- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพี่สาวคนโตแห่งครอบครัวชาวนา ทำไร่ไถนาสร้างความร่ำรวยเลี้ยงดูเด็กๆ
- บทที่ 39 สังหารหมาป่าช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้านมาถึง
บทที่ 39 สังหารหมาป่าช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้านมาถึง
บทที่ 39 สังหารหมาป่าช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้านมาถึง
บทที่ 39 สังหารหมาป่าช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้านมาถึง
แสงไฟจากคบเพลิงโชติช่วงสว่างไสว ซ่งจินเจาทะยานขึ้นสู่กำแพงลานบ้านด้วยท่วงท่าปราดเปรียวเพียงไม่กี่ก้าว
“ท่านพี่!” ซ่งฉี่หมิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เขาไม่ได้ปิดประตู แต่รีบหันกลับไปคว้าขวานที่หลังห้องโถงมาถือตั้งท่าเตรียมพร้อมอยู่ที่หน้าประตู แม้ขาสองข้างจะสั่นเทาไม่หยุด แต่มือที่กุมขวานแน่นกลับทุ่มเทแรงทั้งหมดที่มี
ซ่งจินเจายืนตระหง่านอยู่บนกำแพง สายตามองเห็นสถานการณ์ในลานบ้านข้างๆ ได้อย่างชัดเจน
หมาป่าตัวหนึ่งเดินวนเวียนคุมเชิงอยู่ในลานบ้าน ขณะที่อีกสองตัวกำลังรุมลากร่างของซ่งต้าเถียนผู้ชราภาพออกมาจากตัวบ้าน กางเกงของเขาถูกคมเขี้ยวฉีกทึ้งจนขาดรุ่งริ่ง เผยให้เห็นเนื้อหนังบริเวณน่องที่มีเลือดไหลอาบ
ซ่งสุ่ยเซิง ลูกชายของซ่งต้าเถียนถือไม้กระบองพุ่งออกมาจากบ้าน หมาป่าที่ดักรออยู่ด้านข้างกระโจนเข้าใส่เขาในทันที
ภายในห้องโถง ภรรยาของซ่งสุ่ยเซิงกรีดร้องออกมาด้วยความขวัญเสีย นางรีบใช้มือปิดตาบุตรชายไว้แน่น ไม่กล้าให้เขามองภาพสยดสยองตรงหน้า
ในชั่วพริบตาที่เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ซ่งจินเจาน้าวสายธนูยิงออกไปหนึ่งดอก เล็งเป้าสังหารไปที่ดวงตาของหมาป่าอย่างแม่นยำ
หมาป่าที่ถูกศรปักเข้าดวงตาหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะร่วงกระแทกพื้น ซ่งสุ่ยเซิงไม่รอช้า เงื้อไม้กระบองในมือทุบลงบนหัวของมันอย่างสุดแรง
หมาป่าสองตัวที่กำลังรุมกัดซ่งต้าเถียนเห็นพรรคพวกถูกโจมตี ก็รีบละทิ้งเหยื่อตรงหน้าแล้วแยกกันพุ่งเข้าใส่ซ่งสุ่ยเซิงและซ่งจินเจา
ทว่ากำแพงนั้นสูงเกินไป ทั้งยังมีแนวกำแพงและทางเดินกั้นอยู่ตรงกลาง หมาป่าตัวที่พุ่งเข้าหาซ่งจินเจาจึงไม่ว่าจะกระโดดอย่างไรก็ไม่อาจระคายเคืองนางได้แม้แต่น้อย
ศรอีกสองดอกพุ่งทะยานเข้าใส่ดวงตาและลำตัวของหมาป่าทีละนัด ปักเข้ากลางขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ
ซ่งสุ่ยเซิงรีบคลานเข้าไปหาบิดา เขามองดูเลือดที่ไหลพรากจากน่องและใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของซ่งต้าเถียน หัวใจของเขาเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก ทั้งร่างสับสนวุ่นวายไปหมด
เลือดไหลนองขนาดนี้ ท่านพ่อจะรอดไหม...
