- หน้าแรก
- วิกฤตไซเบอร์พังก์ กำเนิดนักบินพลังเทพ
- บทที่ 15: บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์
บทที่ 15: บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์
บทที่ 15: บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์
บทที่ 15: บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์
ฝีมือการขับรถของแจ็กกี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว เขาขับมาถึงจุดหมายอย่างมั่นคง
นี่เป็นตึกอพาร์ตเมนต์ธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งลูซีใช้ชื่อปลอมเช่าห้องพักชั่วคราวเอาไว้
"แบกเขาไปที่ห้อง 512"
เฉินนั่วพูดขณะลงจากรถ เมื่อได้ยินดังนั้น แจ็กกี้ก็อุ้มทากาฮาชิ ฮายามิขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิงด้วยสีหน้ารังเกียจ
ในห้อง 512 กีวีรออยู่เป็นเวลานานแล้ว เมื่อเห็นเฉินนั่วและคนอื่นๆ ผลักประตูเข้ามา เธอก็เอื้อมมือไปขยี้บุหรี่ทิ้ง ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า
"พาเขาตรงไปที่ห้องน้ำเลย"
"โอเค"
เดิมทีแจ็กกี้ตั้งใจจะทักทายกีวีสักหน่อย เขาเป็นคนเข้าสังคมเก่งอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการได้เผชิญหน้ากับเน็ตรันเนอร์สาวสวยสุดเซ็กซี่เลย แต่พอเห็นเธอพูดแบบนี้ เขาก็ทำได้แค่เก็บความตั้งใจนั้นไว้ก่อน
อ่างอาบน้ำถูกเติมด้วยน้ำแข็งรอไว้ล่วงหน้าแล้ว และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องก็ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ภายใต้การควบคุมของกีวี แจ็กกี้เสียบสายข้อมูลหลายเส้นเข้ากับช่องต่อระบบประสาทของทากาฮาชิ ฮายามิ
"มีอะไรให้ฉันทำอีกไหม"
ท่าทีของแจ็กกี้ดูกระตือรือร้นมาก แต่กีวีเพียงแค่ชี้นิ้วแล้วบอกเขาว่า
"ออกไป แล้วอย่าลืมปิดประตูด้วย"
"โอเค"
สีหน้าของแจ็กกี้แข็งค้างไป เขาทำได้เพียงเดินคอตกออกไปเท่านั้น
เหลือเพียงลูซีในห้องน้ำที่คอยช่วยเหลือกีวี รับหน้าที่ดูแลการดำดิ่งสู่ระบบเครือข่าย เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถตัดการเชื่อมต่อได้ทันท่วงทีหากจำเป็น
กีวีถอดเสื้อผ้าออกแล้วนอนเปลือยเปล่าในอ่าง ปล่อยให้น้ำแข็งท่วมร่างของเธอ
เดิมทีลูซีตั้งใจจะทำงานนี้ด้วยตัวเอง แต่เฉินนั่วปฏิเสธ เขายอมเสียเงินจ้างกีวีมาทำแทนดีกว่า
ไม่ใช่ว่าเขากังวลว่าลูซีจะไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเงามืดในอดีตของเธอ แต่ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องมาทรมานตัวเองแบบนี้ต่างหาก
การดำดิ่งสู่ระบบเครือข่ายไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่าอภิรมย์เลยสักนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบป้องกันของบริษัทอาราซากะ
เฉินนั่วไม่ได้เข้าไปข้างในเลยด้วยซ้ำ เขาไปนั่งดูทีวีบนโซฟาแทน ช่องรายการช่วงดึกของไนท์ซิตีนั้นค่อนข้างน่าตื่นเต้นทีเดียว เมื่อเห็นแจ็กกี้มานั่งข้างๆ เขาก็ยื่นโซดาให้ขวดหนึ่ง
"พวกเราแค่นั่งอยู่ตรงนี้เหรอ"
"แล้วจะให้ทำอะไรอีกล่ะ"
เฉินนั่วย้อนถาม สายตายังคงจับจ้องไปที่รายการทีวี แจ็กกี้จิบเครื่องดื่ม รู้สึกว่าเงินก้อนนี้หามาได้ง่ายเกินไปหน่อย
ทากาฮาชิ ฮายามิเป็นเพียงผู้นำระดับกลางค่อนไปทางล่างเท่านั้น แม้แต่สมาชิกทราวม่าทีมของเขา บริษัทก็ยังซื้อให้แค่ระดับโกลด์ ไอซ์บนตัวเขาย่อมไม่ใช่ของระดับองค์กรชั้นสูง การเอาชนะมันจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ผ่านไปเพียงครู่เดียว กีวีก็เจาะเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลของเขาและคัดลอกข้อมูลทั้งหมดที่เฉินนั่วต้องการมาได้
"ของได้แล้ว ฉันไปล่ะ"
