- หน้าแรก
- เทคพรีสต์แห่งดันเจี้ยนส์แอนด์ดราก้อนส์
- บทที่ 8 ปัญหาของดันเจี้ยน
บทที่ 8 ปัญหาของดันเจี้ยน
บทที่ 8 ปัญหาของดันเจี้ยน
บทที่ 8 ปัญหาของดันเจี้ยน
ใกล้เที่ยง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลดันเจี้ยนหลายคนยืนอยู่หน้าประตูดันเจี้ยน ชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในอย่างจดจ่อ
เหล่านักผจญภัยที่เคยพลุกพล่านเมื่อคืนวาน บัดนี้กลับไร้ซึ่งวี่แวว ทหารพร้อมปืนไรเฟิลพลังไอน้ำแรงดันสูงยืนล้อมรอบบริเวณนี้ไว้ ราวกับกำลังเฝ้าระวังบางสิ่งบางอย่าง
"เฮ้อ~ ท่านผู้ตรวจการเข้าไปตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว ทำไมถึงยังไม่กลับออกมาอีกนะ?"
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ยความกังวลในใจออกมา เมื่อเห็นว่าประตูดันเจี้ยนยังคงไร้ซึ่งเงาของผู้ที่กลับออกมา
เหล่านักผจญภัยยังไม่กลับออกมาก็ช่างปะไร แต่บรรดาผู้ตรวจการน่ะเป็นถึงกำลังหลักของเจ้าหน้าที่ทางการในท้องถิ่นเชียวนะ
หากพวกเขาต้องมาจบชีวิตลงในดันเจี้ยนแห่งนี้ อนาคตทางการเมืองของพวกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นี่ก็คงต้องจบเห่ตามไปด้วยเป็นแน่
เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่างก็มีความกังวลในเรื่องนี้เช่นกัน พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของทุกคนก็ดูหมองคล้ำลงถนัดตา
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังหดหู่ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เอ่ยปากปลอบใจขึ้นมาว่า
"วางใจเถอะน่า คนที่เป็นหัวหน้าคือนักรบระดับหกวงแหวนเชียวนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็น่าจะหนีเอาตัวรอดกลับมาได้อยู่แล้ว"
คำพูดประโยคนี้มีความหมายแฝงอยู่สองนัย นัยแรกคือความหมายตรงตามตัวอักษร ส่วนอีกนัยหนึ่งก็คือ
ถ้าหากแม้แต่นักรบระดับหกวงแหวนยังเอาชีวิตรอดกลับมาไม่ได้ สถานการณ์ก็คงเกินกว่าที่พวกเขาจะควบคุมได้แล้วล่ะ
เจ้าหน้าที่รอบๆ ต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไป และเริ่มขบคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะหนีออกไปจากเกาะหมอกเทา
หากดันเจี้ยนบนเกาะหมอกเทาเกิดความเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นจริง เมื่อเทียบกับอนาคตทางการเมืองแล้ว การรักษาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองไว้ก่อนย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า
ในขณะที่พวกเขากำลังก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงฝีเท้าก็ดังแว่วออกมาจากอุโมงค์ดันเจี้ยนอันมืดมิดในที่สุด
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อโค้ทสีดำ สวมหมวกทรงกลม ซึ่งดูมีสไตล์แบบวิคตอเรียเต็มขั้น ก็เดินออกมาจากดันเจี้ยน
เบื้องหลังเขามีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมืออีกหกคนเดินตามมาติดๆ แต่ละคนสวมชุดเกราะเต็มยศ ดูน่าเกรงขามจนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
เจ้าหน้าที่หลายคนแอบนับจำนวนคนในใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสูญหาย ต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"ยินดีต้อนรับกลับครับ ท่านไรเดอร์ สถานการณ์ข้างในเป็นยังไงบ้างครับ?"
เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าลอบสังเกตสีหน้าของชายเสื้อโค้ทดำ เมื่อแน่ใจว่าตอนนี้อารมณ์ของอีกฝ่ายกำลังดีอยู่ จึงรีบเข้าไปสอบถามข่าวคราวทันที
ชายผู้ถูกเรียกว่าไรเดอร์เผยรอยยิ้มออกมา
"สถานการณ์ถือว่าไม่เลวเลยล่ะ แม้แต่ในพื้นที่รอบนอก ก็ยังมีคริสตัลธาตุดินงอกขึ้นมาเป็นจำนวนมาก"
"ความเปลี่ยนแปลงของดันเจี้ยนในครั้งนี้น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี คงจะไม่มีสัตว์ประหลาดหลุดออกมาหรอก"
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาลึกๆ
การเปลี่ยนแปลงของดันเจี้ยนเป็นได้ทั้งโอกาสและอันตราย
แต่ถ้าหากแน่ใจแล้วว่าอันตรายมีไม่มาก งั้นก็...
