- หน้าแรก
- ทรราชย์ข้ามมิติ ขุมพลังต้นไม้บรรพกาลกวาดล้างหมื่นเผ่าพันธุ์
- บทที่ 32 - พวกไร้น้ำยา
บทที่ 32 - พวกไร้น้ำยา
บทที่ 32 - พวกไร้น้ำยา
บทที่ 32 - พวกไร้น้ำยา
"เจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชาง แคว้นจิ่วเฉวี่ยนส่งข้ามาเป็นทูตเพื่อถ่ายทอดพระราชสาส์นจากอ๋องจิ่วเฉวี่ยนและคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเรา"
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว เห็นชาวจิ่วเฉวี่ยนสองคนถูกปราณกระบี่สีแดงฉานตัดหัวไปต่อหน้าต่อตา แล้วยังถูกลากออกไปเหมือนสุนัขตาย นอกเหนือจากความตกตะลึงและทำอะไรไม่ถูกในตอนแรก เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ใบหน้าสุนัขของเขาก็ไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ ให้เห็นอีกเลย
จี้เซี่ยจ้องมองสีหน้าของราชทูตผู้นี้ด้วยความสงสัยเล็กน้อย
เขาถามราชทูตว่า "คำสั่งงั้นหรือ? อ๋องจิ่วเฉวี่ยนและแม่ทัพใหญ่ของพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับข้า?"
เมื่อเห็นราชทูตจิ่วเฉวี่ยนเงียบ เขาก็ถามต่อว่า "ข้าได้ยินมาว่า อดีตอ๋องของเราต่อสู้กับแม่ทัพใหญ่ของพวกเจ้าจนบาดเจ็บสาหัส แทบจะเอาชีวิตไม่รอดระหว่างทางหนี พอกลับถึงจิ่วเฉวี่ยนก็ปิดประตูเก็บตัวรักษาบาดแผล จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาสามสี่เดือนแล้ว จู่ๆ ก็มาออกคำสั่งได้ ทำไมล่ะ? อาการบาดเจ็บหายดีแล้วหรือ?"
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนฟังคำพูดประชดประชันของจี้เซี่ยออก แต่สีหน้าก็ไม่เปลี่ยน เขาตอบว่า "ทูลเจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชาง แม่ทัพตู้ซางแห่งแคว้นจิ่วเฉวี่ยน ไม่เพียงแต่บาดแผลหายสนิทและออกจากช่วงเก็บตัวแล้ว แต่ระดับพลังก็ยังก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ตอนนี้กำลังนั่งบัญชาการทหารอยู่บนหอบัญชาการทัพ!"
ขุนนางไท่ชางทุกคนต่างฟังคำข่มขู่ในคำพูดของราชทูตจิ่วเฉวี่ยนออก จึงพากันถลึงตาใส่
"แล้วยังไงล่ะ?" แม่ทัพหรงลู่เอ่ยขึ้น "พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อเดือนก่อน ทหารจิ่วเฉวี่ยนหกพันนายถูกทหารของพวกเราฆ่าตายเหมือนผักเหมือนปลา? ยอดฝีมือระดับเทวะแค่คนเดียวแล้วจะทำไม? กล้าเอามาข่มขู่แคว้นไท่ชางของเรางั้นหรือ?"
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนหันไปมองหรงลู่ แล้วพูดว่า "ข้าเชื่อว่าทุกท่านคงรู้ดีว่าทำไมแคว้นไท่ชางถึงชนะสงครามในครั้งนั้น หากไม่ใช่เพราะทหารจิ่วเฉวี่ยนประมาท และแคว้นไท่ชางจู่ๆ ก็มีกองทัพลึกลับเพิ่มขึ้นมา ป่านนี้พวกท่านคงตกเป็นเชลยของจิ่วเฉวี่ยนไปแล้ว!"
