- หน้าแรก
- เทคพรีสต์แห่งดันเจี้ยนส์แอนด์ดราก้อนส์
- บทที่ 36 มังกรห้าเศียร
บทที่ 36 มังกรห้าเศียร
บทที่ 36 มังกรห้าเศียร
บทที่ 36 มังกรห้าเศียร
บนซากยานรบที่มังกรแดงใช้กรงเล็บตะปบไว้ ชายหนุ่มผมสีขาวแซมเขียวหันคอมามองทางทิศที่ฮอร์นและคาเรนหลบซ่อนอยู่แวบหนึ่ง แต่เขากลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย
เมื่อครู่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เหมือนกับตัวเอง ทว่าความรู้สึกนั้นดำรงอยู่เพียงชั่วพริบตา ก่อนจะจางหายไปในวินาทีถัดมา
ในระหว่างที่เขากำลังใช้ความคิด สมองหลักของอิลลิธิดก็ส่งคลื่นพลังจิตเข้ามา ชายหนุ่มจึงกลับไปอยู่ในสภาพไร้สติสัมปชัญญะดังเดิม แล้วค่อยๆ ร่อนตัวลงสู่สิ่งก่อสร้างรูปพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมที่อยู่เบื้องล่างไปพร้อมกับซากยาน
"มังกรแดงนั่นมันต้องการจะทำอะไรกันแน่?"
ฮอร์นซึ่งหลบอยู่ในสนามเพลาะกำลังร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก
เบื้องหลังของเขามีแมกม่ากำลังไหลร่มเข้ามาหา แล้วเขาจะไม่ร้อนรนได้อย่างไรกัน
ทว่าเพื่อไม่ให้ถูกมังกรแดงพบตัว ฮอร์นยังไม่อาจพรวดพราดออกไปได้
เขาเฝ้ารอจนกระทั่งมังกรแดงพาซากยานรบไปจนถึงอีกด้านหนึ่งของพีระมิดนั่นเอง ถึงได้รีบตะเกียกตะกายออกจากสนามเพลาะแล้ววิ่งตรงไปยังฐานของพีระมิดทันที
กลิ่นอายมังกรที่อบอวลไปทั่วทิศทำให้ทุกย่างก้าวของเขาลำบากเป็นอย่างยิ่ง
หากไม่ใช่เพราะพละกำลังที่เพิ่มขึ้นจากเกราะพลังเวท ป่านนี้เขาคงทรุดตัวกองลงกับพื้นไปแล้ว
ทางด้านหลัง คาเรนสลบเหมือดไปเพราะทนรับแรงกดดันจากกลิ่นอายมังกรไม่ไหว
ฮอร์นเริ่มรู้สึกว่าอาชีพซอร์เซอเรอร์นี่มันช่างเป็นอาชีพที่ซวยสิ้นดี
แค่ได้รับถ่ายทอดสายเลือดมังกรมาเพียงนิดเดียว ไม่เพียงแต่ร่างกายและค่าสถานะอื่นๆ จะไม่เห็นว่าเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่ แต่เจ้าสถานะติดลบที่ทำให้ตัวสั่นงกเมื่อเจอหน้ามังกรเนี่ย มันคือหายนะชัดๆ
"สมองหลักของอิลลิธิด เริ่มทำพิธีกรรมของเจ้าได้แล้ว!"
เสียงกึกก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโถงว่างภายในภูเขา แรงสั่นสะเทือนทำให้รอยแยกของโขดหินพ่นแมกม่าออกมามากขึ้น
คะแนนวิชาภาษาดราก้อนของฮอร์นอาจจะไม่ค่อยดีนัก แต่โชคยังดีที่ก๊าบๆ รีบพลิกเปิดตำราที่เกี่ยวข้องแล้วแปลความหมายส่งตรงเข้าสู่สมองของฮอร์นได้ทันท่วงที
『สิ่งที่ฉลาดที่สุดที่ข้าเคยทำในชีวิตนี้ ก็คือการสร้างเซอร์โวสกัลเอาไว้ก่อนเนี่ยแหละ』
ฮอร์นรู้สึกขอบคุณการตัดสินใจในอดีตของตนเอง เขาสุ้มอยู่ใต้พีระมิดด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
คำพูดของมังกรแดงแฝงไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก ทว่าเขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของมันคืออะไร
พิธีกรรมนี้มีไว้เพื่ออะไร? ทำไมมังกรแดงถึงร่วมมือกับสมองหลักของอิลลิธิดได้?
หากไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ การตัดสินใจผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้เขากับคาเรนตกนรกหมกไหม้ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด
ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิเคราะห์อะไร มังกรแดงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"นี่คือมนุษย์แปดคน พวกเขาคงจะร่วงหล่นมาจากยานรบของเจ้าพอดี นำมาใช้เป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมเสีย"
"ข้าน่ะใจกว้างนะ ส่วนร่างกายที่เจ้าใช้อยู่ตอนนี้ ข้าจะไม่นับรวมเป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมหรอก"
เมื่อเห็นข้อมูลที่ก๊าบๆ แปลให้ ฮอร์นก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือปวดหัวดี
ที่น่ายินดีคือ ในดินแดนรกร้างแห่งภูตยังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ อยู่อีกจริงๆ
ทว่าคนเหล่านั้นกลับถูกมังกรแดงจับตัวมา และดูเหมือนจะต้องมารับเคราะห์ในพิธีกรรมประหลาดของสมองหลักอิลลิธิด
คนกลุ่มนี้เดิมทีควรจะกระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ ของดินแดนรกร้างแห่งภูต แต่สุดท้ายกลับถูกมังกรแดงกวาดต้อนมาไว้ที่นี่ทั้งหมด
ฮอร์นอดไม่ได้ที่จะคิดว่า ตัวเขากับคาเรนนี่ถือว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว
แม้จะอยากรู้เหลือเกินว่าใครกันที่โชคร้ายขนาดนี้ แต่ฮอร์นก็ไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม
คลื่นพลังจิตที่คุ้นเคยขยายตัวออกราวกับคลื่นทะเล ฮอร์นคาดเดาว่าสมองหลักอิลลิธิดน่าจะกำลังเริ่มทำพิธีอยู่
จู่ๆ มังกรแดงก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า: "พิธีกรรมนี้มันมีหลักการทำงานอย่างไร?"
สมองหลักควบคุมร่างชายหนุ่มให้ตอบแทน: "คนแปดคนนี้เป็นตัวแทนของแนวคิดทางจริยธรรมที่แตกต่างกันแปดประการ ในขณะที่พลังของผนึกมาจากราชาแห่งยักษ์ศิลาผู้เป็นกลางอย่างสมบูรณ์
เมื่อพิธีกรรมเริ่มต้นขึ้น พลังของราชาแห่งยักษ์ศิลาจะถูกดึงดูดด้วยพลังของพิธีกรรม ถึงตอนนั้นท่านก็จะสามารถเข้าไปข้างในได้"
มังกรแดงจ้องมองสมองหลักอย่างพินิจพิเคราะห์ ในขณะที่สมองหลักก็ยังคงดำเนินการพิธีต่อไป
เมื่อเหยื่อทั้งแปดคนที่มังกรแดงจับมาวางยืนอยู่บนแท่นพิธี พลังที่มาจากแนวคิดต่างๆ ทั้ง ความมีระเบียบ ความโกลาหล ความเป็นกลาง ความดี และความชั่ว ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากร่างของพวกเขา มังกรแดงพลันก้มหัวลง
"ข้าบอกเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าพลังของผนึกนี้มาจากราชาแห่งยักษ์ศิลา?"
ในชั่วพริบตา ราวกับอากาศโดยรอบหยุดนิ่ง
ทว่าสำหรับผู้ที่สัมผัสถึงพลังธาตุได้แม้เพียงน้อยนิด ต่างรับรู้ได้ว่าพลังธาตุไฟรอบข้างกำลังเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่ผิดปกติ
เปลวไฟแลบออกมาจากปากมังกรแดง ไอพ่นมังกรเพลิงถูกบ่มเพาะอยู่ในลำคอ
มังกรแดงเข้าใจว่าสมองหลักแอบอ่านใจมันตอนที่มันเผลอ
ทว่าสมองหลักในตอนนี้กลับงงยิ่งกว่ามังกรแดงเสียอีก
จริงสิ! ข้ารู้ได้ยังไงว่าพลังของผนึกนี้มาจากราชาแห่งยักษ์ศิลา?
แล้วข้ารู้เรื่องพิธีกรรมนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทำไมในจิตสำนึกของข้าถึงมีองค์ความรู้แปลกๆ โผล่ขึ้นมา แถมความทรงจำบางส่วนยังหายไปอีกล่ะ?
ความสับสนมหาศาลเข้าครอบงำตัวตนที่ใช้พลังจิตมาตลอดชีวิต มันเริ่มจำเลือนรางได้ว่า ตอนที่ยานตกลงมานั้น สถานะของมันไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่
แล้วมันกลับมาเป็นปกติได้ยังไงกันนะ?
