- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 68 น้ำพุใสไหลริน
บทที่ 68 น้ำพุใสไหลริน
บทที่ 68 น้ำพุใสไหลริน
ครั้งนี้ โม่หลานได้รับบทเรียนแล้ว เธอเตรียมตัวที่จะทำตามตัวอักษรทุกตัวที่เขียนไว้ในหนังสืออย่างเคร่งครัด และจะไม่คิดเอาเองเด็ดขาด
ทุกย่างก้าวของการเรียนเวทมนตร์ จะต้องค่อยเป็นค่อยไปอย่างมั่นคง
เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ เธอไม่ได้อ่านแค่เนื้อหาส่วนของเวทเสกน้ำจนจบทั้งหมดเท่านั้น แต่ยังหยิบหนังสือ ‘เสียงน้ำใสไหลริน’ ออกมาอ่านดูด้วย
คำนำของหนังสือ ‘เสียงน้ำใสไหลริน’ เขียนไว้ว่า หนังสือเล่มนี้อธิบายถึงหลักการเวทมนตร์ รูปแบบทั่วไป เทคนิคการควบคุม ทิศทางการฝึกฝน และประสิทธิภาพในการร่ายเวทของเวทเสกน้ำ ซึ่งเหมาะสำหรับแม่มดที่สามารถร่ายเวทเสกน้ำได้แล้ว และต้องการยกระดับเวทเสกน้ำให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
เมื่อแน่ใจแล้วว่าต่อให้ไม่อ่านหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนเวทเสกน้ำในขั้นต้นของตัวเอง โม่หลานถึงได้วางหนังสือเล่มนี้ไว้ข้าง ๆ แล้วเริ่มทดลองทำตามที่หนังสือ ‘การจุดไฟ แสงสว่าง และการสร้างน้ำ’ บอกไว้
ขั้นตอนที่หนึ่ง สัมผัสถึงน้ำพุ และสร้างความทรงจำที่แม่นยำเกี่ยวกับมัน
โม่หลานวางมือซ้ายลงในกะละมังน้ำ
ขั้นตอนนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ เธอล้วนคุ้นเคยกับน้ำเป็นอย่างดี
ในความทรงจำจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ยิ่งมีน้ำสารพัดรูปแบบปรากฏขึ้นมาไม่ขาดสาย
ตอนที่นึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับน้ำ โม่หลานก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยให้ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปอีกครั้ง
‘ทวีปวาเลน’ เล่มที่เจ็ดระบุไว้ว่า แม่มดอาศัยเจตจำนงและอารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนพลังเวทมนตร์ในสายเลือดเพื่อร่ายเวท
ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าตอนที่ร่ายเวท เธอคิดถึงน้ำครำ น้ำแร่ หรือไม่ก็เหล้า พลังเวทที่ขับเคลื่อนออกมาจะกลายเป็นน้ำพวกนั้นหรือเปล่า?
ถ้าทำได้ล่ะก็ แบบนั้นแม่มดก็สามารถนึกอะไรสมปรารถนาในระดับหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอ?
แต่ในยุคที่จอมมนตรายังไม่ปรากฏตัว สถานะของแม่มดก็ดูไม่น่าจะสามารถทำได้ถึงขั้นนั้นนะ
ถึงแม้โม่หลานจะแอบสงสัย แต่เธอก็ไม่กล้าทดลองมั่วซั่ว เอาไว้ถามคุณอามีช่าก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า!
สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้คือน้ำพุที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและสามารถดื่มได้โดยตรง
เธอสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป ดึงความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับน้ำบริสุทธิ์ออกมา เพื่อประทับความทรงจำให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
มือขวาถือไม้กายสิทธิ์ หันปลายไม้ไปที่กะละมังเปล่าข้างเท้า ดึงพลังเวทออกมานิดหน่อย น่าจะไม่ถึงครึ่งมานาด้วยซ้ำ
มีบางอย่างพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์!
กระแสน้ำขนาดเท่าต้นขาพรั่งพรูลงมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ เพียงไม่กี่วินาทีก็ท่วมก้นกะละมัง
หยาดน้ำสาดกระเซ็นมาโดนเท้าของเธอ
สำเร็จแล้ว?!!
พออารมณ์ตื่นเต้นพลุ่งพล่าน กระแสน้ำก็ยิ่งไหลแรงขึ้นจนล้นออกมา
“หยุด ๆ ๆ!” โม่หลานรีบดึงพลังเวทกลับ กระแสน้ำถึงได้หยุดลง
หวุดหวิดจะทำน้ำท่วมหอพักซะแล้ว โชคดีที่เธอฝึกการแทรกซึมเวทมนตร์มาเยอะ การควบคุมพลังเวทจึงแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก ถึงได้หยุดมันไว้ได้ทันเวลา
เธอตบหน้าอกตัวเองด้วยความหวาดเสียว
“ตื่นเต้นไม่ได้ ห้ามตื่นเต้นเด็ดขาด!”
