"

ทั้งๆ ที่ท่านบารอนบอร์กโดซ์ก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นแท้ๆ แต่แม่มดสาวกลับสั่งการข้ามหน้าข้ามตาราวกับว่าตัวเธอเองคือผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ และประเด็นสำคัญก็คือ ตัวท่านบารอนเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองหรือขัดข้องใจเลยสักนิด เมื่อเห็นว่าเหล่าทหารใต้บังคับบัญชายังคงยืนนิ่งอึ้ง เขาถึงขั้นเอ่ยปากตวาดด่าทอทหารของตนเอง

"พวกเจ้าไม่ได้ยินคำสั่งของท่านอาจารย์หรืออย่างไร มัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไสหัวไปจัดการสิวะ!"

เมื่อได้รับคำสั่งสายตรงจากท่านบารอน ผู้ติดตามถึงได้กล้าขยับตัวนำคำสั่งไปถ่ายทอดต่อ ทว่าเห็นได้ชัดเลยว่าความลังเลใจและท่าทีอึกอักของผู้ติดตามเมื่อครู่นี้ ได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับแม่มดสาวเข้าเสียแล้ว

"ท่านบารอนบอร์กโดซ์ หากแม้แต่เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ยังต้องรอให้ท่านเป็นคนออกคำสั่งซ้ำอีกรอบ ดูเหมือนว่าข้าคงจะหวังได้รับความเคารพยำเกรงจากที่แห่งนี้ได้ยากเสียแล้วล่ะกระมัง ข้าคิดว่ามันคงถึงเวลาที่ข้าจะต้องพิจารณาเรื่องการถอนตัวจากที่นี่เสียที"

นังแพศยานี่กำลังเล่นเกมแสร้งถอยเพื่อเรียกร้องความสนใจ หากเป็นเฟนมาเห็นล่ะก็ เขาคงมองทะลุกลเม็ดปัญญาอ่อนนี้ได้ในพริบตา และคงจะตบสั่งสอนหล่อนฉาดใหญ่เข้าให้แล้ว ทว่าท่านบารอนบอร์กโดซ์นั้น แม้จะมีบรรดาศักดิ์สูงส่ง แต่ลักษณะนิสัยของเขากลับดูน่าสมเพชและไร้ศักดิ์ศรี หากจะให้ใช้คำศัพท์จากโลกเก่าของเฟนมาจำกัดความล่ะก็ ไอ้บารอนนี่มันก็คือไอ้ผู้ชายสายเปย์คลั่งรักที่ยอมศิโรราบให้ผู้หญิงจนหมดรูปดีๆ นี่เอง


จบบทที่ บทที่ 16 การอัปเกรด

คัดลอกลิงก์แล้ว