- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 42 โม่หลานแม่ค้าหน้าเลือด
บทที่ 42 โม่หลานแม่ค้าหน้าเลือด
บทที่ 42 โม่หลานแม่ค้าหน้าเลือด
“แล้วทำไมเธอถึงขายแพงขนาดนี้เนี่ย?” ลิลิธพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คัมภีร์แม่มดระดับฝึกหัดกับเวทพู่กันทองยังใช้พลังเวทแค่ 5 มานาเองนะ! เธอกล้าเก็บตั้ง 50 มานาได้ยังไง?”
“รุ่นพี่ อย่ามองผิดสิคะ! คัมภีร์แม่มดกับเวทพู่กันทองนั่นมันต้องจ่ายพลังเวท 5 มานาแบบถาวร เท่ากับว่าสูญเสียขีดจำกัดพลังเวทไปเลยนะ แต่ของฉันนี่จ่ายพลังเวท 50 มานาแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องสูญเสียขีดจำกัดพลังเวท ก็สามารถครอบครองการ์ดตัวละครได้แบบถาวรแล้ว แบบนี้ไม่คุ้มกว่าเวทมนตร์แม่มดหรือคะ?”
โม่หลานผ่านการไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
หากเก็บพลังเวทแบบถาวรเหมือนกับคัมภีร์แม่มด ต่อไปเธอพัฒนาการ์ดออกมาตั้งมากมาย ใครจะมีพลังเวทเยอะแยะมาซื้อล่ะ!
สู้เก็บพลังเวทแค่ครั้งเดียวต่อการ์ดหนึ่งใบ เน้นกำไรน้อยแต่ขายได้เยอะดีกว่า
นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการสูญเสียพลังเวทของเธอได้แล้ว ยังเป็นการเหลือพื้นที่เผื่อไว้สำหรับเวทมนตร์จอมมนตราในอนาคตด้วย
เธอถึงขั้นคิดชื่อเวทมนตร์จอมมนตราในอนาคตเผื่อไว้ถึงสองชื่อแล้วนะ
เวทมนตร์สุ่มการ์ด เตรียมไว้สำหรับพวกผีพนันโดยเฉพาะ จ่ายพลังเวทแบบถาวรเพื่อเปิดตู้สุ่มที่มีอัตราการดรอปสอดคล้องกัน และจ่ายพลังเวทแบบครั้งเดียวเพื่อสุ่มการ์ด
เวทมนตร์สมุดสะสมการ์ด เตรียมไว้สำหรับพวกสายเปย์ที่ไม่กล้าเสี่ยงโชคและอยากได้แบบการันตี จ่ายพลังเวทแบบถาวรเพื่อเปิดสมุดสะสมการ์ดในระดับที่สอดคล้องกัน จากนั้นก็จ่ายพลังเวทแบบครั้งเดียวเพื่อซื้อการ์ดที่อยากได้
สรุปก็คือเธอไม่มีทางขาดทุนอย่างแน่นอน
ลิลิธมองดูอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกว่าแพงไปอยู่ดี หลัก ๆ เป็นเพราะพลังเวทของเธอมีจำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน แค่วิจัยเข็มกลืนเลือดนิด ๆ หน่อย ๆ ก็หมดแล้ว ดังนั้นราคานี้ยังไงก็ต้องขอลดลงมาหน่อย
“เมื่อกี้เธอเพิ่งจะบอกเองนะ ว่าใช้พลังเวทแค่ 10 มานา ก็สามารถสร้าง {การ์ดตัวละคร} ได้หนึ่งใบแล้ว เพิ่มขึ้นเท่าตัวก็ถือว่ากำไรบานแล้วนะ นี่ตั้งห้าเท่ามันไม่เยอะไปหน่อยเหรอ!
เห็นแก่หน้ารุ่นพี่อย่างฉัน ลดให้หน่อยไม่ได้เหรอ?”
