- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 60 ทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน
บทที่ 60 ทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน
บทที่ 60 ทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน
ข้างระเบียงทางเดินชั้นหนึ่งของอาคารหลัก
ห้องเรียนเปลี่ยนไป แต่ยังคงเป็นคุณอามีช่าในชุดคลุมสีดำคนเดิม
สิ่งที่จินตนาการไว้ว่าอาจารย์ใหญ่จะอธิบายทฤษฎีเวทมนตร์ตามเนื้อหาในตำรา พร้อมกับยกตัวอย่างอ้างอิงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเลย
“ต่อไปให้ทุกคนอ่าน ‘ตกลงว่าเวทมนตร์คืออะไรกันแน่’ บทที่หนึ่งด้วยตัวเอง เจอตรงไหนที่ไม่เข้าใจก็ทำเครื่องหมายไว้ อ่านจบแล้วค่อยถามฉัน ฉันจะตอบให้ทีละข้อ”
คุณอามีช่าพูดจบก็นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ โม่หลานถึงกับเห็นเธอขยับก้นไปมาอย่างสบายใจด้วยซ้ำ
ไม่มีการอธิบาย หรือแม้แต่การอ่านตามตำรา เพียงแค่สั่งให้พวกเธออ่านกันเอง
เนื้อหาบทที่หนึ่งโม่หลานอ่านจบไปตั้งนานแล้ว มีจุดที่สงสัยอยู่สองสามจุด และได้ทำเครื่องหมายจดบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่อ่านไปเธอจำได้หมดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทบทวนอีก
ดังนั้นตอนนี้ เธอจึงอ่านต่อจากเมื่อเช้า และอ่านบทต่อไปเรื่อย ๆ เลย
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง แม่มดน้อยหลายคนอ่านบทที่หนึ่งพลิกไปพลิกมาอยู่สองสามรอบ บางคนถึงขั้นอดใจไม่ไหวต้องเปิดไปอ่านบทหลัง ๆ แล้ว คุณอามีช่าถึงได้ปรบมือ “เอาล่ะ มีตรงไหนที่ไม่เข้าใจ ถามมาได้เลย!”
ตอนที่แม่มดน้อยคนอื่นยังคิดอยู่ว่าจะถามคำถามไหนดี โม่หลานก็ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว
“โม่หลาน! เธอว่ามาสิ!” อามีช่าเรียกชื่อเธอ
โม่หลานไม่ต้องเปิดหนังสือด้วยซ้ำ ก็ถามขึ้นว่า “คำว่า ‘ความครอบคลุมของพลังเวท’ ในย่อหน้าที่สองของบทที่หนึ่ง หมายความว่ายังไงกันแน่คะ?”
“พลังทูตสวรรค์ของทูตสวรรค์ พลังปีศาจของปีศาจ พลังเวทมนตร์ของแม่มด พลังจิตของจอมเวทเผ่ามนุษย์ พลังธาตุที่ล่องลอยอยู่ตามธรรมชาติ... ล้วนเป็นเพียงรูปแบบการแสดงออกของพลังงานที่แตกต่างกัน แต่มีเพียงพลังเวทเท่านั้นที่เป็นตัวพลังงานเอง เป็นต้นกำเนิดของพลังงานทั้งหมด มันมีคุณสมบัติของพลังงานทุกชนิด สามารถรองรับพลังงานทุกรูปแบบ และสามารถใช้แทนที่พลังงานทุกอย่างได้ การครอบครองพลังเวทก็เท่ากับครอบครองพลังงานทั้งหมด และนี่ก็คือความครอบคลุมของพลังเวท
ในบรรดาพลังงานทั้งหมด มีเพียงพลังเวทและพลังเวทมนตร์เท่านั้นที่ไม่มีการต่อต้านพลังงานชนิดอื่น
ทูตสวรรค์ไม่สามารถใช้เวทมนตร์แห่งความมืด ปีศาจไม่สามารถใช้เวทมนตร์แห่งแสงสว่าง จอมเวทเผ่ามนุษย์ครอบครองเวทมนตร์ได้เพียงสายเดียวหรือสองสามสาย พวกเอลฟ์ใช้ได้แค่เวทมนตร์ธรรมชาติและพฤกษา พวกนางเงือกใช้ได้แค่เวทมนตร์วารีและน้ำแข็ง นั่นก็เป็นเพราะพลังงานที่พวกเขาครอบครองอยู่ มีความครอบคลุมไม่เพียงพอ” อามีช่าอธิบาย
คราวนี้โม่หลานเข้าใจแล้ว “การที่จอมมนตรามีพรสวรรค์เวทมนตร์ทุกสาย ก็เป็นเพราะพลังเวทมีความครอบคลุมสูงมากใช่ไหมคะ?”