อารมณ์มีผลกระทบต่อผลลัพธ์ของการร่ายเวทมากเกินไปแล้ว
เธอลูบปลายไม้กายสิทธิ์ด้วยความสงสัย แต่มันกลับยังแห้งสนิทอยู่เลย “มหัศจรรย์เกินไปแล้ว!”
หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้ โม่หลานก็วิ่งตรงไปที่แท็งก์น้ำหลังบ้าน เล็งไม้กายสิทธิ์ไปที่ด้านในแท็งก์ ดึงพลังเวทออกมาน้อยกว่าเมื่อกี้ครึ่งหนึ่ง แล้วลองใช้เวทเสกน้ำอีกครั้ง น้ำพุขนาดเท่าน่องก็พรั่งพรูลงมา
ครั้งนี้เธอควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้ แล้วลดการส่งออกพลังเวทลงอีกครึ่งหนึ่ง น้ำพุที่เสกออกมาก็ลดน้อยลง เหลือขนาดแค่เท่าท่อนแขนเท่านั้น
พอเธอเพิ่มการส่งออกพลังเวท กระแสน้ำก็จะใหญ่ขึ้น
เพียงไม่นาน แท็งก์น้ำก็ถูกเติมจนเต็ม
ใช้พลังเวทไปทั้งหมดไม่ถึง 20 มานา
ใจจริงก็อยากจะฝึกต่อ แต่ไม่มีที่ให้ใส่น้ำแล้ว จึงต้องล้มเลิกไป
เวลาเองก็ดึกมากแล้ว แต่โม่หลานที่นอนอยู่บนเตียงกลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด
เธอเรียกคัมภีร์การ์ด แล้วหยิบ {การ์ดตัวละคร} ของตัวเองออกมาดู
เธอลูบคลำคำว่า ‘เวทเสกน้ำ (ระดับฝึกหัด)’ ที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาใหม่ในช่องเวทมนตร์ ไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกแปลกใหม่
นี่เป็นเวทมนตร์บทแรกที่เธอเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริงเลยนะ!
เวทเสกน้ำระดับฝึกหัด!
ระดับเวทมนตร์ของแม่มดแบ่งกันยังไงนะ?
อ้อใช่ ดูจากสัดส่วนของพลังเวทมนตร์/พลังเวทสูงสุดที่สามารถดึงมาใช้ร่ายเวทมนตร์บทนั้นได้อย่างเต็มที่
หากไม่ถึง 2% ของพลังเวทมนตร์/พลังเวทโดยรวมของตัวเอง จะถือว่าเป็นระดับฝึกหัด
หากถึง 2% ก็คือระดับต้น
หากถึง 4% ก็คือระดับกลาง
หากถึง 6% ก็คือระดับสูง
หากถึง 8% ก็คือระดับสูงสุด
และ 10% ก็คือระดับเหนือสูงสุด
พลังเวทโดยรวมของโม่หลานในตอนนี้คือ 970 มานา
นั่นก็หมายความว่า หากเธอสามารถใช้พลังเวท 19.4 มานาในการปล่อยเวทเสกน้ำในครั้งเดียวได้ และพลังเวทไม่มีการสูญเสียไปกับอย่างอื่นนอกเหนือจากการร่ายเวท เวทเสกน้ำของเธอก็จะถือว่าเป็นระดับต้นแล้ว
น่าเสียดายที่แท็งก์น้ำเล็กเกินไป เลยไม่ได้ทดลองจนถึงที่สุด เมื่อกี้ตอนที่เธอดึงพลังเวท อย่างมากที่สุดก็แค่ 2 มานาเท่านั้นเอง
คิดเป็น 0.2% ของพลังเวทโดยรวม ซึ่งยังห่างไกลจาก 2% อยู่อีกโข
แต่ทว่าตอนที่เธอเพิ่มการส่งออกพลังเวทในภายหลัง ก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่ามันไม่ได้ถนัดมือเหมือนตอนที่ลดการส่งออกพลังเวทเลย
ถึงแม้ปริมาณน้ำจะไหลแรงขึ้นตามการส่งออกพลังเวท แต่มันก็ไม่ได้เป็นสัดส่วนที่สอดคล้องกันอย่างเห็นได้ชัด
ตอนที่เธอส่งออกพลังเวทครึ่งมานา จะได้กระแสน้ำขนาดเท่าต้นขา พอลดลงอีกครึ่ง ก็ได้กระแสน้ำขนาดเท่าน่อง
ปริมาณน้ำที่ไหลออกมาแทบจะลดลงเป็นเท่าตัวตามปริมาณการส่งออกพลังเวท
แต่พอเธอส่งออกพลังเวท 1 มานา ปริมาณน้ำกลับใหญ่กว่าตอนครึ่งมานาแค่ประมาณความกว้างหนึ่งนิ้วมือเท่านั้น และตอนที่ส่งออก 2 มานา ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาแค่ครึ่งนิ้วมือ
พลังเวทใช้ไปเยอะ แต่ความเร็วของกระแสน้ำกลับเพิ่มขึ้นไม่เร็วเท่าที่ควร มันไม่สอดคล้องกันเลยสักนิด
พอลองมาคิดดูตอนนี้ บางทีพลังเวทอาจจะสูญเสียไปในระหว่างขั้นตอนการใช้งานก็ได้ แล้วมันเกิดจากสาเหตุอะไรกันล่ะ?
