- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 74 ขอยืมแท็งก์น้ำหน่อยนะ
บทที่ 74 ขอยืมแท็งก์น้ำหน่อยนะ
บทที่ 74 ขอยืมแท็งก์น้ำหน่อยนะ
พวกแม่มดน้อยปีหนึ่งอาศัยอยู่ที่หอพักหมายเลข 61 ถึง 88
โม่หลานยืนนิ่งอยู่ที่หน้าหอพักหมายเลข 61 แล้วตะเบ็งเสียงเรียก “ไอส์! ไอส์! เธออยู่ไหม?”
“มาแล้ว!” ประตูหอพักเปิดออก ไอส์ที่ผูกผ้ากันเปื้อนและถือมีดทำครัวเปื้อนเลือดเดินออกมา
“ไอส์! ฉันขอยืมแท็งก์น้ำหลังบ้านเธอฝึกเวทเสกน้ำหน่อยได้ไหม?” โม่หลานถาม
“เอ๊ะ?” ไอส์ทำหน้ามึนงง “ได้น่ะมันก็ได้อยู่หรอก แต่การฝึกเวทเสกน้ำจำเป็นต้องใช้แท็งก์น้ำด้วยเหรอ?”
“น้ำพุที่สร้างจากเวทเสกน้ำมันคือน้ำจริง ๆ น่ะสิ ถ้าไม่หาอะไรมารองไว้ นอกจากจะไหลไปทั่วแล้วยังสิ้นเปลืองด้วย แท็งก์น้ำที่บ้านฉันเต็มแล้ว ก็เลยมาหาเธอนี่แหละ!”
โม่หลานพูดไปพลาง พอเห็นอัลบาที่อยู่หอพักข้าง ๆ เดินออกมา จึงบอกเธอด้วย “อัลบา เดี๋ยวฉันขอยืมแท็งก์น้ำในสวนเธอฝึกเวทเสกน้ำหน่อยได้ไหม?”
“มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?” ในมืออัลบากำลังถือถังน้ำออกไปตักพอดีเลย!
น้ำในแท็งก์ของเธอใกล้จะเกลี้ยงถังแล้ว
เชอริลที่อยู่สวนข้าง ๆ อัลบาได้ยินเสียงก็เดินออกมาเช่นกัน “ของฉันเอาด้วยไหม?”
“เอาสิ เอาสิ! แท็งก์น้ำของพวกเธอเก็บไว้ให้ฉันเลยนะ!” โม่หลานตอบ
เมื่อคืนนี้เธอแค่เติมพลังเวทที่ได้จากการขายการ์ดลงในคัมภีร์การ์ดเท่านั้น ส่วนพลังเวทในตัวเธอยังไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด
ตอนนี้จึงยังมีพลังเวทเต็มเปี่ยมถึง 972 มานา
ก็เพื่อที่จะได้ฝึกเวทมนตร์ให้เยอะ ๆ ในวันนี้นี่แหละ
เธอเริ่มจากแท็งก์น้ำในสวนของไอส์ ระหว่างที่ร่ายเวทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็คอยสังเกตการปล่อยพลังเวทและขนาดของกระแสน้ำไปด้วย เพื่อเพิ่มความชำนาญในเวทเสกน้ำ
หนังสือ ‘น้ำพุใสไหลริน’ พูดไว้ไม่ผิดเลย การฝึกร่ายเวทซ้ำ ๆ นั้นได้ผลจริง ๆ
หลังจากเติมน้ำไปยี่สิบห้าแท็งก์ โม่หลานรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสภาวะการร่ายเวทของเธอมั่นคงขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งแม้จะว่อกแว่กไปบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้เวทมนตร์ล้มเหลวในทันที
แถมตอนที่ใช้เวทเสกน้ำ ปริมาณพลังเวทสูงสุดที่เธอสามารถควบคุมมาใช้ในการร่ายเวทได้อย่างเต็มที่ในแต่ละครั้ง ก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากประมาณ 2 มานา กลายเป็นเกือบ 2.5 มานาแล้ว
ฝึกมาตั้งนาน เติมน้ำไปตั้งหลายแท็งก์ แต่เธอกลับใช้พลังเวทไปเพียงหกสิบกว่ามานาเท่านั้น
พลังเวทยังคงมีอยู่เหลือเฟือ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแท็งก์น้ำให้เธอฝึกต่อแล้ว
ถ้าฝึกในหอพัก เธอก็กลัวจะทำน้ำท่วม ถ้าไปฝึกในป่าต้นขนมปัง ก็กลัวต้นขนมปังจะเน่าตาย ส่วนที่อื่นล้วนเป็นถนนหนทาง ไม่ก็มีพืชพรรณปลูกไว้
ทางเขตเพาะปลูกน่ะมีคูคลองหรือแม่น้ำสายเล็ก ๆ อยู่บ้าง แต่ก็อยู่ไกลจากเธอเกินไป
ถ้าคิดไม่ออกก็ต้องไปถามอาจารย์ใหญ่
“อาจารย์ใหญ่คะอาจารย์ใหญ่! สถานที่ที่ใกล้ที่สุดที่เหมาะกับการฝึกเวทเสกน้ำอยู่ที่ไหนเหรอคะ!”
