- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 41 การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
บทที่ 41 การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
บทที่ 41 การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
บนการ์ดปรากฏภาพวาดคนตัวจิ๋วที่มีหน้าตาเหมือนซิลฟ์และวาชิด้า รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของพวกเธอ
เผ่าพันธุ์ ระดับชั้น และระดับเวทมนตร์ ทั้งสามรายการนี้ล้วนเหมือนกับของโม่หลาน
มีเพียงรายการพลังเวทเท่านั้นที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย
ของวาชิด้าคือ【พลังเวท: 888/888 มานา】
ของซิลฟ์คือ【พลังเวท: 300/900 มานา】
ปริมาณพลังเวทที่เหลืออยู่ของพวกเธอมีมากกว่าโม่หลาน แต่ปริมาณพลังเวทโดยรวมล้วนน้อยกว่าโม่หลานเล็กน้อย
“นี่มันจะละเอียดเกินไปแล้ว!” ทั้งสองคนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“ฉันเหมือนจะมีพลังเวทเพิ่มขึ้นมา 1 หน่วยด้วยล่ะ! ตอนทดสอบพรสวรรค์ วัดได้ 887 มานา” ก่อนหน้านี้วาชิด้าไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าพลังเวทของตัวเองเพิ่มขึ้น
“ของฉันไม่เปลี่ยนเลย” ซิลฟ์บอก
“ตอนนี้คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการ์ดใบนี้ก็คือการแสดงปริมาณพลังเวทนี่แหละ” โม่หลานพยักหน้า
ทว่าเรื่องเผ่าพันธุ์ ระดับชั้น และระดับเวทมนตร์พวกนี้ ต่อให้ไม่มีการ์ดแสดงให้เห็น ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจดี
มีเพียงปริมาณพลังเวทเท่านั้น ที่ทุกคนยังไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ ทำได้เพียงตัดสินคร่าว ๆ จากแสงรัศมีพลังงาน
“ทำไมพวกเธอสามคนถึงยังไม่ไปเข้าเรียนอีกล่ะ?”
เช้าวันนี้มีเรียนวิชาการบิน ลิลิธนอนไม่หลับ เลยตื่นเช้ากว่าปกติสักหน่อย
ตอนที่ไปเด็ดผักที่สวนหลังบ้านเพื่อเตรียมทำมื้อเช้า ก็เห็นรุ่นน้องสามคนกำลังสุมหัววางแผนอะไรบางอย่างกันอยู่ที่หน้าประตูบ้านของซิลฟ์ จึงอดไม่ได้ที่จะปีนข้ามรั้วไปหาพวกเธอ
จอมมนตราน้อยทั้งสามคนตบหน้าอกตัวเองด้วยความตกใจที่ยังไม่จางหาย
เมื่อวานทั้งวันไม่เห็นรุ่นพี่เลย จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ น่ากลัวชะมัด
จากนั้นโม่หลานก็เล่าเรื่องการ์ดให้รุ่นพี่ลิลิธฟังอย่างอารมณ์ดี
“ไม่เจอกันแค่วันเดียว คืบหน้าไปขนาดนี้เลยเหรอ?” ลิลิธตกใจมาก “แต่ว่า... ไม่ได้ทำพันธสัญญาจอมมนตราก็สามารถแบ่งปันให้แม่มดและจอมมนตราคนอื่นได้เหรอ?”
“อื้อ! ยังไม่ถือว่าเป็นเวทมนตร์จอมมนตราที่สมบูรณ์แบบหรอกค่ะ” โม่หลานบอก “รุ่นพี่ลิลิธคะ เดี๋ยวฉันทำให้พี่ด้วยใบหนึ่งดีกว่า!”
ลิลิธส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“ต่อให้ไม่ใช่เวทมนตร์จอมมนตราที่สมบูรณ์แบบ ก็สามารถทำพันธสัญญาเพื่อรับค่าตอบแทนได้นะ!
ฉันรู้ว่าที่เธอให้การ์ดพวกเราเป็นความหวังดี แต่ทำแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลย
วันนี้เธอให้การ์ดพวกเราสามคน ถ้าแม่มดน้อยคนอื่นรู้เข้าแล้วอยากได้บ้าง เธอจะให้ด้วยไหม?
ครั้งนี้เธอให้ไปแล้ว หลังจากนี้ถ้าสร้างการ์ดใบอื่นออกมาอีก จะให้ไหมล่ะ?
