- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 69 นอนซะ เดี๋ยวนี้!
บทที่ 69 นอนซะ เดี๋ยวนี้!
บทที่ 69 นอนซะ เดี๋ยวนี้!
“อืม เจตจำนงและคำสั่งงั้นเหรอ?”
โม่หลานนึกย้อนไปตอนที่ร่ายเวทเมื่อครู่นี้ พอว่อกแว่กนิดหน่อย ผลลัพธ์ของเวทเสกน้ำก็ได้รับผลกระทบจริง ๆ ด้วย
ยังดีที่หากฝึกฝนให้มากขึ้น ก็ไม่ต้องคอยรักษาสมาธิให้จดจ่อในระดับสูงแบบนี้ทุกครั้งที่ใช้เวทเสกน้ำแล้ว
ความคิดเป็นสิ่งที่ควบคุมยากที่สุด การรักษาสมาธิให้จดจ่อเป็นเวลานาน เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว
ถ้าต้องตั้งสมาธิขั้นสุดถึงจะร่ายเวทได้ตลอด ความคล่องตัวก็คงต่ำเกินไป แบบนี้โดนลอบโจมตีทีไรก็คงโดนเต็ม ๆ แล้วจะเอาเวทมนตร์ไปปกป้องตัวเองได้ยังไงกัน?
เธอจดจำประเด็นนี้เอาไว้
จากนั้นก็อ่านเนื้อหาต่อไป
“ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของเวทเสกน้ำประการที่สาม: อารมณ์และการปะทุ
อารมณ์ไม่เพียงส่งผลต่อเจตจำนงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพลังเวทมนตร์อีกด้วย
ในขณะร่ายเวท หากอารมณ์แปรปรวนมากเกินไป เวทมนตร์ที่กำลังร่ายอยู่จะกลายเป็นทางระบายอารมณ์โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้พลังเวทมนตร์ปะทุออกมา และทำให้เวทมนตร์เสียการควบคุมไปทั้งหมด
โดยทั่วไปอาการเสียการควบคุมของเวทเสกน้ำ จะแสดงออกมาในรูปแบบของกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเกินขีดจำกัดการร่ายเวทของตัวเอง
หากไม่ควบคุมอารมณ์ให้ทันท่วงที เวทเสกน้ำจะสูบพลังเวทมนตร์จนแห้งเหือดภายในเวลาอันสั้น
หลังจากพลังเวทมนตร์ถูกสูบจนหมด หากอารมณ์ยังคงรุนแรงอยู่และสถานะการร่ายเวทยังไม่ถูกขัดจังหวะ มันจะลุกลามไปสร้างความเสียหายต่อพลังชีวิต และในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้...”
“ถึงขั้นทำลายพลังชีวิตเลยเหรอ? หรืออาจจะถึงตายเลยเนี่ยนะ? ร้ายแรงขนาดนี้เชียว?” โม่หลานรู้สึกหวาดเสียวขึ้นมา
เมื่อครู่นี้ร่ายเวทครั้งแรกก็สำเร็จเลย เธอเลยตื่นเต้นมากไปหน่อยจนเสียการควบคุมไปนิดนึง ตอนนั้นน้ำพุพุ่งทะลักออกมาอย่างกับเขื่อนแตก ยังดีที่เธอควบคุมเอาไว้ได้ทัน
โม่หลานลองไปดูปริมาณการใช้พลังงานของเวทเสกน้ำในสถานการณ์ปกติ
ถึงแม้จะบอกว่าความชำนาญทางเวทมนตร์และพรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำของแม่มดแต่ละคนไม่เท่ากัน ทำให้การเผาผลาญพลังเวทตอนร่ายแตกต่างกันไปจนไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดก็ตาม
แต่โดยทั่วไปแล้ว ต่อให้เป็นแม่มดน้อยที่มีพรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำแย่ที่สุด ตอนที่เพิ่งฝึกเวทเสกน้ำสำเร็จใหม่ ๆ การจะเสกน้ำให้เต็มแท็งก์ อย่างมากก็เผาผลาญพลังเวทไปไม่เกิน 6 มานาเท่านั้น
พรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำของโม่หลานนั้นไร้ขีดจำกัด การแปรเปลี่ยนพลังเวทให้เป็นพลังธาตุน้ำย่อมไม่มีอุปสรรคใด ๆ ปริมาณการเผาผลาญมีแต่จะต่ำลง ไม่มีทางสูงขึ้นแน่นอน
แต่ตอนที่เธอฝึกเมื่อกี้ กลับเผาผลาญพลังเวทไปถึง 20 มานา
ส่วนใหญ่น่าจะสูญเสียไปตอนที่อารมณ์หลุดการควบคุมนั่นแหละ
นี่ขนาดเธอเสียการควบคุมไปไม่ถึง 3 วินาทีเองนะ
พอคำนวณดูแล้ว ปริมาณพลังเวทของจอมมนตราที่เกือบถึงระดับกลางอย่างเธอ คงถูกสูบจนแห้งโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ
นี่ถ้าอารมณ์ของเธอแปรปรวนรุนแรงกว่านี้อีกล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลย!
