- หน้าแรก
- ทรราชย์ข้ามมิติ ขุมพลังต้นไม้บรรพกาลกวาดล้างหมื่นเผ่าพันธุ์
- บทที่ 16 - ข้าไม่มีหลานชายแบบเจ้า
บทที่ 16 - ข้าไม่มีหลานชายแบบเจ้า
บทที่ 16 - ข้าไม่มีหลานชายแบบเจ้า
บทที่ 16 - ข้าไม่มีหลานชายแบบเจ้า
ชิงฝูเริ่นถูกทหารยมโลกกดตัวเอาไว้ให้คุกเข่าลงตรงหน้าจี้เซี่ย
"เจ้าชื่อจี้เซี่ยใช่ไหม? กองทหารประหลาดพวกนี้ ถูกเรียกออกมาจากค่ายกลอัญเชิญวิญญาณงั้นหรือ?" บนใบหน้าของมันไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เอ่ยถามขึ้น
"ไม่รบกวนให้ท่านราชครูต้องมาใส่ใจหรอก ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงต้องจับเป็นท่าน?" จี้เซี่ยอายุเพิ่งจะยี่สิบปี แต่ท่าทางที่แสดงออกมา กลับเหมือนกษัตริย์ที่ครองราชย์มานานนับหลายสิบปีไม่มีผิด
"ก็แค่จะเอาไว้ข่มขู่เจ้าผู้ครองแคว้นโจวชิงของข้าไม่ใช่หรือ? เจ้าเพิ่งจะไปล่วงเกินแคว้นจิ่วเฉวี่ยนมาหมาดๆ หรือว่าเจ้าจะกล้าฆ่าข้า? ขืนทำแบบนั้น แคว้นไท่ชางก็จะต้องรับศึกทั้งหน้าและหลัง มีแต่ทางตันเท่านั้น!" ชิงฝูเริ่นแค่นเสียงเย็น บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
จี้เซี่ยพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ถูกต้อง นอกจากเรื่องนี้แล้ว ข้ายังมีคำถามอยากจะถามท่านราชครูอีกสักข้อ"
เขามองดูรอยยิ้มบนใบหน้าของชิงฝูเริ่น แล้วค่อยๆ ถามว่า "ท่านราชครู หากข้าจำไม่ผิด นอกจากการตั้งทัพอยู่ที่ภูเขาชางชิงแล้ว แคว้นโจวชิงก็ไม่ได้มารุกรานไท่ชางมาครึ่งปีแล้ว นี่เป็นเพราะเหตุใดหรือ?"
"หรือเจ้าคิดว่าจับข้ามาได้ แล้วข้าจะยอมคายความลับให้เจ้าฟังหมดเปลือก? ต่อให้ข้าเผลอบอกความลับอะไรให้เจ้าฟังสักหน่อย แล้วไงล่ะ? เจ้ากล้าเชื่อข้างั้นหรือ?"
มุมปากของชิงฝูเริ่นปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยาม "เมื่อเทียบกับพ่อของเจ้าแล้ว เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป ช่างน่าขันเสียจริง"
"ท่านราชครูช่วยเห็นแก่หน้าข้าสักนิด เล่าเรื่องราวของแคว้นโจวชิงที่เกี่ยวข้องกับไท่ชางให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม ข้าจะได้วางแผนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองแคว้นในอนาคตถูก"
"วางแผนงั้นหรือ? มีอะไรต้องวางแผนกันล่ะ? รอให้แคว้นโจวชิงของข้าทำเรื่องใหญ่เรื่องนี้สำเร็จเมื่อไหร่ เผ่าพันธุ์มนุษย์ไท่ชางของพวกเจ้า ก็เป็นได้แค่เสบียงอาหารให้พวกเราผ่านพ้นช่วงสุริยันดับแสงไปได้เท่านั้นแหละ"
"จะไม่พูดจริงๆ หรือ?"