ในขณะที่ซ่งจินเจาเตรียมจะยิงธนูซ้ำ พลันมีเสียงหมาป่าหอนดังมาจากที่ไกลๆ และกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“รับไว้ ใช้คบเพลิงป้องกันตัว!” นางโยนคบเพลิงที่วางอยู่บนกำแพงลงไปให้ซ่งสุ่ยเซิง ส่วนตัวเองเดินเลียบตามแนวกำแพงมุ่งหน้าไปยังประตูบ้าน
ดวงตาสีเหลืองอำพันปนเขียวหลายคู่ส่องประกายเจิดจ้าในความมืดมิด พร้อมเสียงขู่คำรามต่ำชวนขนหัวลุก
ไกลออกไปมีแสงคบเพลิงสว่างไสวหลายจุด ประดุจมังกรเพลิงที่ทอดยาวและเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาทุกที
“อยู่ทางนั้น! ที่บ้านต้าเถียน!”
กลุ่มชาวบ้านจำนวนมากถือคบเพลิงและอาวุธทั้งจอบและขวานพุ่งตรงมาทางนี้
ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดถูกย้อมด้วยแสงไฟ หมาป่าแต่ละตัวเริ่มปรากฏกายต่อหน้าซ่งจินเจาอย่างชัดเจน มีทั้งหมดแปดตัว ล้วนเป็นหมาป่าโตเต็มวัยที่ร่างกายกำยำแข็งแรง
ซ่งจินเจาน้าวคันธนูยิงศรออกไปอย่างต่อเนื่อง เล็งสังหารที่ดวงตาและจุดตายที่ท้องของพวกมัน
เมื่อผู้ใหญ่บ้านซ่งหม่านชางนำชาวบ้านมาถึง พร้อมกับเสียงหอนสั่งการของจ่าฝูง ฝูงหมาป่าก็ล่าถอย หันหลังวิ่งหนีกลับไปยังขุนเขาด้านหลังทันที
ซ่งต้าหลางมองภาพซ่งจินเจาที่ยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงขณะน้าวคันธนู เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างของนาง
“มีใครสิ้นใจหรือไม่?”
ซ่งจินเจาส่ายหน้า นางค่อยๆ ลดคันธนูลงแล้วกล่าวว่า “ท่านปู่เถียนได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีชีวิตอยู่”
ทุกคนเร่งรีบเข้าไปในลานบ้านข้างๆ ต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นซากหมาป่าสามตัวนอนทอดร่างอยู่บนพื้น ตัวหนึ่งถูกธนูปักทะลุท้อง ส่วนอีกสองตัวถูกศรยิงเข้าที่ดวงตา และหัวกะโหลกถูกไม้กระบองทุบจนแหลกเหลว
ซ่งสุ่ยเซิงนั่งอยู่บนพื้นด้วยความสิ้นหวัง พยายามใช้เศษผ้าอุดแผลที่น่องของซ่งต้าเถียนไว้ ผู้หญิงสองคนในบ้านร้องไห้จนน้ำตาอาบแก้ม เด็กน้อยที่ถูกปกป้องอยู่ตรงกลางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนพูดไม่ออก
ซ่งจินเจาหันหลังกระโดดลงจากกำแพง มุ่งตรงไปหยิบยาทาแผลสดจินชางที่ห้องทิศตะวันตก
ซ่งซือเสวี่ยอุ้มซ่งอันห่าวเดินออกมาจากบ้าน
ซ่งจินเจาเปิดประตูรั้วพลางกำชับ “หมาป่าไปแล้ว พวกเจ้าสองคนกลับไปนอนในห้องเสีย อย่าให้ต้องลมหนาว”
นางปลีกตัวฝ่าฝูงชนที่แออัดเข้าไปข้างใน ซ่งจินเจานั่งลงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “หลีกทางหน่อย”
ซ่งสุ่ยเซิงเงยหน้าขึ้นมองนาง แล้วรีบถอยออกไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ บุญคุณช่วยชีวิตในครานี้เขาจะไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต ภาพนางในตอนนั้นราวกับเทพเซียนลงมาจุติ ช่างองอาจกล้าหาญยิ่งนัก
เมื่อเปิดผ้าที่กดแผลไว้ออก พบว่าเลือดเริ่มไหลช้าลงแล้ว
“อดทนหน่อย” นางกดกล้ามเนื้อรอบๆ เบาๆ เพื่อสำรวจ พบว่าแผลไม่บาดเจ็บถึงเส้นเลือดใหญ่
ซ่งจินเจาโรยผงยาลงบนปากแผล แล้วใช้ผ้าพันไว้อย่างแน่นหนา ซ่งต้าเถียนจิกนิ้วเข้ากับฝ่ามือแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายท่อนบนสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
เมื่อเห็นว่าเลือดหยุดไหลแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าประหลาดใจ ซ่งจินเจาไปร่ำเรียนวิชาแพทย์มาจากที่ใดกัน?
