- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 71 รุ่นพี่น่าสงสารจริง ๆ!
บทที่ 71 รุ่นพี่น่าสงสารจริง ๆ!
บทที่ 71 รุ่นพี่น่าสงสารจริง ๆ!
แต่ถึงจะหวั่นไหวแค่ไหน คัมภีร์แม่มดของพวกเธอก็ยังทำไม่เสร็จเลยนี่นา!
สมุดเล่มเล็กสภาพขาดวิ่นแบบนั้น ทำเอาไม่มีอารมณ์อยากจะคัดลอกหนังสือเลยสักนิด
“ทำคัมภีร์แม่มด คัดลอกหนังสือ อ่านหนังสือเขียนรายงาน แล้วหลังจากนั้นถึงจะได้เรียนเวทเสกน้ำ” วาชิด้านับนิ้วตาม “เรื่องที่ต้องทำเยอะแยะไปหมดเลย!”
“วิชาประวัติศาสตร์แม่มดของวันนี้ กับวิชาประวัติศาสตร์โลกของพรุ่งนี้ ก็น่าจะมีสั่งการบ้านเหมือนกัน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีรายงานอีกสองฉบับ ฉันว่าช่วงสุดสัปดาห์ถ้าปั่นรายงานหกฉบับเสร็จได้ก็เก่งมากแล้ว!” ซิลฟ์บอก
ยิ่งนับก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาไม่พอใช้
“จู่ ๆ ก็เริ่มเข้าใจแล้วสิ ว่าทำไมโม่หลานถึงยอมกินแค่ขนมผลขนมปังกวนประทังชีวิตไปวัน ๆ” อัลบาลูบคางพลางพูด
“จะยุ่งแค่ไหนก็ต้องกินข้าวให้ดีสิ พวกเธออย่าไปเลียนแบบโม่หลานเชียวนะ! การทำกับข้าวก็ถือเป็นการฝึกฝนการทำอาหารเหมือนกัน!”
ไอส์รีบห้ามปรามความคิดอันแสนอันตรายของพวกเธอ “ถ้าเรียนทำอาหารไม่รอด ในอนาคตก็ต้องไปอาศัยอยู่ใกล้ ๆ ตลาดเท่านั้นแหละ พอออกจากสถาบันไปแล้ว จะไปหาผลขนมปังมาให้อิ่มท้องได้จากที่ไหนกัน!”
“นั่นสินะ... การเรียนทำอาหารยังไงก็สำคัญกว่า!” พวกแม่มดน้อยพากันล้มเลิกความคิดที่จะกินขนมผลขนมปังกวนประทังชีวิต
ไอส์ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
โม่หลานเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ไอส์พูด จะเรียนเวทมนตร์ทำอาหารรอดหรือไม่นั้นเป็นเรื่องรอง แต่ยังไงก็ต้องทำอาหารให้เป็นก่อน
ตอนนี้เธอจึงช่วยไอส์เปลี่ยนเรื่องคุย “ประวัติศาสตร์แม่มดบทที่สอง ทุกคนอ่านเตรียมตัวกันมาหรือยัง? คิดคำถามที่จะถามเอาไว้หรือเปล่า?”
“อย่าบอกนะว่า เธออ่านเตรียมตัวมาเรียบร้อยแล้วน่ะ!” วาชิด้าชักจะสงสัยแล้วว่าโม่หลานก็ใช้เวทแยกร่างของอาจารย์ใหญ่ได้เหมือนกัน!
“ยังไม่ได้อ่านหรอก! นี่ไงกำลังจะเอาไว้อ่านตอนเดินไปโรงเรียน ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มเลย!” โม่หลานมองไปที่ปราสาทซึ่งอยู่ไกลออกไป
เหล่าแม่มดน้อย: “!!!”
ทำไมถึงเดินมาถึงกลางเขากันแล้วล่ะ! คำถามยังคิดไม่เสร็จเลย!