ชิงฝูเริ่นมองจี้เซี่ยราวกับมองคนโง่
จี้เซี่ยทำเหมือนไม่เห็นสายตาของชิงฝูเริ่น พูดต่อว่า "สู้พวกเรามาพนันกันดีไหม?"
"หากข้าสามารถทำให้ท่านราชครูยอมเปิดปากบอกทุกเรื่องที่ข้าอยากรู้ได้อย่างเต็มใจ ท่านยอมเรียกข้าว่าปู่เอาไหมล่ะ?"
ชิงฝูเริ่นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กัดฟันกรอด "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน กล้าหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
จี้เซี่ยยักไหล่ "ท่านราชครูจะตื่นเต้นไปทำไม หากท่านยืนกรานไม่ยอมพูด ข้าก็จะปล่อยท่านไป..."
"ท่านอ๋อง!" ลู่อวี๋ ซั่งหยิ่นแห่งไท่ชางที่รีบรุดมาหลังจากได้ยินข่าว รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยความร้อนรน เขาไม่ค่อยไว้ใจองค์รัชทายาทผู้นี้เท่าไหร่นัก เพราะองค์รัชทายาทผู้นี้มีประวัติที่ไม่ค่อยจะดี แถมยังมีคดีติดตัวมาเยอะแยะมากมาย ตอนนี้ในฐานะเจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชาง หากนึกคึกปล่อยตัวศัตรูไปจริงๆ จะทำอย่างไร?
เมื่อชิงฝูเริ่นได้ยินคำพูดของจี้เซี่ย ความโกรธบนใบหน้าก็มลายหายไปในพริบตา มันหัวเราะลั่น "ไอ้หนู เจ้าอยากหาทางลงเพื่อปล่อยข้างั้นหรือ? วางใจเถอะ หากเจ้าปล่อยข้าไป วันข้างหน้าที่แคว้นโจวชิงตีไท่ชางแตก ข้าจะเหลือศพไว้ให้เจ้าแบบครบถ้วนสมบูรณ์เลย!"
จี้เซี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ "สู้พวกเรามาทำพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่กันดีไหม? จะได้ไม่มีใครตุกติก"
พันธสัญญาแห่งลู่ฟู่ คือคำสาบานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกแห่งความป่าเถื่อนอันไร้ขอบเขต ลู่ฟู่คือเทพเจ้าผู้ทรงอำนาจมหาศาล เมื่อพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่มีผล เทพเจ้าลู่ฟู่จะเป็นพยาน หากฝ่ายใดผิดสัญญา ผู้ที่ผิดสัญญาจะต้องตายตกอย่างน่าอนาถ
ตั้งแต่สมัยโบราณกาลมา มีคนตายเพราะพันธสัญญาแห่งลู่ฟู่มาแล้วนักต่อนัก
ชิงฝูเริ่นก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองจี้เซี่ย "ตกลง! พวกเราจะให้ลู่ฟู่เป็นพยาน หากเจ้าทำให้ข้าเปิดปากพูดความลับออกมาได้ ข้าจะยอมเรียกเจ้าว่าปู่ แต่ถ้าไม่ เจ้าต้องปล่อยข้าไป!"
