เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 มังกรห้าเศียร

บทที่ 36 มังกรห้าเศียร

บทที่ 36 มังกรห้าเศียร


บทที่ 36 มังกรห้าเศียร

บนซากยานรบที่มังกรแดงใช้กรงเล็บตะปบไว้ ชายหนุ่มผมสีขาวแซมเขียวหันคอมามองทางทิศที่ฮอร์นและคาเรนหลบซ่อนอยู่แวบหนึ่ง แต่เขากลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย

เมื่อครู่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เหมือนกับตัวเอง ทว่าความรู้สึกนั้นดำรงอยู่เพียงชั่วพริบตา ก่อนจะจางหายไปในวินาทีถัดมา

ในระหว่างที่เขากำลังใช้ความคิด สมองหลักของอิลลิธิดก็ส่งคลื่นพลังจิตเข้ามา ชายหนุ่มจึงกลับไปอยู่ในสภาพไร้สติสัมปชัญญะดังเดิม แล้วค่อยๆ ร่อนตัวลงสู่สิ่งก่อสร้างรูปพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมที่อยู่เบื้องล่างไปพร้อมกับซากยาน

"มังกรแดงนั่นมันต้องการจะทำอะไรกันแน่?"

ฮอร์นซึ่งหลบอยู่ในสนามเพลาะกำลังร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก

เบื้องหลังของเขามีแมกม่ากำลังไหลร่มเข้ามาหา แล้วเขาจะไม่ร้อนรนได้อย่างไรกัน

ทว่าเพื่อไม่ให้ถูกมังกรแดงพบตัว ฮอร์นยังไม่อาจพรวดพราดออกไปได้

เขาเฝ้ารอจนกระทั่งมังกรแดงพาซากยานรบไปจนถึงอีกด้านหนึ่งของพีระมิดนั่นเอง ถึงได้รีบตะเกียกตะกายออกจากสนามเพลาะแล้ววิ่งตรงไปยังฐานของพีระมิดทันที

กลิ่นอายมังกรที่อบอวลไปทั่วทิศทำให้ทุกย่างก้าวของเขาลำบากเป็นอย่างยิ่ง

หากไม่ใช่เพราะพละกำลังที่เพิ่มขึ้นจากเกราะพลังเวท ป่านนี้เขาคงทรุดตัวกองลงกับพื้นไปแล้ว

ทางด้านหลัง คาเรนสลบเหมือดไปเพราะทนรับแรงกดดันจากกลิ่นอายมังกรไม่ไหว

ฮอร์นเริ่มรู้สึกว่าอาชีพซอร์เซอเรอร์นี่มันช่างเป็นอาชีพที่ซวยสิ้นดี

แค่ได้รับถ่ายทอดสายเลือดมังกรมาเพียงนิดเดียว ไม่เพียงแต่ร่างกายและค่าสถานะอื่นๆ จะไม่เห็นว่าเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่ แต่เจ้าสถานะติดลบที่ทำให้ตัวสั่นงกเมื่อเจอหน้ามังกรเนี่ย มันคือหายนะชัดๆ

"สมองหลักของอิลลิธิด เริ่มทำพิธีกรรมของเจ้าได้แล้ว!"

เสียงกึกก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโถงว่างภายในภูเขา แรงสั่นสะเทือนทำให้รอยแยกของโขดหินพ่นแมกม่าออกมามากขึ้น

คะแนนวิชาภาษาดราก้อนของฮอร์นอาจจะไม่ค่อยดีนัก แต่โชคยังดีที่ก๊าบๆ รีบพลิกเปิดตำราที่เกี่ยวข้องแล้วแปลความหมายส่งตรงเข้าสู่สมองของฮอร์นได้ทันท่วงที

『สิ่งที่ฉลาดที่สุดที่ข้าเคยทำในชีวิตนี้ ก็คือการสร้างเซอร์โวสกัลเอาไว้ก่อนเนี่ยแหละ』

ฮอร์นรู้สึกขอบคุณการตัดสินใจในอดีตของตนเอง เขาสุ้มอยู่ใต้พีระมิดด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

คำพูดของมังกรแดงแฝงไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก ทว่าเขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของมันคืออะไร

พิธีกรรมนี้มีไว้เพื่ออะไร? ทำไมมังกรแดงถึงร่วมมือกับสมองหลักของอิลลิธิดได้?

หากไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ การตัดสินใจผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้เขากับคาเรนตกนรกหมกไหม้ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด

ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิเคราะห์อะไร มังกรแดงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"นี่คือมนุษย์แปดคน พวกเขาคงจะร่วงหล่นมาจากยานรบของเจ้าพอดี นำมาใช้เป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมเสีย"

"ข้าน่ะใจกว้างนะ ส่วนร่างกายที่เจ้าใช้อยู่ตอนนี้ ข้าจะไม่นับรวมเป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมหรอก"

เมื่อเห็นข้อมูลที่ก๊าบๆ แปลให้ ฮอร์นก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือปวดหัวดี

ที่น่ายินดีคือ ในดินแดนรกร้างแห่งภูตยังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ อยู่อีกจริงๆ

ทว่าคนเหล่านั้นกลับถูกมังกรแดงจับตัวมา และดูเหมือนจะต้องมารับเคราะห์ในพิธีกรรมประหลาดของสมองหลักอิลลิธิด

คนกลุ่มนี้เดิมทีควรจะกระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ ของดินแดนรกร้างแห่งภูต แต่สุดท้ายกลับถูกมังกรแดงกวาดต้อนมาไว้ที่นี่ทั้งหมด

ฮอร์นอดไม่ได้ที่จะคิดว่า ตัวเขากับคาเรนนี่ถือว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว

แม้จะอยากรู้เหลือเกินว่าใครกันที่โชคร้ายขนาดนี้ แต่ฮอร์นก็ไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม

คลื่นพลังจิตที่คุ้นเคยขยายตัวออกราวกับคลื่นทะเล ฮอร์นคาดเดาว่าสมองหลักอิลลิธิดน่าจะกำลังเริ่มทำพิธีอยู่

จู่ๆ มังกรแดงก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า: "พิธีกรรมนี้มันมีหลักการทำงานอย่างไร?"

สมองหลักควบคุมร่างชายหนุ่มให้ตอบแทน: "คนแปดคนนี้เป็นตัวแทนของแนวคิดทางจริยธรรมที่แตกต่างกันแปดประการ ในขณะที่พลังของผนึกมาจากราชาแห่งยักษ์ศิลาผู้เป็นกลางอย่างสมบูรณ์

เมื่อพิธีกรรมเริ่มต้นขึ้น พลังของราชาแห่งยักษ์ศิลาจะถูกดึงดูดด้วยพลังของพิธีกรรม ถึงตอนนั้นท่านก็จะสามารถเข้าไปข้างในได้"

มังกรแดงจ้องมองสมองหลักอย่างพินิจพิเคราะห์ ในขณะที่สมองหลักก็ยังคงดำเนินการพิธีต่อไป

เมื่อเหยื่อทั้งแปดคนที่มังกรแดงจับมาวางยืนอยู่บนแท่นพิธี พลังที่มาจากแนวคิดต่างๆ ทั้ง ความมีระเบียบ ความโกลาหล ความเป็นกลาง ความดี และความชั่ว ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากร่างของพวกเขา มังกรแดงพลันก้มหัวลง

"ข้าบอกเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าพลังของผนึกนี้มาจากราชาแห่งยักษ์ศิลา?"

ในชั่วพริบตา ราวกับอากาศโดยรอบหยุดนิ่ง

ทว่าสำหรับผู้ที่สัมผัสถึงพลังธาตุได้แม้เพียงน้อยนิด ต่างรับรู้ได้ว่าพลังธาตุไฟรอบข้างกำลังเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่ผิดปกติ

เปลวไฟแลบออกมาจากปากมังกรแดง ไอพ่นมังกรเพลิงถูกบ่มเพาะอยู่ในลำคอ

มังกรแดงเข้าใจว่าสมองหลักแอบอ่านใจมันตอนที่มันเผลอ

ทว่าสมองหลักในตอนนี้กลับงงยิ่งกว่ามังกรแดงเสียอีก

จริงสิ! ข้ารู้ได้ยังไงว่าพลังของผนึกนี้มาจากราชาแห่งยักษ์ศิลา?

แล้วข้ารู้เรื่องพิธีกรรมนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?

ทำไมในจิตสำนึกของข้าถึงมีองค์ความรู้แปลกๆ โผล่ขึ้นมา แถมความทรงจำบางส่วนยังหายไปอีกล่ะ?

ความสับสนมหาศาลเข้าครอบงำตัวตนที่ใช้พลังจิตมาตลอดชีวิต มันเริ่มจำเลือนรางได้ว่า ตอนที่ยานตกลงมานั้น สถานะของมันไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่

แล้วมันกลับมาเป็นปกติได้ยังไงกันนะ?

