- หน้าแรก
- เทคพรีสต์แห่งดันเจี้ยนส์แอนด์ดราก้อนส์
- บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต
บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต
บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต
บทที่ 28 ดินแดนรกร้างแห่งภูต
โลกคู่ขนาน ดินแดนรกร้างแห่งภูต
ท่ามกลางทะเลเมฆที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในเทพนิยาย ยานรบสไตล์คธูลูที่ดูขัดหูขัดตากับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างสิ้นเชิงพลันปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ร่อนถลาตกลงไปยังเกาะลอยฟ้าแห่งหนึ่งที่อยู่เบื้องล่าง
หากมีใครที่มีความรู้ด้านภูมิศาสตร์มาเห็นเข้าล่ะก็ จะต้องค้นพบอย่างแน่นอนว่าเกาะที่ยานรบตกลงไปนั้น มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่คล้ายคลึงกับเกาะหมอกเทาเป็นอย่างมาก
เพียงแต่เกาะลอยฟ้าในเวลานี้ยังคงเป็นป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ในขณะที่เกาะหมอกเทาได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมสไตล์สตีมพังก์ไปเสียแล้ว
ในเวลานี้ ภายในห้องควบคุม
หลังจากหลุดพ้นจากมิติเมื่อครู่นี้ อักขระรูนยักษ์บนหน้าผากของคาเรนก็กำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ฮอร์นรู้สึกตัวเบาหวิว ร่างกายของเขาหลุดลอยขึ้นจากพื้นยานรบ และค่อยๆ ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
เสียงกระแสลมพัดหวีดหวิวดังขึ้นรอบทิศทาง ลางสังหรณ์อันเลวร้ายผุดขึ้นมาในใจของฮอร์นทันที
『ยานลำนี้กำลังตก!』
แทบจะพร้อมๆ กับที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก๊าบๆ ที่เชื่อมต่อจิตใจกับฮอร์นก็ออกแรงดึงและผลักเขาเข้าไปยังกำแพงเลือดเนื้อที่มีรอยแตกบนเปลือกนอกอยู่แล้ว
เมื่อหันไปมอง คาเรนเพื่อนร่วมทีมชั่วคราวก็กำลังตะเกียกตะกายแขนขาไปมาอย่างสะเปะสะปะ พยายามจะเคลื่อนที่กลางอากาศราวกับกำลังว่ายน้ำ
ฮอร์นถอนหายใจออกมา เขาควบคุมให้ก๊าบๆ ลากตัวอีกฝ่ายเข้ามาด้วย
"ยานลำนี้กำลังจะตก กรีดกำแพงเลือดเนื้อนี้ออก แล้วเข้าไปซ่อนข้างในกับข้า ทำแบบนี้พวกเราอาจจะรอดชีวิตก็ได้!"
เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นเรื่อยๆ ฮอร์นต้องตะโกนสุดเสียง กว่าคำพูดของเขาจะส่งไปถึงหูของคาเรนได้
นักบวชหญิงที่ดูเหมือนจะพึ่งพาได้แต่ความจริงกลับไม่ค่อยได้เรื่องคนนี้พยักหน้ารับ จากนั้นก็ใช้มีดกรีดผนังเลือดเนื้อภายในยานรบตามฮอร์น แล้วเบียดตัวแทรกเข้าไปตามรอยแผลนั้น
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำแบบนี้ เพราะถึงแม้กำแพงเลือดเนื้อนี้จะไม่มีเลือดไหลออกมา แต่มันก็มีเมือกเหนียวๆ เคลือบอยู่
แถมเนื้อเยื่อพวกนี้ยังมีความยืดหยุ่นในตัวของมันเอง การจะให้คนเป็นๆ ตัวโตๆ สองคนมุดเข้าไปได้นั้น ค่อนข้างลำบากเอาการ
แต่ต่อให้ยากลำบากแค่ไหนก็ต้องทำ
ยานรบร่วงหล่นด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วของกระแสลมทั้งในและนอกยานได้ก่อให้เกิดแรงดันลบ ซึ่งกำลังดูดเอาสิ่งของภายในยานออกไปข้างนอก
เรื่องนี้ทำเอาฮอร์นอดนึกถึงหนังภัยพิบัติทางอากาศที่เคยดูในชาติก่อนไม่ได้
หลังจากที่กระจกเครื่องบินแตก ผู้โดยสารเหล่านั้นก็ถูกดูดปลิวออกไปแบบนี้นี่แหละ
มีดสั้นที่ผ่านการเสริมแกร่งด้วยเวทมนตร์สามารถกรีดผ่านเลือดเนื้อได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่แทงใบมีดเข้าไปแล้วเลื่อนขึ้นลง บาดแผลบนเนื้อเยื่อก็ถูกฉีกเปิดออก
เนื้อเยื่อเหล่านั้นดูเหมือนจะไม่มีความรู้สึก แต่พวกมันก็ยังคงกระตุกและหดเกร็งไปตามสัญชาตญาณ ราวกับเนื้อน่องวัวที่เพิ่งถูกแล่หลังจากการชำแหละ
"เข้าไป!"