“ถูกต้องจ้ะ” อามีช่าพยักหน้า
“ในเมื่อพลังเวทกับพลังเวทมนตร์ต่างก็มีความครอบคลุม และไม่มีการต่อต้านพลังงานชนิดอื่น แล้วทำไมพรสวรรค์ของแม่มดถึงมีขีดจำกัดล่ะคะ?” โม่หลานถามต่อ
“นั่นเป็นเพราะว่า อานุภาพของพลังเวทมนตร์นั้นเทียบไม่ได้กับพลังเวทเลยน่ะสิ
ความครอบคลุมทำหน้าที่แค่ทำให้พลังเวทมนตร์สามารถร่ายเวทมนตร์ได้ทุกสาย ดังนั้นแม่มดจึงสามารถเริ่มต้นเรียนรู้เวทมนตร์ได้ทุกแขนง
แต่อานุภาพของพลังงานต่างหาก ที่เป็นปัจจัยตัดสินว่าผลลัพธ์ของเวทมนตร์จะไปถึงระดับไหนในท้ายที่สุด
แม่มดก็จะมีเพียงอานุภาพของพลังเวทมนตร์ในบางสายเท่านั้นที่ค่อนข้างสูง
คนที่มีอานุภาพเวทมนตร์ทุกสายสูงลิ่ว ก็มีเพียงแค่จอมมนตราเท่านั้น
ระดับพลังงานของพลังเวทมนตร์ของแม่มดอยู่ต่ำกว่าพลังทูตสวรรค์และพลังปีศาจ ไม่ใช่เพราะความครอบคลุมไม่พอ แต่เป็นเพราะอานุภาพไม่เพียงพอต่างหากล่ะ”
“ตกลงว่าอานุภาพกับความครอบคลุม อันไหนสำคัญกว่ากันคะ?”
“อานุภาพย่อมสำคัญกว่าความครอบคลุมอยู่แล้วล่ะนะ เหตุผลเดียวกับที่จอมมนตราระดับกลางก็สามารถถูกแม่มดระดับสูงสุดทุบตีจนตายได้นั่นแหละ”
อามีช่ามองโม่หลานพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเลศนัย
“...” โม่หลานสงสัยว่าคุณอามีช่ากำลังขู่เธออยู่หรือเปล่า แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นในการตั้งคำถามของเธอลดน้อยลงเลยสักนิด
“พลังงานที่ควบคุมอยู่ มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลังไหมคะ?”
“มีสิ ต้องเป็นระดับสูงสุดขึ้นไปถึงจะมีโอกาส”
“โอกาสอะไรคะ?”
“บ่อน้ำนภา”
“ข้างในบ่อน้ำนภาเป็นยังไงเหรอคะ?”
“พูดไม่ได้จ้ะ”
...
คุณอามีช่าตอบคำถามได้อย่างชัดเจน ไม่มีอ้ำอึ้งเลยสักนิด
โม่หลานจึงฉวยโอกาสนี้ถามคำถามไปตั้งมากมาย บางคำถามก็เกิดตอนที่เธออ่านหนังสือ บางคำถามเธอก็สงสัยมานานแล้ว และบางคำถามก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้กะทันหัน
นอกจากคำถามเรื่องบ่อน้ำนภาแล้ว คุณอามีช่าก็ตอบให้ทั้งหมด
เมื่อถามคำถามจนหมด โม่หลานก็นั่งลงด้วยความพึงพอใจ
“คนต่อไป ใครมีคำถามอีก?” อามีช่าถาม
หลังจากได้ฟังโม่หลานกับคุณอามีช่าถามตอบกันไปมา บรรดาแม่มดน้อยที่ถูกความรู้ทางเวทมนตร์และปริศนามากมายกระหน่ำใส่จนตั้งตัวไม่ติด ก็ยังคงมึนงงอยู่ชั่วขณะ
คุณอามีช่าถามย้ำถึงสามรอบ ถึงได้มีคนยกมือขึ้นอีก อาจารย์ใหญ่คะ ตกลงว่ารูปแบบพลังงานที่แตกต่างกันมันมีทั้งหมดกี่ชนิดกันแน่คะ? พลังงานที่แต่ละเผ่าพันธุ์ครอบครอง ล้วนมีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีสองใช่ไหมคะ?”
“จำนวนรูปแบบของพลังงานไม่สามารถนับได้อย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่ค้นพบสิ่งมีชีวิตที่สามารถประยุกต์ใช้พลังงานได้ ก็อาจจะค้นพบรูปแบบพลังงานชนิดใหม่ด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่ารูปแบบพลังงานที่ทุกเผ่าพันธุ์ครอบครองจะแตกต่างกันไปเสียหมด พูดได้แค่ว่าในวาเลนมันเป็นแบบนี้
แต่นอกเหนือจากวาเลนแล้ว ยังมีท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวอันไร้ที่สิ้นสุด และโลกต่างมิติอีกนับไม่ถ้วน อาจจะมีเผ่าพันธุ์ที่ครอบครองรูปแบบพลังงานที่เหมือนกันก็ได้ ใครจะไปรู้”
...