กีวีเดินตัวเปียกโชกออกมาจากห้องน้ำ เธอมีความเป็นมืออาชีพมาก ไม่ถามอะไรเลย เพียงแค่โยนชิปข้อมูลที่คัดลอกมาให้เฉินนั่ว ขณะที่พูด เธอก็สวมเสื้อผ้าและเดินตรงไปที่ประตู
เธอมาที่นี่เพื่อรับจ็อบพิเศษเท่านั้น และไม่สนใจเรื่องอื่นใด
"เงินโอนเข้าบัญชีให้แล้วนะ จะให้แจ็กกี้ขับรถไปส่งไหม"
"ไม่ต้องหรอก ถ้ามีโอกาสค่อยร่วมงานกันใหม่นะ"
น้ำเสียงของกีวียังคงเย็นชา แต่ท่าทีของเธอก็ค่อนข้างกระตือรือร้น ท้ายที่สุดแล้ว เฉินนั่วก็จ่ายเงินงาม แถมงานก็ไม่ได้ยากอะไร
"ได้เลย"
เฉินนั่วมองดูกีวีเดินจากไป จากนั้นก็รับคอมพิวเตอร์พกพาที่ลูซียื่นให้ เขาเสียบชิปและเปิดดูข้อมูลพนักงานของบริษัทอาราซากะ ไม่นานก็พบไฟล์พนักงานของพ่อเขาที่ถูกปิดผนึกไว้
ข้อมูลพนักงานที่ทากาฮาชิ ฮายามิสามารถบันทึกและเก็บรักษาไว้ได้ ย่อมไม่ใช่ข้อมูลของบุคลากรระดับสูงขององค์กรอย่างแน่นอน
พ่อของเฉินนั่วเป็นเพียงหัวหน้างานในแผนกต่อต้านข่าวกรอง อย่างมากก็เป็นแค่ผู้บริหารระดับกลางเท่านั้น
ทว่าสถานะและหน้าที่การงานระดับนี้ ก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไปในไนท์ซิตีต้องแหงนมองแล้ว
น่าเสียดายที่อย่าว่าแต่หัวหน้างานธรรมดาๆ เลย แม้แต่เจนกินส์ซึ่งดูแลแผนกข่าวกรองทั้งหมด ก็ยังต้องตายอย่างง่ายดายจากการต่อสู้ทางการเมืองภายในบริษัท
บริษัทคือเมืองที่ถูกปิดล้อม คนข้างในอยากออก คนข้างนอกอยากเข้า
หากไม่ได้เข้าไปอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น ย่อมไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกนั้นได้อย่างแท้จริง
ทว่าเฉินนั่วก็ไม่พบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใดๆ ในไฟล์ที่ถูกปิดผนึกของพ่อเขา บันทึกการตายของเขาเป็นเพียงประโยคสั้นๆ เท่านั้น
เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
เมื่อดูจากจำนวนผู้เสียชีวิตในแผนกต่างๆ ก็ไม่ยากที่จะเห็นว่าแผนกต่อต้านข่าวกรองมักจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่เสมอในการต่อสู้กับแผนกปฏิบัติการ
ทว่ารายงานการโยกย้ายและสรรหาพนักงานเมื่อเร็วๆ นี้กลับดึงดูดความสนใจของเฉินนั่ว ตำแหน่งที่จะต้องหาคนมาแทนคือตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากพ่อของเฉินนั่วเสียชีวิตพอดิบพอดี
เฉินนั่วดึงข้อมูลยืนยันตัวตนของบุคคลคนนี้ขึ้นมา แจ็กกี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ เหลือบไปเห็นคนในรูปและโพล่งชื่อเขาออกมาตามสัญชาตญาณ
"วีเหรอ"
"นายรู้จักเขาด้วยเหรอ"
เฉินนั่วมองดูรูปถ่ายในข้อมูลบัตรประจำตัวแล้วก็อึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าวีในโลกนี้จะเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวีที่เขาปรับแต่งในตอนนั้นเป็นผู้หญิงหน้าอกตู้มที่มาพร้อมกับเซอร์ไพรส์
"วีเป็นเพื่อนรักที่ร่วมเป็นร่วมตายกับฉันมาเลยล่ะ แต่ตั้งแต่ที่วีเข้าทำงานที่อาราซากะและถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจ เราก็ติดต่อกันน้อยลง"
ขณะที่แจ็กกี้พูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะเกาหัว ภารกิจว่าจ้างจู่ๆ ก็ไปพัวพันกับวีเข้า ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้เลยว่านี่เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่
ดวงตาของเฉินนั่ววูบไหว เขารู้สึกเหมือนได้พบเบาะแสสำคัญแล้ว
การพยายามค้นหาสาเหตุการตายของพ่อจากภายนอกบริษัทเทียบกับการค้นหาจากภายในนั้น เป็นระดับความยากที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"แจ็กกี้ ถ้านายพอมีเวลา ช่วยแนะนำวีให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม"
"เรื่องนี้..."