พวกเธอไม่อยากได้ของขวัญเป็นรายงานสองฉบับอีกแล้วนะ
ทุกคนต่างพากันหยิบคัมภีร์แม่มดออกมา แล้วเริ่มอ่านเตรียมเนื้อหาของวันนี้ทันที
แต่ระหว่างทางก็เสียเวลาไปบ้าง พอถึงคาบเรียนตอนที่คุณอามีช่าสั่งให้พวกเธออ่านเนื้อหาบทที่สอง พวกเธอก็ยังคงวุ่นอยู่กับการเตรียมคำถาม เลยยังไม่ทันได้รวบรวมคำถามทั้งหมดที่คิดไว้ออกมาจดลงบนกระดาษ
พอถึงช่วงตั้งคำถาม แม่มดน้อยทุกคนยกเว้นโม่หลานต่างก็เปิดใช้งานการ์ดบันทึกเสียงกันหมด
อามีช่าเลิกคิ้วขึ้น “ดูท่าทางวันนี้ฉันคงไม่ต้องตอบช้า ๆ เพื่อเผื่อเวลาให้พวกเธอจดบันทึกแล้วล่ะสิ”
เหล่าแม่มดน้อยคิดในใจ: ‘ก็ใครใช้ให้อาจารย์ใหญ่สั่งรายงานแบบไม่ปรานีปราศรัยเลยล่ะคะ!’
ช่วงเวลาแห่งการถามตอบดำเนินไปจนกระทั่งหมดคาบเรียนในที่สุด
และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสั่งการบ้านอันแสนจะน่าระทึกขวัญอีกครั้ง
“รายงานสรุปคำถามหนึ่งฉบับ กำหนดส่งวันพฤหัสบดีหน้า” อามีช่าหยุดชะงักไปเล็กน้อย เธอมองดูท่าทางประหม่าของพวกแม่มดน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายนิด ๆ “เลิกเรียนได้!”
ช่างเถอะ ยังไงประเด็นความรู้ในรายงานสรุปคำถามก็เยอะกว่ารายงานที่ต้องค้นคว้าหาข้อมูลตั้งหลายเท่า
สิ้นเสียงประกาศ แม่มดน้อยหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจ
เมื่อสามวันก่อน ให้เขียนรายงานสรุปแค่ฉบับเดียว พวกเธอก็บ่นว่าเยอะแล้ว
สามวันให้หลัง พอสั่งรายงานสรุปหนึ่งฉบับเท่าเดิม พวกเธอกลับรู้สึกว่ามันช่างน้อยนิดเหลือเกิน
ในวิชาประวัติศาสตร์โลกช่วงเช้าวันศุกร์ เหล่าแม่มดน้อยก็ยังคงใช้วิธีเดิมในการยิงคำถามใส่คุณอามีช่าเป็นชุด และหลังเลิกเรียนก็ได้รับรางวัลเป็นรายงานสรุปคำถามอีกหนึ่งฉบับตามระเบียบ
ระหว่างทางลงเขา พวกเธอได้บังเอิญเจอกับพวกรุ่นพี่ปีสองที่มีลิลิธเป็นแกนนำ
พวกรุ่นพี่ขี่ไม้กวาดบินเอื่อย ๆ เข้ามาแสดงความห่วงใย:
“วิชาทฤษฎีสัปดาห์นี้ปรับตัวกันได้หรือยัง? สบายไหมล่ะ?”
