- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 53 วิชาไม้กายสิทธิ์
บทที่ 53 วิชาไม้กายสิทธิ์
บทที่ 53 วิชาไม้กายสิทธิ์
เมื่อนึกถึงคลาสเรียนในวันนี้ อามีช่าในชุดคลุมสีดำก็เร่งความเร็วในการบินให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก
วิชานี้ถือเป็นวิชาที่สนุกที่สุดในสัปดาห์แรกเลยก็ว่าได้
เธอเดินเข้ามาในห้องเรียนการเล่นแร่แปรธาตุด้วยอารมณ์เบิกบาน และมองไปยังบรรดาแม่มดน้อยที่กำลังนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย
แต่กลับไม่เห็นกิ่งไม้หรือท่อนไม้ที่มีความหนาและความยาวแตกต่างกันวางอยู่ข้างกายพวกเธอตามที่คาดการณ์ไว้เลย
ฝีเท้าของเธอพลันชะงักลง “กิ่งไม้สดที่ฉันสั่งให้พวกเธอเตรียมเมื่อวานล่ะ? เตรียมมาพร้อมหรือยัง?”
“เตรียมพร้อมแล้วค่ะ!” เหล่าแม่มดน้อยตอบกลับโดยพร้อมเพรียงกัน
เมื่อเห็นแม่มดน้อยสองสามคนกำลังพยายามกลั้นขำ อามีช่าก็รู้ได้ทันทีว่า เรื่องสนุกที่เธอรอดูในวันนี้ เกรงว่าจะมีตัวแปรโผล่มาซะแล้ว
ทว่าบนใบหน้าของเธอกลับไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมา เพียงแค่ถามว่า “อยู่ไหนล่ะ?”
บรรดาแม่มดน้อยต่างก็ดึงท่อนไม้เรียวและสั้นออกมาจากแขนเสื้อ
อันที่ยาวที่สุดก็ยาวกว่าครึ่งท่อนแขนมาแค่นิดเดียว ส่วนอันที่สั้นที่สุดก็ยาวประมาณสองฝ่ามือ
ล้วนเป็นขนาดที่พกพาสะดวกและแกว่งได้โดยไม่เปลืองแรงทั้งสิ้น
ความหนาก็อยู่ในระดับที่พอดี ไม่หนาเกินไปจนจับยาก และไม่บางเกินไปจนหักง่าย
แถมยังมีร่องรอยการเล็มกิ่งก้านที่แตกแขนงออกไปหมดแล้วด้วย
ดูราวกับว่า... พวกเธอรู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องเตรียมกิ่งไม้สดมาทำอะไรอย่างไรอย่างนั้นแหละ
“อาจารย์ใหญ่คะ เป็นยังไงบ้าง? ของที่พวกเราเตรียมมาผ่านเกณฑ์ไหมคะ?” วาชิด้าเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจ
“ต้นไม้ในสวนของปราสาทคงโดนพวกเธอจัดการไปไม่น้อยเลยล่ะสิ!” อามีช่าไม่ตอบแต่กลับตั้งคำถามแทน
ในพื้นที่แกนกลางของสถาบันทั้งหมด มีแค่ในสวนของปราสาทเท่านั้นแหละ ที่จะสามารถหาไม้หลากหลายสายพันธุ์ขนาดนี้ได้
พวกเธอไปเอากิ่งไม้พวกนี้มาจากไหน คงไม่ต้องถามให้มากความแล้วล่ะ
เหล่าแม่มดน้อยหงอลงในชั่วพริบตา
ถึงแม้พวกเธอจะระมัดระวังเป็นอย่างดี ไม่ได้หักกิ่งไม้แบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่แม่มดน้อยตั้งยี่สิบเจ็ดคน อย่างน้อยก็ต้องมีกิ่งไม้รับเคราะห์ไปยี่สิบเจ็ดกิ่งล่ะนะ
ความจริงอามีช่าก็แค่ขู่พวกเธอไปอย่างนั้น “ครั้งนี้จะปล่อยไปก่อนแล้วกัน แต่คราวหน้าจะไปทำลายพืชพรรณในสวนตามอำเภอใจไม่ได้แล้วนะ
ถึงข้างในนั้นจะไม่มีพืชเวทมนตร์อยู่เลย แต่มันก็เป็นต้นไม้ที่ฉันตั้งใจคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ทุกคนได้ชื่นชมในช่วงพักเบรกไงล่ะ”
“รับทราบค่ะ!” เหล่าแม่มดน้อยขานรับ
โม่หลานผู้เป็นแกนนำในการทำลายสวนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอคิดแค่ว่าสวนของปราสาทมันอยู่ใกล้กับหอคอยทิศตะวันตก หากิ่งไม้สักอันแล้วเอาไปเรียนได้เลย ไม่ทันได้คิดเลยว่าพวกมันจะเป็นต้นไม้ต้นโปรดของคุณอามีช่า
“เอาล่ะ! ลองบอกมาสิ ไปรู้เนื้อหาการเรียนของวันนี้มาจากไหนกัน?”