คุณอามีช่าตอบคำถามไปทีละข้อ จนกระทั่งไขข้อสงสัยให้กับแม่มดน้อยทุกคนเสร็จสิ้นถึงได้หยุด “แน่ใจนะว่าไม่มีคำถามแล้ว?”
บรรดาแม่มดน้อยต่างพากันส่ายหน้า
“งั้นตาฉันถามบ้างล่ะ” อามีช่าบอก “คำถามที่ฉันจะถาม ถ้าพวกเธอตอบไม่ได้ ก็รับไปเป็นเป็นการบ้านก็แล้วกัน”
เหล่าแม่มดน้อย: “!!!Σ (°△° |||)”
เรื่องนี้ไม่ได้บอกกันล่วงหน้านี่นา!
บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที
วันนี้เป็นครั้งแรกที่คุณอามีช่าเดินลงมาจากโพเดียมบรรยาย
“บทที่หนึ่งหลัก ๆ แล้วพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเวทมนตร์กับพลังงาน รวมถึงแก่นแท้ของพลังงาน
แก่นแท้ของพลังงานพวกเธอก็พอจะเข้าใจกันแล้ว งั้นมีใครบอกฉันได้บ้าง ว่าตกลงแล้วเวทมนตร์กับพลังงานมีความสัมพันธ์กันยังไง?”
เหล่าแม่มดน้อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก คำถามนี้มีบอกไว้ตั้งแต่ประโยคแรกของบทนำแล้ว พวกเธอจึงตอบกลับอย่างมั่นใจ “เวทมนตร์คือการประยุกต์ใช้พลังงานค่ะ”
“แล้วตกลงมันประยุกต์ใช้ยังไงล่ะ? เวทมนตร์ที่จอมมนตรา แม่มด ทูตสวรรค์ ปีศาจ เผ่ามังกร และมนุษย์ใช้ มันเหมือนกันหรือเปล่า? ถ้าไม่เหมือนกัน แล้วมันต่างกันยังไง?”
เหล่าแม่มดน้อยที่ยังไม่เคยเรียนเวทมนตร์จริง ๆ จัง ๆ เลยสักบท: “......”
แม้แต่โม่หลานก็ยังตอบไม่ได้
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ การบ้านของวันนี้ก็มีเรื่องให้ทำแล้ว
หลังจากเลิกเรียน ขอให้แม่มดน้อยทุกคนไปเขียนบทความเรื่อง ‘การประยุกต์ใช้เวทมนตร์จากพลังงานที่แตกต่างกัน’ มาหนึ่งบทความ ไม่จำกัดจำนวนคำ
โดยเนื้อหาจะต้องครอบคลุมถึงหลักการประยุกต์ใช้เวทมนตร์ของเผ่าพันธุ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในทวีป แล้วนำมาส่งฉันตอนเข้าเรียนเช้าวันจันทร์หน้า
แนะนำให้อ้างอิงจากหนังสือ ‘ทวีปวาเลน’ เล่มที่เจ็ด
เลิกเรียนได้!”
คุณอามีช่ารีบเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเหล่าแม่มดน้อยที่โดนการบ้านซัดจนมึนงง
โม่หลานกลับมีท่าทีสงบนิ่งมาก มีโรงเรียนไหนที่ไม่สั่งการบ้านบ้างล่ะ?
สถาบันแม่มดเพิ่งจะมาเริ่มสั่งการบ้านเอาสัปดาห์ที่สอง เธอยังรู้สึกว่ามันช้าไปด้วยซ้ำ
เธอดึงกระดาษเปล่าหน้าหนึ่งออกมาจากคัมภีร์แม่มด แล้วนำไปสอดไว้เป็นหน้าที่สามต่อจากหน้าดรรชนีและหน้า ‘คู่มือนักเรียนใหม่’ จากนั้นก็จับปากกาเขียนลงไปว่า:
“วันจันทร์ สัปดาห์ที่สองของการเรียนชั้นปีหนึ่ง (22 กรกฎาคม)
การบ้านวิชาทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐาน: เขียนบทความเรื่อง ‘การประยุกต์ใช้เวทมนตร์จากพลังงานที่แตกต่างกัน’ หนึ่งบทความ ไม่จำกัดจำนวนคำ...
กำหนดส่ง: ก่อนเข้าเรียนคาบแรกของวันจันทร์หน้า (29 กรกฎาคม)”