นี่ก็แค่ตอนที่เธออยู่ในสถาบัน รอบตัวมีแต่แม่มด หากอยู่ข้างนอกดินแดนรกร้าง ความใจกว้างที่ไม่คิดถึงผลได้ผลเสียแบบนี้ของเธอ จะมีแต่ทำให้พวกที่เห็นแก่ผลประโยชน์เข้ามาเอาเปรียบเธอได้”
“รุ่นพี่วางใจเถอะค่ะ ชาติก่อนของฉันมีคำพูดฮิตประโยคหนึ่งว่า ‘ให้ข้าวหนึ่งถังเป็นบุญคุณ ให้ข้าวหนึ่งเกวียนกลับกลายเป็นศัตรู’ ฉันไม่โปรยเงินให้คนนอกสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกค่ะ”
โม่หลานอธิบายว่า “ส่วนพวกแม่มดน้อย ทุกคนก็เป็นคนดีกันทั้งนั้น ปริมาณที่ใช้ในการสร้างการ์ดตัวละครหนึ่งใบก็ไม่ได้เยอะอะไร จะให้แม่มดน้อยทั้งโรงเรียนคนละใบ ฉันก็ยังให้ไหวเลย”
การที่เธอสามารถใจกว้างกับบรรดาแม่มดน้อยได้ขนาดนี้ ก็เป็นเพราะเธอรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจว่า แม่มดไม่ใช่คนที่ไร้ความพอดี พวกเธอล้วนคู่ควรแก่การไว้วางใจ
วัฒนธรรมของแม่มดก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่มีทางรับความหวังดีของคนอื่นมาฟรี ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติเด็ดขาด
ดังนั้นความเสียสละของสภาเผ่าพันธุ์ถึงไม่เคยสูญเปล่า เผ่าแม่มดอาจจะรักอิสระและดูหละหลวม แต่ก็มีความสามัคคีกันอย่างแน่นอน
ต่อให้ไม่มีพันธสัญญาคอยผูกมัด ในประวัติศาสตร์ของแม่มดก็ไม่เคยมีเรื่องการเข่นฆ่ากันเองในเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นเลย
แถมมีเพียงผู้หญิงที่มีจิตใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริงเท่านั้น ถึงจะถูกเจตจำนงแห่งวาเลนเลือกในยามสิ้นหวัง แล้ววิวัฒนาการกลายเป็นแม่มดได้!
อย่างไรเสียพลังเวทก็สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ หากสิ่งนี้สามารถช่วยให้ทุกคนสังเกตเห็นสถานะของตัวเองได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วทำไมจะไม่ทำล่ะ?
แน่นอนว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าต่อให้ไม่ใช่เวทมนตร์จอมมนตรา ก็สามารถทำพันธสัญญาซื้อขายกันได้
ลิลิธเห็นว่าเธอยังไม่เข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ น้ำเสียงจึงดูจริงจังขึ้นมาบ้าง
“ต่อให้เธอจะทำแบบนี้แค่กับพวกแม่มด มันก็ไม่ดีอยู่ดี
พวกแม่มดจะไม่มีทางรับความหวังดีของเธอมาฟรี ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติหรอก แต่พอพวกเธอรับของขวัญจากเธอไปแล้ว ย่อมต้องหาทางตอบแทนเธอแน่
เธอให้การ์ดพวกเราฟรี ๆ แล้วเวทมนตร์จอมมนตราของพวกเราในอนาคต ยังจะกล้าเก็บค่าตอบแทนจากเธอไหม?
วัตถุแห่งพรสวรรค์ของพวกเราไม่เหมือนกับการ์ดของเธอ ที่จะใช้พลังเวทของเธอเองแค่ตอนที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น ส่วนพลังงานเวลาอื่น ล้วนมาจากผู้ใช้ทั้งสิ้น
หากให้สิทธิ์ใช้งานกับเธอฟรี ๆ ต่อไปเวลาเธอใช้เวทมนตร์จอมมนตรา ก็ต้องผลาญพลังเวทของพวกเราแล้ว
หากไม่ให้สิทธิ์ใช้งานฟรีกับเธอ พวกเราก็ได้การ์ดของเธอมาฟรี ๆ อีก
แล้วแม่มดน้อยคนอื่นจะตอบแทนบุญคุณเธอได้ยังไงล่ะ?
สู้ทำพันธสัญญาตั้งแต่แรก จ่ายค่าตอบแทนเพื่อแลกกับการ์ดของเธอยังจะดีกว่า!
จำไว้นะ ระหว่างแม่มดด้วยกัน การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมมักจะเป็นที่นิยมมากกว่าการผลัดกันให้ผลัดกันรับ!