“รุ่นพี่คะ! ฉันลดราคาให้พวกพี่แล้วนะคะ!” โม่หลานหยิบเอกสารพันธสัญญาออกมาอีกใบ “พวกพี่ดูสิคะ สำหรับคนอื่น ฉันก็คิดราคานี้ทั้งนั้นแหละ!”
“อะไรนะ? ต่อไปเวลาอัปเกรดการ์ด ยังต้องจ่ายพลังเวทแบบครั้งเดียว 50% ของพลังงานที่ใช้ในการอัปเกรดให้เธออีกเหรอ?” ลิลิธรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาทันที
“นี่คือการ์ดที่สามารถอัปเกรดและใช้ได้ยาว ๆ จนถึงระดับสูงสุดเลยนะคะ! ฉันไม่ได้ขายเวทมนตร์จอมมนตราระดับละครั้งเหมือนอย่างท่านเทเรซ่าสักหน่อย แค่เก็บดอกเบี้ยตอนอัปเกรดเล็กน้อยก็ถือว่าดีมากแล้วนะคะ
แต่พี่ไม่ต้องหรอกค่ะ เห็นแก่ที่ทุกคนเป็นจอมมนตราเหมือนกัน การ์ดสามใบนี้ ฉันจะไม่เก็บค่าส่วนต่างตอนอัปเกรดก็แล้วกัน
แต่เรื่อง 10 มานานั่น ห้ามพูดถึงอีกเด็ดขาดนะคะ เดี๋ยวเสียบรรยากาศการขายการ์ดของฉันหมด!”
โม่หลานพูดด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น
“ขอบคุณคำสอนของรุ่นพี่ลิลิธก่อนหน้านี้นะคะ จอมมนตราที่สนิทกัน ก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม นอกจากจะไม่ทำให้ทุกคนรู้สึกลำบากใจแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ฉันได้อีกด้วย สุดยอดไปเลยค่ะ!”
ลิลิธ: “…”
เธอสอนไปแบบนี้เหรอ?
นี่มันเรียนรู้ได้ดีเกินไปหน่อยแล้วมั้ง!
ทั้งที่เมื่อกี้ยังทำตัวซื่อบื้อจะแจกการ์ดฟรี ๆ อยู่เลย ถึงขั้นประกาศกร้าวว่าจะแจกการ์ดให้แม่มดน้อยทั้งโรงเรียนด้วยซ้ำ
แล้วตอนนี้ทำไมถึงกลายเป็นแม่ค้าหน้าเลือดที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าก็อบลินไปได้ล่ะ?
ตอนแรกก็นึกว่าเป็นก้อนแป้งข้าวเหนียวใส ๆ ที่ไหนได้เพิ่งจะรู้ว่าเป็นก้อนแป้งไส้งาดำชัด ๆ
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกคิดถึงรุ่นน้องโม่หลานคนก่อนหน้านี้ขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ
พอมองดูรุ่นน้องอีกสองคนที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ ทำเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แถมยังกลั้นยิ้มอยู่ที่มุมปาก ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา
“พวกเธอสองคนไม่คิดจะต่อราคาสักหน่อยเหรอ? แพงขนาดนี้ พวกเธอก็ยังรับได้อีกเหรอ?”
“รับได้สิคะ! แค่ห้าสิบมานาเอง ยัดผลขนมปังเข้าปากไปไม่กี่พวงก็ได้คืนมาแล้ว โม่หลาน ต่อไปถ้าเธอขาดแคลนพลังเวท ก็มาหาฉันได้ตลอดเลยนะ เดี๋ยวเรามาทำพันธสัญญาให้เธอยืมเอง” วาชิด้าพูด
“ฉันก็คิดว่ารับได้เหมือนกัน ก็แค่ใช้พลังเวทไปครั้งเดียวเท่านั้น ผ่านไปไม่กี่วันก็ฟื้นฟูกลับมาแล้วล่ะ” ซิลฟ์พูดเสริม
ลิลิธมองดูพวกเธอทั้งสองคน คนหนึ่งมีแสงรัศมีพลังงานสว่างจ้าจนแทบจะแทงตาบอด ส่วนอีกคนถึงจะหม่นกว่าหน่อย แต่ก็ยังสว่างกว่าเธอตั้งเยอะ
มิน่าล่ะถึงได้ใจกว้างกันนัก!
