- หน้าแรก
- วิกฤตไซเบอร์พังก์ กำเนิดนักบินพลังเทพ
- บทที่ 14: แจ็กกี้
บทที่ 14: แจ็กกี้
บทที่ 14: แจ็กกี้
บทที่ 14: แจ็กกี้
เฉินนั่วมาถึงร้านของมิสตี้ แต่แทนที่จะเป็นมิสตี้นั่งอยู่ในที่ประจำของเธอ กลับกลายเป็นชายร่างกำยำผมสั้นคนหนึ่งแทน
เมื่อดูจากรอยสักของแก๊งที่โผล่พ้นเสื้อผ้าและต่างหูที่มีลวดลายทางศาสนา หมอนี่คือสมาชิกแก๊งวาเลนติโนส หรืออย่างน้อยก็เคยเป็นมาก่อนล่ะนะ
เฉินนั่วจำเขาได้ทันที นี่มันแจ็กกี้ เพื่อนรักของเราไม่ใช่เหรอ
"ยินดีต้อนรับครับ มาหามิสตี้เหรอครับ ตอนนี้เธอยุ่งอยู่นิดหน่อย คงต้องรอสักพักนะ"
แจ็กกี้เงยหน้ามองผู้มาใหม่ พยายามทำน้ำเสียงแหบห้าวของเขาให้นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าของมิสตี้ตกใจหนีไปเหมือนคนเมื่อกี้อีก
"นายคือแจ็กกี้ใช่ไหม"
เฉินนั่วพูดพลางนั่งลงตรงหน้าแจ็กกี้
"นายรู้จักฉันด้วยเหรอ"
"ฉันเคยได้ยินตาเฒ่าวิคพูดถึงนายบ่อยๆ เขาบอกว่าหมัดนายหนักมาก เป็นคนดี แล้วก็เป็นแฟนของมิสตี้ด้วย"
ตอนที่ได้ยินประโยคแรก แจ็กกี้ก็ยิ้มหน้าบานและยืดหลังขึ้นตามสัญชาตญาณ เพื่อพิสูจน์ว่าคำพูดของวิคเตอร์เป็นความจริง แต่ทว่าประโยคหลังกลับทำให้เขารีบหดคอกลับและปฏิเสธพัลวัน
"ความจริงแล้ว ฉันกับมิสตี้ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ"
"ยังไม่ได้เป็นงั้นเหรอ ดีเลย"
"หา"
"ในเมื่อมิสตี้ยังโสดอยู่ งั้นฉันจะเริ่มตามจีบเธอล่ะนะ"
เฉินนั่วลูบคางพลางเลิกคิ้วขึ้น
"ไม่ได้นะ"
ปฏิกิริยาของแจ็กกี้ดูรุนแรงไปหน่อย เขากระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ราวกับโดนเหยียบหาง
ในตอนนั้นเอง เสียงของมิสตี้ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
"นั่ว เลิกแกล้งแจ็กกี้ได้แล้ว"
"แกล้งอะไรกัน ฉันพูดจริงนะ ถ้าฉันมีโอกาสกับผู้หญิงดีๆ อย่างมิสตี้ ฉันจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง จริงไหมแจ็กกี้"
เฉินนั่วเอาศอกกระทุ้งแจ็กกี้ แต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องหายไปทันทีเมื่อมิสตี้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ได้สิ เดี๋ยวฉันจะส่งคำพูดเมื่อกี้ของนายไปให้ลูซีก่อนเลย ถ้าลูซีตกลง ฉันอาจจะพิจารณารับรักนายก็ได้"
"ผมผิดไปแล้วครับ"
เฉินนั่วก้มหน้าประนมมือ ยอมถอยทัพทันที
"วิคเตอร์ผ่าตัดใกล้จะเสร็จแล้ว อีกแป๊บเดียวนายก็ลงไปหาเขาได้แล้วล่ะ"
มิสตี้พูดขึ้น เธอรู้ดีว่าเฉินนั่วมาที่นี่ทำไม
"ไม่มีปัญหาครับ"
เฉินนั่วนั่งหมุนเก้าอี้ไปมา ไม่รีบร้อนที่จะลงไป สายตาของเขามองสลับไปมาระหว่างแจ็กกี้กับมิสตี้ ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ก่อนที่ในที่สุดเขาจะลุกขึ้นและทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง
"พูดจริงๆ นะแจ็กกี้ นายปล่อยให้มิสตี้รอนานเกินไปแล้วนะ"
"นั่ว"
มิสตี้เบิกตากว้าง เฉินนั่วตกใจรีบยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วเผ่นแน่บไปทันที เมื่อเหลือเพียงพวกเขาสองคนในร้าน เธอก็กลับมามีท่าทีอ่อนโยนตามปกติและพูดกับแจ็กกี้ว่า
"อย่าไปถือสานั่วเลยนะ บางทีเขาก็ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วพึ่งพาได้มากเลย เขาสนิทกับตาเฒ่าวิคมาก นายควรจะทำความรู้จักเขาไว้นะ"
"ฉันไม่ได้โกรธหรอก ฉันว่าเขาพูดถูกนะ"
แจ็กกี้พูดพลางจับมือมิสตี้เบาๆ เขารู้ใจตัวเองมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่กล้าก้าวข้ามเส้นไป เฉินนั่วช่วยเปิดทางให้พวกเขาได้ดีทีเดียว
"แจ็กกี้..."