พอไม่มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว อามีช่าก็นั่งลงบนเก้าอี้พนักพิงหลังโต๊ะบรรยายด้วยความผิดหวัง
เหล่าแม่มดน้อยต่างพากันมองไปที่โม่หลาน
อามีช่าเข้าใจในทันทีว่า ปัญหามันมาจากจอมมนตราน้อยคนนี้นี่เอง
เด็กคนนี้ดูมีเรี่ยวมีแรงดีก็จริง แต่ดูยังไงก็เหมือนคนนอนไม่พอชัด ๆ
“จากหนังสือ ‘ไม้กายสิทธิ์ ไม้กายสิทธิ์’ ค่ะ!” โม่หลานตอบ “ย่อหน้าที่สองในหน้าที่ 237 ระบุไว้ว่า ‘ไม้กายสิทธิ์ด้ามแรกได้มาจากการแทรกซึมกิ่งไม้สด’ ค่ะ!”
เมื่อคืนตอนที่เธออ่านหนังสือเล่มนี้ เรียกได้ว่าจดจ่อขั้นสุด จนเนื้อหาทั้งเล่มถูกสลักลึกเข้าไปในความทรงจำ กลายเป็น ‘ฐานข้อมูล’ ที่สามารถดึงออกมาใช้งานได้ตลอดเวลา เหมือนกับความทรงจำของดาวเคราะห์สีน้ำเงินเลยทีเดียว
“เป็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงจริง ๆ แฮะ! แต่พอเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ ฉันก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลดีเหมือนกัน” อามีช่ากล่าว
ก็แหม เป็นถึงจอมมนตราน้อยที่ขยันฝึกฝนด้วยตัวเองในช่วงพักเบรกตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนเลยนี่นา
“เอาล่ะ! ในเมื่อพวกเธอเดาได้แล้วว่าคาบนี้ต้องทำอะไร งั้นพวกเราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า!
เป็นไปตามที่โม่หลานบอกนั่นแหละ ไม้กายสิทธิ์ในรูปแบบดั้งเดิมที่สุดก็คือกิ่งไม้สดบวกกับการแทรกซึมเวทมนตร์
ในเมื่อพวกเธอเตรียมกิ่งไม้สดกันมาพร้อมแล้ว การแทรกซึมเวทมนตร์พวกเธอก็ทำเป็นแล้ว
งั้นลองทำกันดูด้วยตัวเองเลยสิ!”
“เอ๋?” เหล่าแม่มดน้อยพากันทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที “อาจารย์ใหญ่จะไม่บอกข้อควรระวังให้พวกเราฟังสักหน่อยเหรอคะ?”
ถึงแม้จะรู้วิธีทำแล้ว แต่การที่ไม่มีคนคอยให้คำแนะนำเลย แล้วปล่อยให้พวกเธอลงมือทำกันเองแบบนี้ แม่มดน้อยหลายคนก็ยังรู้สึกหวั่นใจและไม่มีความมั่นใจอยู่ดี
“พวกเธอทุกคนควรจะค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับกระบวนการค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตัวเองได้แล้วนะ
สุดท้ายแค่เวลาห้าปีที่อยู่ในสถาบัน พวกเธอคงเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ไม่หมดหรอก
สิ่งที่สถาบันสามารถสอนพวกเธอได้ มีเพียงความรู้พื้นฐานที่จำเป็นกับวิธีการเรียนรู้เท่านั้นแหละ
แม่มดน้อยส่วนใหญ่ ตอนที่เรียนจบจากสถาบันไปก็เป็นได้แค่แม่มดระดับต้นเท่านั้น มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่จะไปถึงระดับกลางได้
เส้นทางเวทมนตร์หลังจากนี้ จะต้องพึ่งพาตัวพวกเธอเองในการศึกษาค้นคว้าตำรา และเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป
วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก อัตราความล้มเหลวในการทำไม้กายสิทธิ์มีน้อยนิด ต่อให้ทำพลาด ตอนเที่ยงค่อยไปหากิ่งไม้มาใหม่ แล้วทำอีกรอบก็ยังทัน”
พอพูดจบ อามีช่าก็หยิบชุดน้ำชาออกมา แล้วเริ่มชงชาด้วยท่วงท่าอันสง่างาม
บรรดาแม่มดน้อยต่างก็รู้ดีว่าไม่มีทางให้หันหลังกลับแล้ว
โชคดีที่เมื่อเช้าได้ฟังโม่หลานเล่าเรื่อง ‘ไม้กายสิทธิ์ ไม้กายสิทธิ์’ มาตลอดทาง ในใจก็พอจะกะเกณฑ์ได้คร่าว ๆ แล้วว่าควรจะทำยังไง
เพียงแต่ไม่มีอาจารย์ใหญ่คอยให้คำแนะนำ พวกเธอจึงต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
พวกเธอไม่ได้หันไปถามโม่หลานอีก เพราะยังไงก็รู้วิธีทำกันหมดแล้ว
อาจารย์ใหญ่พูดถูก พวกเธอควรจะเรียนรู้ที่จะศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองได้แล้ว