จี้เซี่ยรีบเรียกจั้วเช่อจ้าวชวีมาทันที ให้วาดค่ายกลสลับซับซ้อนลงบนลานกว้าง ระหว่างนั้นลู่อวี๋และจ้าวชวีก็มีสีหน้ามืดมน จ้าวชวีวาดค่ายกลไปก็ถอนหายใจไป ในใจคงด่าทอเจ้าผู้ครองแคว้นไท่ชางที่คิดจะทำอะไรก็ทำคนนี้ไปเป็นร้อยเป็นพันรอบแล้ว
ในที่สุดค่ายกลก็วาดเสร็จ รูปร่างของมันเป็นโครงวงกลม ตรงกลางวงกลมมีอักขระคาถาสลับซับซ้อนเรียงรายอยู่ ส่วนตรงกลางสุดวาดเป็นรูปดวงตาคู่หนึ่ง
ไม่ว่าจะมองดวงตาคู่นี้จากมุมไหน ก็เหมือนกับว่ามันกำลังจ้องมองผู้ที่กำลังมองมันอยู่ ภายในรูม่านตายังมีอักขระคาถาขนาดเล็กอีกสองตัว ซึ่งไม่อาจเข้าใจความหมายได้
จี้เซี่ยเดินมาที่ข้างค่ายกลเป็นคนแรก ดาบแห่งการชำระแค้นปรากฏขึ้นในพริบตา จากนั้นก็กรีดนิ้วชี้ข้างขวาของเขา เลือดหนึ่งหยดหยดลงไปในค่ายกล
ทหารยมโลกหลายนายคุมตัวชิงฝูเริ่นเข้ามา จีเชี่ยนฉิงชักดาบชิงจวินออกมา แทงเข้าที่แขนของชิงฝูเริ่นอย่างแรง วงล้อปราณของชิงฝูเริ่นถูกปิดผนึก ทำให้ไม่สามารถใช้พลังปราณได้ เมื่อถูกจีเชี่ยนฉิงที่แฝงไปด้วยความมุ่งร้ายแทงเข้าที่แขน เลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาทันที
ชิงฝูเริ่นร้องด้วยความเจ็บปวด ถลึงตาใส่จีเชี่ยนฉิงอย่างเคียดแค้น จีเชี่ยนฉิงทำเป็นไม่สนใจ เก็บดาบชิงจวินเข้าฝัก แล้วไปยืนอยู่ด้านหลังจี้เซี่ย
เลือดของชิงฝูเริ่นไหลลงไปในค่ายกล ทันใดนั้น ค่ายกลก็แผ่กลิ่นอายอันแปลกประหลาดออกมา จี้เซี่ยและชิงฝูเริ่นราวกับมองเห็นเทพเจ้าโบราณจากยุคดึกดำบรรพ์กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ วิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดอยู่รอบๆ ดวงตาคู่นั้น ดิ้นรนทุรนทุราย แต่ก็เปล่าประโยชน์
เพียงพริบตาเดียว กลิ่นอายประหลาดนั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น แต่จี้เซี่ยรู้สึกได้ว่า ตัวเขาเองมีความเชื่อมโยงกับกฎเกณฑ์ของเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสาย
พันธสัญญาแห่งลู่ฟู่สำเร็จแล้ว
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำสาบานใดๆ ออกมา ขอเพียงแค่ทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจ เทพเจ้าลู่ฟู่ก็จะล่วงรู้ถึงเนื้อหาของคำสาบานโดยอัตโนมัติ
จี้เซี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ ดาบแห่งการชำระแค้นปรากฏขึ้น เขาจับด้ามดาบเอาไว้ ชี้ไปที่ชิงฝูเริ่นแล้วถามว่า "ครึ่งปีมานี้ ทำไมแคว้นโจวชิงถึงได้เงียบเชียบ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเลย พวกเจ้ากำลังวางแผนอะไรกันอยู่?"
ชิงฝูเริ่นอยากจะหัวเราะดังๆ "ไอ้หนู เจ้าคิดว่าเอาดาบมาจ่อคอหอยข้า แล้วข้าจะกลัว..."
เสียงของมันชะงักไปกลางคัน ในหัวของมันจู่ๆ ก็มีเสียงอันยิ่งใหญ่ดังก้องขึ้นมา ออกคำสั่งและควบคุมมัน "บอกมันไป!"
"เร็วเข้า! บอกมันไป!"
สติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ของชิงฝูเริ่นถูกเสียงนี้พังทลายลงในชั่วพริบตา สติที่หลงเหลืออยู่พยายามต่อต้าน ดิ้นรนต่อสู้กับเสียงอันยิ่งใหญ่นี้!