“บ่อน้ำ!”
“จริงด้วย! บ่อน้ำ! ขอบคุณค่ะอาจารย์ใหญ่!”
โม่หลานวิ่งไปที่ข้างบ่อน้ำ
เธอเจอรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งที่อาศัยอยู่หอพักแถวบ่อน้ำกำลังปลูกผักอยู่ในสวนพอดี จึงเอ่ยทักทาย “รุ่นพี่เรนี่! อรุณสวัสดิ์ค่ะ!”
“โม่หลานเองเหรอ!” เรนี่เด็ดมะเขือเทศลูกใหญ่มาหนึ่งลูก ใช้แขนเสื้อเช็ด ๆ แล้วส่งให้เธอ “ลองชิมดูสิ! ฉันปลูกเองเลยนะ!”
“ขอบคุณค่ะรุ่นพี่!” โม่หลานรับมะเขือเทศมาแล้วกัดคำโต “อาหร่อย~”
“ฮ่า ๆ ๆ! ตั้งใจเรียนเวทมนตร์พฤกษานะ การปลูกผักน่ะง่ายสุด ๆ เลย!” เรนี่ไม่ลืมที่จะแนะนำเวทมนตร์ที่ตัวเองโปรดปราน
เธอเป็นแม่มดสายพฤกษาอย่างเต็มตัว และตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว
“เธอมาตักน้ำเหรอ? ทำไมไม่เอาถังมาด้วยล่ะ?”
“เปล่าค่ะ! มาฝึกเวทเสกน้ำ ไม่อยากให้น้ำไหลเลอะเทอะไปทั่ว แล้วก็ไม่อยากไปไกลด้วย ที่นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว” โม่หลานตอบ
“เธอใช้เวทเสกน้ำเป็นแล้วเหรอ? สมกับเป็นจอมมนตราจริง ๆ เลยนะ!” เรนี่เอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ข้างบ่อน้ำน่ะเหมาะกับการฝึกเวทเสกน้ำจริง ๆ นั่นแหละ โม่หลาน เธอรู้ไหมว่าทำไมน้ำในบ่อนี่ถึงตักเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด?”
“ไม่ใช่เพราะมีน้ำใต้ดินเหรอคะ?” โม่หลานถาม
“แน่นอนว่าไม่ใช่” เรนี่ส่ายหน้า “เป็นเพราะแม่มดน้อยทุกคนต่างก็มาฝึกเวทเสกน้ำกันข้างบ่อน้ำนี่ไงล่ะ!”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองเหรอคะ!” โม่หลานร้องอ๋อ
เรนี่ที่เพิ่งจะพูดจาเรื่อยเปื่อยมองเธอด้วยความตกใจ “โม่หลาน เธอเชื่อจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
“???” โม่หลานมองเรนี่อย่างไม่อยากจะเชื่อ “รุ่นพี่คะ พี่หลอกฉันเหรอ?”
“ล้อเล่นน่ะ! เวทเสกน้ำมันเป็นเวทมนตร์งานบ้านนะ ก็แค่ฝึกใช้ไปตามปกตินั่นแหละ เวลาต้องการน้ำก็ค่อยเสกออกมาทีหนึ่ง ไม่มีใครเขามานั่งตั้งอกตั้งใจฝึกเวทเสกน้ำกันเป็นเรื่องเป็นราวหรอก” เรนี่บอก
โม่หลานที่ตั้งใจมาฝึกเวทเสกน้ำอย่างจริงจัง: “...”
ที่แท้รุ่นพี่เรนี่ก็เป็นคนแบบนี้เอง!
แต่คำพูดของรุ่นพี่ก็ช่วยเตือนสติเธอได้จริง ๆ
เวทเสกน้ำยังสามารถฝึกฝนได้ในชีวิตประจำวันด้วย
แน่นอนว่าการฝึกเพิ่มที่ข้างบ่อน้ำก็ทิ้งไม่ได้เช่นกัน
ฝึกความชำนาญในการร่ายเวทและสัดส่วนการดึงพลังเวทสูงสุดมาใช้ที่ข้างบ่อน้ำ ส่วนในชีวิตประจำวันก็ฝึกการควบคุมเวทเสกน้ำอย่างละเอียด
ตอนนี้เธอใช้เวทมนตร์เป็นแค่เวทเสกน้ำอย่างเดียว พลังเวทก็ต้องเอามาใช้ฝึกเวทเสกน้ำอยู่แล้ว!