แต่ละคนเริ่มลงมือทดลองทำตามความเข้าใจของตัวเอง
ส่วนใหญ่ก็แค่นำมาเล็มออกนิดหน่อย แล้วก็เริ่มทำการแทรกซึมเวทมนตร์เลย
แต่ความคืบหน้าของโม่หลานนั้นดูจะช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย
ไม้กายสิทธิ์ด้ามแรก คงต้องใช้ไปอีกนาน เธอจึงอยากจะทำให้ออกมาประณีตสักหน่อย
หลังจากผ่านการแทรกซึมเวทมนตร์แล้ว ไม้กายสิทธิ์จะกลายเป็นของแข็งและหักยาก ดังนั้นจึงต้องแกะสลักรูปร่างก่อนที่จะทำการแทรกซึม
เธอใช้เครื่องมือที่ใช้ทำคัมภีร์แม่มดก่อนหน้านี้ มาปอกเปลือกไม้จันทน์เขียวในมือออกก่อน
จากนั้นก็ขัดเงาและตกแต่งตัวไม้กายสิทธิ์อย่างพิถีพิถัน
ตรงส่วนด้ามจับกินเวลาของเธอไปค่อนข้างมาก ไม่เพียงแต่จะแกะสลักลวดลายก้อนเมฆอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อกันลื่นแล้ว เธอยังใช้ภาษาแม่มดสลักชื่อของตัวเองลงไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ตรงปลายด้ามจับยังเจาะรูเอาไว้ เพื่อเหลือพื้นที่สำหรับฝังอัญมณีในอนาคตอีกต่างหาก
รอให้เธอเรียนเวทมนตร์เล่นแร่แปรธาตุเป็นเมื่อไหร่ ก็จะสามารถนำไม้กายสิทธิ์มาดัดแปลงได้อีกนิดหน่อย
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โม่หลานก็ยังทาน้ำมันมะกอกบาง ๆ ทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง
ตัวไม้กายสิทธิ์พลันดูเงางามขึ้นมาในทันที
ถึงตอนนี้ เธอเพิ่งจะเริ่มทำการแทรกซึมไม้กายสิทธิ์
ในตอนแรกเธอใช้ระดับการแทรกซึมค่อนข้างเบา รอจนกระทั่งภายใต้เนตรพลังงาน ตัวไม้กายสิทธิ์ทั้งด้ามถูกย้อมไปด้วยแสงเรืองรองบาง ๆ เธอถึงค่อย ๆ เพิ่มระดับความแรงขึ้น
อันที่จริงการที่ตัวไม้กายสิทธิ์มีแสงเรืองรองออกมา ก็แสดงว่าการแทรกซึมเวทมนตร์ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นไม้กายสิทธิ์ที่สามารถควบคุมพลังเวทให้ส่งออกไปได้อย่างเสถียรแล้ว
แต่ทว่ายิ่งใช้เวลานานเท่าไหร่ ความเข้ากันได้ระหว่างไม้กายสิทธิ์กับผู้เป็นนายก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
กระบวนการนี้ สามารถใช้การแทรกซึมเวทมนตร์เพื่อเร่งความเร็วได้เช่นกัน
ตอนที่เลิกเรียนช่วงเที่ยง คุณอามีช่าถึงได้ลุกขึ้นเดินลงมาจากโพเดียม แล้วเดินดูรอบ ๆ ตัวบรรดาแม่มดน้อย ก่อนจะประกาศว่าแม่มดน้อยทุกคนทำสำเร็จแล้ว
เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังกระหึ่มขึ้นภายในห้องเรียน
“เยี่ยมไปเลย! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำสำเร็จจริง ๆ!”
“ทั้งที่ไม่มีใครคอยสอน ฉันยังไม่ได้ดูเลยด้วยซ้ำว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง!”
“พวกเราทำออกมาได้โดยพึ่งแค่คำพูดไม่กี่ประโยคของโม่หลานเมื่อเช้านี้เท่านั้นเอง! สุดยอดไปเลยแฮะ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้ลงมือทำอุปกรณ์เวทมนตร์ด้วยตัวเอง ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคอยให้คำแนะนำ กลับสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองนั้นมากมายจนเอ่อล้น อีกทั้งยังทำให้มีความมั่นใจมากกว่าเมื่อก่อนอีกด้วย
หากต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องทดลองทำอะไรด้วยตัวเองแบบนี้อีก พวกเธอก็จะไม่มัวแต่กล้า ๆ กลัว ๆ อีกต่อไป
อามีช่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เลิกเรียนได้!”
แม้ว่าวิชานี้จะไม่มีเรื่องสนุก ๆ ให้ดู แต่สิ่งที่บรรดาแม่มดน้อยได้รับกลับไปนั้นไม่น้อยเลย ก็ถือเป็นความสมบูรณ์แบบในอีกความหมายหนึ่งล่ะนะ