ขุนนางทั้งหลายโกรธจัด แต่เนื่องจากตอนนี้อยู่ในตำหนักไท่เหอ และบนบัลลังก์ก็มีเจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชางประทับอยู่ พวกเขาจึงไม่กล้าส่งเสียงด่าทอ
จี้เซี่ยมองราชทูตจิ่วเฉวี่ยนอย่างสนใจ แล้วถามว่า "เจ้าชื่ออะไร?"
"ทูลเจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชาง ข้าชื่อเจี่ยงชิว ดำรงตำแหน่งราชทูตแห่งแคว้นจิ่วเฉวี่ยน"
จี้เซี่ยเอ่ยชม "ไม่เลวเลย แม้แต่เพื่อนร่วมทางสองคนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา เจ้าก็ยังเก็บอาการได้ แถมยังกล้าโต้เถียงกับขุนนางไท่ชางอีก นับว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถของจิ่วเฉวี่ยนจริงๆ"
เขาจิบชาในถ้วย แล้วพูดต่อ "ข้ามักจะให้ความสำคัญกับคนเก่งเสมอ เห็นแก่หน้าขุนนางที่เก่งกาจอย่างเจ้า ข้าจะอนุญาตให้เจ้าบอกจุดประสงค์ที่จิ่วเฉวี่ยนส่งเจ้ามาไท่ชางก็แล้วกัน"
เจี่ยงชิว ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนกล่าวว่า "อ๋องจิ่วเฉวี่ยนและแม่ทัพตู้ซางมีคำสั่งว่า หากแคว้นไท่ชางยอมมอบเสบียงอาหารจำนวนสิบล้านชั่ง จิ่วเฉวี่ยนก็จะละเว้นแคว้นไท่ชาง ให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ไท่ชางรอดพ้นจากภัยพิบัติบ้านแตกสาแหรกขาด และภายในเวลาสามปี ทั้งสองแคว้นจะไม่รุกรานกันและกัน ต่างคนต่างอยู่"
ในตำหนักไท่เหอเงียบสงบลงทันที
เสบียงอาหารสิบล้านชั่งงั้นหรือ? ผลผลิตในฤดูเก็บเกี่ยวรอบที่สามของเมืองไท่และเมืองชางรวมกันยังไม่ถึงสามสิบห้าล้านชั่งเลย กว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวรอบแรกของปีหน้าก็อีกตั้งหกเดือน ต่อให้พอมีเสบียงเหลือจากสองฤดูก่อนหน้าบ้าง แต่ก็ยังขาดแคลนอยู่อย่างหนัก
แคว้นจิ่วเฉวี่ยนนี่มันยังไงกัน เอะอะก็ขอเสบียงอาหารสิบล้านชั่ง แล้วชาวไท่ชางจะทำอย่างไร? ปล่อยให้อดตายกันหมดหรือ?
บัณฑิตเกษตรกู่ซูเป็นคนแรกที่โกรธจัด เขาตวาดว่า "เสบียงอาหารสิบล้านชั่งงั้นหรือ? แคว้นจิ่วเฉวี่ยนกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่?"
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนหันไปมองบัณฑิตเกษตร แล้วพูดว่า "นี่เป็นเพียงข้อเสนอของแคว้นจิ่วเฉวี่ยนเท่านั้น หากแคว้นไท่ชางไม่ยินยอม ข้าก็จะกลับจิ่วเฉวี่ยนเดี๋ยวนี้"
ดวงตาของเขาทอประกาย แล้วพูดเสียงเย็นเยียบ "หากเป็นเช่นนั้น แคว้นไท่ชางก็เตรียมรับมือกับความโกรธเกรี้ยวของจิ่วเฉวี่ยนได้เลย ขอให้ทุกท่านโปรดไตร่ตรองให้ดี"
บรรยากาศในท้องพระโรงยิ่งเงียบสงัดลงไปอีก
จี้เซี่ยทำท่าลังเล "หากแคว้นไท่ชางและจิ่วเฉวี่ยนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ข้าเพิ่งจะสังหารองค์หญิงที่อ๋องจิ่วเฉวี่ยนทรงโปรดปรานที่สุดไป หากอ๋องจิ่วเฉวี่ยนกริ้ว แล้วฉีกสัญญาทิ้ง จะทำยังไงล่ะ?"