ในเมื่อรุ่นน้องทั้งสองคนเป็นแบบนี้ไปแล้ว ลิลิธยังจะพูดอะไรได้อีกล่ะ
“ช่างเถอะ ๆ! ครั้งนี้จะยอมปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าครั้งหน้าเธอยังขายแพงขนาดนี้อีก ฉันคงต้องขอคิดดูก่อนแล้วล่ะ!”
อย่างน้อยก็รู้แล้วล่ะว่า โม่หลานไม่ได้ซื่อบื้อจริง ๆ พอเปลี่ยนความคิดได้ก็เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าก็อบลินเสียอีก
โม่หลานรู้อยู่แล้วว่ารุ่นพี่ต้องตกลง ถึงแม้แสงรัศมีพลังงานของเธอจะหม่นหมอง แต่ต้องจ่ายพลังเวท 50 มานาได้อย่างแน่นอน
ลิลิธยังไม่ลืมกำชับวาชิด้ากับซิลฟ์อีกว่า
“พวกเธอสองคน ต่อไปจะมาทำตัวซื้อของไม่รู้จักต่อราคาเพียงเพราะตัวเองรวยไม่ได้แล้วนะ
ต่อให้มีสมบัติมากมายแค่ไหน ก็ทนให้พวกเธอผลาญแบบนี้ไม่ไหวหรอก!
ถึงจะเป็นตลาดของแม่มด ถ้าพวกเธอไม่คุ้นเคยกับราคาตลาด และไม่รู้จักต่อรองราคา ของที่ซื้อมาก็ต้องแพงกว่าคนอื่นอยู่ดี
ถ้าออกไปนอกดินแดนรกร้าง แล้วพวกเธอยังใช้เงินมือเติบแบบนี้ คนอื่นมีแต่จะเห็นพวกเธอเป็นหมูในอวย แล้วหลอกฟันพวกเธอแบบไม่ทันตั้งตัวแน่!”
“รับทราบค่ะ! รุ่นพี่!” วาชิด้าและซิลฟ์พยักหน้าอย่างว่าง่าย
โม่หลานยื่นเอกสารพันธสัญญาให้พวกเธอด้วยความดีใจ
จ่ายพลังเวทไป 30 มานา แต่เก็บเกี่ยวพลังเวทกลับมาได้ตั้ง 150 มานา ปริมาณพลังเวทที่เหลืออยู่จึงเพิ่มจาก 180 เป็น 330 ร่ำรวยขึ้นมาในพริบตาเลย
“ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจนะคะ! ครั้งหน้าถ้ามีการ์ดใหม่ออกมาเมื่อไหร่ จะมาบอกทุกคนเป็นคนแรกเลย!” โม่หลานพูดด้วยสีหน้าเบิกบานใจ
“จริงสิคะ รุ่นพี่ลิลิธ ช่วยโฆษณาให้ฉันในหมู่รุ่นพี่ปีสองหน่อยสิคะ!”
ลิลิธเชิดคางขึ้น “นั่นมันก็ต้องเป็นอีกราคานึงแล้วล่ะ!”