ตามสัญชาตญาณ สมองหลัก "จ้องมอง" ไปยังมนุษย์ที่มันกำลังควบคุมอยู่

ชายหนุ่มที่เคยมีสีหน้าเหม่อลอยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับเผยรอยยิ้มออกมา

"วิ้ง~"

พลังเทพเจ้าจากระนาบชั้นนอกที่ไกลสุดขอบจักรวาลได้หลั่งไหลลงมา พลังเทพทั้งแปดสายที่ไม่ใช่ความเป็นกลางอย่างสมบูรณ์ได้เข้าสถิตในร่างของเครื่องสังเวยทั้งแปดคน

การดำเนินพิธีหลุดพ้นจากการควบคุมของสมองหลัก สัญลักษณ์ตราประทับแปดแฉกควบแน่นขึ้นกลางอากาศ

พีระมิดที่ราวกับตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่อดีตกาลก็ได้ตอบสนองในที่สุด มันหดตัววูบหนึ่ง แล้วขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างเข้าไป

มังกรแดง, สมองหลัก, เครื่องสังเวยทั้งแปด, ชายหนุ่มผมขาว และแน่นอน... รวมไปถึงฮอร์นและคาเรนด้วย

โลกหมุนเปลี่ยน ซากโบราณสถานของสนามรบที่ทรุดโทรมปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน

"ยักษ์... ยักษ์งั้นเหรอ?"

ฮอร์นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองกะพริบตาเพียงครั้งเดียว ก็มาโผล่ที่นี่เสียแล้ว

ข้างๆ ตัวเขา รูปปั้นหินของยักษ์ตนหนึ่งยืนเด่นตระหง่านอยู่ และข้างๆ นั้นยังมีรูปปั้นหินของมังกรอีกตัวหนึ่ง

ขนาดตัวของทั้งคู่ใหญ่โตเกินกว่าที่ฮอร์นเคยรู้จักยักษ์หรือมังกรทั่วไป ร่างของฮอร์นแทบจะเล็กพอๆ กับปลายนิ้วของรูปปั้นทั้งสองเท่านั้น

เมื่อมองไปที่ไกลออกไป ยังมีรูปปั้นหินอีกมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วที่ราบแห่งนี้

ส่วนใหญ่ต่างอยู่ในท่าต่อสู้กันเป็นคู่ๆ ท่าทางดุดันราวกับกำลังจะเอาชีวิตกัน

"โฮก! เจอแล้ว! ในที่สุดข้าก็เจอโบราณสถานแห่งนี้แล้ว!"

มังกรแดงแผดเสียงคำรามกึกก้องจากระยะไกล

มันไม่สนใจจะไปจัดการสมองหลักอีกต่อไป สะบัดปีกเพียงครั้งเดียวก็พุ่งตรงไปยังรูปปั้นหินของมังกรขาวโบราณตนหนึ่ง

หางอันทรงพลังฟาดกวาดผ่านรูปปั้นมังกรขาวโบราณและรูปปั้นหินข้างๆ จนแตกละเอียดเป็นจุน

กลุ่มพลังงานสองกลุ่มพุ่งออกมาจากเศษหิน มังกรแดงอเล็กซ์อ้าปากงับกลุ่มพลังงานที่มาจากมังกรขาวโบราณเอาไว้ได้ทัน

พลังเวทสีขาวราวกับน้ำค้างแข็งลุกลามไปทั่วเกล็ดของมัน ทว่าไม่นานก็ถูกพลังธาตุไฟของมันละลายจนหมดสิ้น

พลังเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในร่างของมังกรแดง ก่อนจะไปรวมตัวกันที่หัวไหล่ซ้าย

เกล็ดน้ำค้างแข็งจับตัวหนาแน่นจนกลายเป็นหัวมังกรที่ทำจากน้ำแข็งขึ้นมาที่หัวไหล่ซ้ายของมังกรแดง

พลังอันร้ายกาจสีแดงฉานระเบิดออกมาจากร่างของมัน นั่นไม่ใช่พลังเวทธาตุไฟของมังกรแดง แต่มันคือพลังที่มาจากระนาบความโกลาหล

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ากำลังจะเป็นราชาแห่งมังกรห้าเศียร แทนที่เทียมัทที่ดับสูญไปเนิ่นนาน เพื่อขึ้นครองบัลลังก์เหนือห้วงเหวนรกโลกันต์!"

มันแผดเสียงกึกก้อง พลางกระพือปีกบินไปยังรูปปั้นหินของมังกรห้าสีตัวถัดไป

กลางอากาศ กลุ่มพลังงานจากรูปปั้นยักษ์สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งลงมาแล้วมุดเข้าสู่ร่างของหนึ่งในเหยื่อสังเวย

ที่ไกลออกไป มังกรสองเศียรเริ่มบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ทุกที่ที่มันผ่านไป รูปปั้นหินล้วนแตกสลาย

แต่มันกลับเลือกกินเพียงวิญญาณมังกรห้าสีที่ยังขาดไปอีกสามตนเท่านั้น ส่วนวิญญาณมังกรที่เหลือรวมถึงวิญญาณยักษ์ มันกลับเขี่ยทิ้งราวกับขยะ

บนท้องฟ้าสีส้มอมเหลือง ดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งที่กว้างใหญ่เท่าผืนฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

จบบทที่ บทที่ 36 มังกรห้าเศียร

คัดลอกลิงก์แล้ว