สีหน้าของลู่อวี๋มืดมนลง ส่วนจีเชี่ยนฉิงและพั่วเสียนที่อยู่ข้างๆ ก็หันมามองหน้ากัน
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนหัวเราะลั่น แล้วพูดว่า "ขอให้ท่านอ๋องโปรดวางใจ อ๋องจิ่วเฉวี่ยนทรงเป็นผู้ที่มีจิตใจกว้างขวาง และมีบุตรธิดามากมาย พระองค์คงไม่ทรงเก็บเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มาใส่ใจหรอก"
จี้เซี่ยทำหน้าดีใจ แล้วถามว่า "เราสามารถทำพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่กับอ๋องจิ่วเฉวี่ยนได้ไหม?"
สีหน้าของลู่อวี๋ยิ่งดำทะมึน ส่วนใบหน้าของจีเชี่ยนฉิงและพั่วเสียนก็ดูแย่ลงไปถนัดตา
ราชทูตผู้นั้นล้วงเอาม้วนกระดาษสีทองแดงออกมาจากอกเสื้อ คลี่ออกแล้วชูขึ้นเหนือหัว เพื่อให้เหล่าขุนนางได้เห็น
"เพื่อคลายความกังวลของเจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชาง ทุกท่านโปรดดู อ๋องจิ่วเฉวี่ยนได้ประทับพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่และหยดเลือดลงไปแล้ว หากแคว้นไท่ชางสนใจ เพียงแค่เจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชางหยดเลือดลงไป พันธสัญญาแห่งลู่ฟู่ก็จะสมบูรณ์ ภายในเวลาสามปี ทั้งสองแคว้นจะไม่รุกรานกันและกัน!"
เมื่อจี้เซี่ยเห็นพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ เขาหัวเราะลั่น "อ๋องจิ่วเฉวี่ยน ช่างรอบคอบจริงๆ!"
แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าสลด "แต่เสบียงอาหารสิบล้านชั่งมันมากเกินไป หากมอบเสบียงอาหารให้จิ่วเฉวี่ยนมากขนาดนั้น ชาวไท่ชางก็คงต้องอดตายในช่วงสุริยันดับแสงกันเป็นเบือ... ถ้าเป็นแบบนั้น ข้าก็จะกลายเป็นคนบาปของไท่ชาง..."
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเอ่ยขึ้นมาว่า "ท่านอ๋องจี้ เดิมทีก่อนที่ข้าจะเดินทางมา อ๋องจิ่วเฉวี่ยนได้สั่งไว้ว่า หากเสบียงอาหารน้อยกว่าสิบล้านชั่ง ก็ให้ฉีกกระดาษพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่ทิ้งไปซะ แล้วให้แคว้นไท่ชางรอรับการโจมตีจากกองทัพจิ่วเฉวี่ยนได้เลย"
"แต่เมื่อข้าเข้ามาในแคว้นไท่ชาง ได้เห็นชาวบ้านไท่ชาง ข้าก็พบว่าพวกเขาไม่ได้ต่างอะไรกับชาวจิ่วเฉวี่ยนเลย ต่างก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกป่าเถื่อนอันไร้ขอบเขต เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น สวรรค์มีเมตตา ข้าเองก็รู้สึกสงสารขึ้นมา จึงตัดสินใจยอมเสี่ยงถูกอ๋องจิ่วเฉวี่ยนลงโทษ เพื่อผลักดันให้เรื่องนี้สำเร็จ แล้วท่านอ๋องคิดว่าเสบียงอาหารเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมล่ะ?"
จี้เซี่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย "บัณฑิตเกษตร ท่านคิดว่าเราควรจะมอบเสบียงอาหารให้จิ่วเฉวี่ยนเท่าไหร่ ถึงจะไม่เกินกำลังของไท่ชาง?"
