เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต

บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต

บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต


บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต

โลกคู่ขนาน ดินแดนรกร้างแห่งภูต

ท่ามกลางทะเลเมฆที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในเทพนิยาย ยานรบสไตล์คธูลูที่ดูขัดหูขัดตากับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างสิ้นเชิงพลันปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ร่อนถลาตกลงไปยังเกาะลอยฟ้าแห่งหนึ่งที่อยู่เบื้องล่าง

หากมีใครที่มีความรู้ด้านภูมิศาสตร์มาเห็นเข้าล่ะก็ จะต้องค้นพบอย่างแน่นอนว่าเกาะที่ยานรบตกลงไปนั้น มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกับเกาะหมอกเทาเป็นอย่างมาก

เพียงแต่เกาะลอยฟ้าในเวลานี้ยังคงเป็นป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ในขณะที่เกาะหมอกเทาได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมสไตล์สตีมพังก์ไปเสียแล้ว

ในเวลานี้ ภายในห้องควบคุม

หลังจากหลุดพ้นจากมิติเมื่อครู่นี้ อักขระรูนยักษ์บนหน้าผากของคาเรนก็กำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว

ฮอร์นรู้สึกตัวเบาหวิว ร่างกายของเขาหลุดลอยขึ้นจากพื้นยานรบ และค่อยๆ ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

เสียงกระแสลมพัดหวีดหวิวดังขึ้นรอบทิศทาง ลางสังหรณ์อันเลวร้ายผุดขึ้นมาในใจของฮอร์นทันที

『ยานลำนี้กำลังตก!』

แทบจะพร้อมๆ กับที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก๊าบๆ ที่เชื่อมต่อจิตใจกับฮอร์นก็ออกแรงดึงและผลักเขาเข้าไปยังกำแพงเลือดเนื้อที่มีรอยแตกบนเปลือกนอกอยู่แล้ว

เมื่อหันไปมอง คาเรนเพื่อนร่วมทีมชั่วคราวก็กำลังตะเกียกตะกายแขนขาไปมาอย่างสะเปะสะปะ พยายามจะเคลื่อนที่กลางอากาศราวกับกำลังว่ายน้ำ

ฮอร์นถอนหายใจออกมา เขาควบคุมให้ก๊าบๆ ลากตัวอีกฝ่ายเข้ามาด้วย

"ยานลำนี้กำลังจะตก กรีดกำแพงเลือดเนื้อนี้ออก แล้วเข้าไปซ่อนข้างในกับข้า ทำแบบนี้พวกเราอาจจะรอดชีวิตก็ได้!"

เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นเรื่อยๆ ฮอร์นต้องตะโกนสุดเสียง กว่าคำพูดของเขาจะส่งไปถึงหูของคาเรนได้

นักบวชหญิงที่ดูเหมือนจะพึ่งพาได้แต่ความจริงกลับไม่ค่อยได้เรื่องคนนี้พยักหน้ารับ จากนั้นก็ใช้มีดกรีดผนังเลือดเนื้อภายในยานรบตามฮอร์น แล้วเบียดตัวแทรกเข้าไปตามรอยแผลนั้น

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำแบบนี้ เพราะถึงแม้กำแพงเลือดเนื้อนี้จะไม่มีเลือดไหลออกมา แต่มันก็มีเมือกเหนียวๆ เคลือบอยู่

แถมเนื้อเยื่อพวกนี้ยังมีความยืดหยุ่นในตัวของมันเอง การจะให้คนเป็นๆ ตัวโตๆ สองคนมุดเข้าไปได้นั้น ค่อนข้างลำบากเอาการ

แต่ต่อให้ยากลำบากแค่ไหนก็ต้องทำ

ยานรบร่วงหล่นด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วของกระแสลมทั้งในและนอกยานได้ก่อให้เกิดแรงดันลบ ซึ่งกำลังดูดเอาสิ่งของภายในยานออกไปข้างนอก

เรื่องนี้ทำเอาฮอร์นอดนึกถึงหนังภัยพิบัติทางอากาศที่เคยดูในชาติก่อนไม่ได้

หลังจากที่กระจกเครื่องบินแตก ผู้โดยสารเหล่านั้นก็ถูกดูดปลิวออกไปแบบนี้นี่แหละ

มีดสั้นที่ผ่านการเสริมแกร่งด้วยเวทมนตร์สามารถกรีดผ่านเลือดเนื้อได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่แทงใบมีดเข้าไปแล้วเลื่อนขึ้นลง บาดแผลบนเนื้อเยื่อก็ถูกฉีกเปิดออก

เนื้อเยื่อเหล่านั้นดูเหมือนจะไม่มีความรู้สึก แต่พวกมันก็ยังคงกระตุกและหดเกร็งไปตามสัญชาตญาณ ราวกับเนื้อน่องวัวที่เพิ่งถูกแล่หลังจากการชำแหละ

"เข้าไป!"