จี้เซี่ยรู้สึกว่าดาบแห่งการชำระแค้นสั่นสะท้านเบาๆ เขาเหมือนจะสัมผัสได้ว่า พลังของดาบแห่งการชำระแค้นกำลังถูกกระตุ้นและถูกรีดเค้นออกมาอย่างต่อเนื่อง
"ดูเหมือนว่าความสามารถ 'สัจจะวาจา' ของดาบฟราการัคจะมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน พอมาเจอคนที่มีพลังระดับเทวะและมีจิตใจเข้มแข็ง ก็ไม่นึกว่าจะกินแรงขนาดนี้ แถมชิงฝูเริ่นยังโดนผนึกวงล้อปราณเอาไว้ด้วยนะ ถ้าวงล้อปราณของชิงฝูเริ่นยังใช้การได้ เกรงว่าดาบแห่งการชำระแค้นคงบังคับให้มันพูดความจริงไม่ได้แน่ๆ"
"คงต้องโทษที่เจ้านายอย่างข้ามันอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถช่วยส่งเสริมพลังให้ดาบเล่มนี้ได้"
จี้เซี่ยพึมพำในใจ แต่สายตายังคงจ้องมองชิงฝูเริ่นที่กำลังสั่นเทา ตะโกนเสียงดังว่า "บอกข้ามา!"
เสียงอันยิ่งใหญ่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของราชครูแห่งโจวชิง ทำลายเจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ของมันอย่างต่อเนื่อง ชิงฝูเริ่นส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมาจากลำคอ ในที่สุดสติสัมปชัญญะของมันก็ถูกสะกดไว้ได้อย่างสมบูรณ์!
ท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของลู่อวี๋, จีเชี่ยนฉิง, จ้าวชวี, จิ่งอวี้ และคนอื่นๆ มันมีดวงตาเหม่อลอย รูม่านตาเบิกกว้าง แล้วค่อยๆ เอ่ยปากพูดว่า "แคว้นต้าฝูส่งทูตมาที่แคว้นโจวชิง สั่งให้แคว้นโจวชิงขุดหินอัคคีแดงให้แคว้นต้าฝู หากสามารถขุดหินอัคคีแดงได้สามหมื่นชั่ง ก็จะประทานอาวุธยันต์วิญญาณให้แคว้นโจวชิงหนึ่งชิ้น และยังจะทำตามคำขอของแคว้นโจวชิงหนึ่งข้อด้วย!"
"ทหารของแคว้นโจวชิงหนึ่งหมื่นห้าพันนาย ยกเว้นสี่พันนายที่ประจำการอยู่ที่ภูเขาชางชิง ทหารคนอื่นๆ ล้วนมุ่งหน้าไปยังภูเขาอัคคีแดงทางตอนเหนือของแคว้นโจวชิง เพื่อขุดหินอัคคีแดง!"
"คำขออะไร?" จี้เซี่ยถาม
"ตอนนี้ขุดหินอัคคีแดงสามหมื่นชั่งได้เกือบสองหมื่นชั่งแล้ว เจ้าผู้ครองแคว้นของข้าได้ขอร้องต่อแคว้นต้าฝูไว้ว่า หากส่งมอบหินอัคคีแดงครบสามหมื่นชั่งเมื่อใด ขอให้แคว้นต้าฝูส่งยอดฝีมือมากวาดล้างทหารไท่ชางทั้งหมดให้สิ้นซาก เมื่อถึงเวลานั้น กองทัพโจวชิงของข้าก็จะสามารถบุกเข้ายึดครองเมืองไท่ชางและเมืองชางได้อย่างไร้ข้อกังขา และนำมนุษย์มาเป็นทาส..."