ความคิดที่จะกอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองผุดขึ้นมาในหัวเพียงชั่วแวบเดียว แต่แล้วพวกเจ้าหน้าที่ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได้
"แต่ว่า ทำไมนักผจญภัยที่เข้าไปในดันเจี้ยนก่อนหน้านี้ถึงยังไม่มีใครกลับออกมาเลยล่ะครับ?"
"ในหมู่คนพวกนั้น มีผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติระดับห้าวงแหวนอยู่ด้วยไม่ใช่หรือครับ?"
เมื่อถูกถามเช่นนี้ ไรเดอร์ก็แสดงสีหน้าสับสนออกมาเล็กน้อยเช่นกัน
"ข้าถึงได้บอกไงว่า 'น่าจะ' พวกเราหาพวกเขาในดันเจี้ยนไม่พบ พวกเขาราวกับ... ระเหยหายไปในอากาศเสียอย่างนั้น"
"ข้าสงสัยว่าดันเจี้ยนอาจจะกำลังเริ่มสร้างพื้นที่ใหม่ขึ้นมาแล้ว นักผจญภัยพวกนั้น... ตอนนี้คงจะติดอยู่ในพื้นที่ใหม่นั่นแหละ"
"ปิดผนึกดันเจี้ยนไว้ก่อนก็แล้วกัน รอจนกว่าจะมีคนออกมาจากข้างใน แล้วค่อยเริ่มการสำรวจอีกครั้ง"
"แต่ถ้าพวกเจ้ารีบร้อน จะลองเข้าไปสำรวจพื้นที่รอบนอกก่อนก็ได้"
"วัตถุดิบที่กำลังงอกขึ้นมาอย่างมหาศาลพวกนั้น ถึงจะไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมาก แต่จำนวนของมันก็นับว่ามหาศาลทีเดียว"
พูดจบ ไรเดอร์ก็กวักมือเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเบื้องหลัง กลุ่มคนทั้งหมดเดินฝ่าแนวกั้นออกไปทันที
บรรดาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลดันเจี้ยนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครรู้ว่าแต่ละคนกำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจ
หลังจากนั้นไม่นาน ณ สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุที่ตั้งอยู่ใกล้กับดันเจี้ยน
ไรเดอร์ ชายชุดโค้ทดำ นั่งอยู่ในห้องรับรอง กำลังตรวจสอบรายชื่อวัตถุดิบหายากที่ทางสมาคมรับซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้
การเปลี่ยนแปลงของดันเจี้ยนมักจะมาพร้อมกับอันตรายและโอกาสเสมอ ย่อมต้องมีเจ้าหนุ่มดวงดีสักคนที่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้างแหละน่า
ถึงแม้จะไม่อาจสืบหาสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงจากของเหล่านี้ได้ แต่การลองเสี่ยงดูสักตั้ง ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา
"เดี๋ยวส่งคนไปสอบถามคนที่อยู่ในหน้านี้ดูสักหน่อยก็แล้วกัน"
"เฮ้อ~ อุตส่าห์ได้วัตถุดิบหายากมาทั้งที ดันเอามาขายให้สมาคมซะงั้น เด็กพวกนี้ยังอ่อนหัดเกินไปจริงๆ"
"ตอนที่ข้ายังเป็นวัยรุ่นน่ะนะ..."
"ส่วนทางฝั่งตลาดมืด... ไปสอบถามพวกพ่อค้ารับซื้อโดยตรงเลย"
"ถ้าได้เบาะแสอะไรมา ก็ยังไม่ต้องรีบจับกุม ให้ส่งคนไปติดต่อพวกมันอย่างลับๆ แล้วขอซื้อข้อมูลสถานที่เก็บเกี่ยววัตถุดิบหายากพวกนั้นมา"
"ถ้าเจอพวกที่แข็งข้อเกินไป ก็สั่งสอนพวกมันสักหน่อย"
หลังจากสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาเสร็จสรรพ ไรเดอร์ก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วบิดขี้เกียจ
เขาเหลือบมองดูท้องฟ้าข้างนอก แสงแดดในยามบ่ายสองโมงช่วยพัดเป่าหมอกสีเทาให้จางหายไป เผยให้เห็นเกาะหมอกเทาที่อาบไล้ไปด้วยแสงแดดอันอบอุ่น
...