ฮอร์นใช้เท้าทั้งสองข้างยันขอบเปลือกนอกที่แตกหักเอาไว้ แล้วยัดร่างของคาเรนทั้งตัวเข้าไปในกำแพงเลือดเนื้อ

เขาทำแบบเดียวกันด้วยการกรีดรอยแผลเปิดขึ้นมาอีกรอยที่ด้านข้าง เก็บมีดสั้นเข้าที่ แล้วค่อยๆ กระดึ๊บตัวแทรกเข้าไปข้างใน

อักขระรูนหมอกเมฆาบนหน้าผากของเขาดับลงไปแล้ว ทว่าฮอร์นยังคงสัมผัสได้ว่าพลังขุมนั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาบางส่วน

พลังนั้นให้ความรู้สึกเย็นเยียบและชื้นแฉะ ราวกับมันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะบางอย่างของผู้เป็นเจ้าของพลังยังไงยังงั้น

เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองกำลังร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็แยกไม่ออกว่านี่เป็นผลข้างเคียงจากคลื่นกระแทกจิตใจของอิลลิธิด หรือเป็นผลกระทบจากอักขระรูนหมอกเมฆาที่มีต่อร่างกายของเขากันแน่

เวลาผ่านไปสักพัก ฮอร์นก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกห่อหุ้มด้วยก้อนเลือดเนื้อรอบๆ ตัว

ลางๆ เขายังพอจะสัมผัสได้ว่ามีอีกคนกำลัง "กระดึ๊บ" อยู่ในระยะที่ไม่ไกลจากเขานัก

เลือดเนื้อรอบด้านบีบรัดตัวเขา แต่มันก็ช่วยยึดเขาเอาไว้ภายในกำแพงเนื้อ ทำให้เขาไม่ถูกกระแสลมดูดปลิวออกไปนอกยาน

ท่ามกลางอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ฮอร์นก็หมดสติไป

"ฟิ้ว~"

ยานนอติลุสร่อนถลาตกลงมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงลมพัดหวีดหวิว

ระหว่างทาง ยานรบพุ่งเข้าชนกับยอดเขาแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ยานทั้งลำแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

นอกจากห้องที่สมองหลักอยู่ซึ่งไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย ส่วนอื่นๆ ของยานค่อยๆ แตกสลายกลางอากาศ และกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่กว่าครึ่งของเกาะลอยฟ้า

……

"อึก อึก..."

ท่ามกลางความสะลึมสะลือ ฮอร์นรู้สึกว่ามีของเหลวเย็นๆ ไหลรินเข้าปากของเขา

เขากลืนลงคอไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

นักบวชหญิงผมแดงคาเรนกำลังประคองเขาอยู่ เธอถือแก้วที่ทำจากใบไม้ม้วน และกำลังป้อนน้ำให้เขาดื่ม

น้ำนี้แฝงไปด้วยพลังเวทอันแปลกประหลาดที่ทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นมาในทันที

『นี่คงไม่ได้เป็นน้ำพุรักษาในดินแดนรกร้างแห่งภูตหรอกใช่ไหมเนี่ย?』

ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฮอร์นโดยสัญชาตญาณ

ไม่ว่าจะเป็นดินแดนรกร้างแห่งภูตหรือมรณภูมิเงา พลังแห่งเวทมนตร์ในสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ต่างก็มีความตื่นตัวมากกว่าโลกหลักเป็นอย่างมาก

สำหรับโลกหลักแล้ว วัตถุดิบที่ถือว่าหายาก ในโลกทั้งสองใบนี้กลับกลายเป็นของที่สามารถเก็บได้ตามริมทางทั่วไป

น้ำพุรักษาก็จัดอยู่ในประเภทนี้แหละ

มันคือน้ำพุที่สามารถรักษาบาดแผลได้ มีสรรพคุณเทียบเท่ากับยาฟื้นฟูที่ถูกเจือจางลงมาเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าหลังจากการถือกำเนิดขึ้นของนักเล่นแร่แปรธาตุ ราคาของยาฟื้นฟูคุณภาพทั่วไปจะลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำพุรักษาอยู่ไม่น้อยก็ตาม

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า หากพูดถึงเรื่องรสชาติและรสสัมผัสแล้วล่ะก็ น้ำพุรักษากินขาดอย่างแน่นอน

"พวกเราอยู่ที่ดินแดนรกร้างแห่งภูตงั้นเหรอ?"