ตามสัญชาตญาณ สมองหลัก "จ้องมอง" ไปยังมนุษย์ที่มันกำลังควบคุมอยู่
ชายหนุ่มที่เคยมีสีหน้าเหม่อลอยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับเผยรอยยิ้มออกมา
"วิ้ง~"
พลังเทพเจ้าจากระนาบชั้นนอกที่ไกลสุดขอบจักรวาลได้หลั่งไหลลงมา พลังเทพทั้งแปดสายที่ไม่ใช่ความเป็นกลางอย่างสมบูรณ์ได้เข้าสถิตในร่างของเครื่องสังเวยทั้งแปดคน
การดำเนินพิธีหลุดพ้นจากการควบคุมของสมองหลัก สัญลักษณ์ตราประทับแปดแฉกควบแน่นขึ้นกลางอากาศ
พีระมิดที่ราวกับตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่อดีตกาลก็ได้ตอบสนองในที่สุด มันหดตัววูบหนึ่ง แล้วขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างเข้าไป
มังกรแดง, สมองหลัก, เครื่องสังเวยทั้งแปด, ชายหนุ่มผมขาว และแน่นอน... รวมไปถึงฮอร์นและคาเรนด้วย
โลกหมุนเปลี่ยน ซากโบราณสถานของสนามรบที่ทรุดโทรมปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน
"ยักษ์... ยักษ์งั้นเหรอ?"
ฮอร์นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองกะพริบตาเพียงครั้งเดียว ก็มาโผล่ที่นี่เสียแล้ว
ข้างๆ ตัวเขา รูปปั้นหินของยักษ์ตนหนึ่งยืนเด่นตระหง่านอยู่ และข้างๆ นั้นยังมีรูปปั้นหินของมังกรอีกตัวหนึ่ง
ขนาดตัวของทั้งคู่ใหญ่โตเกินกว่าที่ฮอร์นเคยรู้จักยักษ์หรือมังกรทั่วไป ร่างของฮอร์นแทบจะเล็กพอๆ กับปลายนิ้วของรูปปั้นทั้งสองเท่านั้น
เมื่อมองไปที่ไกลออกไป ยังมีรูปปั้นหินอีกมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วที่ราบแห่งนี้
ส่วนใหญ่ต่างอยู่ในท่าต่อสู้กันเป็นคู่ๆ ท่าทางดุดันราวกับกำลังจะเอาชีวิตกัน
"โฮก! เจอแล้ว! ในที่สุดข้าก็เจอโบราณสถานแห่งนี้แล้ว!"
มังกรแดงแผดเสียงคำรามกึกก้องจากระยะไกล
มันไม่สนใจจะไปจัดการสมองหลักอีกต่อไป สะบัดปีกเพียงครั้งเดียวก็พุ่งตรงไปยังรูปปั้นหินของมังกรขาวโบราณตนหนึ่ง
หางอันทรงพลังฟาดกวาดผ่านรูปปั้นมังกรขาวโบราณและรูปปั้นหินข้างๆ จนแตกละเอียดเป็นจุน
กลุ่มพลังงานสองกลุ่มพุ่งออกมาจากเศษหิน มังกรแดงอเล็กซ์อ้าปากงับกลุ่มพลังงานที่มาจากมังกรขาวโบราณเอาไว้ได้ทัน
พลังเวทสีขาวราวกับน้ำค้างแข็งลุกลามไปทั่วเกล็ดของมัน ทว่าไม่นานก็ถูกพลังธาตุไฟของมันละลายจนหมดสิ้น
พลังเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในร่างของมังกรแดง ก่อนจะไปรวมตัวกันที่หัวไหล่ซ้าย
เกล็ดน้ำค้างแข็งจับตัวหนาแน่นจนกลายเป็นหัวมังกรที่ทำจากน้ำแข็งขึ้นมาที่หัวไหล่ซ้ายของมังกรแดง
พลังอันร้ายกาจสีแดงฉานระเบิดออกมาจากร่างของมัน นั่นไม่ใช่พลังเวทธาตุไฟของมังกรแดง แต่มันคือพลังที่มาจากระนาบความโกลาหล
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ากำลังจะเป็นราชาแห่งมังกรห้าเศียร แทนที่เทียมัทที่ดับสูญไปเนิ่นนาน เพื่อขึ้นครองบัลลังก์เหนือห้วงเหวนรกโลกันต์!"
มันแผดเสียงกึกก้อง พลางกระพือปีกบินไปยังรูปปั้นหินของมังกรห้าสีตัวถัดไป
กลางอากาศ กลุ่มพลังงานจากรูปปั้นยักษ์สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งลงมาแล้วมุดเข้าสู่ร่างของหนึ่งในเหยื่อสังเวย
ที่ไกลออกไป มังกรสองเศียรเริ่มบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ทุกที่ที่มันผ่านไป รูปปั้นหินล้วนแตกสลาย
แต่มันกลับเลือกกินเพียงวิญญาณมังกรห้าสีที่ยังขาดไปอีกสามตนเท่านั้น ส่วนวิญญาณมังกรที่เหลือรวมถึงวิญญาณยักษ์ มันกลับเขี่ยทิ้งราวกับขยะ
บนท้องฟ้าสีส้มอมเหลือง ดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งที่กว้างใหญ่เท่าผืนฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