- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 46 ห้องหนังสือ
บทที่ 46 ห้องหนังสือ
บทที่ 46 ห้องหนังสือ
“เดี๋ยวก่อน!” โม่หลานเรียกวาชิด้าและซิลฟ์เอาไว้ “ฉันขอทำอะไรหน่อย”
เธอตัดกระดาษหนังแกะแผ่นใหญ่ออกมา
จากนั้นก็ใช้หมึกสี เขียนป้ายประกาศตัวโต
วาชิด้าอ่านออกเสียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น: “อยากรู้ไหมว่าตัวเองยังเหลือพลังเวทอีกเท่าไหร่? อยากรู้ไหมว่าตัวเองอยู่ห่างจากการเลื่อนระดับอีกแค่ไหน? {การ์ดตัวละคร} ของจอมมนตราน้อยโม่หลานตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ! จ่ายพลังเวท 50 มานาแบบครั้งเดียวก็สามารถครอบครองได้ ใช้ได้ยันระดับสูงสุดโดยไม่ต้องกังวลใจ?”
“พลังเวทไม่พอ ผ่อนชำระได้? ดอกเบี้ย 1 มานาถูกเหมือนได้เปล่า?” ซิลฟ์เองก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก “โม่หลาน เธอขายการ์ดให้แม่มดน้อยคนอื่นแบบนี้เลยเหรอ?”
โม่หลานพยักหน้า “แน่นอนสิ! รับประกันได้เลยว่าแม่มดน้อยทุกคนจ่ายไหวแน่นอน! ทุกคนจะได้เห็นความก้าวหน้าด้านพลังเวทของตัวเองอย่างชัดเจน! เดี๋ยวก่อน ขอฉันวาดรูปการ์ดจำลองแบบง่าย ๆ เพิ่มอีกหน่อย อ้อ แล้วก็ต้องใส่เลขห้องพักของฉันด้วย!”
ใบปลิวโฆษณาการ์ดสีสันฉูดฉาด ตัวหนังสือเด่นสะดุดตา แถมยังมีภาพประกอบ ก็ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือของเธอ
เธอไปเบิกกาวสำเร็จรูปที่โกดังหมายเลข 3 แล้วเอาใบปลิวไปแปะไว้บนกำแพงหน้าประตูโกดังหมายเลข 1
หลังจากแปะเสร็จ โม่หลานยังยืนรอเงียบ ๆ อยู่อีกพักหนึ่ง
เมื่อไม่มีเสียงแปลกประหลาดใด ๆ ดังขึ้นมาห้ามเธอ เธอก็โล่งใจ
“เอาล่ะ! แบบนี้แม่มดน้อยทุกคนที่มาเบิกของที่โกดังหมายเลข 1 ก็จะได้เห็นกันหมดแล้ว!”
การที่ได้บังเอิญเจอรุ่นพี่เทรซี่ที่นี่ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนใจเธอเช่นกัน
ที่นี่เปิดให้แม่มดน้อยทุกคนเข้ามาใช้บริการ แม่มดน้อยทุกคนก็ย่อมต้องมาเบิกอุปกรณ์การเรียนที่นี่อย่างแน่นอน
ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้จริง ๆ ว่าจะไปตามหารุ่นพี่ปีสี่ปีห้าได้ที่ไหน
วาชิด้าและซิลฟ์ถึงกับตกตะลึงเป็นอย่างมาก “ถ้ารุ่นพี่ลิลิธมาเห็นล่ะก็ ต้องซาบซึ้งใจมากแน่ ๆ เลย ราคาที่เธอให้พวกเรามันถูกแสนถูกจริง ๆ นะ!”
“เห็นไหมล่ะ! ที่รุ่นพี่ว่าฉันเป็นก็อบลินนี่ใส่ร้ายกันชัด ๆ เลย” โม่หลานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณธรรมแบบสุด ๆ ไปเลย!
การ์ดใบนี้ ถ้าต้องขายให้คนอื่นนอกเหนือจากแม่มดและจอมมนตรา อย่างน้อยเธอต้องเพิ่มราคาไปอีกสักสองสามเท่า!
หลังจากแปะใบปลิวโฆษณาการ์ดเสร็จ โม่หลานก็กลับไปที่ห้องเรียนการเล่นแร่แปรธาตุพร้อมกับเพื่อน ๆ ด้วยความพึงพอใจ
แม่มดน้อยคนอื่นตัดกระดาษเสร็จแล้ว และกำลังแทรกซึมกระดาษไปทีละแผ่น
“แทรกซึมทีละแผ่นแบบนี้ ประสิทธิภาพมันไม่ช้าไปหน่อยเหรอ?” โม่หลานนึกถึงตอนที่แทรกซึมหนังสือหนังสัตว์ก่อนหน้านี้ ที่ค่อย ๆ ซึมลึกจากด้านนอกเข้าไปด้านใน เธอจึงตัดสินใจแทรกซึมกระดาษทั้งม้วนรวดเดียวไปเลย
พอลองทำดู ก็เหมือนจะทำได้จริง ๆ แฮะ!