ฮอร์นใช้เท้าทั้งสองข้างยันขอบเปลือกนอกที่แตกหักเอาไว้ แล้วยัดร่างของคาเรนทั้งตัวเข้าไปในกำแพงเลือดเนื้อ
เขาทำแบบเดียวกันด้วยการกรีดรอยแผลเปิดขึ้นมาอีกรอยที่ด้านข้าง เก็บมีดสั้นเข้าที่ แล้วค่อยๆ กระดึ๊บตัวแทรกเข้าไปข้างใน
อักขระรูนหมอกเมฆาบนหน้าผากของเขาดับลงไปแล้ว ทว่าฮอร์นยังคงสัมผัสได้ว่าพลังขุมนั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาบางส่วน
พลังนั้นให้ความรู้สึกเย็นเยียบและชื้นแฉะ ราวกับมันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะบางอย่างของผู้เป็นเจ้าของพลังยังไงยังงั้น
เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองกำลังร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็แยกไม่ออกว่านี่เป็นผลข้างเคียงจากคลื่นกระแทกจิตใจของอิลลิธิด หรือเป็นผลกระทบจากอักขระรูนหมอกเมฆาที่มีต่อร่างกายของเขากันแน่
เวลาผ่านไปสักพัก ฮอร์นก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกห่อหุ้มด้วยก้อนเลือดเนื้อรอบๆ ตัว
ลางๆ เขายังพอจะสัมผัสได้ว่ามีอีกคนกำลัง "กระดึ๊บ" อยู่ในระยะที่ไม่ไกลจากเขานัก
เลือดเนื้อรอบด้านบีบรัดตัวเขา แต่มันก็ช่วยยึดเขาเอาไว้ภายในกำแพงเนื้อ ทำให้เขาไม่ถูกกระแสลมดูดปลิวออกไปนอกยาน
ท่ามกลางอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ฮอร์นก็หมดสติไป
"ฟิ้ว~"
ยานนอติลุสร่อนถลาตกลงมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงลมพัดหวีดหวิว
ระหว่างทาง ยานรบพุ่งเข้าชนกับยอดเขาแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ยานทั้งลำแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
นอกจากห้องที่สมองหลักอยู่ซึ่งไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย ส่วนอื่นๆ ของยานค่อยๆ แตกสลายกลางอากาศ และกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่กว่าครึ่งของเกาะลอยฟ้า
……
"อึก อึก..."
ท่ามกลางความสะลึมสะลือ ฮอร์นรู้สึกว่ามีของเหลวเย็นๆ ไหลรินเข้าปากของเขา
เขากลืนลงคอไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
นักบวชหญิงผมแดงคาเรนกำลังประคองเขาอยู่ เธอถือแก้วที่ทำจากใบไม้ม้วน และกำลังป้อนน้ำให้เขาดื่ม
น้ำนี้แฝงไปด้วยพลังเวทอันแปลกประหลาดที่ทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นมาในทันที
『นี่คงไม่ได้เป็นน้ำพุรักษาในดินแดนรกร้างแห่งภูตหรอกใช่ไหมเนี่ย?』
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฮอร์นโดยสัญชาตญาณ
ไม่ว่าจะเป็นดินแดนรกร้างแห่งภูตหรือมรณภูมิเงา พลังแห่งเวทมนตร์ในสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ต่างก็มีความตื่นตัวมากกว่าโลกหลักเป็นอย่างมาก
สำหรับโลกหลักแล้ว วัตถุดิบที่ถือว่าหายาก ในโลกทั้งสองใบนี้กลับกลายเป็นของที่สามารถเก็บได้ตามริมทางทั่วไป
น้ำพุรักษาก็จัดอยู่ในประเภทนี้แหละ
มันคือน้ำพุที่สามารถรักษาบาดแผลได้ มีสรรพคุณเทียบเท่ากับยาฟื้นฟูที่ถูกเจือจางลงมาเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าหลังจากการถือกำเนิดขึ้นของนักเล่นแร่แปรธาตุ ราคาของยาฟื้นฟูคุณภาพทั่วไปจะลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำพุรักษาอยู่ไม่น้อยก็ตาม
แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า หากพูดถึงเรื่องรสชาติและรสสัมผัสแล้วล่ะก็ น้ำพุรักษากินขาดอย่างแน่นอน
"พวกเราอยู่ที่ดินแดนรกร้างแห่งภูตงั้นเหรอ?"
