- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 76 ซุปพิษเวทมนตร์
บทที่ 76 ซุปพิษเวทมนตร์
บทที่ 76 ซุปพิษเวทมนตร์
โม่หลานเตรียมจะเลี้ยงอาหารบ้านเกิดจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินให้เหล่าจอมมนตราน้อยได้ชิม ซึ่งในโอกาสที่ต้องมาล้อมวงกินข้าวด้วยกันแบบนี้ เมนูหม้อไฟนี่แหละที่เหมาะสมที่สุด
เนื้อวัวหนึ่งชิ้น เนื้อแกะหนึ่งชิ้น เนื้อกวางก็จัดมาด้วย เนื้อปลาชนิดนี้ก็ไม่เลว เอามาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ ลวกกินก็น่าจะดี แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเลือดเป็ด ไส้เป็ด หรือผ้าขี้ริ้ววัว... กระดูกวัวชิ้นใหญ่เอามาเคี่ยวทำซุปน้ำใส ส่วนซุปน้ำมันแดงจะขาดพริกแดง พริกหอม(ฮวาเจียว) และกระเทียมไปไม่ได้เด็ดขาด แล้วก็ทำซุปมะเขือเทศรสเผ็ดนิด ๆ เพิ่มอีกอย่าง ถ้าเคี่ยวน้ำซุปออกมาดี น้ำจิ้มก็แทบไม่จำเป็นเลย... ผักสดก็ต้องมีบ้าง ทั้งฟักเขียว เห็ด แล้วก็ผักกาดขาว...
โชคดีที่เธอพกตะกร้ามาสองใบ ไม่อย่างนั้นคงใส่ของไม่หมดแน่
ท่ามกลางความปรารถนาในเวทลอยตัวอย่างสุดซึ้ง เธอเดิน ๆ หยุด ๆ จนในที่สุดก็ขนของมาถึงหอพักได้สำเร็จ
เธอเช็ดเหงื่อแล้วถกแขนเสื้อขึ้น เริ่มลงมือทำงานทันที
ตอนหิ้วตะกร้าผักล่ะหมดเรี่ยวแรง แต่พอได้ทำอาหารเตรียมต้อนรับเพื่อนนี่พลังล้นปรี่ คนที่ว่านั่นก็คือเธอนี่แหละ
เพราะวีรกรรมตอนที่ถูกเชิญครั้งก่อนมันฝังใจมาก ครั้งนี้ลิลิธ วาชิด้า และซิลฟ์จึงนัดแนะกันมาให้เร็วกว่าเดิมโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกเธอมาถึงตอนที่โม่หลานกำลังล้างผักอยู่พอดี
สิ่งแรกที่ทำเมื่อก้าวเข้าบ้าน คือการมองไปที่ห้องครัวก่อนเลย
“วางใจเถอะ! วันนี้ฉันไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลย!” โม่หลานบอกอย่างจนใจ “รับรองว่าทุกคนจะได้กินข้าวแบบปกติแน่นอน!”
“ฮ่า ๆ! ไม่ใช้ก็ดีแล้ว ไม่ใช้ก็ดีแล้ว!” ลิลิธหัวเราะแก้เก้อ “มีอะไรให้พวกเราช่วยไหม?”
โม่หลานเองก็ไม่เกรงใจ “ล้างผัก หั่นผัก ปอกกระเทียม... ลองดูว่าใครอยากทำอันไหน?”
“ฉันหั่นผักได้นะ ฝีมือการใช้มีดของฉันน่ะสุดยอดเลย!” ลิลิธที่คิดว่าฝีมือทำอาหารตัวเองดีกว่ารุ่นน้องทั้งสองคน เลือกงานที่ยากที่สุด
“ฉันล้างผักเอง!” ซิลฟ์บอก
วาชิด้าย่นจมูก “งั้นฉันปอกกระเทียมแล้วกัน!”
“จัดไป!” โม่หลานหยิบกระเทียมถุงย่อม ๆ กับชามใบใหญ่มาให้ “วาชิด้า ทั้งหมดนี่เป็นหน้าที่เธอ ปอกให้หมดเลยนะ”
“ทะ.. ทั้งหมดเลยเหรอ?” วาชิด้าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “อาหารอะไรกัน ต้องใช้กระเทียมเยอะขนาดนี้เชียว!”
กระเทียมเยอะขนาดนี้ กลิ่นมันจะไม่ฉุนกึกเลยเหรอ!
“แค่นี้จะไปเยอะอะไร?” โม่หลานบอก “ถ้าทำพวกเมนูผัดกระเทียมสับ ต้องใช้เยอะกว่านี้อีก!”
ทั้งสามคนทำหน้าตกตะลึง “โลกก่อนของเธอนี่เขาฮิตกินกระเทียมกันเหรอ? ถึงขนาดมีเมนูที่ทำจากกระเทียมโดยเฉพาะเลยเนี่ยนะ!”
“รับรองเลยว่าอร่อยแน่นอน ถ้าขาดรสชาตินี้ไปละก็ไม่ได้เลยล่ะ!” โม่หลานยืนยัน
เหล่าจอมมนตราน้อยยังคงครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
“รุ่นพี่คะ เนื้อต้องหั่นให้บาง ๆ เลยนะ!” โม่หลานหันไปกำชับรุ่นพี่ลิลิธ
“แบบนี้พอไหม?”
“บางกว่านี้อีกนิดค่ะ”
“ได้หรือยัง?”
“เอาบางกว่านี้อีกค่ะ ยิ่งบางยิ่งดี!”
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”
“ได้แล้วค่ะ ได้แล้ว! สมบูรณ์แบบมาก!”
ฝีมือการใช้มีดของรุ่นพี่นั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ
ถึงลิลิธจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องบางขนาดนั้น แต่เธอก็ยอมทำตามแต่โดยดี
พอมีคนมาช่วย โม่หลานก็เริ่มเตรียมน้ำซุป
เธอทำซุปกระดูกวัวน้ำใสกับซุปมะเขือเทศรสเผ็ดน้อยเสร็จก่อน พอดีกับที่วาชิด้าปอกกระเทียมเสร็จ เธอจึงเริ่มผัดพริกทำน้ำซุปน้ำมันแดงรสเผ็ดต่อ
ลิลิธ วาชิด้า และซิลฟ์ที่ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้ว ต่างพากันไปรุมล้อมหม้อสองใบที่เสร็จแล้วพลางกระซิบกระซาบ “นี่คือซุปกระดูกเข้มข้นกับซุปมะเขือเทศเข้มข้นเหรอ?”
“น่าจะใช่!”
“วันนี้เป็นงานเลี้ยงซุปข้นเหรอ?”
“ไม่ต้องใส่เห็ดหรือมันฝรั่งลงไปจริง ๆ เหรอ?”
“โม่หลานบอกว่าไม่ต้อง... แค่ก ๆ!”
จู่ ๆ กลิ่นที่ฉุนกึกอย่างรุนแรงก็ฟุ้งกระจายออกมาจากห้องครัว มันจู่โจมทั้งตาและจมูกของพวกเธอ ทั้งเผ็ดทั้งชาไปหมด
ลิลิธรีบปิดจมูกและปาก พลางไอแล้วพูดว่า “โม่หลาน... แค่ก ๆ นี่เธอใช้เวทมนตร์อะไรอีกแล้วเนี่ย?”
ท่ามกลางกลุ่มควันและไอน้ำมัน แผ่นหลังของใครบางคนยังคงยืนผัดตะหลิวอย่างใจเย็น “อดทนหน่อยนะ พริกแดงกับพริกหอมตอนลงกระทะใหม่ ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ อีกสักพักเดี๋ยวก็ดีขึ้น”
“เฮ้อ~ ที่แท้ก็ไม่ใช่การโจมตีด้วยเวทมนตร์เหรอเนี่ย!” วาชิด้าที่แอบมุดลงไปใต้โต๊ะค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“โม่หลาน เธอเอาพริกแดงตะกร้าใหญ่พวกนั้นลงกระทะน้ำมันหมดเลยเหรอ?” ซิลฟ์เห็นตะกร้าเปล่าที่คุ้นตาตั้งอยู่บนเตา
ก่อนหน้านี้มันเต็มไปด้วยพริกแดงแบบที่เผ็ดที่สุดเลยนะ
“ว่าไงนะ?” วาชิด้ากับลิลิธตกใจจนต้องฝ่าควันน้ำมันเข้าไปดูที่เตา พอชะโงกหน้ามองลงไปในหม้อที่กลายเป็นสีแดงฉานไปหมด ก็ถึงกับหน้ามืด “ให้ตายเถอะ! นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
“น้ำซุปไงล่ะ!” โม่หลานตอบไปพลาง ใส่กระเทียมตามลงไปพลาง
วาชิด้าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พริก ฮวาเจียว และกระเทียมปริมาณมหาศาลที่รวมกันอยู่นี่ “นี่มันใช่อาหารจริง ๆ เหรอ ไม่ใช่ยาพิษอันตรายอะไรใช่ไหม?”
“แน่นอนสิ!” โม่หลานมั่นใจมาก “ถ้ากินเผ็ดไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังมีซุปอีกสองอย่างให้เลือกนะ แต่อยากบอกว่าซุปเผ็ดนี่แหละคือหัวใจสำคัญเลย”
ครู่ต่อมา ลิลิธ วาชิด้า และซิลฟ์ก็นั่งลงที่โต๊ะอาหาร มองดูอาหารบนโต๊ะด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
อาหารน่ะมีเยอะแยะไปหมด ทั้งเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวาง เนื้อปลาที่แล่ไว้ เห็ด ฟักเขียว ผักตั้งโอ๋... แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างล้วนยังดิบอยู่เลย
สิ่งเดียวที่กำลังส่งไอความร้อนพวยพุ่งออกมาก็คือหม้อสามใบ ใบหนึ่งมีน้ำมันสีแดงเดือดพล่าน ใบหนึ่งเป็นซุปสีขาวใสสะอาดตา และอีกใบหนึ่งเป็นรสชาติที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสอง
ไอ้หม้อที่มีน้ำมันลอยฟ่องสีแดงก่ำนั่น ดูน่ากลัวยิ่งกว่ายาพิษในหม้อปรุงยาของแม่มดใจร้ายเสียอีก
กลิ่นตอนที่ทำก็ทำให้คนน้ำตาไหลพรากจนหายใจไม่ออก จะเรียกมันว่าซุปพิษเวทมนตร์ของโม่หลานก็คงไม่เกินไปนัก
แต่คุณหนูโม่หลาน เจ้าของมื้อค่ำวันนี้ กลับบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว เริ่มกินกันได้เลย
“เดี๋ยวสิ นี่กินได้จริง ๆ เหรอ?” ลิลิธยังคงไม่อยากจะเชื่อ “ทุกอย่างยังดิบอยู่เลย จะกินยังไงล่ะ?”
ส่วนวาชิด้านั้น มุมมองที่มีต่อโม่หลานเริ่มบิดเบี้ยวไปไกลแล้ว
นี่น่ะเหรออาหารเลื่องชื่อในชาติก่อนของโม่หลาน? โลกใบนั้นมันเป็นดินแดนที่ไร้อารยธรรมด้านอาหารหรือไงกัน?
แต่ก่อนหน้านี้ข้าวผัดไข่ที่โม่หลานทำก็อร่อยดีนี่นา!
หรือว่านี่จะเป็นการแกล้งเล่นของโม่หลาน?
ซิลฟ์ก้มหน้าลง กำลังรีบหาข้ออ้างเพื่อที่จะขอตัวกลับอย่างเร่งด่วน
แต่แล้วโม่หลานก็เริ่มขยับตัว เธอหยิบแท่งไม้สองอันขึ้นมา คีบเนื้อวัวแผ่นหนึ่งลงไปแกว่งไปมาในหม้อน้ำมันพริกสีแดงสุดสยองนั่น แล้ววางเนื้อชิ้นนั้นลงในจานเบื้องหน้าของรุ่นพี่ลิลิธ “นี่ไง สุกแล้ว! ลองชิมดูสิ!”
ลิลิธ: !!!∑(°Д°ノ)ノ
ช่วงนี้เธอไม่ได้ไปทำอะไรให้รุ่นน้องโม่หลานขุ่นเคืองใจใช่ไหม?
ตอนซื้อการ์ดของเธอก็ไม่ได้ต่อราคาจนสำเร็จสักหน่อยนี่นา!
โม่หลานเห็นรุ่นพี่ทำท่าทางเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ก็เลยลวกเนื้อวัวกินให้ดูเสียเลย พอเนื้อเข้าปากเธอก็หรี่ตาลงอย่างมีความสุข “สุดยอด! ไม่ได้กินหม้อไฟรสชาติจัดจ้านแบบนี้มานานมากแล้ว!”
นี่คือสูตรน้ำซุปหม้อไฟเจ้าดังในตำนานที่เธอขุดออกมาจากความทรงจำบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แม้เครื่องปรุงบางอย่างในสถาบันจะไม่มีจนต้องตัดออกไปบ้างทำให้รสชาติลดทอนลงไป แต่ความหอมก็ยังคงอบอวลอยู่ดี
หลังจากที่โลกในชาติก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เธอก็ไม่ได้กินมันอีกเลย
“มันอร่อยมากจริง ๆ นะ ทั้งเผ็ด ทั้งชา ทั้งหอม ต้องลองชิมให้ได้เลย!” โม่หลานพยายามโฆษณาชวนเชื่ออีกครั้ง
เธอไม่ได้ลำเอียง ลวกเนื้อส่งให้วาชิด้ากับซิลฟ์ด้วยคนละชิ้น พร้อมกับเร่งเร้าให้พวกเธอรีบลองชิมดู
ลิลิธเห็นโม่หลานกินให้ดูแล้ว จึงตัดสินใจกัดฟันสู้ ใช้ส้อมจิ้มเนื้อชิ้นนั้นส่งเข้าปากไป
วาชิด้ากับซิลฟ์สูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองเธอตาเขม็ง
สมกับเป็นรุ่นพี่จริง ๆ ช่างกล้าหาญเหลือเกิน!