เมื่อซ่งต้าเถียนพ้นขีดอันตรายแล้ว ซ่งหม่านชางจึงหันไปถามซ่งจินเจาว่า “หมาป่าพวกนั้นจะย้อนกลับมาอีกหรือไม่?”
ในลานบ้านตายไปสามตัว ด้านนอกอีกสองตัว ชาวบ้านส่วนใหญ่คิดว่าพวกมันคงเข็ดขยาม
ซ่งจินเจาทอดสายตามองไปยังเส้นทางเล็กๆ ที่มุ่งสู่ภูเขาหลังหมู่บ้าน
“หมาป่าตายไปถึงห้าตัว ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของฝูง หากพวกมันยังไม่มั่นใจว่าจะสังหารพวกเราได้ทั้งหมด คงไม่กล้าลงจากเขามาโจมตีอีกในเร็วๆ นี้”
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หากพวกมันมาอีก ใครจะรู้ว่าคราวหน้าจะเป็นบ้านใครที่โชคร้าย ซ่งต้าเถียน
รอดมาได้เพราะมีซ่งจินเจาอยู่บ้านติดกัน แต่พวกเขาคงไม่มีโชคเช่นนั้น
ค่ำคืนนี้ช่างสยดสยองยิ่งนัก หลังจากแยกย้ายกันไปก็ไม่มีชาวบ้านคนใดข่มตาลงได้
ครั้นรุ่งสาง ซ่งสุ่ยเซิงพร้อมภรรยาก็หิ้วไก่สองตัวมาที่บ้านของซ่งจินเจา
“เมื่อคืนขอบใจเจ้ามากที่ยื่นมือเข้าช่วย มิเช่นนั้นท่านพ่อของข้าคงสิ้นชื่อไปแล้ว”
ตามเหตุการณ์เมื่อคืน หากต้องรอจนผู้ใหญ่บ้านนำคนมาถึง ไม่ใช่แค่ท่านพ่อ แม้แต่ตัวเขาเองก็คงเอาชีวิตไม่รอด
ซ่งจินเจาปฏิเสธน้ำใจ “มิเป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
ภรรยาของซ่งสุ่ยเซิงรีบโยนไก่สองตัวเข้าไปในเล้าทันที “ที่บ้านไม่มีของมีค่าอันใด ให้ฉี่หมิงกับพวกน้องๆ ไว้บำรุงร่างกายเถิด เมื่อคืนคงจะขวัญเสียกันมาก”
เมื่อเห็นไก่เข้าไปอยู่ในเล้าแล้ว ซ่งจินเจาก็ไม่คิดปฏิเสธอีก
“แผลลึกเกินไป คงไม่หายดีในเร็ววัน ข้าจะให้ยาเพิ่มไปอีกหน่อย” นางหยิบขวดยาทาแผลสดจินชางออกมาจากห้องทิศตะวันตกแล้วยื่นให้ซ่งสุ่ยเซิง “เปลี่ยนยาวันละสองครั้ง ไม่เกินครึ่งเดือนแผลก็น่าจะสมานดี”
ยาทาแผลสดจินชางนี้เป็นยาที่ซ่งจินเจาปรุงร่วมกับซ่งซือเสวี่ยในช่วงปีใหม่ โดยใช้สมุนไพรที่ซื้อมาจากร้านยาตระกูลเหอ
ซ่งสุ่ยเซิงนึกถึงท่าทางการห้ามเลือดที่เชี่ยวชาญของนางเมื่อคืน นางคงผ่านการบาดเจ็บมานับครั้งไม่ถ้วนยามขึ้นเขาไปล่าสัตว์เป็นแน่
ต่อมา ซ่งหม่านชางพาซ่งสือเกินมาหาซ่งจินเจา ทั้งคู่มีรอยยิ้มที่ไม่เป็นธรรมชาติเท่าใดนัก
“จินเจา หมาป่าห้าตัวที่ตายเมื่อคืน ตอนนี้วางอยู่ที่ศาลบรรพชน เจ้าเห็นว่าควรจัดการอย่างไรดี?”
ซ่งจินเจาจ้องมองสีหน้าของพวกเขาเพียงครู่เดียวก็คาดเดาเจตนาในใจได้ทันที ตอนที่ชาวบ้านมาถึงไม่ได้ร่วมต่อสู้ หมาป่าห้าตัวนั้นไม่ใช่ฝีมือพวกเขา แต่ตอนนี้กลับต้องการส่วนแบ่ง
ทว่าเมื่อคืนมีคนมาช่วยหลายคน หากไม่ปันส่วนให้บ้างเลย ก็อาจเกิดความขุ่นเคืองใจกันได้
ซ่งจินเจาจึงตอบว่า “มีสองตัวที่ท่านลุงสุ่ยเซิงใช้ไม้กระบองสังหาร ข้าขอเพียงหนังหมาป่าสามผืน กับเนื้อหมาป่าอีกสิบจิน ส่วนที่เหลือหมู่บ้านจะจัดการอย่างไรก็ตามแต่เห็นสมควรเถิด”
สีหน้าของซ่งหม่านชางดูผ่อนคลายลงทันที เขารีบรับคำด้วยรอยยิ้ม “ดี! ข้าจะให้คนรีบถลกหนังแล้วส่งมาให้เจ้าโดยเร็ว”
“หลายบ้านในหมู่บ้านปีใหม่นี้ยังไม่ได้กินเนื้อเลย พอดีจะได้แบ่งกันคนละนิดคนละหน่อย”
หนังหมาป่าอีกสองผืนที่เหลือผู้ใหญ่บ้านมอบให้ซ่งสุ่ยเซิง ส่วนชาวบ้านคนอื่นๆ ได้แบ่งเพียงเนื้อคนละเล็กคนละน้อย
ซ่งเอ้อหลางและป้าสะใภ้รองนั่งบ่นกระปอดกระแปดอยู่ในห้องโถงกับซ่งจินเจา
“เนื้อหมาป่าตั้งหลายร้อยจิน ควรจะเป็นของเจ้าทั้งหมดแท้ๆ ตอนนี้กลับได้มาแค่สิบจิน แม้แต่บ้านลุงใหญ่ของเจ้าก็ได้ไปแค่ยี่สิบจินเอง”
“จินเจา หรือเจ้าลองไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน ขอเนื้อเพิ่มให้พวกเราหน่อยได้หรือไม่?”
ซ่งจินเจาพยายามฝืนยิ้ม แต่กลับรู้สึกว่ามุมปากแข็งทื่อราวกับถูกฉาบด้วยปูน เมื่อคืนลุงรองดูเหมือนจะยืนอยู่รั้งท้ายสุด หลบอยู่หลังคนอื่นอย่างขี้ขลาด ดูแล้วช่างน่าสมเพชนยิ่งนัก
“เนื้อหมาป่าทั้งเหนียวและสาก ฉี่หมิงกับซือเสวี่ยไม่ชอบกินหรอก ที่เหลือในบ้านลุงรองเอาไปเถิด”
ซ่งจินเจาหยิบเนื้อที่เหลือในครัวออกมายื่นให้ป้าสะใภ้รอง
ตอนกลางวันนางลองต้มไปหนึ่งจิน เคี่ยวไปร่วมหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่เปื่อย กัดเข้าไปคำเดียวก็สากราวกับเคี้ยวฟางข้าว เนื้อที่เหลืออยู่นางจึงไม่คิดจะทำกินอีก
ซ่งเอ้อหลางและป้าสะใภ้รองรีบหิ้วเนื้อหมาป่าเก้าจินกลับไปอย่างร่าเริง ลืมเรื่องที่จะไปขอเนื้อเพิ่มจากผู้ใหญ่บ้านเสียสนิท