ฮอร์นผละตัวลุกขึ้นจากอ้อมแขนของคาเรน เขามองดูโพรงไม้ที่ทั้งสองคนกำลังพักพิงอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ดวงตาของก๊าบๆ ที่เกาะอยู่บนไหล่ของฮอร์นก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง มันเริ่มทำการตรวจสอบตัวเอง และคำนวณเวลาที่ผ่านไป
สิ่งที่ทำให้ฮอร์นรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ เวลาได้ล่วงเลยมาสองวันแล้วนับตั้งแต่ที่พวกเขาทำการเทเลพอร์ตพลังจิต
นั่นก็หมายความว่า เขาไม่ได้สลบไปแค่แป๊บเดียวแล้วฟื้นขึ้นมา แต่เขาได้รับการดูแลจากคาเรนมาถึงสองวันเต็มๆ
"ที่นี่คือดินแดนรกร้างแห่งภูตจริงๆ ข้าออกไปสำรวจรอบๆ มาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะมีแค่พวกเราสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่
เพื่อนเรนเจอร์ของเจ้าถูกกระเด็นไปตกที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าเขาเป็นเพื่อนของเจ้า ข้าก็ทำได้แค่ภาวนาขอให้เขาโชคดีก็แล้วกัน"
คาเรนวางแก้วใบไม้ลงข้างๆ เธอเดินไปที่กองไฟ แล้วหยิบกระต่ายที่กำลังย่างอยู่บนนั้นขึ้นมา
เจ้านี่แทบจะไม่มีไขมันเลย เห็นได้ชัดว่าฝีมือการทำอาหารของคาเรนนั้นไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
แค่ดูจากสีก็รู้แล้วว่าไฟแรงเกินไป ข้างนอกไหม้เกรียม ส่วนข้างในคงยังดิบอยู่แน่ๆ
แต่คงเป็นเพราะกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาถึงสองวันเริ่มกลับมาทำงานพร้อมๆ กับการตื่นขึ้นของฮอร์นล่ะมั้ง
เมื่อมองดูกระต่ายย่างที่ "กรอบนอกดิบใน" ตรงหน้า ท้องของฮอร์นก็ร้องโครกครากออกมาอย่างไม่รักดี
คาเรนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นเนื้อกระต่ายย่างในมือมาให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ
ฮอร์นดูออกว่าเธอไม่ได้หวงเนื้อพวกนี้หรอก แต่เธอคงรู้สึกเขินอายที่จะให้เขาชิมฝีมือทำอาหารอันย่ำแย่ของเธอมากกว่า
"กระเป๋าเป้ของข้ายังอยู่ไหม? ข้าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ แถมยังมีฝีมือทำอาหารไม่เลวเลยนะ"
ฮอร์นเช็ดน้ำลายที่มุมปาก เขากลั้นความหิวเอาไว้ แล้วเสนอตัวรับหน้าที่นี้เอง
ดวงตาของคาเรนเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอรีบไปรื้อค้นกระเป๋าเป้ขยายมิติของฮอร์นและอุปกรณ์โลหะบางส่วนออกมาจากกองสัมภาระที่วางอยู่ข้างๆ
ฮอร์นหยิบเอาแป้นวงเวทเล่นแร่แปรธาตุของตัวเองออกมา เขาแยกชิ้นส่วนและประกอบอาวุธที่ไม่ได้ใช้แล้วสองสามชิ้นขึ้นมาใหม่ สร้างเป็นกระทะเหล็กหล่อสำหรับทำเทปันยากิ
หลังจากช่วยกันตั้งกระทะบนกองไฟกับคาเรนแล้ว ทั้งสองก็หั่นเนื้อกระต่ายเป็นชิ้นบางๆ แล้วลงมือทำเทปันยากิเนื้อย่างกัน
เรื่องน่าเสียดายเพียงเรื่องเดียวก็คือ ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีเครื่องปรุงรสเลย แม้แต่เกลือธรรมดาๆ ก็ไม่มี
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ การได้ดื่มน้ำพุรักษาแกล้มกับเนื้อย่าง ก็คงจะนับได้ว่าเป็นอาหารเลิศรสสไตล์เอลฟ์ที่หาทานได้ยากมื้อหนึ่งเลยทีเดียว