“สบายอะไรกันล่ะคะ! เหนื่อยกว่าวิชาเวทมนตร์อีก!” พอเหล่าแม่มดน้อยนึกถึงวิชาทฤษฎีก็พากันส่ายหน้า
“ฮ่า ๆ ๆ! ใคร ๆ ก็ผ่านจุดนี้มาทั้งนั้นแหละ! สมัยพวกเรา พอถึงสัปดาห์ที่สองก็ได้รางวัลเป็นรายงานหกฉบับจุก ๆ ไปเลย แถมสี่ฉบับในนั้นยังต้องไปค้นข้อมูลจากหนังสืออ้างอิงอีกต่างหาก! แล้วก็เป็นแบบนี้ทุกสัปดาห์เลยนะ
พอหลัง ๆ หนังสือที่ต้องอ่านมันเยอะมาก คัมภีร์แม่มดระดับต้นก็จุไม่พอ พลังเวทมนตร์ก็มีไม่มากพออีก พวกเราเลยต้องลบหนังสือที่อ่านจบแล้วทิ้งไปก่อน ถึงจะมีพื้นที่ว่างให้คัดลอกเล่มใหม่ลงไปได้
แต่เรื่องรายงานน่ะ เขียนบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง คุณอามีช่าก็แค่อยากให้พวกเราได้เรียนรู้เยอะ ๆ มีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสียหรอก
วันหลังตอนเรียนวิชาทฤษฎี ก็อย่าไปถามคำถามอะไรสะเปะสะปะให้มันมากนัก เผื่อทางหนีทีไล่ไว้บ้าง แบบนี้ทุกคาบวิชาทฤษฎีก็จะได้รายงานแค่ฉบับเดียวแล้ว
ส่วนวิธีเขียนรายงาน ก็แค่ไปค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสืออ้างอิงก็พอแล้ว
ถ้าถามคำถามเยอะเกินไป ก็ต้องมานั่งเขียนรายงานสรุปคำถามอีก ซึ่งพวกเธอจำคำตอบทั้งหมดที่คุณอามีช่าอธิบายไม่ได้หรอก
เปิดหนังสือเขียนยังไงก็ดีกว่าเขียนออกมาไม่ดีแล้วโดนคุณอามีช่าตีกลับให้ไปเขียนใหม่ล่ะนะ!”
แม่มดน้อยปีสองทำตัวเป็นผู้มีประสบการณ์ เอ่ยปลอบใจรุ่นน้อง
วันเวลาอันแสนขมขื่นที่ต้องปั่นรายงาน ได้รับการเยียวยาก็เพราะสีหน้าอมทุกข์ของพวกรุ่นน้องนี่แหละ
ก็แหงล่ะ พวกรุ่นน้องเองก็มีสภาพน่าสงสารเหมือนพวกเธอในตอนนั้นไม่มีผิด!
ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ค่อยเป็นไปตามที่พวกเธอคิดไว้เท่าไหร่
“โห! พวกรุ่นพี่น่าสงสารจังเลยค่ะ!”
“เขียนรายงานไม่ดียังโดนตีกลับให้ไปเขียนใหม่ด้วยเหรอคะ?”
“โชคดีนะที่คาบเรียนเมื่อวันจันทร์ โม่หลานช่วยทบทวนคำตอบให้พวกเราไปรอบหนึ่งแล้ว”
“รายงานสรุปคำถามน่าจะเขียนง่ายกว่ารายงานที่ต้องไปหาข้อมูลตามหนังสือนี่นา!”
“รุ่นพี่คะ ที่พวกพี่ต้องยอมถามคำถามให้น้อยลง แล้วหันไปเขียนรายงานที่ต้องค้นหนังสืออ้างอิงแทน ก็เพราะไม่มีการ์ดบันทึกเสียงสินะคะ!”
“ไปซื้อการ์ดบันทึกเสียงของโม่หลานสิคะ หลังจากนี้จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมเนื้อหาที่อาจารย์ใหญ่สอนในห้องอีกแล้ว ให้อาจารย์ใหญ่ช่วยอธิบายให้ฟังโดยตรงมันเร็วกว่าไปนั่งงมหาข้อมูลเองตั้งเยอะไม่ใช่เหรอคะ!”
“รายงานหกฉบับของพวกเรา มีแค่สองฉบับเองที่ต้องไปหาข้อมูลมาเขียน ส่วนที่เหลือก็แค่คัดลอกตามที่อัดเสียงไว้ก็เสร็จแล้วล่ะ! ฮี่ ๆ ~”
เหล่าแม่มดน้อยปีหนึ่งก็ได้รับการเยียวยาเช่นกัน
ก็พวกรุ่นพี่น่าสงสารกว่าพวกเธอตั้งเยอะนี่นา!