ถึงจะเป็นแค่เวทมนตร์งานบ้านแล้วยังไงล่ะ มีแต่เธอที่เคยผ่านกระบวนการเรียนรู้เวทมนตร์ และรู้ผลลัพธ์ของแต่ละระดับขั้นการฝึกฝนเท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างการ์ดเรียนรู้เวทมนตร์ที่มีแถบแสดงระดับความชำนาญออกมาได้!
เรนี่เห็นว่าเธอยังคงมุ่งมั่นกับการฝึกเวทเสกน้ำต่อไป จึงไม่รบกวนเธออีก
โม่หลานฝึกต่อไปจนกระทั่งพลังเวทเหลือเพียงครึ่งเดียวถึงได้ยอมหยุด
ตอนนี้เวลาล่วงเลยผ่านช่วงเที่ยงวันไปแล้ว เธอจึงกินผลขนมปังรองท้องแล้วเริ่มอ่านหนังสือต่อ
ฝึกเวทมนตร์สลับกับการอ่านหนังสือ ช่างลงตัวอะไรอย่างนี้!
เพราะกำลังคิดเรื่องการฝึกเวทเสกน้ำในชีวิตประจำวัน เธอจึงรีบอ่านหนังสือ ‘น้ำพุใสไหลริน’ ให้จบก่อน
เนื้อหาช่วงท้ายของหนังสือเล่มนี้พูดถึงการเปลี่ยนรูปทรงของเวทเสกน้ำ ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นถึงจะทำได้
อย่างเช่น วิธีสร้างน้ำพุในปริมาณที่พอดีเพื่อเติมลงในภาชนะขนาดเล็ก หรือวิธีควบแน่นให้กลายเป็นลูกบอลน้ำพุที่ไม่แตกกระจายไปชั่วคราว
ถ้าเรียนรู้สิ่งนี้สำเร็จ เธอคงสามารถวางแก้วน้ำไว้ในห้องเรียน พอหิวน้ำก็แค่เสกน้ำพุลงในแก้วได้โดยตรงเลย
ถ้าควบคุมได้ดี ก็จะไม่มีน้ำกระเซ็นออกมาเลยสักหยด
และถ้าเรียนรู้วิธีควบแน่นลูกบอลน้ำขนาดต่าง ๆ ได้แล้ว แม้แต่แก้วน้ำก็ไม่ต้องใช้ แค่ดูดลูกบอลน้ำลูกเล็ก ๆ ก็พอ
แต่การจะเปลี่ยนรูปทรงของเวทเสกน้ำได้ดั่งใจนึกเหมือนที่ในหนังสือบอก อย่างน้อยก็ต้องฝึกเวทเสกน้ำให้ถึงระดับสูงขึ้นไป
เมื่อฝึกเวทเสกน้ำจนถึงขั้นสุดยอด แม้แต่การเปลี่ยนน้ำพุให้กลายเป็นสายฝนหรือม่านหมอกก็สามารถทำได้โดยตรง
เพียงแต่การเปลี่ยนเป็นฝนหรือหมอกแบบนี้ จะไม่มีผลพิเศษต่าง ๆ เหมือนกับเวทมนตร์สายฝนหรือม่านหมอกของจริงเท่านั้นเอง
เพราะแก่นแท้ของสายฝนจากเวทเสกน้ำก็เป็นเพียงการเปลี่ยนสถานะของน้ำ มันยังคงเป็นน้ำพุเหมือนเดิม ไม่ได้มีพิษหรือสิ่งอื่นเจือปน
ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงเวทมนตร์งานบ้านจริง ๆ ไม่เหมาะจะเอาไปใช้ในการต่อสู้
ถึงจะสร้างน้ำพุจำนวนมหาศาลเพื่อพุ่งเข้าใส่ศัตรู ก็ยังมีเวทมนตร์อื่นที่เหมาะสมกว่ามาใช้แทนได้
เพราะจุดเด่นของเวทเสกน้ำคือการสร้างน้ำ และน้ำที่สร้างขึ้นมานั้นจะคงอยู่ถาวร
ในขณะที่เวทมนตร์ธาตุน้ำอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นเพียงการสร้างน้ำจำลอง โดยเน้นไปที่คุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ของน้ำเหล่านั้นมากกว่า
พอเวทมนตร์หมดฤทธิ์ ในที่เกิดเหตุก็จะเหลือเพียงคราบน้ำเล็กน้อยเท่านั้น
เธอถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า การฝึกในชีวิตประจำวันที่รุ่นพี่เรนี่พูดถึง น่าจะต่างจากที่เธอคิดอยู่บ้าง
การฝึกในชีวิตประจำวันของรุ่นพี่คงจะหมายถึงแค่การเติมน้ำใส่แท็งก์น้ำเท่านั้นแหละ
แต่นั่นสำหรับโม่หลานแล้วมันยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพออีกมาก