- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 81 สิทธิ์ในการคัดลอก
บทที่ 81 สิทธิ์ในการคัดลอก
บทที่ 81 สิทธิ์ในการคัดลอก
เหล่าแม่มดน้อยเร่งมือเขียนกันสุดชีวิตตลอดทั้งคาบเรียน ไม่เพียงแต่เขียนรายงานสรุปของวันนี้เสร็จจนอาจารย์ใหญ่ตรวจผ่านแล้วเท่านั้น แต่ยังเขียนรายงานวิชาประวัติศาสตร์แม่มดที่ต้องส่งพรุ่งนี้ไปได้อีกนิดหน่อยด้วย
พอถึงเวลาเลิกเรียนตอนเที่ยง ความรู้สึกหดหู่จากตอนเช้าที่กลัวว่าจะเขียนรายงานไม่เสร็จก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
หลังเลิกเรียน โม่หลานถือบัตรผ่านห้องสมุดที่อาจารย์อามีช่าออกให้เดินตรงไปยังห้องสมุดของชั้นปีสอง
โม่หลานต้องการรวบรวมความรู้ด้านการอ่านและคณิตศาสตร์จากดาวเคราะห์สีน้ำเงินในหัวของเธอออกมาเป็นหนังสือ อาจารย์ใหญ่จึงแนะนำให้เธอเรียนรู้เวทคัดลอก
ด้วยเหตุนี้ จึงมอบสิทธิ์ให้เธอเข้าไปในห้องสมุดชั้นปีสองเพื่อคัดลอก ‘เวทมนตร์แห่งคัมภีร์’ ได้
วิธีเรียนรู้เวทคัดลอกก็อยู่ในหนังสือเล่มนี้นี่แหละ
บรรยากาศภายในห้องสมุดชั้นปีสองดูไม่ต่างจากของปีหนึ่งมากนัก เพียงแต่มีหนังสือเวทมนตร์เยอะกว่าหน่อย
โม่หลานหาหนังสือ ‘เวทมนตร์แห่งคัมภีร์’ จนเจอ จากนั้นก็วางบัตรผ่านลงบนตัวเล่ม ข้อจำกัดในการคัดลอกของหนังสือเล่มนี้ก็ถูกปลดออกทันที
เนื้อหาทั้งเล่มถูกเธอคัดลอกลงในคัมภีร์แม่มดของตัวเองจนหมด
เมื่อเปิดไปยังเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับเวทคัดลอก ผลลัพธ์ของเวทคัดลอกในแต่ละระดับและรูปแบบของเอกสารพันธสัญญาก็ปรากฏให้เห็นอยู่ที่นี่
เวทคัดลอกระดับฝึกหัด สามารถควบคุมปากกาขนนกหนึ่งด้ามให้เขียนสิ่งที่อยู่ในหัวหรือสิ่งที่ตามองเห็นได้เอง ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรหรือรูปภาพก็สามารถคัดลอกได้หมด ขอเพียงความคิดในหัวหรือภาพที่ตามองเห็นมีความชัดเจนพอก็สามารถคัดลอกออกมาได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม
ความเร็วในการคัดลอกเร็วกว่าการเขียนด้วยมือประมาณสองถึงสามเท่า
ราคาอยู่ที่พลังเวทถาวร 5 มานา
เวทคัดลอกระดับต้นสามารถควบคุมปากกาได้ถึงห้าด้าม แค่วางเนื้อหาที่ต้องการคัดลอกไว้ใกล้ ๆ ปากกาก็จะทำการคัดลอกให้เองเลย
ความเร็วในการคัดลอกเร็วกว่าเขียนด้วยมือประมาณสิบถึงสิบห้าเท่า
ราคาในการเลื่อนระดับคือพลังเวทถาวร 10 มานา
เวทคัดลอกระดับกลางถึงจะสามารถคัดลอกเนื้อหาหน้ากระดาษมาตรฐานหนึ่งหน้าได้ในครั้งเดียว
ราคาเลื่อนระดับอยู่ที่พลังเวทถาวร 15 มานา
เวทคัดลอกระดับสูงสามารถคัดลอกเนื้อหาได้ครั้งละหนึ่งในสามของหนังสือมาตรฐานหนึ่งเล่ม ราคาเลื่อนระดับคือพลังเวทถาวร 20 มานา
หากต้องการทำให้ได้ถึงขั้นที่แค่เอาไปแตะกับหนังสือเล่มพิเศษในห้องสมุดก็สามารถคัดลอกเนื้อหาในหนังสือมาตรฐานทั้งเล่มได้เลย จะต้องใช้เวทคัดลอกระดับสูงสุด
ราคาเลื่อนระดับคือพลังเวทถาวร 25 มานา
หนึ่งหน้ามาตรฐานก็เทียบเท่ากับกระดาษหนึ่งหน้าของหนังสือในห้องสมุด
หนึ่งเล่มมาตรฐานก็เทียบเท่ากับหนังสือในห้องสมุดหนึ่งเล่ม
แถมเวทมนตร์นี้ยังต้องซื้อทีละระดับและค่อย ๆ เลื่อนขั้นไปทีละขั้นเท่านั้น
นั่นก็หมายความว่า ถ้าเธออยากได้เวทคัดลอกระดับสูงสุด เธอต้องจ่ายพลังเวทถาวรถึง 75 มานา
แพงเกินไปแล้ว!
จะว่าไปแล้ว การใช้เวทคัดลอกเพื่อคัดลอกเนื้อหาที่มีอยู่แล้วนั้นค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว
แค่เอาสิ่งที่ต้องการคัดลอกไปวางไว้ เวทคัดลอกระดับต้นก็สามารถจัดการคัดลอกให้ได้โดยตรง
แต่สำหรับการคัดลอกสิ่งที่อยู่ในหัวของเธอ มันไม่สามารถคัดลอกหลาย ๆ หน้าพร้อมกันได้ เพราะเธอจำเป็นต้องรวบรวมและเรียบเรียงความคิดในหัวให้เป็นระเบียบเสียก่อน
เมื่อดูจากตรงนี้แล้ว สำหรับการรวบรวมเนื้อหาวิชาการอ่านและคณิตศาสตร์ เวทคัดลอกระดับฝึกหัดดูจะคุ้มค่าที่สุด
เธอใช้เวทพู่กันทองเขียนเอกสารพันธสัญญาของเวทคัดลอกระดับฝึกหัดขึ้นมาฉบับหนึ่ง จากนั้นก็หยดเลือดแม่มดที่เป็นตัวแทนยืนยันตัวตนลงไป เมื่อพันธสัญญาสมบูรณ์ เธอก็เชี่ยวชาญเวทคัดลอกระดับฝึกหัดในทันที
ในขณะที่ปริมาณพลังเวทโดยรวมของเธอก็ลดลงไป 5 มานาอย่างถาวร ทำให้ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 980 มานา
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทำให้พลังเวทเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติมา 15 มานา แต่จู่ ๆ ก็ต้องใช้ไปถึงหนึ่งในสามเสียแล้ว
มิน่าล่ะ คัมภีร์เวทมนตร์ของจอมมนตราทั้งสามเล่มอย่าง ‘เวทมนตร์แห่งคัมภีร์’ ‘เวทมนตร์ดอกไม้ไฟ’ และ ‘เวทมนตร์พันธสัญญา’ ถึงไม่มีอยู่ในห้องสมุดชั้นปีหนึ่งเลย!
ปริมาณพลังเวทมนตร์โดยรวมและความเร็วในการเพิ่มขึ้นของพลังเวทมนตร์ของแม่มดน้อยปีหนึ่งนั้นด้อยกว่าจอมมนตราอยู่มาก มันไม่พอที่จะเอาไปแลกกับเวทมนตร์ของจอมมนตราได้หลายบทหรอก
“โม่หลาน เวทคัดลอกนี้เอามาใช้เขียนรายงานได้ไหม?” วาชิด้าเอ่ยถามหลังจากได้ฟังประโยชน์ของเวทคัดลอก
เหล่าแม่มดน้อยที่มาคัดลอกหนังสือลงในคัมภีร์แม่มดเล่มใหม่ของตัวเองที่ห้องสมุดด้วยกันต่างก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
โม่หลานรู้สึกจนใจกับสายตาของพวกเธอ “ได้น่ะมันก็น่าจะได้แหละ แต่ว่า... การจะเขียนรายงานก็ต้องคิดเนื้อหาออกก่อนถึงจะลงมือเขียนได้ไม่ใช่เหรอ? เวทคัดลอกอย่างมากก็แค่ใช้แทนการเขียนด้วยมือเท่านั้นแหละ”
“แค่นั้นก็ดีมากแล้ว!” เหล่าแม่มดน้อยไม่ได้รังเกียจเลยสักนิด
โม่หลานส่ายหน้าพลางหัวเราะเบา ๆ
ก็คงมีแต่แม่มดน้อยที่ใสซื่อน่ารักและไม่รู้จักว่าการลอกการบ้านคืออะไรพวกนี้แหละ ที่คิดจะเอาเวทคัดลอกมาใช้แทนการเขียนเฉย ๆ
ไอส์ลดเสียงลง “พวกเธอว่า ถ้าเราไปขอประทับตราบัตรผ่านจากอาจารย์ใหญ่เพื่อเรียนเวทคัดลอกล่วงหน้า ท่านจะยอมตกลงไหม?”
“ไม่ยอม! ปริมาณพลังเวทมนตร์โดยรวมต่ำเกินไป มันจะส่งผลกระทบต่อการเรียนเวทมนตร์ของพวกเธอในภายหลัง!”
ไม่รู้ว่าเสียงของคุณอามีช่าดังขึ้นมาตอนไหน ทำเอาเหล่าแม่มดน้อยตกใจจนสะดุ้ง
แม่มดน้อยทำหน้าเศร้า พลังเวทมนตร์ของพวกเธอน้อยมากจริง ๆ นั่นแหละ
ทว่าวาชิด้ากับซิลฟ์กลับเผยสีหน้าประหลาดใจแกมยินดี “อาจารย์ใหญ่! พวกเราเรียนได้ไหมคะ?”
