- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 80 แหล่งเงินทุนของสภาเผ่า
บทที่ 80 แหล่งเงินทุนของสภาเผ่า
บทที่ 80 แหล่งเงินทุนของสภาเผ่า
ในวิชาทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน อามีช่าเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเหล่าแม่มดน้อยที่เหมือนกันเป๊ะก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ถึงแม้การบ้านรายงานครั้งแรกของแม่มดน้อยปีหนึ่งรุ่นก่อน ๆ จะทำกันอย่างยากลำบาก แต่ก็แทบไม่เคยเห็นใครอดหลับอดนอนจนมีสภาพแบบนี้มาก่อนเลย
เพราะยังไงซะรายงานฉบับนี้ ก็สั่งมาตั้งหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ แล้วนะ
ไม่ว่าจะเขียนออกมาดีหรือไม่ดี อย่างน้อยก็มีเวลาเหลือเฟือให้ทำจนเสร็จ
แม่มดน้อยรุ่นนี้ทำให้เธอเบาใจมาตลอด ถึงครั้งนี้จะมีเรื่องผิดคาดไปบ้าง แต่ครั้งหน้าก็น่าจะนำไปเป็นบทเรียนได้แล้วล่ะ
ดังนั้นอามีช่าเห็นแล้วก็ทำเป็นมองไม่เห็นไป
ต้องผ่านการลองผิดลองถูกอย่างเพียงพอเท่านั้น ในอนาคตถึงจะมีความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตัวเองอย่างแท้จริง
“การบ้านรายงานที่สั่งไปเมื่อวันจันทร์ที่แล้วทุกคนเขียนเสร็จกันหมดแล้วใช่ไหม? ส่งมาให้ฉันดูหน่อยสิ!”
เหล่าแม่มดน้อยทยอยส่งรายงานกันทีละคน
ภายในดวงตาที่เหนื่อยล้า แฝงไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
อามีช่าตรวจรายงาน ยิ่งตรวจก็ยิ่งประหลาดใจ
คาบเรียนนี้ความจริงน่าจะเป็นคาบวิจารณ์รายงาน เพื่อที่จะใช้การวิจารณ์รายงาน มาเป็นการสอนวิธีค้นหาข้อมูลจากในหนังสือให้พวกเธอ
แต่ผลปรากฏว่ารายงานของเหล่าแม่มดน้อย ไม่มีปัญหาเลยสักคนเดียว
ทุกฉบับล้วนอธิบายเรื่องการประยุกต์ใช้เวทมนตร์จากพลังงานของเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน
แถมยังเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ลอกกันมาด้วย
ถึงแม้เนื้อหาจะคล้ายคลึงกัน หรือกระทั่งมีบางประโยคที่เหมือนกัน
แต่สอนวิชาทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐานมาหลายปี เธอแค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าประโยคที่เหมือนกันเหล่านั้น คัดลอกมาจากหนังสืออ้างอิง
ถ้าจะบอกว่ามีปัญหาอะไร ก็คงเป็นลายมือในรายงานที่ดูหวัดไปหน่อย เหมือนกับรีบปั่นออกมามากกว่า
แต่คาบเรียนนี้ต้องการสอนวิธีการคัดกรองข้อมูล ไม่ใช่การคัดลายมือ
ดูท่าเนื้อหาการสอนในวันนี้คงต้องปรับเปลี่ยนสักหน่อยแล้ว:
“รายงานเขียนได้ดีกันทุกคนเลย...”
เหล่าแม่มดน้อย: (><)
“...บอกฉันได้ไหม ว่าพวกเธอเขียนกันออกมาได้ยังไง?”