สายตาที่มิสตี้มองแจ็กกี้ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน
เฉินนั่วไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เขาแอบฟังอยู่พักหนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าทั้งคู่กำลังพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้สวย เขาก็ลงไปหาตาเฒ่าวิค
ภายในคลินิก ตาเฒ่าวิคกำลังทำความสะอาดเครื่องมือผ่าตัดอยู่ เขาดีใจมากที่ได้เห็นเฉินนั่ว
"ไม่มาซ้อมมวยกับฉันตั้งหลายวันเลยนะ"
"ช่วงนี้ผมยุ่งกับงานหลายอย่างน่ะครับ คุณก็รู้นี่"
"ของมาแล้วนะ ฉันคงไม่ต้องสอนวิธีใช้หรอกนะ"
วิคเตอร์พูดพลางหยิบกล่องที่มียาระงับประสาทชนิดรุนแรงหลายหลอด ซึ่งปกติจะใช้สำหรับการวางยาสลบในการผ่าตัด
"แน่นอนครับ ผมก็ศึกษาความรู้ด้านการแพทย์มาบ้างนะ เป็นผู้ช่วยคุณได้สบายเลย"
"อย่าเลย ฉันไม่มีปัญญาจ้างเธอหรอก"
วิคเตอร์พูดติดตลกพลางเก็บเครื่องมือทีละชิ้น และถามต่อ
"ตอนนี้พอมีเวลาไหม"
"ทำไม คันไม้คันมืออยากจะซ้อมเหรอครับ"
วิคเตอร์ไม่พูดอะไร เพียงแค่โยนนวมชกมวยให้เฉินนั่ว
หนึ่งนาทีต่อมา วิคเตอร์ก็โดนเฉินนั่วต่อยจนไปติดมุมเชือก แม้จะใส่เครื่องป้องกันเต็มยศ แต่ความเจ็บปวดก็ทำเอาเขาหน้าเบ้
"ไอ้เด็กแสบ พละกำลังของเธอเพิ่มขึ้นอีกแล้วเรอะ"
"เรื่องปกติครับ ผมยังโตได้อีกนะ"
เฉินนั่วอธิบายพร้อมรอยยิ้ม เหตุผลหลักคือเขาเพิ่งอัปเดตพลังของสามนั่วเมื่อคืนนี้ต่างหาก
เมื่อเทียบกับเฉินนั่วอีกสองคนแล้ว เขาพัฒนาช้าที่สุด เฉินนั่วไททันนั้นไม่ต้องพูดถึง ความแข็งแกร่งของเขาถูกหล่อหลอมผ่านเลือดและไฟสงครามอยู่ตลอดเวลา
ส่วนเฉินนั่วกูลนั้น สถาบันเจ้าหน้าที่สืบสวนมีวิธีการฝึกฝนเฉพาะทางที่สามารถดึงศักยภาพของร่างกายออกมาได้อย่างมหาศาล
ท้ายที่สุดแล้ว ในโลกที่มีกูลอยู่ ระดับเทคโนโลยีของสถาบันเจ้าหน้าที่สืบสวนนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าไบโอเทคนิก้าเลย
หากวัดกันที่ความเร็วในการพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพียงอย่างเดียว เฉินนั่วกูลถือว่าเร็วที่สุด เหตุผลหลักก็คือเขามีเวลาว่างเหลือเฟือ ตอนอยู่ที่สถาบัน นอกจากการไปจีบเพื่อนร่วมชั้นฝาแฝดแล้ว เขาก็เอาแต่ฝึกฝนร่างกาย
การพัฒนาที่เกิดจากพลังของสามนั่วนั้นครอบคลุมทุกด้าน ทั้งศักยภาพของร่างกายและประสิทธิภาพในการเรียนรู้
ด้วยความพยายามของตัวเขาอีกสองคน ความแข็งแกร่งของเฉินนั่วไซเบอร์จึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วิคเตอร์อยากจะเถียงกลับเหลือเกินว่า แบบนี้มันปกติยังไงวะ
แต่เขาก็เปลี่ยนใจ คำพูดพวกนั้นมันฟังดูเหมือนคำด่าไปหน่อย เขาตั้งการ์ดและกวักมือเรียกให้เฉินนั่วเข้ามาอีก