เมื่อได้ยินคำถามของจี้เซี่ย กล้ามเนื้อบนใบหน้าของลู่อวี๋ก็กระตุก เขาสูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับความโกรธที่อยากจะด่าทอออกมา
กู่ซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า "สำหรับไท่ชางในตอนนี้ เสบียงอาหารสิบล้านชั่งถือเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินไป แต่ถ้าเป็นห้าล้านชั่ง แล้วลดปริมาณอาหารในกองทัพลงอีกสักหน่อย ก็น่าจะพอรับไหวอยู่พ่ะย่ะค่ะ"
จี้เซี่ยกวาดสายตามองไปที่เหล่าขุนนาง แล้วถามว่า "ทุกท่านคิดว่า เสบียงอาหารห้าล้านชั่ง แลกกับการที่จิ่วเฉวี่ยนจะไม่โจมตีไท่ชางเป็นเวลาสามปี คุ้มค่าหรือไม่?"
เหล่าขุนนางพากันส่งเสียงสนับสนุน
"เสบียงอาหารห้าล้านชั่ง แลกกับความสงบสุขของไท่ชาง ย่อมคุ้มค่าแน่นอน"
"ในเมื่อแคว้นจิ่วเฉวี่ยนส่งราชทูตมาไท่ชาง ก็คงไม่ได้มาล้อเล่นแน่ เสบียงอาหารห้าล้านชั่ง แม้จะสำคัญมากสำหรับไท่ชาง แต่ถ้าแลกกับการสงบศึกกับจิ่วเฉวี่ยนได้ ก็คุ้มค่า"
"ก็ไม่รู้ว่าพวกจิ่วเฉวี่ยนจะรักษาคำพูดหรือเปล่า"
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนได้ยินเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนาง ดวงตาก็แอบทอประกายดีใจ เขาพูดว่า "ห้าล้านชั่งมันน้อยเกินไป เพิ่มให้อีกสักล้านชั่งเป็นไง? ถือเป็นการแสดงความจริงใจของไท่ชางด้วย"
จี้เซี่ยถามว่า "งั้นหกล้านชั่งล่ะ? ทุกท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร?"
เหล่าขุนนางไท่ชางต่างพยักหน้าเห็นด้วย "ดีมาก ดีมาก!"
ในที่สุด ลู่อวี๋ก็ทนไม่ไหว กำลังจะอ้าปากพูด
"ดีกับผีสิ!" จู่ๆ จี้เซี่ยก็ระเบิดอารมณ์โกรธจัด เขาคว่ำโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าจนล้มระเนระนาด แล้วชักดาบเล่มใหญ่ที่อยู่บนหลังของจิ่งเหย่ออกมา ฟาดฟันใส่ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนอย่างแรง
ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนตกใจสุดขีด นึกไม่ออกเลยว่า ทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังจะเป็นฝ่ายชนะอยู่แล้ว ทำไมจู่ๆ เจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชางที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้มอยู่ ถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาได้ เขาตื่นตระหนก รีบโคจรพลังปราณเพื่อหลบหลีก
ทันใดนั้น พลังปราณอันทรงพลังสองสายก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พุ่งเข้ามารัดตรึงร่างของราชทูตจิ่วเฉวี่ยนเอาไว้ ทำให้ราชทูตจิ่วเฉวี่ยนไม่มีทางหนีรอด ถูกดาบเล่มใหญ่ฟันเข้าอย่างจัง ตายตาไม่หลับ!
เจ้าผู้ครองแคว้นหนุ่มฟันราชทูตจิ่วเฉวี่ยนจนตาย แต่ก็ยังไม่หายแค้น ดวงตาของเขาฉายแววเย็นชา จ้องมองไปที่เหล่าขุนนางไท่ชาง แล้วพูดเสียงเย็นเยียบว่า "พวกไร้น้ำยาจริงๆ!"