“ตอนเย็นฉันเตรียมจะทำน้ำผลขนมปัง ถึงตอนนั้นเดี๋ยวเอาไปส่งให้รุ่นพี่เหยือกใหญ่ ๆ เลย เป็นไงคะ?” โม่หลานเสนอ
เดิมทีเธอมีความจำเป็นต้องใช้น้ำผลขนมปังอย่างเร่งด่วน แต่ตอนนี้พอมีรายรับพลังเวทจากการขายการ์ดแล้ว ก็เลยไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้นแล้ว
ลิลิธที่จนถึงป่านนี้ก็ยังใช้เวทมนตร์ทำอาหารคั้นน้ำผลไม้ไม่เป็น ทำได้แค่คั้นด้วยมือ ถึงกับแอบหวั่นไหวอยู่ลึก ๆ แต่ก็ยังรู้สึกหมั่นไส้จอมมนตราน้อยโลภมากบางคนอยู่ดี จึงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า
“รู้แล้ว ๆ! รีบไปได้แล้ว! แม่มดน้อยคนอื่นคงปีนขึ้นเขาไปได้ครึ่งทางแล้วมั้ง พวกเธอยังจะมามัวโอ้เอ้อยู่หน้าประตูบ้านอีก!”
แค่เกิดความอยากรู้อยากเห็นเดินมาดูแวบเดียว ก็ต้องสูญเสียพลังเวทไปตั้ง 50 มานา ตอนนี้เธอเลยเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
พลังเวทที่เหลืออยู่ถึงขั้นไม่พอเอามาอัปเกรด {การ์ดตัวละคร} ใบนี้ให้เป็นระดับกลางด้วยซ้ำ
มื้อเช้าไม่ต้องกงไม่ต้องกินมันแล้ว ไปดื่มน้ำผลขนมปังแล้วก็นั่งแทะผลขนมปังไปเถอะ!
พอนึกถึงรสชาติของผลขนมปัง ลิลิธก็ทำหน้าปวดร้าวขึ้นมาทันที
“ไปก่อนนะคะรุ่นพี่!”
มัวแต่เสียเวลาอยู่ตรงนี้นานเกินไปจริง ๆ แม่มดน้อยปีหนึ่งคนอื่นต่างก็ออกจากบ้านกันไปหมดแล้ว
โม่หลานวิ่งนำหน้ามุ่งตรงไปยังปราสาทสถาบัน
วาชิด้าและซิลฟ์วิ่งตามไปติด ๆ
“โม่หลาน ช้าหน่อยสิ! วันนี้พวกเราออกจากบ้านเร็ว ถึงจะเสียเวลาไปหน่อยก็ไม่สายหรอก! ไม่ต้องห่วง!”
ซิลฟ์วิ่งตามไปพลาง ตะโกนบอกไปพลาง
“ฉันต้องรีบตามคนอื่น ๆ ให้ทัน จะได้พยายามขาย {การ์ดตัวละคร} ออกไปให้ได้อีกสักหลาย ๆ ใบก่อนเข้าเรียนไงล่ะ!” โม่หลานหันกลับมาตะโกนบอก “พวกเธอค่อย ๆ ตามมานะ เดี๋ยวฉันไปรออยู่ข้างหน้า!”
โม่หลานในเวลานี้ ราวกับมีพลังอันไร้ขีดจำกัด ทำเอาซิลฟ์และวาชิด้าที่มองดูอยู่ถึงกับรู้สึกละอายใจที่สู้ไม่ได้
พวกเธอสองคนจึงยอมแพ้และวิ่งช้าลง
“รุ่นพี่ลิลิธนี่ก็จริง ๆ เลย! โม่หลานเป็นแบบนี้ จะไปโดนคนนอกหลอกเอาเปรียบได้ยังไงกันล่ะ? เธอไม่ไปหลอกฟันคนอื่นก็ดีแค่ไหนแล้ว!”
“นั่นสิ! โม่หลานมีพรสวรรค์เรื่องการค้าขายมากเลยนะ!”
“แถมยังเป็นจอมละโมบอีกต่างหาก!”
“พวกเราต้องเรียนรู้เอาไว้บ้างแล้ว ต่อไปต้องพึ่งการขายเวทมนตร์จอมมนตราเพื่อหาพลังเวทนี่นา!”
“อื้ม!”