แจ็กกี้ลังเลเล็กน้อย เขาค่อนข้างกังวลว่าเฉินนั่วจะนำปัญหาที่คาดไม่ถึงมาให้วีหรือเปล่า
ทั้งสองคนต่างก็เป็นเพื่อนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง
"ไม่ต้องห่วง นี่เป็นเรื่องดีสำหรับพวกเราทุกคน พ่อฉันตายในตำแหน่งนี้แหละ ปัญหาที่วีจะต้องเจอมันมีแต่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเขา และในทำนองเดียวกัน เขาก็ต้องการพวกเรา"
เฉินนั่วอธิบายสถานการณ์อย่างเปิดเผย
แจ็กกี้เป็นคนฉลาดและรู้ว่าเฉินนั่วพูดถูก แต่เขาจะไม่ตัดสินใจเรื่องนี้แทนวีเด็ดขาด
"เดี๋ยวฉันจะติดต่าวีให้ ถ้าเขายอมพบกับนาย เราค่อยนัดเวลามาเจอกันอีกที"
"ไม่มีปัญหา"
เฉินนั่วพยักหน้า ไม่ได้รีบร้อนอะไร ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้วียังอยู่ข้างนอกไนท์ซิตี และคงยังไม่กลับมาเริ่มงานในเร็วๆ นี้หรอก
"แล้วเราจะทำยังไงกับไอ้หมอนี่ที่อยู่ข้างในดีล่ะ"
แจ็กกี้นึกถึงทากาฮาชิ ฮายามิขึ้นมาได้จึงถาม
"เอาเขากลับไปไว้ในรถ เปิดโหมดขับอัตโนมัติ แล้วส่งเขากลับบ้าน"
"ไม่ต้องปิดปากเขาเหรอ"
"จะปิดปากเขาทำไม เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขากล้าปริปากพูด คนแรกที่จะถูกไล่ออกก็คือเขานั่นแหละ"
เฉินนั่วรู้ดีถึงเงื่อนไขการเอาชีวิตรอดภายในบริษัทอาราซากะ แม้ว่าทากาฮาชิ ฮายามิจะเป็นแค่หัวหน้าทีม แต่ก็มีคนรอเสียบตำแหน่งของเขาอยู่อีกเพียบ การเลื่อยขาเก้าอี้เจ้านายเป็นศิลปะดั้งเดิมภายในอาราซากะเลยล่ะ
หากทากาฮาชิ ฮายามิพูดถึงเรื่องราวในคืนนี้ ก็เท่ากับเป็นการยื่นมีดให้คนอื่นแทงตัวเองชัดๆ สู้ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปยังจะดีกว่า
ต่อให้มันจะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทในภายหลัง นั่นก็เป็นแค่ความสูญเสียของบริษัท จะสืบสาวราวเรื่องมาถึงเขาได้หรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
"เข้าใจแล้ว"
แจ็กกี้ทำตามที่บอกและส่งทากาฮาชิ ฮายามิกลับไป
ในขณะเดียวกัน ลูซีก็ทำงานเก็บกวาดจนเสร็จสิ้น โดยลบร่องรอยข้อมูลทั้งหมดที่อาจเป็นไปได้ทิ้งจนหมด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก พวกเขาจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน... หลังจากยุ่งมาทั้งคืน เฉินนั่วและลูซีก็หลับเป็นตายจนถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้นถึงเพิ่งตื่น
วันนี้เป็นอีกวันที่ฝนตก
สายฝนที่โปรยปรายลงมาช่วยชะล้างไนท์ซิตี สร้างภูมิทัศน์ไซเบอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สอดประสานกับแสงไฟนีออน
ทว่าภายใต้ภาพอันงดงามนี้กลับซ่อนมลพิษอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตได้
ฝนในไนท์ซิตีมีเพียงฝนกรดเท่านั้น และหมอกก็มีเพียงหมอกพิษเท่านั้นเช่นกัน