การ์ดใบนี้ฉันเองก็อยากได้ แต่ฉันอยากจะได้มาด้วยการทำพันธสัญญากับเธอเท่านั้น”
โม่หลานชะงักไป ก็แค่การ์ดตัวละคร 10 มานาใบหนึ่งเท่านั้น เธอไม่เคยคิดจะให้พวกแม่มดน้อยตอบแทนเลย แต่พวกแม่มดน้อยจะไม่มีทางตอบแทนเธอจริง ๆ งั้นเหรอ?
เธอหันไปมองซิลฟ์และวาชิด้า
“โม่หลาน! ถ้าไม่ใช่เวทมนตร์ก็สามารถทำพันธสัญญาได้ งั้นพวกเราก็จ่ายพลังเวทบางส่วนเพื่อทำพันธสัญญากันเถอะ! เธอเองก็ต้องการพลังเวทเพื่อวิจัยคัมภีร์การ์ดไม่ใช่เหรอ?” วาชิด้าพูด
“รุ่นพี่ลิลิธคะ โม่หลานแค่ไม่เข้าใจเรื่องพันธสัญญาจอมมนตรา ไม่รู้ว่าต่อให้ไม่ใช่เวทมนตร์จอมมนตราก็สามารถทำพันธสัญญาได้ ก็เลยมอบการ์ดให้พวกเราตรง ๆ น่ะค่ะ” ซิลฟ์ช่วยพูด
วาชิด้าได้ยินดังนั้น ก็ช่วยอธิบายแทนโม่หลานด้วย “ใช่ค่ะ! โม่หลานเป็นวิญญาณจากต่างโลก ได้รับอิทธิพลจากชาติก่อน การจะไม่ค่อยคุ้นชินกับกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันของแม่มดก็เป็นเรื่องปกตินะคะ”
สีหน้าของลิลิธไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย เธอจ้องมองโม่หลาน เพื่อต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงหลักการข้อนี้ให้ชัดเจน
ไม่อย่างนั้นเธอกลัวว่า โม่หลานจะต้องเสียเปรียบในวันข้างหน้า
โม่หลานมองปฏิกิริยาของวาชิด้าและซิลฟ์ก็เข้าใจได้ในทันที เธอเอ่ยด้วยความเต็มใจ “รุ่นพี่พูดถูกค่ะ! เป็นฉันเองที่คิดน้อยไป รบกวนรุ่นพี่ช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหมคะ ว่าต้องทำพันธสัญญาจอมมนตรายังไง!”
ลิลิธถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ความยากของพันธสัญญาจอมมนตราไม่เคยอยู่ที่ตัวพันธสัญญา แต่อยู่ที่ตัวเวทมนตร์จอมมนตราต่างหาก
ของเธอไม่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการขอยืมเวทมนตร์ ก็ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก เวทมนตร์พันธสัญญาธรรมดาก็จัดการได้แล้ว
เมื่อวานพวกเธอคงได้เรียนเวทพู่กันทองกันไปแล้วใช่ไหม? ก็ใช้เวทพู่กันทองเขียนเอกสารพันธสัญญา ระบุว่าทั้งสองฝ่ายต้องจ่ายอะไรบ้าง จากนั้นก็ลงนามได้เลย”
โม่หลานเข้าใจแล้ว “ทุกคนรอฉันแป๊บนึงนะ”
เธอวิ่งกลับบ้านไปเอาปึกกระดาษหนังแกะออกมา จากนั้นก็ใช้เวทพู่กันทองเลียนแบบเอกสารพันธสัญญาเวทมนตร์จอมมนตราของท่านเทเรซ่าและท่านคาร์เมล่า เขียนพันธสัญญาออกมาสามฉบับ แล้วเอาไปให้พวกรุ่นพี่ลิลิธดู
“ยินยอมจ่ายพลังเวท 50 มานาแบบครั้งเดียว หรือพลังเวทมนตร์แบบครั้งเดียวที่เทียบเท่ากับ 50 มานา เพื่อซื้อ {การ์ดตัวละคร-ระดับฝึกหัด-ยังไม่ผูกมัด} ของจอมมนตราโม่หลานจำนวน 1 ใบ และการใช้พลังงานในระหว่างกระบวนการใช้งานการ์ดใบนี้ ผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง”
ตอนที่ลิลิธมาอ่านถึง ‘พลังเวท 50 มานา’ เสียงก็แหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที
“โม่หลาน ชาติก่อนเธอเป็นก็อบลินหรือเปล่าเนี่ย?”
โม่หลานนึกถึงภาพลักษณ์อันเจ้าเล่ห์และละโมบของก็อบลินในหนังสือชุดแม่มดน้อยก็ย่นจมูก “รุ่นพี่อย่ามาใส่ร้ายฉันสิ! ชาติก่อนฉันเป็นมนุษย์แท้ ๆ เคารพกฎหมาย ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายเลยนะคะ!”