ไม่นานนัก แจ็กกี้ก็ลงมาที่คลินิก เขามองดูวิคเตอร์ที่ถูกเฉินนั่วต้อนจนมุมและหมดทางสู้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาขยี้ตาตัวเองแรงๆ นี่ใช่แชมป์มวยที่เขารู้จักจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย
"ฉันไม่ไหวแล้ว ให้แจ็กกี้ซ้อมกับเธอต่อสักสองสามยกแล้วกัน"
วิคเตอร์หอบแฮ่ก เดินโงนเงนลงจากเวทีแล้วส่งนวมให้แจ็กกี้
"ฉันเหรอ"
แจ็กกี้มองเฉินนั่วที่ดูเหมือนเพิ่งจะอบอุ่นร่างกายเสร็จและยังไม่มีเหงื่อออกเลยสักหยด เขากลืนน้ำลายดังเอื๊อกแต่ก็ยอมใส่นวม เพราะยังไงเขาก็เป็นพวกชอบความท้าทายอยู่แล้ว
"เป็นไงแจ็กกี้ นายกับมิสตี้ตกลงคบกันแล้วใช่มั้ย"
เฉินนั่วก้าวเข้ามาชนหมัดกับแจ็กกี้ ถามพร้อมรอยยิ้มขณะตั้งท่าเตรียมพร้อม
"อ่าฮะ ต้องขอบใจนายเลยล่ะ"
แจ็กกี้ดูหยาบกระด้างและไม่ค่อยใส่ใจอะไร แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนช่างสังเกตมาก
ขณะที่พูด เฉินนั่วก็ปล่อยหมัดออกไป แจ็กกี้ยกแขนขึ้นป้องกัน แต่พลังทะลวงของหมัดนั้นก็ทำลายการป้องกันของเขาจนหมดสิ้น หากเขาไม่ถอยหลบได้ทัน หมัดนั้นคงกระแทกเข้าที่จมูกของเขาเต็มๆ
"หมัดของนายนี่มันน่ากลัวจริงๆ"
แจ็กกี้ยังคงรู้สึกหวาดผวา ในที่สุดเขาก็เข้าใจความรู้สึกของวิคเตอร์ตอนที่เผชิญหน้ากับเฉินนั่วบนสังเวียน ในขณะเดียวกัน จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาก็ลุกโชนขึ้น และเริ่มสวนกลับ
"ได้ยินว่านายออกจากแก๊งแล้วเหรอ ตอนนี้กำลังหางานทำอยู่ล่ะสิ"
เฉินนั่วเอียงคอหลบการโจมตีของแจ็กกี้ได้อย่างง่ายดาย
จังหวะฟุตเวิร์กที่เบาและพลิ้วไหวของเขาเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา รักษาระยะห่างระหว่างพวกเขาไว้อย่างเคร่งครัด
นั่นทำให้แจ็กกี้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่คิดว่าเฉินนั่วจะไม่เพียงแต่มีพละกำลังที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังมีเทคนิคและการตอบสนองที่น่ากลัวอีกด้วย เขาเหมือนวิคเตอร์ในเวอร์ชันอัปเกรดแบบสุดขีด
"ใช่ ลูกผู้ชายก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันนี่นา"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แจ็กกี้ก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เขาออกจากแก๊งมาแล้ว แต่การจะสลัดคราบตัวตนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด้วยรอยสักและสไตล์ของเขา การหางานทำแบบคนทั่วไปคงเป็นไปไม่ได้แน่
แม้แต่การจะเป็นเอดจ์รันเนอร์ก็ยังได้รับผลกระทบ