โม่หลานนึกถึงสิ่งที่เขียนไว้ใน ‘หนังสือชุดแม่มดน้อย’ ที่ว่า: “ห้ามมิให้แม่มดน้อยอายุต่ำกว่าสิบสามปีเรียนรู้เวทมนตร์ เพราะจะทำให้รากฐานเสียหาย”
ดูจากตอนนี้แล้ว แม่มดน้อยไม่เหมาะที่จะสัมผัสเวทมนตร์จริง ๆ นั่นแหละ
ยิ่งอายุน้อย ก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ได้ยาก
แถมพลังเวทมนตร์ของแม่มดน้อยก็มีน้อยนิด หากอารมณ์หลุดการควบคุมในระหว่างที่กำลังร่ายเวท ก็อาจจะคร่าชีวิตของพวกเธอไปได้เลย
ในสถาบันอย่างน้อยก็ยังมีคุณอามีช่าคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา
จริงสิ ทำไมก่อนเข้าเรียน คุณแม่ชาน่าถึงไม่สังเกตเห็นว่าเธอเป็นจอมมนตราล่ะ?
ถึงแม้แม่มดจะมองไม่เห็นแสงรัศมีพลังงานของจอมมนตรา แต่การที่แม่มดน้อยคนหนึ่งไม่มีแสงรัศมีพลังงาน มันก็น่าจะเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนมากเลยนี่นา!
ในพิธีปฐมนิเทศ พวกแม่มดน้อยเองก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องพรสวรรค์ของตัวเองเลยสักนิด
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
โม่หลานสงสัยเอามาก ๆ แต่หนังสือตรงหน้าก็ไม่ได้มีคำตอบให้
หรือว่า... จะลองถามอาจารย์ใหญ่ส่วนตัวดูดี?
“อาจารย์ใหญ่คะ อาจารย์ใหญ่ ก่อนเข้าเรียน พวกคุณแม่ไม่รู้เรื่องพรสวรรค์ของแม่มดน้อยเหรอคะ? มันมีแสงรัศมีพลังงานไม่ใช่เหรอ?” โม่หลานถาม
อามีช่าบางคน: “...”
เธอคอยเฝ้าดูพวกแม่มดน้อยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจริง ๆ นั่นแหละ และก็เริ่มชินกับการที่โม่หลานทำตัวเหมือนเธอเป็นคุณครูส่วนตัวที่คอยตอบคำถามแล้วด้วย
“หนังสืออ้างอิง ‘ร่องรอยของพลังงาน’”
“อ้อ!” โม่หลานรีบเปิดคัมภีร์แม่มด เตรียมจะหาหนังสือ ‘ร่องรอยของพลังงาน’ มาดูสักหน่อย
“นี่มันตีสองแล้วนะ ปิดหนังสือแล้วนอนซะ พรุ่งนี้ค่อยอ่าน การอดหลับอดนอนจนสภาพร่างกายไม่พร้อม ก็ส่งผลต่อความเร็วในการเพิ่มขึ้นของพลังเวทเหมือนกันนะ!”
เมื่อกี้ยังบ่นพึมพำเนื้อหาใน ‘เสียงน้ำใสไหลริน’ อยู่เลย จู่ ๆ ก็ดันมาถามเรื่องแม่มดน้อย ความคิดกระโดดข้ามไปมาแบบนี้ อามีช่ารู้สึกว่าถ้าเธอไม่เตือนสักหน่อย โม่หลานก็คงจะได้นั่งอ่านหนังสือโต้รุ่งอีกแน่
การรับประกันว่าแม่มดน้อยจะเติบโตอย่างแข็งแรงและมีสุขภาพดี ก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของอาจารย์ใหญ่อย่างเธอเช่นกัน
พอโม่หลานได้ยินว่าการอดหลับอดนอนจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของพลังเวท เธอก็กลัวขึ้นมาทันที “นอนแล้วค่ะ ๆ จะนอนเดี๋ยวนี้แหละ!”
เธอวางคัมภีร์แม่มดไว้ข้าง ๆ แล้วล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย
แต่ในใจก็ยังอดกังวลไม่ได้ “อาจารย์ใหญ่คะ มีของอะไรที่ช่วยลดเวลานอนได้บ้างไหมคะ? วันหนึ่งต้องนอนให้ครบแปดชั่วโมง กลับจากเรียนก็แทบไม่มีเวลาให้ศึกษาหาความรู้เลยนี่นา!”