อามีช่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจสักหน่อย ว่าเหล่าแม่มดน้อยจับจุดได้ถึงระดับไหนกันแล้ว
เหล่าแม่มดน้อยต่างพากันยกมือขึ้น
สิ่งที่พูดกับเนื้อหาที่พวกเธอเขียน ล้วนคล้ายคลึงกัน
ที่แท้ก็เพิ่งจะเรียนและเขียนกันสด ๆ ร้อน ๆ ระหว่างทางมาปราสาทเมื่อเช้านี้นี่เอง
คนที่สรุปวิธีการอ่านและเขียนชุดนี้ออกมาได้ คือแม่มดน้อยเพียงคนเดียวที่ไม่มีรอยคล้ำใต้ตา
เธอสอนวิชาทฤษฎีมาตั้งนาน ยังไม่เคยนึกถึงเทคนิคการอ่านเร็วด้วยคำสำคัญหรือประโยคใจความสำคัญอะไรพวกนี้เลย
ปกติก็แค่สอนให้เหล่าแม่มดน้อยอ่านหนังสือโดยตั้งคำถามไปด้วยเท่านั้น
ต้องยอมรับเลยว่า วิธีของโม่หลานดูเป็นระบบระเบียบและชัดเจนกว่า ซึ่งความชัดเจนนั้นหมายถึงการเลียนแบบและเรียนรู้ได้ง่าย
“โม่หลาน! เรื่องเทคนิคการอ่านที่เธอสอนพวกแม่มดน้อยในวันนี้ สามารถสรุปออกมาเป็นหนังสือได้ไหม? หลังจากส่งให้สภาเผ่าประเมินคุณค่าและนำไปรวบรวมไว้ในหอสมุดของสถาบันแล้ว เธอจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญทอง” อามีช่าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโม่หลาน
“ได้แน่นอนค่ะ!” โม่หลานตอบอย่างไม่ลังเล
จนถึงตอนนี้ เธอเคยเห็นเหรียญทองแค่ในหนังสือชุดแม่มดน้อยเท่านั้น
“ถ้าต้องการยกระดับความสามารถในการอ่านของเหล่าแม่มดน้อย หนูยังมีแผนการสอนและแบบฝึกหัดอีกจำนวนหนึ่ง สามารถสรุปรวมไปให้ด้วยได้เลยค่ะ”
“ดีมาก!” อามีช่าบอก “ไม่ว่าจะเป็นความรู้อะไร ขอเพียงมีคุณค่า เมื่อแบ่งปันให้กับหอสมุดแล้ว สภาเผ่าก็จะมอบรางวัลให้ทั้งนั้น”
จู่ ๆ โม่หลานก็นึกถึงคำถามหนึ่งที่ค้างคาใจเธอมาตั้งนานแล้ว เมื่อมีโอกาส เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป:
“อาจารย์ใหญ่คะ สภาเผ่าและสถาบันเลี้ยงดูแม่มดน้อยจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แถมยังมอบรางวัลการให้กำเนิดทายาทแก่บรรดาคุณแม่แม่มด แต่กลับไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทนเลย
แต่การเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่แม่มดน้อย ล้วนต้องใช้เงินทุนไม่ใช่เหรอคะ? แล้วเงินทุนพวกนี้มาจากไหนกัน?”
“จริงด้วย! มาจากไหนกันนะ?”
แม่มดน้อยคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อน แต่ตอนนี้ก็อดที่จะสงสัยขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน
“มีแต่จ่ายออกไม่มีรับเข้าแบบนี้ สภาเผ่าจะไม่ล้มละลายจริง ๆ เหรอ?”
“ที่สถาบันไม่มีแม้แต่ข้าวให้พวกเรากิน คงไม่ใช่เพราะยากจนเกินไปหรอกนะ!”
...
อามีช่าเผยรอยยิ้มออกมา “เงินทุนหมุนเวียนของสภาเผ่าและสถาบัน กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์มาจากมรดกของแม่มด”
“มรดกเหรอคะ?”
โม่หลานเคยคิดไว้ว่า สภาเผ่าแม่มดน่าจะมีธุรกิจอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็มีความรู้เวทมนตร์พิเศษบางอย่างที่ต้องจ่ายเงินถึงจะได้มา เพื่อใช้เป็นช่องทางทำกำไร
แต่ไม่เคยคิดเลยว่า จะเป็นมรดก
“ถูกต้อง มรดกนั่นแหละ เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว ตอนที่แม่มดเดินมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิต พวกเธอจะฝากฝังความรู้และทรัพย์สินที่สั่งสมมาทั้งชีวิตให้กับแม่มดรุ่นต่อไป
ดินแดนรกร้างเป็นของจอมมนตราและแม่มด หลังจากที่สภาเผ่าและสถาบันจัดหาทรัพยากรสำหรับการเติบโตและการศึกษาให้กับแม่มดน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แม่มดจำนวนมากก็จะมอบมรดกของตัวเองให้กับสภาเผ่า เพื่อนำไปใช้เลี้ยงดูแม่มดน้อยและรักษาการพัฒนาของเผ่าพันธุ์แม่มดต่อไป
ความมั่งคั่งที่แม่มดคนหนึ่งสะสมมาหลายร้อยปี สามารถเลี้ยงดูแม่มดน้อยหลายสิบหรือหลายร้อยคนได้สบาย ๆ
เพราะฉะนั้นพวกเธอไม่ต้องห่วงว่าสภาเผ่าจะล้มละลาย สภาเผ่าร่ำรวยกว่าที่พวกเธอคิดไว้มากนัก ที่ไม่จัดหาอาหารสามมื้อให้พวกเธอ ก็ไม่ใช่เพราะยากจนหรอก แต่เป็นเพราะอยากให้พวกเธอตั้งใจเรียนเวทมนตร์ทำอาหารต่างหาก” อามีช่าบอก
โม่หลานอดไม่ได้ที่จะคิดว่า ถ้าวันหนึ่งชีวิตของเธอเดินมาถึงจุดสิ้นสุด เธอจะจัดการกับทรัพย์สินของตัวเองอย่างไร?
แม่มดคนอื่น ๆ ล้วนไม่จำเป็นต้องพึ่งพามรดกเพื่อรวยชั่วข้ามคืน
มีเพียงสภาเผ่าที่เคยเลี้ยงดูเธอเท่านั้น ที่ยังคงปกป้องคุ้มครองแม่มดน้อยรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้เติบโตขึ้นมา
การมอบทรัพย์สินให้กับสภาเผ่า เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ
ต่อให้สภาเผ่าไม่เคยเรียกร้องให้แม่มดตอบแทนเผ่าพันธุ์ แต่แม่มดก็มักจะตอบแทนสภาเผ่าในวาระสุดท้ายเสมอ
“อาจารย์ใหญ่คะ หนูยินดีจะรวบรวมความรู้ที่หนูมี แบ่งปันให้กับหอสมุดแม่มด โดยไม่ต้องการรางวัลใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ” โม่หลานพูดอย่างหนักแน่น
เธอเองก็ได้รับประโยชน์จากความรู้อันล้ำค่าที่แม่มดรุ่นก่อน ๆ ทิ้งไว้ให้ การทิ้งความรู้ของตัวเองไว้เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังก็ถือเป็นเรื่องที่สมควรทำ
“ไม่ต้องหรอก นอกจากมรดกแล้ว สภาเผ่าจะไม่เอาของของแม่มดไปฟรี ๆ อย่างเด็ดขาด
ส่วนรางวัลสำหรับการแบ่งปันความรู้นั้น สภาเผ่ามีกฎเกณฑ์การให้รางวัลอยู่แล้ว ก็เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนค้นคว้าและเรียนรู้ เพื่อเพิ่มพูนสิ่งสืบทอดของแม่มดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สภาเผ่าไม่ได้ขัดสนเงินทองจริง ๆ นะ! ไม่ต้องการให้แม่มดน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเธอมาเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมหรอก”
อามีช่าปฏิเสธอย่างไม่ลังเล:
“ในกระเป๋าไม่มีเหรียญทองเลยสักเหรียญ ก็จงคว้าทุกโอกาสที่จะได้รับทรัพยากรเอาไว้เถอะ! ถ้าอยากจะเสียสละล่ะก็ รอให้ถึงวันที่ชีวิตเดินมาถึงจุดสิ้นสุดค่อยเสียสละก็ยังไม่สาย”
“...” โม่หลานรู้สึกเหมือนถูกธนูปักอก
ในกระเป๋าของเธอไม่มีเหรียญทองเลยสักเหรียญจริง ๆ
มรดกที่แม่มดรุ่นก่อน ๆ บริจาคไว้มันมากมายมหาศาลขนาดไหนกันนะ? สภาเผ่าถึงได้ใจป้ำขนาดนี้!
“เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า! เวลาที่เหลือในคาบนี้ ให้ทุกคนสรุปเทคนิคการอ่านที่โม่หลานสอนพวกเธอในวันนี้ แล้วเขียนเป็นรายงานส่งให้ฉันตอนเลิกเรียน
ถ้าทำเสร็จในคาบ หลังเลิกเรียนวันนี้ก็จะไม่มีการบ้านพิเศษแล้ว” อามีช่าเดินกลับไปที่หน้าชั้นเรียน
พอได้ยินว่าไม่มีการบ้าน พวกแม่มดน้อยก็ดีใจกันยกใหญ่ แล้วรีบลงมือเขียนรายงานสรุปทันที
การบ้านวิชาประวัติศาสตร์แม่มดที่ต้องส่งพรุ่งนี้ ก็เป็นรายงานสรุปคำถามเช่นกัน มีโม่หลานช่วยรื้อฟื้นความจำให้ แค่เอามารวบรวมเรียบเรียงใหม่ก็ใช้ได้แล้ว ถือว่าเขียนง่ายอยู่
คืนนี้บางทีอาจจะได้นอนหลับฝันดีแล้วล่ะ!