เมื่อเทียบกับกระดาษแผ่นเดียว กระดาษม้วนใหญ่จะมีพื้นที่ผิวและปริมาตรมากกว่า จึงต้องใช้เวลานานขึ้นในการแทรกซึม และส่งผลให้สีเข้มขึ้นเล็กน้อยด้วย
แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา เธอสามารถแทรกซึมจากด้านนอกเข้าไปด้านในได้ โดยให้กระดาษชั้นนอกได้รับการแทรกซึมก่อน ส่วนชั้นในค่อยตามมาทีหลัง
แบบนี้พอถึงเวลาใช้งาน ต้องการเท่าไหร่ก็ค่อยตัดเอาเท่านั้น
เพราะยังไงซะขนาดของกระดาษเนื้อในที่ว่างเปล่าก็ต้องพอดีกับปกอยู่แล้ว
เธอไม่มีทางใช้หนังสือหนังสัตว์เล่มเล็ก ๆ ในมือนี้ไปตลอดหรอกนะ
แทรกซึมกระดาษเอาไว้ล่วงหน้าหนึ่งม้วน พอถึงเวลาเปลี่ยนหนังสือเล่มใหม่ ก็แค่ตัดออกมาใช้ได้เลย
แถมประสิทธิภาพในการแทรกซึมของพลังเวทก็ยังแข็งแกร่งกว่าพลังเวทมนตร์ตั้งเยอะ
ในด้านการแทรกซึมสิ่งของที่มีความหนา พลังเวทจะได้เปรียบกว่า
วาชิด้าและซิลฟ์เห็นดังนั้น ก็เลยทำตามเธอด้วย
พอเหลือเวลาอีกสิบนาทีจะเข้าเรียนช่วงบ่าย พวกเธอสามคนก็ทำการแทรกซึมกระดาษหนังแกะไปได้ครึ่งม้วนแล้ว
แม่มดน้อยคนอื่นไม่สามารถทำแบบพวกเธอ ที่จะแทรกซึมรวดเดียวทั้งม้วนได้ แต่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากพวกเธอ จึงนำกระดาษหลายแผ่นมาปูแบนราบลงบนโต๊ะ ทำให้สามารถแทรกซึมได้หลายแผ่นในคราวเดียว
โม่หลานกะขนาดตามหนังสือหนังสัตว์ แล้วตัดกระดาษออกมาสามสิบแผ่น เพื่อใส่เข้าไปในคัมภีร์แม่มด
ในที่สุดสมุดหนังสัตว์บาง ๆ ก็ดูเป็นรูปเป็นร่างของหนังสือขึ้นมาบ้างแล้ว
“พวกเธอนี่สร้างความประหลาดใจให้ฉันได้ตลอดเลยนะ!” อามีช่ามองดูกระดาษที่กองเป็นม้วน ๆ อยู่บนโต๊ะของบรรดาแม่มดน้อย ก็รู้ได้ทันทีว่าช่วงเที่ยงนี้พวกเธอก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ กันอีกแล้ว
“อาจารย์ใหญ่คะ! รีบบอกพวกเราทีเถอะค่ะ ว่าต้องเก็บหนังสือเข้าไปในคัมภีร์แม่มดยังไง!” ไอส์เอ่ยอย่างร้อนใจ
บรรดาแม่มดน้อยต่างก็รอคอยกันจนทนไม่ไหวแล้ว
“เอาล่ะ! เดี๋ยวพวกเธอก็จะได้รู้แล้ว พกคัมภีร์แม่มดมาด้วย แล้วตามฉันมาเลย!” อามีช่าส่งสัญญาณให้พวกเธอเดินตามมา
พวกเธอออกจากหอคอยฝั่งตะวันตก และมาถึงห้องสมุดที่อาคารหลักของปราสาท
บรรดาแม่มดน้อยต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น “อาจารย์ใหญ่คะ ในที่สุดห้องสมุดก็จะเปิดให้พวกเราเข้าแล้วใช่ไหมคะ?”
อามีช่าส่ายหน้าไม่พูดอะไร เธอพาพวกเธอเดินผ่านประตูใหญ่ของห้องสมุด แล้วเลี้ยวเข้าไปในโถงทางเดินอีกฝั่งหนึ่ง
“ตรงนี้มีโถงทางเดินด้วยเหรอเนี่ย?” แม่มดน้อยหลายคนไม่ได้สังเกตเห็นเลย
เดินผ่านประตูเล็ก ๆ สองบาน ป้ายหน้าประตูเขียนว่า ‘ห้องหนังสือชั้นปีที่สาม’ และ ‘ห้องหนังสือชั้นปีที่สอง’
บรรดาแม่มดน้อยมองไปยังประตูบานที่อยู่ลึกที่สุดของโถงทางเดิน พลางคิดในใจว่า คงไม่ใช่หรอกมั้ง!