เฉินนั่วสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านอาหาร ซึ่งมาส่งถึงหน้าประตูในเวลาไม่นานนัก ขณะที่เขาและลูซีกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารชื่นชมวิวเมืองกลางสายฝน เขาก็ได้รับข้อความเชิญฉบับหนึ่ง
เมื่อเปิดดู ก็พบว่ามาจากคลับ อาฟเตอร์ไลฟ์
ในฐานะบาร์เอดจ์รันเนอร์ที่โด่งดังที่สุดในไนท์ซิตี หากคุณไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอยู่บ้าง คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวผ่านประตูของอาฟเตอร์ไลฟ์ด้วยซ้ำ
ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนสิ่งของและข้อมูลข่าวสาร และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไนท์ซิตี มันเป็นตัวแทนของด้านมืดของเมือง เป็นสถานที่ที่เอดจ์รันเนอร์ทุกคนต่างแสวงหาความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและไขว่คว้าชื่อเสียง
ดูเหมือนว่าชื่อของบีทีจะไปเข้าหูโร้กเข้าแล้ว
"มีงานเข้ามาเหรอ"
เมื่อเห็นดวงตาไซเบอร์ของเฉินนั่วเปล่งประกาย ลูซีก็เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
"ราชินีแห่งอาฟเตอร์ไลฟ์เชิญฉันไปดื่มที่ห้องดับจิตของเธอน่ะสิ"
"ห้องดับจิตเหรอ"
ลูซีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ เธอหัวเราะเบาๆ ใช้ส้อมจิ้มเนื้อชิ้นหนึ่งแล้วยัดเข้าปากเฉินนั่ว ก่อนจะพูดต่อ
"ถ้าพวกสาวกของราชินีได้ยินแบบนั้นล่ะก็ พวกเขาคงต้องมาหาเรื่องนายแน่ๆ"
"ฉันพูดผิดตรงไหนล่ะ นั่นมันก็แค่ห้องดับจิตชัดๆ สถานที่ก็อัปมงคล ชื่อก็ยังอัปมงคลอีก"
เฉินนั่วไม่ได้คลั่งไคล้บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์ของโร้กเหมือนแฟนคลับคนอื่นๆ และเขาก็ไม่จำเป็นต้องแสวงหาความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งจากห้องดับจิตด้วย
สำหรับเขาแล้ว ตัวตนของการเป็นเอดจ์รันเนอร์ก็เป็นแค่งานงานหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีความผูกพันทางวัฒนธรรมหรือจิตวิญญาณใดๆ ทั้งสิ้น
ลูซีก็เช่นเดียวกัน เธอค้นพบสถานที่ที่หัวใจของเธอเป็นของมันแล้ว
"งั้นนายก็จะไม่ไปเหรอ"
"แน่นอนว่าต้องไปสิ ต่อให้ไม่มีงาน ฉันก็ไปเปิดหูเปิดตาที่นั่นได้ ได้ยินมาว่าคนที่นั่นพูดจาไพเราะเสนาะหูมากเลยล่ะ"
ขณะที่เฉินนั่วพูด เขาก็อ้าปากรอรับอาหารจากลูซีต่อไป กินข้าวกลางวันกันไปกินข้าวกลางวันกันมา ดันไปจบลงบนเตียงซะได้
หลังจากพลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ ลูซีที่หมดเรี่ยวแรงก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปอาฟเตอร์ไลฟ์กับเฉินนั่ว แล้วนอนพักฟื้นพลังอยู่บนเตียงแทน ยังไงซะเธอก็ไม่ชอบเข้าสังคมกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว
บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์ตั้งอยู่ในไชน่าทาวน์เขตวัตสัน
ฝนกรดยังคงโปรยปรายอยู่ด้านนอก เฉินนั่วก็ยังคงไม่เลือกขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาไป แต่กลับนั่งรถไฟเอ็นคาร์ต ลงสถานีที่ใกล้บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์ที่สุด แล้วกางร่มเดินไปแทน
มีรถหรูหลายคันจอดเรียงรายอยู่ด้านนอกบาร์
ที่นี่ไม่ได้มีแค่เอดจ์รันเนอร์เท่านั้น แต่ยังต้อนรับพนักงานบริษัท หรือแม้แต่สมาชิกแก๊งด้วย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบาร์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยของเฉินนั่วจึงก้าวออกไปขวางไว้
"แกรู้หรือเปล่าว่าที่นี่คือที่ไหน"
"บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์ ฉันมาถูกที่แล้วไม่ใช่เหรอ"
เฉินนั่วหุบร่มแล้วสะบัดน้ำฝนออก สีหน้าของเขาสงบนิ่งราวกับกำลังยืนอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดาๆ
"ที่นี่คืออาฟเตอร์ไลฟ์ แต่แกจะมาถูกที่หรือเปล่านั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง"
รปภ. ยังคงขวางประตูไว้
"ฉันคือบีที"
ขณะที่เฉินนั่วพูด เขาก็โชว์ข้อความเชิญของโร้กให้ดู หลังจากรปภ. ตรวจสอบแล้ว ในที่สุดก็ยอมหลีกทางให้
"อาฟเตอร์ไลฟ์ยินดีต้อนรับครับ คุณบีที"
"ขอบใจ"
เฉินนั่วพูดขณะก้าวข้ามธรณีประตูของอาฟเตอร์ไลฟ์เข้าไป
การตกแต่งภายในบาร์ดูลึกลับและชวนให้หลงใหล แสงไฟนีออนกะพริบวิบวับ เสียงดนตรีอึกทึก และฝูงชนที่เบียดเสียดกันหนาแน่นสร้างบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ แถมยังมีการแสดงเต้นรำสุดแปลกตาอีกด้วย
ใบหน้าอันสดใสของเฉินนั่วดึงดูดสายตาผู้คนจำนวนมาก แต่ไม่มีใครเลือกที่จะเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายเขาก่อนเลย
"รับอะไรดีคะ"
แคลร์ บาร์เทนเดอร์สาว เป็นคนแรกที่เข้ามาคุยกับเฉินนั่ว
"ขอจอห์นนี ซิลเวอร์แฮนด์แก้วหนึ่ง"
ในเมื่อมาถึงอาฟเตอร์ไลฟ์แล้ว จะไม่ให้เขาลองเครื่องดื่มในตำนานของที่นี่ได้ยังไงล่ะ
จอห์นนี ซิลเวอร์แฮนด์เป็นค็อกเทลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ส่วนรสชาติเป็นยังไงนั้น เฉินนั่วบอกได้แค่ว่าเดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนชอบดื่มแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่ เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ เขาจึงทำได้เพียงกระดกให้หมดในรวดเดียวเท่านั้น
"ขอโค้กแก้วหนึ่งครับ"
"ได้ค่ะ"
เฉินนั่วหยิบแก้วขึ้นมากลั้วปากอย่างแรง
ไว้มีโอกาส เขาคงต้องไปเคลียร์กับจอห์นนีสักหน่อยแล้ว เครื่องดื่มบ้าอะไรเนี่ย รสชาติห่วยแตกชะมัด
ในตอนนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากทางเข้า
เฉินนั่วหันไปมองและเห็นสองร่างที่คุ้นเคย
"พูดให้มันชัดๆ นะ แกด่าใครเป็นผู้เยาว์ห๊ะ"
รีเบคก้ากระโดดขึ้นพร้อมกับชักปืนออกมา การกระทำอันตรายนี้ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตึงเครียดขึ้นมาทันที แต่ในจังหวะที่ความขัดแย้งกำลังจะบานปลาย ซาช่าก็เจาะระบบดวงตาไซเบอร์ของเจ้าหน้าที่ได้สำเร็จ
ซาช่าฉวยโอกาสนี้รีบดึงรีเบคก้าเข้าไปในบาร์
บาร์อาฟเตอร์ไลฟ์ยังมีกฎอีกข้อหนึ่งที่ว่า หากคุณสามารถผ่านด่านรักษาความปลอดภัยมาได้ด้วยวิธีของคุณเอง ที่นี่ก็พร้อมต้อนรับคุณเช่นกัน
"โมโหชะมัด ถ้าซาช่าไม่ห้ามไว้ ฉันเป่ากะโหลกไอ้ตาบอดนั่นเป็นรูไปแล้ว"
เห็นได้ชัดว่ารีเบคก้าพูดด้วยความโมโห ซึ่งซาช่าก็รู้ดี
"เอาล่ะน่า เมนยังรอเราอยู่ข้างในนะ"
ขณะที่พูด รีเบคก้าก็เหลือบไปเห็นเฉินนั่วนั่งอยู่ที่บาร์
ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงด้วยความโกรธ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประหลาดใจในทันที เธอก้าวฉับๆ ไปนั่งลงข้างๆ เฉินนั่ว ตบไหล่เขาแล้วพูดว่า
"ฉันน่าจะเห็นนายที่นี่ตั้งนานแล้ว ทำไมนายเพิ่งมาโผล่เอาป่านนี้ล่ะ พ่อหนุ่มคนขายแพนเค้ก"
"ชิ"
เฉินนั่วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เขาต้องเปลี่ยนชื่อเล่นนี้ซะ ไม่อย่างนั้นถ้ามันแพร่กระจายออกไปคงสายเกินแก้
รีเบคก้าจงใจเรียกเขาแบบนั้น ยิ่งเขาสนใจเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นเท่านั้น
"นี่ๆๆ"
รีเบคก้าคว้าไหล่เฉินนั่วแล้วเริ่มเขย่าตัวเขา
เฉินนั่วก็ยังคงเมินเธอ หันไปทักทายแต่ซาช่า
"เจอกันอีกแล้วนะ คุณคิตตี้"
"นั่นสิคะ"
ซาช่าตอบกลับพร้อมกับหรี่ตาลง
"ฉันโกรธแล้วนะ"
เมื่อเห็นดังนั้น รีเบคก้าก็กระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ กอดอกหันหลังให้เฉินนั่วเพื่อประท้วง แต่เธอก็ทนได้ไม่นานก็ยอมแพ้
"ก็ได้ๆ ฉันไม่เรียกนายว่าพ่อหนุ่มแพนเค้กแล้วก็ได้ โอเคไหม"
"เอ๊ะ นี่รีเบคก้าไม่ใช่เหรอ มาทำอะไรที่นี่ล่ะเนี่ย"
เฉินนั่วทำหน้าตกใจ น้ำเสียงของเขาฟังดูเป็นธรรมชาติราวกับตกใจจริงๆ
"ไปดื่มด้วยกันหน่อยสิ พี่ชายฉันบ่นถึงนายบ่อยมากช่วงนี้ ถ้าฉันไม่รู้รสนิยมทางเพศของเขา ฉันคงคิดว่าเขาแอบปิ๊งนายอยู่แน่ๆ"
รีเบคก้าคว้ามือเฉินนั่วเพื่อจะลากเขาไปที่บูธส่วนตัว
ซาช่าไม่ได้พูดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องฉลาดๆ ที่หาได้ยากที่รีเบคก้าทำลงไป
การผูกมิตรกับเอดจ์รันเนอร์ที่มีฝีมืออย่างเฉินนั่วนั้นถือเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน หากสามารถดึงเขาเข้าทีมของเมนได้ก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่
มีมุมและบูธลับๆ มากมายในบาร์อาฟเตอร์ไลฟ์ คนที่ไม่มีความแข็งแกร่งหรือสถานะก็ไม่สามารถมาจับจองพื้นที่ตรงนี้ได้ คนส่วนใหญ่ทำได้เพียงนั่งที่บาร์ในโถงหลักเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าทีมของเมนก็สร้างชื่อให้ตัวเองในอาฟเตอร์ไลฟ์ได้พอสมควรเลยทีเดียว