สีหน้าของลู่อวี๋มืดมนลงตามคำพูดของชิงฝูเริ่น มืดมนจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมเจ้าถึงยังมาลอบสังหารอดีตอ๋องที่เมืองไท่ชางอีกล่ะ? รออยู่เฉยๆ ก็สิ้นเรื่องแล้วนี่"
คำถามของจี้เซี่ยทำให้สีหน้าของชิงฝูเริ่นเปลี่ยนไป รูม่านตาที่เหม่อลอยเริ่มมีความผิดปกติปรากฏขึ้น "ข้าบังเอิญรู้มาว่าจี้ชางมีเมล็ดต้นเทียนอู๋อยู่หนึ่งเมล็ด ซึ่งสามารถนำไปปลูกไว้ในวงล้อปราณได้ วันข้างหน้าหากสร้างทารกวิญญาณได้สำเร็จ และก้าวเข้าสู่ระดับควบคุมวิญญาณ เมล็ดนี้ก็จะหยั่งรากในทารกวิญญาณ คอยปกป้องทารกวิญญาณ และมอบพลังปราณอันมหาศาลให้กับทารกวิญญาณอย่างไม่ขาดสาย!"
"ข้าไม่อยากให้ยอดฝีมือจากแคว้นต้าฝูชิงเมล็ดต้นเทียนอู๋ตัดหน้าไปได้ ข้าจึงฉวยโอกาสตอนที่จี้ชางบาดเจ็บสาหัส มาลอบสังหารเขา ไม่นึกเลยว่าจี้ชางจะตายไปแล้ว เมล็ดต้นเทียนอู๋ก็ย่อมต้องเหี่ยวเฉาไปพร้อมกับวงล้อปราณของจี้ชาง..."
จี้เซี่ยพยักหน้าเงียบๆ กำลังจะลดดาบแห่งการชำระแค้นลง จู่ๆ ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ "วิชาของเจ้าชื่อเคล็ดวิชาธุลีมืดจำแลงใช่ไหม? เจ้าจงบอกเคล็ดลับวิชาและจุดสำคัญทั้งหมดออกมาให้หมด เมิ่งกุ่ย เจ้าเป็นคนจด"
เมิ่งกุ่ยค้อมตัวรับคำ
ชิงฝูเริ่นบอกเคล็ดลับและจุดสำคัญของเคล็ดวิชาธุลีมืดจำแลงออกมาอย่างว่าง่ายราวกับหุ่นเชิด เมิ่งกุ่ยกลับไม่ได้ใช้กระดาษและพู่กันจด แต่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ชิงฝูเริ่นอย่างเงียบๆ ทันทีที่ราชครูแห่งโจวชิงพูดจบ เขาก็ค้อมตัวพูดกับจี้เซี่ยว่า "ท่านอ๋อง กระหม่อมจำได้ทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
จี้เซี่ยเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง เก็บดาบแห่งการชำระแค้นเข้าไปในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
ชิงฝูเริ่นค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น จำได้ว่าตัวเองถูกจี้เซี่ยควบคุม จนเผลอบอกความลับไปมากมาย แม้แต่วิชาประจำตระกูลก็ยังถูกจี้เซี่ยล้วงความลับไปจนหมด ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ในดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
จี้เซี่ยนั่งลงบนเก้าอี้ที่จิ่งอวี้ยกมาให้ รับแก้วน้ำมา ยิ้มให้ชิงฝูเริ่นพลางพูดว่า "เรียกข้าว่าปู่สักคำสิ แล้วข้าจะให้น้ำแก้วนี้เจ้าดื่ม"
ชิงฝูเริ่นอ้าปาก กำลังจะพูดจาถากถางจี้เซี่ยสักประโยค ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ารอบด้านมืดสนิท ดวงตายักษ์คู่หนึ่งลอยอยู่กลางความว่างเปล่าอันมืดมิด จ้องมองมาที่มัน วิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนรอบๆ ดวงตายังคงกรีดร้องอย่างโหยหวน!
ความหวาดกลัวอันไร้ขีดจำกัดกำลังจะกลืนกินมัน!
มันรีบตะโกนเสียงหลง "ท่านปู่!"
ความว่างเปล่าอันมืดมิด ดวงตายักษ์ และวิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วน หายวับไปตามเสียงตะโกนที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของมัน
รอยยิ้มบนใบหน้าของจี้เซี่ยหยุดชะงัก เขาสาดน้ำในแก้วใส่หน้าชิงฝูเริ่นอย่างแรง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ข้าไม่มีหลานชายแบบเจ้า!"
(จบแล้ว)