“ใครบอกเธอว่าต้องนอนให้ครบแปดชั่วโมง? มีแค่แม่มดน้อยอายุต่ำกว่าสิบสามปีเท่านั้นแหละที่ต้องนอนเจ็ดถึงแปดชั่วโมง ส่วนแม่มดน้อยที่อายุเกินสิบสามปี วันหนึ่งนอนแค่ห้าหกชั่วโมงก็พอแล้ว พอโตเป็นผู้ใหญ่นอนแค่สามสี่ชั่วโมงก็เหลือเฟือ ยิ่งระดับสูงขึ้น ก็ยิ่งนอนน้อยลงได้อีก แน่นอนว่าถ้าจะนอนเยอะหน่อย มันก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรหรอกนะ”
“?(°°)?” โม่หลานตกใจสุดขีด “ใน ‘หนังสือชุดแม่มดน้อย’ ไม่เห็นมีบอกไว้เลยนี่คะ!”
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ใน ‘หนังสือชุดแม่มดน้อย’ ก็จะมีบอกไว้แล้วล่ะ ถ้าสนใจล่ะก็ ในห้องสมุดชั้นปีหนึ่งมีหนังสือ ‘การดูแลสุขภาพเริ่มต้นที่แม่มดน้อย’ อยู่เล่มหนึ่งนะ แต่ว่าตอนนี้ จงหลับตา แล้วนอนซะเดี๋ยวนี้!”
อามีช่าไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่ตัวเองต้องกลายมาเป็นคนคอยไล่ต้อนให้แม่มดน้อยเข้านอนแบบนี้
โม่หลาน: “...”
สรุปคือเพิ่งจะมาเพิ่มเนื้อหาเอาตอนนี้ใช่ไหมเนี่ย?
คงมีแค่เธอแหละมั้งที่ได้รับอิทธิพลจากความทรงจำในชาติก่อน จนจิตใต้สำนึกคิดไปเองว่าต้องนอนให้ครบแปดชั่วโมง!
ตอนอยู่ทุ่งธาราหยก เธอใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไร้จุดหมาย นอนตื่นสายทุกวัน พอเห็นว่าฟ้ายังไม่สว่าง ก็ยังนอนต่อได้อีก เลยไม่ได้สังเกตเลยว่าตกลงแล้วตัวเองใช้เวลานอนไปกี่ชั่วโมงกันแน่
มิน่าล่ะ เวลาจัดพิธีปฐมนิเทศถึงได้ดึกดื่นค่อนคืนขนาดนั้น
มิน่าล่ะ เสียงระฆังของสถาบันถึงได้ดังตั้งแต่หกโมงเช้า
สำหรับแม่มดที่ใช้เวลานอนน้อย กิจวัตรแบบทำนาตอนตะวันขึ้น พักผ่อนตอนตะวันตกดิน คงไม่มีอยู่จริงสินะ!
โม่หลานรู้สึกว่าตัวเองยังมีความรู้เกี่ยวกับแม่มดไม่มากพอ คงต้องรีบหาหนังสือมาอ่านเสริมความรู้ซะแล้ว
แต่ว่าตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วจริง ๆ เธอจึงข่มความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ แล้วหลับตานับแกะแทน
ตอนเช้าเสียงระฆังดังขึ้น และเป็นอีกวันที่นอนไม่พอ จนต้องพึ่งผลขนมปังมาช่วยให้ตาสว่าง
“ตอนเที่ยงกลับมานอนกลางวันดีกว่า...” โม่หลานบ่นพึมพำไปพลาง ลุกจากเตียงมาเปลี่ยนเสื้อผ้าไปพลาง
พอนึกถึงเวทเสกน้ำที่เรียนสำเร็จเมื่อคืน ความเร็วในการเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอก็เพิ่มขึ้นมาอีกนิด
เวลาที่เธอออกจากบ้านกลับเช้ากว่าปกติเล็กน้อย วาชิด้ากับซิลฟ์ยังไม่ออกมาเลย
วันนี้ถึงตาเธอเป็นภูตประจำบ้านตัวน้อยแอบช่วยเหลือเพื่อนบ้างล่ะ!
โม่หลานวิ่งไปที่หน้าบ้านของวาชิด้าที่อยู่ข้าง ๆ ก่อน “วาชิด้า! น้ำในแท็งก์ของเธอยังมีอยู่ไหม?”
“ยังมีอยู่นิดหน่อย ฝั่งเธอไม่มีน้ำแล้วเหรอ? มาใช้ของฉันก่อนสิ! ตอนเที่ยงกลับมาแล้วฉันจะไปช่วยตักให้นะ!” วาชิด้าในชุดนอนพร้อมกับผมเผ้ายุ่งเหยิงชะโงกหน้าออกมา
เธอคิดว่าโม่หลานไม่มีน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้ว
“ไม่ต้องหรอก! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง!” โม่หลานถือไม้กายสิทธิ์ แล้วพุ่งทะยานเข้าไปในสวนหลังบ้านของวาชิด้าอย่างห้าวหาญ
วาชิด้าขยี้ตาตัวเอง: “???”
ปล่อยให้เป็นหน้าที่เธออะไรกัน? เธอไม่ได้ถือถังน้ำมาสักหน่อย!