โม่หลานขยับนิ้ว คัมภีร์แม่มดบนโต๊ะหัวเตียงก็บินมาหา
พอนึกถึงประสบการณ์ที่โดนหนังสือตกใส่หน้าคราวก่อน เธอก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วเปิดหนังสือ ‘เสียงน้ำใสไหลริน’ ขึ้นมาอ่าน
“ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของเวทเสกน้ำประการที่หนึ่ง: พรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำ
แก่นแท้ของเวทเสกน้ำก็คือการจำลององค์ประกอบของธาตุน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดออกมา
ยิ่งมีพรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำสูง ประสิทธิภาพในการแปรเปลี่ยนพลังเวทมนตร์ให้เป็นพลังธาตุน้ำก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย การแปรเปลี่ยนพลังเวทมนตร์ให้เป็นธาตุน้ำเพื่อร่ายเวทเสกน้ำก็จะยิ่งง่ายขึ้น
หากพรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำอยู่ในระดับฝึกหัด ก็หมายความว่าในขณะร่ายเวท ผู้ร่ายจะสามารถแปรเปลี่ยนพลังเวทมนตร์ให้เป็นพลังธาตุน้ำได้สูงสุดไม่ถึง 1% เท่านั้น
ดังนั้นจึงดึงพลังเวทมนตร์ออกมาใช้ร่ายเวทเสกน้ำได้อย่างมากสุดก็ไม่ถึง 1% ของพลังเวทมนตร์โดยรวมของตัวเอง
ในกรณีที่พรสวรรค์เวทมนตร์ธาตุน้ำมีขีดจำกัด ผลลัพธ์ของเวทเสกน้ำจะได้รับผลกระทบจากพลังเวทมนตร์โดยรวมของตัวเองมากกว่า การฝึกฝนเพิ่มเติมในภายหลังจะไม่ค่อยช่วยยกระดับผลลัพธ์สักเท่าไหร่ จึงไม่แนะนำให้เสียเวลาและพลังงานไปกับเวทเสกน้ำมากเกินไป...”
โม่หลานเป็นจอมมนตรา มีพรสวรรค์เวทมนตร์ทุกธาตุแบบไร้ขีดจำกัด ปัญหาเรื่องพรสวรรค์จึงไม่มีผลกับเธอ
เธออ่านเนื้อหาต่อไป
“ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของเวทเสกน้ำประการที่สอง: เจตจำนงและคำสั่ง
เจตจำนงที่ก่อตัวเป็นคำสั่งอย่างแม่นยำและชัดเจนเท่านั้น ถึงจะสามารถแปรเปลี่ยนพลังเวทมนตร์ให้ไปในทิศทางเดียวกันได้
ความคิดฟุ้งซ่านใด ๆ ในระหว่างการร่ายเวท จะทำให้คำสั่งไม่ชัดเจน เป้าหมายของพลังเวทมนตร์ไม่เพียงพอ และส่งผลให้สูญเสียพลังไปเปล่า ๆ
หากไม่มีไม้กายสิทธิ์คอยชี้แนะและช่วยเหลือ กลไกการป้องกันตัวเองของร่างกายอาจส่งผลให้เวทมนตร์ล้มเหลวได้โดยตรง
ผู้เริ่มต้นสามารถออกแบบคาถาและท่าทางเฉพาะตัวเพื่อช่วยในการร่ายเวท ทำให้คำสั่งมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
การฝึกฝนซ้ำ ๆ ปรับปรุงและเสริมสร้างความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถทำให้พลังเวทมนตร์คุ้นเคยกับสถานะของคุณในตอนที่ร่ายเวทเสกน้ำได้เช่นกัน
เมื่อถึงระดับความเชี่ยวชาญระดับหนึ่งแล้ว ก็จะสามารถก่อให้เกิดความเคยชิน ถึงเวลานั้นต่อให้จิตใจจะว่อกแว่กตอนร่ายเวท ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ของเวทเสกน้ำ...”