คราวนี้แม่มดน้อยปีสองหัวเราะไม่ออกแล้ว
“การ์ดบันทึกเสียง การ์ดบันทึกเสียงอะไรกัน?” แม่มดน้อยที่ไม่เคยไปโกดังของสถาบันยังไม่รู้เลยว่าการ์ดบันทึกเสียงคืออะไร
ส่วนแม่มดน้อยที่เคยไปโกดังและเห็นโปสเตอร์ขายการ์ดแผ่นใหญ่หน้าโกดังมาแล้วถึงกับร้องอ๋อ “ที่แท้การ์ดบันทึกเสียงก็เอามาใช้ทำแบบนี้นี่เอง!”
ก่อนหน้านี้ ยอดขายของการ์ดบันทึกเสียงในชั้นปีอื่นค่อนข้างซบเซา เทียบไม่ได้เลยกับการ์ดห้องครัวเคลื่อนที่และการ์ดเครื่องครัวพกพา
ในเมื่อสามารถบันทึกเสียงของอาจารย์ใหญ่เอาไว้ได้ แล้วใครมันจะอยากไปนั่งเปิดหนังสือหาข้อมูลเพื่อเขียนรายงานกันล่ะ!
“โม่หลาน! ขอการ์ดบันทึกเสียงใบหนึ่งสิ!”
“ได้เลยค่า!” โม่หลานดึงปึกกระดาษหนังแกะออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วเริ่มลงมือเขียนใบพันธสัญญาให้ทีละคน
เป็นการ์ดที่ทำกำไรได้งดงามอีกใบแล้ว!
“โม่หลาน การ์ดของเธอแลกกับแค่พลังเวทแบบใช้ครั้งเดียว มันไม่ขาดทุนไปหน่อยเหรอ! เวทมนตร์ของจอมมนตราคนอื่นเขาเก็บเป็นพลังเวทถาวรกันทั้งนั้นเลยนะ!”
มีแม่มดน้อยที่ซื้อการ์ดแบบผ่อนจ่าย แต่อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าโม่หลานจะขาดทุน
ลิลิธได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าหวือ โม่หลานอาจจะยอมขาดทุนตอนให้ของคนอื่นฟรี ๆ แต่ถ้าเป็นการขายของล่ะก็ เธอจะยอมขาดทุนงั้นเหรอ? ไม่มีทางเด็ดขาด!
แทนที่จะไปห่วงว่าโม่หลานจะขาดทุน เอาเวลามาห่วงว่าพลังเวทของตัวเองจะพอให้เธอสูบหรือเปล่าจะดีกว่า!
และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อได้ยินโม่หลานบอกว่า “การ์ดพวกนี้ยังไม่ถือว่าเป็นเวทมนตร์จอมมนตราของฉันหรอกนะคะ! รอให้ฉันพัฒนาเวทมนตร์จอมมนตราของตัวเองสำเร็จเมื่อไหร่ ก็จะขายแลกกับพลังเวทถาวรเหมือนกัน ถึงตอนนั้นก็ฝากทุกคนอุดหนุนด้วยนะ!”
เหล่าแม่มดน้อย: “...”
เป็นห่วงเก้อซะแล้ว
นี่คือโม่หลาน ผู้กวาดเอาพลังเวทแบบใช้ครั้งเดียวล่วงหน้าที่พวกเธอยังฟื้นฟูไม่เสร็จไปจนเกลี้ยงเชียวนะ!
มีใครบ้างที่ไม่ติดหนี้พลังเวทของเธอ?
นอกจากจะเอาพลังเวทแบบใช้ครั้งเดียวแล้ว เธอยังเล็งพลังเวทถาวรไว้อีกต่างหาก
ถ้าโม่หลานขาดทุน จอมมนตราคนอื่นก็มีแต่จะขาดทุนยิ่งกว่า!