แก๊งวาเลนติโนสไม่ใช่แก๊งเล็กๆ ขนาดของพวกเขาสูสีกับแก๊งไทเกอร์คลอว์ หรืออาจจะมีสมาชิกมากกว่าสองสามร้อยคนด้วยซ้ำ ทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในไนท์ซิตี
นักจัดหาคนไหนที่คิดจะจ้างแจ็กกี้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องระแวงประวัติการเป็นสมาชิกแก๊งของเขา
แทนที่จะต้องมานั่งกังวลถึงปัญหาที่อาจตามมา สู้ไม่ไปยุ่งกับเขาตั้งแต่แรกยังจะง่ายกว่า
ดังนั้นแม้ว่าแจ็กกี้จะมีฝีมือดี แต่การออกจากแก๊งก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นเลย กลับแย่ลงเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ
"บังเอิญจัง ฉันมีงานอยู่งานนึง นายสนไหมล่ะ"
เฉินนั่วปล่อยหมัดแย็บต่ำขณะพูด แจ็กกี้บล็อกและหลบไม่ทัน โดนเข้าไปเต็มๆ ที่หน้าท้อง เขาทรงตัวไม่อยู่จนถอยหลังไปหลายก้าวและล้มลงไปในที่สุด เขารออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตอบเฉินนั่วว่า
"รับสิ ตอนนี้กระเป๋าตังค์ฉันสะอาดกว่าหน้าฉันซะอีก"
แจ็กกี้ตอบตกลงอย่างง่ายดาย แม้พวกเขาจะเพิ่งรู้จักกันก็ตาม
"หน้านายก็ไม่ได้สะอาดหรอกนะ"
เฉินนั่วหยอกหลังจากเพ่งมองใบหน้าของแจ็กกี้อย่างใกล้ชิด
"มันเป็นคำเปรียบเปรยน่าพวก"
แจ็กกี้โหมโจมตีใส่เฉินนั่วอย่างดุเดือด พยายามใช้ขนาดตัวที่ใหญ่กว่าเป็นสองเท่าเพื่อกดดันเขา ทว่าผลลัพธ์ก็คือเขาถูกต้อนให้ถอยร่นกลับไปเร็วกว่าเดิม ต้องคอยรับพายุหมัดของเฉินนั่วอยู่ตลอดเวลา
แม้ปากจะยังแข็ง แต่ร่างกายของเขาก็เริ่มส่งเสียงประท้วงว่ารับไม่ไหวแล้ว
วิคเตอร์มองดูอยู่ด้านล่างอย่างโล่งอก ในที่สุดเขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่โดนซ้อมแล้ว... เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงค่ำอย่างรวดเร็ว
บริเวณด้านนอกถนนจิกจิก
แจ็กกี้ยืนอยู่ข้างๆ เฉินนั่วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ สีหน้าของเขาดูเย็นชาและดุดัน ท่าทางขึงขังทำให้เขาดูเป็นมืออาชีพมาก
แต่ในความเป็นจริง เป็นเพราะขยับหน้าแค่นิดเดียวก็ทำให้เขาเจ็บปวดไปหมดต่างหาก
เฉินนั่วเตือนให้แจ็กกี้ใส่เครื่องป้องกันแล้ว แต่เขาไม่ยอมฟัง บอกว่าถ้าเฉินนั่วไม่ใส่ เขาก็จะไม่ใส่ ผลลัพธ์ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งทำให้มิสตี้จ้องมองเฉินนั่วด้วยความเคืองอยู่ตั้งนาน
แต่ก็ต้องขอบคุณท่าทางอันดุดันของแจ็กกี้ ที่ทำให้พวกคนงานบนถนนจิกจิกไม่กล้าเข้ามารบกวนเฉินนั่ว ทำให้เขาพอจะมีความสงบอยู่บ้าง
"พวก เรามารอใครกันแน่เนี่ย"
ในที่สุดแจ็กกี้ก็อดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากถาม
"ก่อนหน้านี้นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าสนใจแค่เรื่องทำงานน่ะ"
เฉินนั่วเช็กเวลาขณะพูด แล้วตอบกลับไปว่า
"ไม่ต้องห่วง พวกเขาน่าจะใกล้มาถึงแล้วล่ะ"
เป็นไปตามคาด ไม่นานนัก เป้าหมายที่เฉินนั่วกำลังตามหาในคืนนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นในระยะสายตา เป็นชายวัยสามสิบแต่งตัวดี ดูสะอาดสะอ้านและผิวพรรณดี
"คนนี้เหรอ"
แจ็กกี้สังเกตเห็นสายตาของเฉินนั่วที่เปลี่ยนไป จึงกระซิบถาม
"ใช่ ทากาฮาชิ ฮายามิ หัวหน้าทีมแผนกบุคคลของบริษัทอาราซากะ"
"หนูในองค์กรนี่เอง ดูเหมือนจะเป็นงานใหญ่นะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แจ็กกี้ก็ไม่รู้สึกกลัวเลย อันที่จริง เขาตื่นเต้นด้วยซ้ำ เขาเบื่อกับงานส่งของเล็กๆ น้อยๆ เต็มที โดยเฉพาะตอนนี้ที่มีแฟนแล้ว เขากระหายที่จะได้งานใหญ่ๆ เพื่อให้กระเป๋าตังค์ตุง เขาถูมือไปมาและถามว่า
"นายอยากให้ฉันทำอะไรล่ะ"
"เดินเข้าไปแล้วใช้กล้ามอกของนายดึงดูดความสนใจเขาไง"
"อะไรนะ"
แจ็กกี้สับสนกับคำพูดของเฉินนั่วเล็กน้อย
"รสนิยมของหมอนี่มัน... แตกต่างออกไปหน่อยน่ะ นายก็รู้ การทำงานในที่แบบอาราซากะนานๆ ถ้าร่างกายไม่พัง จิตใจก็ต้องพังนั่นแหละ"
เฉินนั่วอธิบายพร้อมกับยักไหล่
"แล้วทำไมนายไม่ไปดึงดูดความสนใจเขาเองล่ะ"
ถ้าเป็นเรื่องอื่น แจ็กกี้คงกระโดดเข้าไปทำโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว แต่การต้องไปใช้มารยาชายอ่อยผู้ชายด้วยกันนี่มันท้าทายขีดจำกัดทางสรีรวิทยาของเขาเกินไปแล้วจริงๆ
"ฉันเป็นผู้ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะเว้ย"
"แต่บังเอิญว่าเขาชอบสเปกแบบนายพอดีเลยไง"
เฉินนั่วพูดพลางผลักแจ็กกี้ออกไป
ไม่ว่าเขาจะไม่เต็มใจแค่ไหน แจ็กกี้ก็ทำได้เพียงกัดฟันสู้และเดินออกไป
ในขณะเดียวกัน ลูซีก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดข้างๆ เฉินนั่ว เธอสะกดรอยตามและเฝ้าดูทากาฮาชิ ฮายามิมาตลอดจนกระทั่งเขามาถึงที่นี่
หมอนี่จะมา ระบายอารมณ์ ที่นี่ทุกเดือน เฉินนั่วจับตาดูเขามาพักหนึ่งแล้ว และในที่สุดก็สบโอกาส
"นั่นแจ็กกี้เหรอ ดูเหมาะสมกับมิสตี้ดีนะ"
หลังจากที่เฉินนั่วสนิทกับวิคเตอร์ ลูซีกับมิสตี้ก็กลายเป็นเพื่อนกันด้วย เธอได้ยินชื่อของแจ็กกี้จากมิสตี้บ่อยมาก
"เหมาะสมเหมือนคู่เราหรือเปล่าล่ะ"
"ยังห่างไกลอยู่นะ"
ลูซีใช้นิ้วชี้เชยคางเฉินนั่วขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
ถึงตอนนี้ แจ็กกี้ก็เดินไปถึงจุดที่ไม่ไกลจากทากาฮาชิ ฮายามิแล้ว
"ถึงเวลาทำงานแล้ว"
เฉินนั่วเดินไปข้างหน้าและอ้อมไปอยู่ด้านหลังของทากาฮาชิ ฮายามิ สีหน้าของลูซีเปลี่ยนเป็นจริงจังขณะที่ดวงตาไซเบอร์ของเธอล็อกเป้าหมายไปที่เขา