พลังเวทของพวกเธอมีพออยู่นะ!
“ได้สิ แต่ห้ามใช้เวทคัดลอกมาเขียนรายงานส่งเด็ดขาด!
จุดประสงค์ของการเขียนรายงานคือเพื่อให้พวกเธอได้ทบทวนความรู้ที่เรียนในห้อง การเขียนด้วยมือจะให้ผลลัพธ์ในการทบทวนที่ดีกว่า”
วาชิด้ากับซิลฟ์หมดความสนใจไปในทันที
ถ้าเอามาเขียนรายงานไม่ได้ แล้วจะเรียนเวทคัดลอกไปเพื่ออะไรล่ะ?
เรื่องคัดลอกหนังสืออะไรพวกนั้น ไว้เรียนจบไปแล้วถึงจะได้ใช้
หนังสือในห้องสมุดของสถาบันล้วนมีรูนเวทมนตร์สำหรับคัดลอกอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเธอไม่จำเป็นต้องใช้เวทคัดลอกเลยสักนิด
พวกเธอหมดความสนใจไปแล้ว แต่โม่หลานกลับรู้สึกสนใจขึ้นมาแทน
“อาจารย์ใหญ่คะ หนูมีความจำค่อนข้างดี ทุกคำที่อาจารย์พูดในคาบเรียนหนูจำได้หมดเลยค่ะ
ถ้าเป็นแบบนี้ หนูก็ไม่จำเป็นต้องเขียนรายงานสรุปเพื่อทบทวนสิ่งที่เรียนในห้องแล้วใช่ไหมคะ?”
“แน่ใจนะว่าจำได้หมด?”
“จำได้ค่ะ!” โม่หลานมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม “ให้หนูทบทวนคำพูดที่อาจารย์สอนในคาบเมื่อเช้าให้ฟังอีกรอบดีไหมคะ?”
ไม่รอให้อาจารย์ใหญ่ตอบรับ เธอก็กระแอมเล็กน้อยแล้วเริ่มพูดขึ้น “การบ้านรายงานที่สั่งไปเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ทุกคนน่าจะเขียนกันเสร็จแล้ว...”
ผ่านไปสักพัก เสียงของอาจารย์ใหญ่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“พอแล้วล่ะ อามีช่าคนที่สอนพวกเธอตกลงแล้ว ต่อไปรายงานสรุปคำถามทั้งหมด เธอไม่ต้องเขียนส่งแล้วนะ
แต่ก็อย่าชะล่าใจไปล่ะ ถ้ามีเวลาว่างก็อ่านหนังสือให้มากๆ ด้วย”
“เย้!” โม่หลานดีใจจนแทบเนื้อเต้น!
การเขียนรายงานพวกนี้เป็นเรื่องเสียเวลาสำหรับเธอจริง ๆ นั่นแหละ
ไม่ต้องเขียนรายงานเยอะขนาดนี้ เธอคงมีเวลาในแต่ละวันเหลือเฟือเพื่อไปอ่านหนังสือที่ตัวเองสนใจได้อีกเยอะ
เธอชื่นชอบระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นของสถาบันแม่มดเข้าอย่างจังเลยล่ะ
เหล่าแม่มดน้อย “...”
แม่มดน้อยบางคนเขียนรายงานได้ทั้งเร็วและดี แถมต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเขียนรายงานอีกแล้ว
แต่แม่มดน้อยบางคนกลับยังมีรายงานกองโตให้เขียน และในอนาคตก็ยังต้องเขียนต่อไป จะใช้เวทคัดลอกช่วยเขียนแทนก็ไม่ได้
ทำไมความแตกต่างมันถึงได้มากมายขนาดนี้นะ!
เมื่อเดินมาถึงเขตหอพัก โม่หลานก็พูดกับวาชิด้าและซิลฟ์ว่า “พวกเธอกลับหอไปก่อนเลยนะ ฉันจะไปฝึกเวทเสกน้ำที่บ่อน้ำสักหน่อย”
“เธอไม่กลับไปกินข้าวเที่ยงเหรอ?” วาชิด้าถาม
โม่หลานตบกระเป๋าสะพายเบา ๆ “ฉันเอาขนมผลขนมปังกวนมาด้วยน่ะ”
“ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอไม่ต้องเขียนรายงานส่งแล้วนะ ทำไมยังต้องกินขนมผลขนมปังกวนประทังท้องอยู่อีก?”
ซิลฟ์กับวาชิด้าไม่เข้าใจเลย
โม่หลานทั้งที่เชี่ยวชาญวิธีทำหม้อไฟอันยอดเยี่ยมขนาดนั้นแท้ ๆ แต่กลับกินขนมกวนอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะรายงานเยอะจนไม่มีเวลา แต่ตอนนี้ไม่ต้องเขียนรายงานแล้ว ทำไมถึงยังกินมันอยู่อีกล่ะ!