ฮอร์นผละตัวลุกขึ้นจากอ้อมแขนของคาเรน เขามองดูโพรงไม้ที่ทั้งสองคนกำลังพักพิงอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ดวงตาของก๊าบๆ ที่เกาะอยู่บนไหล่ของฮอร์นก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง มันเริ่มทำการตรวจสอบตัวเอง และคำนวณเวลาที่ผ่านไป

สิ่งที่ทำให้ฮอร์นรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ เวลาได้ล่วงเลยมาสองวันแล้วนับตั้งแต่ที่พวกเขาทำการเทเลพอร์ตพลังจิต

นั่นก็หมายความว่า เขาไม่ได้สลบไปแค่แป๊บเดียวแล้วฟื้นขึ้นมา แต่เขาได้รับการดูแลจากคาเรนมาถึงสองวันเต็มๆ

"ที่นี่คือดินแดนรกร้างแห่งภูตจริงๆ ข้าออกไปสำรวจรอบๆ มาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะมีแค่พวกเราสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่

เพื่อนเรนเจอร์ของเจ้าถูกกระเด็นไปตกที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าเขาเป็นเพื่อนของเจ้า ข้าก็ทำได้แค่ภาวนาขอให้เขาโชคดีก็แล้วกัน"

คาเรนวางแก้วใบไม้ลงข้างๆ เธอเดินไปที่กองไฟ แล้วหยิบกระต่ายที่กำลังย่างอยู่บนนั้นขึ้นมา

เจ้านี่แทบจะไม่มีไขมันเลย เห็นได้ชัดว่าฝีมือการทำอาหารของคาเรนนั้นไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

แค่ดูจากสีก็รู้แล้วว่าไฟแรงเกินไป ข้างนอกไหม้เกรียม ส่วนข้างในคงยังดิบอยู่แน่ๆ

แต่คงเป็นเพราะกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาถึงสองวันเริ่มกลับมาทำงานพร้อมๆ กับการตื่นขึ้นของฮอร์นล่ะมั้ง

เมื่อมองดูกระต่ายย่างที่ "กรอบนอกดิบใน" ตรงหน้า ท้องของฮอร์นก็ร้องโครกครากออกมาอย่างไม่รักดี

คาเรนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นเนื้อกระต่ายย่างในมือมาให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ

ฮอร์นดูออกว่าเธอไม่ได้หวงเนื้อพวกนี้หรอก แต่เธอคงรู้สึกเขินอายที่จะให้เขาชิมฝีมือทำอาหารอันย่ำแย่ของเธอมากกว่า

"กระเป๋าเป้ของข้ายังอยู่ไหม? ข้าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ แถมยังมีฝีมือทำอาหารไม่เลวเลยนะ"

ฮอร์นเช็ดน้ำลายที่มุมปาก เขากลั้นความหิวเอาไว้ แล้วเสนอตัวรับหน้าที่นี้เอง

ดวงตาของคาเรนเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอรีบไปรื้อค้นกระเป๋าเป้ขยายมิติของฮอร์นและอุปกรณ์โลหะบางส่วนออกมาจากกองสัมภาระที่วางอยู่ข้างๆ

ฮอร์นหยิบเอาแป้นวงเวทเล่นแร่แปรธาตุของตัวเองออกมา เขาแยกชิ้นส่วนและประกอบอาวุธที่ไม่ได้ใช้แล้วสองสามชิ้นขึ้นมาใหม่ สร้างเป็นกระทะเหล็กหล่อสำหรับทำเทปันยากิ

หลังจากช่วยกันตั้งกระทะบนกองไฟกับคาเรนแล้ว ทั้งสองก็หั่นเนื้อกระต่ายเป็นชิ้นบางๆ แล้วลงมือทำเทปันยากิเนื้อย่างกัน

เรื่องน่าเสียดายเพียงเรื่องเดียวก็คือ ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีเครื่องปรุงรสเลย แม้แต่เกลือธรรมดาๆ ก็ไม่มี

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ การได้ดื่มน้ำพุรักษาแกล้มกับเนื้อย่าง ก็คงจะนับได้ว่าเป็นอาหารเลิศรสสไตล์เอลฟ์ที่หาทานได้ยากมื้อหนึ่งเลยทีเดียว

จบบทที่ บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต

คัดลอกลิงก์แล้ว