จังหวะที่แจ็กกี้แกล้งเดินชนทากาฮาชิ ฮายามิ ลูซีก็ทำในสิ่งที่เธอถนัดที่สุด นั่นคือการดีดชิปออกจากพอร์ตเชื่อมต่อ เฉินนั่วเดินผ่านด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบ รับชิปนั้นไว้ และโยนกลับไปให้ลูซี
ทากาฮาชิ ฮายามิที่กำลังหลงใหลไปกับกล้ามอกอันล่ำสันของแจ็กกี้ ไม่ทันสังเกตเห็นอะไรเลย เขามัวแต่ขยิบตาให้แจ็กกี้ ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ไปตามแผงอกของแจ็กกี้อย่างยั่วยวน
ดูจากเส้นเลือดที่ปูดโปนบนคอของแจ็กกี้ ก็รู้ได้เลยว่าความอดทนของเขากำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว
หากเฉินนั่วไม่ได้ส่งสัญญาณโอเคให้แจ็กกี้หนีออกมาได้ทันเวลา แจ็กกี้อาจจะยั้งมือไม่อยู่และชกหัวหมอนั่นหลุดกระเด็นไปแล้วก็ได้
"ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีหน้าไปเจอมิสตี้อีกแล้ว ร่างกายฉันมันแปดเปื้อนไปแล้ว"
แจ็กกี้พูดด้วยสีหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
"มองโลกในแง่ดีหน่อยสิแจ็กกี้ เชื่อมั่นในความรักที่มิสตี้มีให้นายหน่อย"
เฉินนั่วตบไหล่แจ็กกี้เพื่อปลอบใจ
"นายไม่ได้เป็นคนโดนลวนลามนี่"
แจ็กกี้พูดด้วยสายตาเคียดแค้น ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นลูซียืนอยู่ข้างๆ เฉินนั่ว เขาจึงรีบดึงมาดชายชาตรีกลับมาทันที
"นี่ลูซี แฟนฉันเอง ส่วนนี่ก็แจ็กกี้"
หลังจากเฉินนั่วแนะนำตัวสั้นๆ พวกเขาก็เริ่มแผนขั้นต่อไป
ไม่นานนัก ทากาฮาชิ ฮายามิก็พบว่าชิปของเขาถูกขโมยไป เขาหมดอารมณ์สนุกทันทีและรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถเพื่อดูว่ารถของเขายังอยู่หรือเปล่า
ชิปข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไร แต่มันมักจะเชื่อมโยงกับสิทธิ์ในการเข้าถึงยานพาหนะหรือที่พักอาศัย
หากรถหรูที่เขาเพิ่งซื้อมาใหม่ถูกขโมยไป เขาคงไม่มีที่ซุกหัวนอนจริงๆ
โชคดีที่เรื่องเลวร้ายที่สุดไม่ได้เกิดขึ้น ทากาฮาชิ ฮายามิกดรหัสผ่านเปิดประตูรถ ตั้งใจจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทว่าทันทีที่เขานั่งลงบนเบาะคนขับ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่คอชั่วขณะ
ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านจากลำคอไปทั่วทั้งร่างกาย
วินาทีต่อมา ทากาฮาชิ ฮายามิก็หมดสติไป
"ว้าว รถคันนี้ดูหรูหราจังเลย ภายในตกแต่งด้วยหนังแท้หมดเลยเหรอเนี่ย"
แจ็กกี้เปิดประตูจากด้านนอกแล้วเข้ามานั่งที่เบาะผู้โดยสาร
"นายไปนั่งฝั่งคนขับแล้วขับรถไป ฉันส่งจุดหมายไปให้แล้ว"
เฉินนั่วสั่งจากเบาะหลัง