สถาบันเวทมนตร์และเล่นแร่แปรธาตุ ณ โรงฝึกเล่นแร่แปรธาตุส่วนรวม
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ ฮอร์นก็กลับมาที่โรงฝึกอีกครั้ง และลงมือผลิตอุปกรณ์ที่ทางสถาบันรับซื้อต่อ
ถึงแม้การผจญภัยเมื่อคืนจะทำให้เขามีเงินเก็บเพิ่มมาถึงสามเหรียญทอง แต่เขาก็ไม่คิดจะทิ้งโอกาสในการทำงานพิเศษหาเงินหรอกนะ
ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ ยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งชำนาญ
อันที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะทักษะการเล่นแร่แปรธาตุของเขามีประสิทธิภาพสูง เขาคงไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะเข้าไปเป็นจับกังหาเงินในดันเจี้ยนด้วยซ้ำ
『แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการหาเงินแล้วล่ะก็ การปรุงยาวิเศษน่าจะทำเงินได้ดีที่สุดแล้วล่ะมั้ง』
『ได้ยินมาว่าพวกคนรวยชอบซื้อยาวิเศษไปบำรุงร่างกายกัน...』
ถึงแม้ในใจจะคิดเรื่องพวกนี้อยู่ แต่มือของฮอร์นก็ยังคงทำงานต่อไปโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เพียงไม่นาน ชิ้นส่วนลอตหนึ่งก็ถูกเขาประกอบจนเสร็จสมบูรณ์
เขาเหลือบมองกล่องที่อยู่ข้างๆ ชิ้นส่วนที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบได้เติมเต็มกล่องจนล้นแล้ว
ฮอร์นใช้รถเข็นคันเล็กเข็นกล่องใบนั้นเข้าไปยังส่วนลึกของโรงฝึก
ส่วนลึกของโรงฝึกนั้นไร้ซึ่งผู้ดูแล มีเพียงโกเลมโลหะขนาดยักษ์สูงสามเมตรที่ส่องประกายแวววาวตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นโกเลมร่างยักษ์ที่ดูน่าเกรงขาม ฮอร์นก็เข็นกล่องไปหยุดอยู่ตรงหน้ามัน
"ข้าเอาชิ้นส่วนมาส่ง"
ดวงตาของโกเลมสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทอง รูนอันซับซ้อนปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมัน
มันก้มหัวลง แสงจากดวงตาสแกนผ่านชิ้นส่วนของฮอร์น
"ค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน กำลังดำเนินการประเมินผล ค่าตอบแทนในครั้งนี้คือ 50 เหรียญทองแดง"
พูดจบ โกเลมก็เก็บชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้าไป แล้วพ่นเหรียญทองแดงออกมาจากปาก 50 เหรียญ ยื่นส่งให้ฮอร์น
เมื่อเอื้อมมือไปรับค่าตอบแทนของวันนี้มา ฮอร์นก็ถอนหายใจยาวออกมา
『ถึงแม้ว่าวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ จะได้รับการสนับสนุนจากทางสถาบันก็เถอะ แต่ค่าตอบแทนแค่นี้มันพอแค่ค่าข้าววันเดียวของนักศึกษาจริงๆ นะเนี่ย』
『ถ้าอยากจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำ คงต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ!』
ฮอร์นหันหลังเดินออกจากโรงฝึก เดินไปตามทางเดินในสถาบัน เตรียมตัวจะกลับไปพักผ่อนที่หอพักสักหน่อย
พอเดินมาถึงหน้าตึกหอพัก เขาก็เห็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งกำลังยืนคุยอยู่กับลุงผู้ดูแลหอพัก
ฮอร์นไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก มองแค่แวบเดียวแล้วก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปในตึกหอพักต่อ
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ได้ยินลุงผู้ดูแลหอพักพูดขึ้นมาว่า "อ้าว นั่นไง ฮอร์น ไฮม์ มีธุระอะไรก็ไปคุยกับเขาเอาเองเถอะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮอร์นก็รีบทบทวนเรื่องราวที่ตัวเองทำมาในช่วงไม่กี่วันนี้ในหัวอย่างรวดเร็ว
『เกิดอะไรขึ้น? มีคนมาหาข้าเรอะ?』
ฮอร์นมองหญิงสาวคนนั้นด้วยความประหลาดใจ เขาหยุดเดิน แล้วรอให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อน
"นักศึกษาฮอร์น เมื่อวานนี้เจ้าเดินทางไปผจญภัยที่ดันเจี้ยนมาใช่ไหม พวกเราอยากรู้ว่าเจ้าได้แร่มิธริลมาจากที่ไหน"
"ในแผนที่ระบุทรัพยากรของดันเจี้ยนที่ทางการประกาศออกมา ไม่ได้มีจุดขุดแร่มิธริลระบุเอาไว้เลย"
"หรือว่าเจ้าไปค้นพบจุดขุดแร่แห่งใหม่เข้า?"
"วางใจได้เลย ข้อมูลพวกนี้มีค่าตอบแทนให้อย่างงามแน่นอน"