และคุณอามีช่าก็มาหยุดอยู่หน้าประตูบานนั้น ซึ่งป้ายหน้าประตูเขียนไว้ว่า ‘ห้องหนังสือชั้นปีที่หนึ่ง’ จริง ๆ ด้วย
มองแค่ประตูก็รู้แล้วว่า ที่นี่เทียบไม่ได้กับห้องสมุดอันหรูหราเลยสักนิด
“ตอนนี้พวกเธอยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับโลกเวทมนตร์ หากไม่ระวังเพียงนิดเดียว ก็อาจจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายได้ หนังสือหลายเล่มยังไม่ถึงเวลาที่พวกเธอจะอ่านมันหรอกนะ
หนังสือที่นี่ ถูกคัดเลือกมาเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสำหรับแม่มดน้อยชั้นปีที่หนึ่งอ่าน ค่อนข้างเป็นพื้นฐาน และค่อนข้างปลอดภัย
ส่วนปีที่สองและปีที่สาม ก็จะเปิดห้องหนังสืออีกสองห้องที่เหลือให้
สามปีนี้ ล้วนเป็นช่วงเวลาแห่งการปูพื้นฐาน
หลังจากขึ้นปีที่สี่ พอปูพื้นฐานได้มั่นคง และเริ่มศึกษาเจาะลึกในสายที่ตัวเองถนัดแล้ว สิทธิ์ในการเข้าถึงห้องสมุดถึงจะเปิดกว้างให้พวกเธออย่างเต็มรูปแบบ
แต่หากในหมู่พวกเธอ มีแม่มดน้อยคนไหนที่สามารถเรียนรู้เวทมนตร์บังคับของชั้นปีนั้น ๆ ได้ครบถ้วนก่อนกำหนด ก็สามารถมาหาฉันเพื่อขอรับบัตรผ่านเข้าห้องหนังสือในระดับถัดไปล่วงหน้าได้นะ”
อามีช่าอธิบายถึงเหตุผลในการจำกัดการเข้าห้องสมุดคร่าว ๆ ก่อนจะผลักประตูห้องหนังสือชั้นปีที่หนึ่ง แล้วเดินเข้าไป
บรรดาแม่มดน้อยเดินตามหลังเธอเข้าไปอย่างเป็นระเบียบ
ข้างในมีขนาดใหญ่กว่าที่พวกเธอจินตนาการไว้มาก น่าจะใหญ่พอ ๆ กับหอประชุมตอนงานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอมเลยทีเดียว
โคมไฟเวทมนตร์ภายในห้องหนังสือนั้นสว่างไสวมาก แถมยังมีโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งสบายอีกด้วย การมานั่งอ่านหนังสือที่นี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ชั้นหนังสือข้างในนั้นไม่สูงนัก มีความสูงเพียงประมาณหนึ่งเมตรหกสิบเซนติเมตรเท่านั้น
ต่อให้เป็นวาชิด้าที่ตัวเตี้ยที่สุดในบรรดาแม่มดน้อยปีหนึ่ง แค่เขย่งเท้าสักหน่อย ก็สามารถหยิบหนังสือบนชั้นบนสุดได้อย่างง่ายดาย
“หนังสือของสถาบันล้วนผ่านการจัดการมาเป็นพิเศษแล้ว” คุณอามีช่าหยิบหนังสือเล่มหนึ่งลงมาจากชั้นวางที่อยู่หน้าสุดตรงประตู เธอชี้ไปที่รูนเวทมนตร์บนสันหนังสือแล้วพูดว่า “เห็นเจ้านี่ไหม?”
บรรดาแม่มดน้อยพยักหน้า อามีช่าถึงได้อธิบายต่อ
“นี่คือรูนเวทมนตร์จากเวทคัดลอกของจอมมนตราเทเรซ่าที่ถูกทำให้คงรูปเอาไว้ มันสามารถใช้งานร่วมกับคัมภีร์แม่มดได้
เพียงแค่นำสันหนังสือเล่มที่ต้องการ ไปทาบไว้บนกระดาษเนื้อในที่ว่างเปล่าของคัมภีร์แม่มด ก็จะสามารถคัดลอกได้อย่างรวดเร็วแล้ว
หากรูนเวทมนตร์หม่นหมองลง ก็แสดงว่าหนังสือเล่มนี้เพิ่งจะถูกคนอื่นคัดลอกไป จึงไม่สามารถคัดลอกได้ในตอนนี้
บนชั้นหนังสือมีวงเวทย์เติมพลังงานอยู่ หนังสือเล่มหนึ่ง ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็สามารถเติมพลังงานเสร็จ พอรูนเวทมนตร์สว่างขึ้นมา ก็สามารถนำไปคัดลอกใหม่ได้อีกครั้ง
เวทคัดลอกนี่ฉันขอแนะนำให้พวกเธอเรียนเอาไว้สักคนละบทนะ หลังจากที่พลังเวทมนตร์มีเหลือเฟือแล้ว รอเรียนจบก็จะได้เอาไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรเสียก็มีแค่หนังสือในห้องสมุดของสถาบันเท่านั้นแหละที่มีรูนเวทมนตร์คัดลอกติดมาให้
วิธีการเรียนอยู่ในหนังสือ ‘เวทมนตร์แห่งหนังสือ’ เล่มนี้นี่แหละ”